เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 104 ข้ายังพอมีเมตตาอยู่บ้าง

ตอนที่ 104 ข้ายังพอมีเมตตาอยู่บ้าง

ตอนที่ 104 ข้ายังพอมีเมตตาอยู่บ้าง


ตอนที่ 104 ข้ายังพอมีเมตตาอยู่บ้าง

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ตอนนี้รถม้าสีแดงได้แหลกเป็นชิ้นๆ หากมียอดฝีมืออยู่ในนั้นคนคนนั้นก็จะต้องถูกขยี้จนร่างแหลกเหลวไปแล้ว และถ้าหากไม่เห็นใครอยู่แบบนี้ก็แสดงว่าในรถม้าคันนั้นไม่มีคนมาตั้งแต่แรก! ไม่มียอดฝีมือหรือชนชั้นสูงอยู่!

หลังจากรอได้สักพักก็ไม่มีใครปรากฏตัวออกมาจากซากรถม้า

ลู่โจวพยักหน้าก่อนที่จะลูบเคราตัวเอง "ว่างเปล่าอย่างงั้นหรอ? " โชคดีที่ผลลัพธ์ได้ออกมาเป็นแบบนี้ ลู่โจวได้ใช้การ์ดการโจมตีของเพรชฆาตทั้งห้าใบไปหมดแล้ว ในตอนนี้ลู่โจวสามารถควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างได้แล้ว ถ้าหากมีสถานการณ์ที่จะทำให้ลู่โจวลำบาก สถานการณ์นั้นก็คงจะเป็นสถานการณ์ผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์เข้ามาโจมตี ถ้าหากเป็นแบบนั้นลู่โจวคงจะยากที่จะรับมือ

หยวนเอ๋อเป็นคนที่เลือกที่จะทำลายความสงบเป็นคนแรก เธอในตอนนี้รู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นอาจารย์ของตัวเองแสดงฝีมือ "ท่านอาจารย์เยี่ยมจริงๆ! "

ลู่โจวลูบเคราของตัวเองก่อนที่จะตอบกลับมาอย่างใจเย็น "เจ้าเป็นยังไงบ้าง? "

"ศิษย์ไม่เป็นไร...ก่อนหน้านี้ศิษย์แค่รู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย" หยวนเอ๋อพูดออกมาก่อนที่จะเดินไปหาลู่โจว

'หรือว่าเคล็ดวิชาหยกศักดิ์สิทธิ์จะสามารถต้านทานพลังเวทมนตร์คาถาได้? ' ลู่โจวรู้สึกสงสัย

แสงสีม่วงอ่อนที่มาจากเวทมนตร์คาถาในตอนนี้เริ่มที่จะจางหายไปทั้งหมดแล้ว แต่ถึงแบบนั้นก็ยังคงมีทหารและเหล่าผู้ฝึกยุทธรอคอยที่จะโจมตีพวกเขาต่อไป

ลู่โจวไม่รู้สึกกังวลอะไร ท้ายที่สุดแล้วคนเหล่านี้ก็ไร้พลังเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ลู่โจวเลือกที่จะหันไปหาฝานเชียวแทน

ในตอนนั้นเองฝานเชียวก็ได้แต่ไอออกมาอย่างรุนแรง

ลู่โจวจ้องไปที่ฝานเชียว ในตอนแรกเขาตั้งใจที่จะใช้การ์ดการโจมตีของเพรชฆาตเพื่อจัดการกับฝานเชียว แต่ในตอนนี้ฝานเชียวได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว และหนำซ้ำตัวเขายังได้รับผลกระทบจากเวทมนตร์คาถาไปอีกด้วย ลู่โจวได้เปลี่ยนใจไป ในตอนนี้ตัวเขาได้เดินเข้าหาฝานเชียวแทน เฉินซู่ผู้ที่น่าจะรู้ความจริงได้ตายจากไปแล้ว ตัวเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกซะจากจะต้องเค้นข้อมูลมาจากฝานเชียวผู้เหลือรอด

เมื่อเห็นลู่โจวเดินมา ฝานเชียวก็พยายามดิ้นรนที่จะลุกขึ้นมานั่งด้วยความยากลำบาก ฝานเชียวจะต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมากกว่าที่จะลุกขึ้นมาคุกเข่าได้ "ข้าน้อยคนนี้มีตาหามีแววไม่ โปรดยกโทษให้ข้าด้วยท่านผู้อาวุโส! " ทันทีที่พูดจบฝานเชียวก็ได้ไอขึ้นมาทันที ก่อนหน้านี้ที่จะถูกเฉินซู่โจมตี ฝานเชียวได้เคยปลอมตัวเป็นจีเทียนเด๋ามาก่อนนั่นเอง

'ท่านผู้อาวุโสอย่างงั้นหรอ? ' ลู่โจวลูบเคราของตัวเองก่อนที่จะพยักหน้าออกมา สีหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลยเมื่อได้ฟังแบบนั้น "ข้าคิดว่ามันออกจะแปลกไปหน่อยน่ะที่เจ้าเรียกข้าผู้อาวุโสแบบนี้"

ฝานเชียวได้พยายามเอามือห้ามเลือดเอาไว้ก่อนที่จะพูดตอบกลับมา "ข้าน้อยไม่สมควรที่จะได้อภัย ข้าได้แอบอ้างที่จะเป็นท่าน แต่ถึงแบบนั้นท่านผู้อาวุโสก็กลับสังหารเฉินซู่ ศิษย์ของข้าจะต้องไม่ตายเปล่า ข้ารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณท่านแล้วท่านผู้อาวุโส" หลังจากที่พูดจบลู่โจวก็รู้ได้ทันทีว่าศิษย์ทั้งหมดของฝานเชียวมีความหมายสำหรับเขา

เมื่อเห็นแบบนั้นศิษย์ทั้งสองคนที่เหลือของฝานเชียวก็ได้คุกเข่าลงโค้งคำนับลู่โจวในทันที

"ขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่เมตตา! "

"ขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่เมตตา! "

"ติ้ง! คุณได้รับการสวามิภักดิ์ ได้รับแต้มบุญ 2 แต้ม"

'หน้าซื่อใจคดซะจริง' ถึงแม้ว่าลู่โจวจะคิดแบบนั้น แต่ใบหน้าของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย ใบหน้าของเขาไม่มีทั้งสีหน้าแห่งความสุขและความโกรธ ลู่โจวได้ลูบเคราก่อนที่จะพูดออกมา "ข้ามีคำถามจะถามเจ้า เจ้าจะต้องตอบคำถามของข้าตามความจริง"

"ข้าน้อยจะบอกทุกอย่างที่รู้เอง! "

"เยี่ยมมาก" ลู่โจวครุ่นคิดก่อนที่จะถามไป "บอกตัวตนที่แท้จริงของเจ้ามา"

ฝานเชียวไม่กล้าที่จะแสดงละครอีกต่อไป "ข้าคือฝานเชียว ข้ามาจากสำนักหยุน ส่วนสาวกทั้งสามคนของข้าเป็นศิษย์แท้ๆ ของตัวข้าเอง"

หยวนเอ๋อที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้พูดออกมาอย่างเย้ยหยัน "เจ้าไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรอที่แอบอ้างว่าเป็นปรมาจารย์มหาวายร้ายจากศาลาปีศาจลอยฟ้าทั้งๆ ที่อ่อนแอแบบนี้? "

ฝานเชียวที่ได้ฟังแบบนั้นถึงกับพูดไม่ออก สำหรับเขาพลังร่างอวตารดอกบัว 5 กลีบไม่ใช่พลังที่อ่อนแอเลย

"แล้วทำไมเจ้าถึงต้องแอบอ้างเป็นปรมาจารย์มหาวายร้ายด้วยล่ะ? " ลู่โจวถามขณะที่ลูบเครา

ฝานเชียวรู้สึกลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะพูดออกไปในที่สุด "ก่อนที่จะตอบคำถามข้าขออธิบายอะไรบางอย่างให้กับท่านฟังก่อน ผู้ฝึกยุทธมากมายจากสำนักหยุน, สำนักเทียน และสำนักหลัว เหล่าสาวกของทั้งสามสำนักต่างก็ถูกทำร้ายหรือไม่ก็ถูกทำลายอาวุธไปมากมายหลายชิ้น ความเสียหายพวกนี้ได้ทำให้พวกเราอ่อนแอลง ตั้งแต่นั้นมาพวกเราก็ไม่สามารถที่จะกลับไปแข็งแกร่งแบบเดิมได้อีก เพราะแบบนั้นข้าเลยได้คำสั่งให้หยุดเรื่องนี้..." ฝานเชียวได้หยุดพูดไปชั่วขณะ

"พูดสิ" ลู่โจวสั่งออกมา

"ข้าได้รับคำสั่งมาให้แอบอ้างเป็นท่านเพื่อให้ก่อกรรมทำชั่วทุกที่" ฝานเชียวตอบอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก

ลู่โจวส่ายหัวก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ "สำนักหยุนเป็นหัวหน้าของทั้งสามสำนักใหญ่ ทำไมสำนักที่ยิ่งใหญ่ที่ยึดถือเส้นทางแห่งความดีถึงได้ใช้วิธีที่นี่รังเกียจแบบนี้ได้? "

"ศาลาปีศาจลอยฟ้าก่อกรรมทำชั่วมามากมายแล้ว ข้าก็แค่ได้รับคำสั่งให้เจ้าพวกนั้นลิ้มรสชาติในสิ่งที่ตัวเองทำ! "

พรึ๊บ!

คลื่นพลังได้ซัดเข้าใส่ใบหน้าของฝานเชียวเต็มๆ

คลื่นพลังนั้นได้ซัดเข้าใส่ฝานเชียวเต็มๆ รอยนิ้วมือได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ใบหน้าของฝานเชียวปวดแสบปวดร้อนขึ้นมาทันที

"ท่านผู้อาวุโส ท่าน...." ฝานเชียวไม่รู้จะทำตัวยังไง เขาไม่แม้แต่จะกล้าตอบโต้อะไรกลับมา

"ข้าจะถามเจ้าอีกครั้งว่ากระดูกพวกนั้นมันสำคัญอะไร? "

หลังจากที่โดนตบมา ฝานเชียวก็รู้สึกสงบลงมาก ตัวเขาได้จับแก้มของตัวเองก่อนที่จะพูดออกมา "ที่นี่มีกระดูกของชาวมนุษย์เผือกอยู่ กระดูกพวกนี้จะสามารถช่วยให้ผู้ฝึกยุทธอยู่ได้เป็นพันปี! " ใบหน้าของฝานเชียวเต็มไปด้วยความสับสน หลังจากนั้นเขาก็พูดออกมาเบาๆ "ท่านผู้อาวุโส ท่านมีทั้งความรู้และประสบการณ์กว้างขวาง ท่านต้องเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนสิ"

'กระดูกของมนุษย์เผือกสามารถทำให้เพิ่มอายุขัยได้อย่างงั้นหรอ? ' ลู่โจวพยายามที่จะค้นหาความทรงจำอีกครั้ง เนื่องจากจีเทียนเด๋าอาศัยอยู่มาเป็นพันๆ ปีและเดินทางข้ามดินแดนต่างๆ มามากมาย เป็นไปไม่ได้เลยที่ตัวเขาจะไม่รู้เรื่องนี้ ลู่โจวพยายามนึกภาพความทรงจำอยู่แต่ถึงแบบนั้นเขาก็นึกอะไรไม่ออกเลย ในตอนนั้นลู่โจวจึงตัดสินใจที่จะถามต่อไป "แล้วพบกระดูกพวกนั้นไหม? "

ฝานเชียวส่ายหัวก่อนที่จะพูดออกมา "พระราชวังได้พยายามค้นหาอย่างต่อเรื่องเป็นเวลาสิบปี แต่ถึงแบบนั้นพวกเขาก็ไม่พบ ดังนั้นโอกาสที่พวกเราจะหาเจอเองก็เลยยิ่งน้อยลงเช่นกัน"

หยวนเอ๋อที่ได้ฟังแบบนั้นได้ตะคอกใส่ก่อนจะพูดออกมา "เจ้าโง่...ไม่มีใครที่จะสามารถทำลายขีดจำกัดเพิ่มพลังชีวิตได้หรอก เจ้าของกระดูกเองยังต้องตาย เจ้ายังจะหวังอีกหรอว่ากระดูกพวกนั้นจะช่วยอะไรเจ้าได้ ช่างน่าขันสิ้นดี! "

ฝานเชียวที่ได้ยินแบบนั้นพูดไม่ออกอีกครั้ง เขาโต้ตอบหยวนเอ่ฮกลับไปไม่ได้เลย

ลู่โจวจำจักรพรรดิฉินจากโลกที่เขาจากมาได้ จักรพรรดิฉินได้กวาดล้างดินแดนไปมากมายเพื่อที่จะหาทางที่จะยืดอายุขัยของตัวเอง ถึงแม้ว่าผู้คนในโลกแห่งนี้จะสามารถใช้พลังยุทธได้ แต่แน่นอนว่าพวกเขาเองก็ไม่สามารถที่จะทำลายขีดจำกัดทางด้านอายุขัยได้เลย 'เป็นไปได้ไหมว่าจักรพรรดิโลกใบนี้จะไม่ยอมจำนนให้กับขีดจำกัดทางด้านอายุขัยของตัวเอง? '

ลู่โจวกำลังใช้ความคิดของตัวเองต่อไป ในตอนนั้นเองเหล่าทหารรวมไปถึงผู้ฝึกยุทธต่างก็เข้าใกล้ตัวเขามากขึ้นทุกที มีทั้งทหารหลายพันคนรวมไปถึงผู้ฝึกยุทธขั้นสังหรณ์หยั่งรู้, ขั้นมหาราชครู และขั้นศักดิ์สิทธิ์

"เจ้าพวกนี้ได้รับผลจากสุดยอดเวทมนตร์คาถาไปแล้ว ตอนนี้เจ้าพวกนี้ไร้พลัง อย่าไปกลัวพวกมันซะละ"

"ประหารผู้บุกนั่นซะ! "

ใบหน้าของลู่โจวยังคงไร้อารมณ์ไม่เปลี่ยนแปลงไป

หยวนเอ๋อได้กอดอกก่อนที่จะเริ่มพูดขึ้น "ท่านอาจารย์ ให้ข้าจัดการเจ้าพวกนั้นเอง"

ลู่โจวโบกมือก่อนที่จะพูดตอบกลับไป "ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอก"

"ฮะ? " สีหน้าของหยวนเอ๋อที่ได้ยินแบบนั้นเต็มไปด้วยความสับสน

"บี่เอี๊ยน"

ถึงแม้ว่าหยวนเอ๋อจะเก่งกาจสักแค่ไหน แต่ถึงแบบนั้นการที่จะเอาชนะคนนับพันรวมไปถึงผู้ฝึกยุทธนับร้อยได้ก็คงจะต้องเสียพลังไปเป็นอย่างมาก

บี่เอี๊ยนได้ปรากฏตัวออกมาจากป่าทันทีที่ลู่โจวเรียกชื่อของมัน

เหล่าทหารและผู้ฝึกยุทธต่างก็หันกลับไปมองเจ้าของเสียงคำรามที่มาจากด้านหลัง

"นั่นมันอะไรกัน? "

"เสืออย่างงั้นหรอ? "

"เสือมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน? "

ทหารและผู้ฝึกยุทธทั้งหลายต่างก็สับสนเมื่อเห็นบี่เอี๊ยนปรากฏตัว เมื่อบี่เอี๊ยนเข้ามาใกล้ผู้คนทั้งหลายก็เริ่มเห็นรูปร่างของมันอย่างชัดเจน

ตามที่คาดเอาไว้ บี่เอี๊ยนเองก็ไม่ได้รับผลจากเวทมนตร์คาถาเช่นกัน

"นี่มัน..."

"สัตว์ร้าย"

บี่เอี๊ยนคำรามออกมาอย่างเสียงดัง เสียงคำรามของมันดักกึกก้องไปทั่วป่า

ทหารทั้งหลายต่างก็คุกเข่าลงด้วยความตื่นตกใจ ตอนนี้พวกเขาเห็นแล้วว่าสัตว์ร้ายที่อยู่ตรงหน้าเป็นสัตว์ร้ายที่ทรงพลังมากแค่ไหน มีเพียงมนุษย์ที่มีพลังวรยุทธมากพอเท่านั้นที่จะสามารถทำให้สัตว์ร้ายแบบนี้เชื่องจนกลายเป็นสัตว์ขี่ได้

เมื่อบี่เอี๊ยนปรากฏตัวออกมาจากป่า มันก็ได้พุ่งชนฝูงชนในทันที! พลังแรงกระแทกของมันได้ทำให้แขนขาของเหยื่อผู้โชคร้ายร่างขาดกระจายไปในช่วงเวลาสั้นๆ

"วิ่ง! "

"ถอยเร็ว! "

"ผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์! รวมตัวซะ! "

ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายที่มีพลังยุทธต่ำกว่าขั้นมหาราชครูลงมาต่างก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีกต่อไป พวกเขาได้แต่ถอยเท่านั้น

ในขณะเดียวกันทหารทั้งหลายไม่สามารถที่จะต้านทานแรงกระแทกได้เลย พวกทหารทั้งหมดต่างก็ลอยไปบนอากาศ

บี่เอี๊ยนเป็นสัตว์ขี่ที่มีพลังต่อสู้อันน่าเกรงขามมาก พลังของมันได้ถูกแสดงให้เห็นแล้วว่าทรงพลังแตกต่างจากสัตว์ขี่ในตำนานมากแค่ไหน

ผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้ใช้ดาบบินของตัวเองก่อนที่จะลอยเข้าปะทะกับบี่เอี๊ยน

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

การโจมตีจากผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ทำให้บี่เอี๊ยนบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย พลังพวกนั้นได้ทำให้บี่เอี๊ยนรู้สึกโกรธมากขึ้น

โฮกกกกก!

บี่เอี๊ยนบ้าคลั่ง! มันกระโจนขึ้นไปบนอากาศก่อนที่จะไล่ตะครุบเหล่าผู้ฝึกยุทธ! สิ่งที่มันแตกต่างจากราชันย์ช้างก็คือบี่เอี๊ยนสามารถบินได้!

"ไม่มีทาง! สัตว์ขี่บินได้! "

ผู้ฝึกยุทธไม่มีแม้แต่เวลาจะมาตอบสนองอะไร เพียงแค่การโจมตีของบี่เอี๊ยนครั้งเดียวเท่านั้น กระดูกของพวกผู้ฝึกยุทธทั้งหลายก็ได้แหลกเป็นจุณ

บี่เอี๊ยนยังคงอาละวาดผ่านฝูงชนต่อไป ทหารและเหล่าผู้ฝึกยุทธที่ขาดผู้บัญชาการก็ไม่ต่างอะไรไปจากทหารแตกทัพ ท้ายที่สุดแล้วทหารกว่าหลายพันคนก็ได้แต่ถอยหนีด้วยความกลัวเท่านั้น

"หนีเร็ว! "

"มันไม่ได้รับผลกระทบจกาเวทมนตร์คาถา! เป็นไปได้ยังไงกัน?! "

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

บี่เอี๊ยนได้กวาดทหารมาทุกครั้งที่มันได้กวัดแกว่งกรงเล็บ ในตอนนี้บี่เอี๊ยนเริ่มดุร้ายมากกว่าเดิม

ถ้าหากศัตรูเป็นมนุษย์ ทหารทั้งหลายคงจะไม่หวาดกลัวกันมากขนาดนี้ ท้ายที่สุดแล้วมนุษย์คนหนึ่งก็ต้องมีขีดจำกัดอยู่ดี แต่ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดกำลังเผชิญหน้ากับสัตว์ร้าย ยิ่งไปกว่านั้นสัตว์ร้ายตัวนี้ดูเหมือนจะไม่รู้จักความเหนื่อยล้าอีกด้วย!

'คนพวกนี้ช่างน่าสมเพชจริงๆ ...' ลู่โจวได้ส่งสัญญาณให้บี่เอี๊ยนโจมตีเหล่าผู้ฝึกยุทธต่อไป "ข้าน่ะยังพอมีควาเมตตาอยู่บ้าง ปล่อยให้คนธรรมดาเหลือรอดซะ จัดการกับชาวยุทธทั้งหลาย! "

ฝานเชียว "??? "

ศิษย์ทั้งสองคน "??? "

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 104 ข้ายังพอมีเมตตาอยู่บ้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว