- หน้าแรก
- จ้างมาทำสปอตโฆษณา แต่ผมดันกำกับไททานิกจนดังพลุแตก
- บทที่ 1 ผมเคยเห็นแต่โฆษณานิยาย แล้วนี่จะให้ผมไปถ่ายโฆษณาเพชรเนี่ยนะ?
บทที่ 1 ผมเคยเห็นแต่โฆษณานิยาย แล้วนี่จะให้ผมไปถ่ายโฆษณาเพชรเนี่ยนะ?
บทที่ 1 ผมเคยเห็นแต่โฆษณานิยาย แล้วนี่จะให้ผมไปถ่ายโฆษณาเพชรเนี่ยนะ?
"รายได้ลดลง 31.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วงั้นเหรอ?"
"เดี๋ยวผมจะหาคนมาถ่ายโฆษณาเอง"
"ทางฝั่งคุณก็ต้องเร่งทำการตลาด ทั้งแคมเปญโปรโมต การรับสั่งทำแบบพิเศษ และการหาสปอนเซอร์สำหรับการถ่ายทำต้องตามให้ทัน มีความคืบหน้าอะไรให้รีบรายงานผมทันที"
น้ำเสียงทุ้มต่ำหนักแน่นของชายคนหนึ่งดังแว่วมา
เฉินเซียวลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย
เขาเห็นชายวัยกลางคนยืนหันหลังให้ ริมหน้าต่างและกำลังคุยโทรศัพท์อยู่
ที่นี่ที่ไหนกัน?
คนคนนี้คือใคร?
เฉินเซียวกะพริบตาถี่ๆ อาการวิงเวียนในหัวค่อยๆ ทุเลาลง
ความทรงจำระลอกหนึ่งหลั่งไหลเข้ามาในหัว
เขาทะลุมิติมางั้นเหรอ?!
เขากลายมาเป็นเด็กจบใหม่ในโลกคู่ขนาน
เจ้าของร่างเดิมไม่ใช่คนธรรมดาเลย
เขาเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในสาขาโฆษณา
มีผลการเรียนยอดเยี่ยมและเป็นบัณฑิตดีเด่นของมหาวิทยาลัย
ทันทีที่เรียนจบ เขาก็ได้เข้าทำงานในแผนกโฆษณาที่สำนักงานใหญ่ของเจียเหอไดมอนด์ บริษัทเพชรชั้นนำระดับประเทศ
เจียเหอไดมอนด์เริ่มต้นธุรกิจจากเพชร จึงเป็นที่มาของชื่อบริษัท แต่ในความเป็นจริง ธุรกิจของพวกเขายังครอบคลุมไปถึงทองคำและเครื่องประดับอัญมณีอื่นๆ ด้วย
ด้วยมูลค่าทางการตลาดที่สูงกว่าห้าหมื่นล้าน สถานะในประเทศของบริษัทนี้จึงเทียบชั้นได้กับโจวต้าฝูในโลกเดิมของเขาเลยทีเดียว
การได้เข้าทำงานในบริษัทนี้ทันทีที่เรียนจบ อนาคตของเขาย่อมสดใสอย่างไม่ต้องสงสัย
"ดีขึ้นหรือยัง? ยังหนุ่มยังแน่น ต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีนะ" ชายวัยกลางคนตรงหน้าวางสายโทรศัพท์ หันกลับมาและเอ่ยถามเฉินเซียว
เฉินเซียวค้นหาตัวตนของบุคคลนี้จากความทรงจำอย่างรวดเร็ว
ชายวัยกลางคนในชุดสูทคนนี้คือรองประธานบริษัท และเป็นเพื่อนร่วมรบเก่าของพ่อเขา
บ้าไปแล้ว?
รองประธานบริษัทหมื่นล้านคือคุณลุงของผมเนี่ยนะ?!
เดี๋ยวนี้เขานิยมให้การทะลุมิติเริ่มต้นด้วยโหมดนรกไม่ใช่เหรอ?
นี่เขาทะลุมิติมาอยู่ในครอบครัวที่มีเส้นสายงั้นสิ? นี่มันพลอตนิยายแนวสนองนี๊ดยุคเก่าชัดๆ!
เฉินเซียวสะบัดหัวไล่ความคิด "ประธานจาง ผมดีขึ้นมากแล้วครับ แค่น้ำตาลในเลือดตกนิดหน่อย มีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ?"
"ช่วงนี้บริษัทเรามีแผนจะถ่ายทำโฆษณา หัวหน้าหวังจากแผนกประชาสัมพันธ์ดันมาป่วยพอดี ฉันเลยตั้งใจจะให้เธอเป็นคนรับผิดชอบหลัก"
อะไรนะ? ถ่ายโฆษณา?
อย่างมากเขาก็แค่เคยดูโฆษณา แล้วจะให้เขาไปถ่ายโฆษณาเนี่ยนะ?
แถมปกติเวลาเล่นมือถือ นอกเหนือจากโฆษณาสามวินาทีที่เด้งขึ้นมาตอนอ่านนิยาย ใครเขาจะไปดูโฆษณาอื่นกัน?
ส่วนความทรงจำด้านการสร้างสรรค์โฆษณาของเจ้าของร่างเดิม ก็เหมือนกับกองหนังสือที่สุมอยู่ในหัว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะย่อยข้อมูลทั้งหมดในเวลาสั้นๆ
แล้วเขาจะทำยังไงดี?
ปฏิเสธ?
ผู้ใหญ่ใจดีมอบหมายงานที่ตรงกับสายที่เรียนมาให้ แล้วจะปฏิเสธงั้นเหรอ?
นั่นจะไม่ใช่การทุบหม้อข้าวตัวเองหรือไง? แถมยังเป็นหม้อข้าวที่มีมูลค่าเป็นร้อยๆ ล้านอีกต่างหาก
เขาปฏิเสธไม่ได้ เขาต้องหยั่งเชิงดูสถานการณ์ก่อน
เฉินเซียวข่มความกังวลในใจ ทำใจดีสู้เสือแล้วถามออกไป "ประธานจาง มีข้อกำหนดอะไรบ้างไหมครับ?"
"ไม่มีข้อกำหนดอะไร มีเป้าหมายเดียว คือขายเพชรของเราให้ได้"
ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง! โทรศัพท์ในมือของประธานจางดังขึ้นกะทันหัน
"รอเดี๋ยวนะ ฉันต้องรับสายนี้ก่อน" ประธานจางยิ้มแล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องรับรองไป
เฉินเซียวรู้สึกปวดขมับขึ้นมาจี๊ดๆ
เป้าหมายเดียวคือขายเพชร พูดแบบนี้ก็เหมือนไม่ได้พูดอะไรเลย
คุณย้ายผมที่เป็นเด็กสายศิลป์มาขายเพชรเนี่ยนะ? ให้ไปขโมยเพชรยังจะเข้าท่ากว่า!
แต่เขาจะตัดเส้นสายนี้ทิ้งไม่ได้
ทำไงดี? หรือจะต้องกลับไปนั่งย่อยความรู้เฉพาะทางในหัวจริงๆ?
หรือจะตั้งทีมขึ้นมาแล้วทำตัวเป็นหัวหน้าที่ไม่ยอมทำงาน? แต่ถึงจะเป็นหัวหน้าที่ไม่ทำงาน ก็ยังต้องเก่งเรื่องการตบตาคนอื่นอยู่ดี
ในขณะที่เฉินเซียวกำลังครุ่นคิดว่าจะหาทางออกอย่างไร เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัว
"ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี โฮสต์ทำการผูกมัดกับระบบราชาภาพยนตร์ที่แข็งแกร่งที่สุดเรียบร้อยแล้ว!"
เฉินเซียวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดีใจจนเนื้อเต้น
นี่สิถึงจะเป็นมาตรฐานของคนทะลุมิติ!
นิยายไม่ได้หลอกลวงเขาจริงๆ
ระบบภาพยนตร์ก็น่าจะถ่ายโฆษณาได้ใช่ไหม? ช่างมาได้ทันเวลาพอดี!
"ระบบ รีบแนะนำฟังก์ชันการใช้งานมาเลย" เขารีบพูดในใจ
หลังจากระบบอธิบายจบ เฉินเซียวก็เข้าใจวิธีใช้งานอย่างรวดเร็ว
ระบบราชาภาพยนตร์ที่แข็งแกร่งที่สุด สมชื่อจริงๆ มันสามารถช่วยเขาสร้างภาพยนตร์ ซีรีส์ โฆษณา รายการวาไรตี้ แอนิเมชัน และผลงานภาพและเสียงอื่นๆ เพื่อปั้นเขาให้กลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการภาพยนตร์!
โหมดการให้รางวัลแบ่งออกเป็นสองแบบ
แบบแรกคือการทำภารกิจให้สำเร็จแล้วรับรางวัล
แบบที่สองคือการสะสมแต้มอารมณ์ ซึ่งได้มาจากการกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนในระหว่างการถ่ายทำหรือหลังจากผลงานออกฉาย โดยอิงจากเนื้อหาของผลงานนั้นๆ
แต้มอารมณ์สามารถนำมาใช้อัปเกรดระบบ และยังใช้แลกเปลี่ยนไอเทมหรือสุ่มรางวัลในร้านค้าได้ ไม่ว่าจะเป็นบทละคร ทักษะความสามารถ และอื่นๆ อีกมากมาย
สุดยอด!
ก่อนที่ระบบจะโผล่มา สวรรค์เหมือนอยากจะกลั่นแกล้งให้เขาพินาศ
แต่พอระบบปรากฏตัว สวรรค์กำลังจะมอบภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ให้เขาต่างหาก!
ขั้นแรก เขาจะถ่ายโฆษณาเพชรที่บริษัทมอบหมาย สะสมชื่อเสียง ขยายเส้นสาย และรับรางวัลจากระบบไปในตัว
จากนั้น เขาจะอาศัยเครือข่ายและรางวัลจากระบบก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง
สมบูรณ์แบบ!
ในขณะที่เขากำลังวางแผนอยู่นั้น เสียงอันไร้ความรู้สึกของระบบก็ดังขึ้นในหัวอีกครั้ง
"เปิดใช้งานภารกิจ: สร้างซีรีส์หรือภาพยนตร์ให้เสร็จสมบูรณ์ เมื่อทำสำเร็จ จะได้รับทักษะการสร้างสรรค์ภาพยนตร์"
รอยยิ้มที่มุมปากของเฉินเซียวหุบลงทันที
เดี๋ยวก่อนนะ
ให้สร้างซีรีส์หรือภาพยนตร์ แล้วโฆษณาของเขาล่ะ?
ระบบนี้มันออกนอกเรื่องไปได้ยังไงเนี่ย?
เสียงของระบบดังขึ้นต่อเนื่อง:
"เปิดใช้งานแพ็กเกจของขวัญสำหรับมือใหม่!"
"ขอแสดงความยินดี คุณได้รับคูปองแลกเปลี่ยนผลงานภาพยนตร์หนึ่งใบ เมื่อทำการแลกเปลี่ยน คุณจะได้รับบทละคร เพลงประกอบ และอื่นๆ คำแนะนำ: ผลงานภาพยนตร์ทั้งหมดในร้านค้าเป็นผลงานที่ยังไม่เคยปรากฏในโลกคู่ขนานแห่งนี้ โปรดใช้งานได้อย่างสบายใจ"
"ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับทักษะ: เทคนิคการกำกับระดับปรมาจารย์"
มีคูปองแลกเปลี่ยนแค่ใบเดียว
ภารกิจของระบบคือการสร้างซีรีส์หรือภาพยนตร์ให้เสร็จ ถ้าเขาเอาคูปองไปแลกบทภาพยนตร์ แล้วโฆษณาเพชรตรงหน้าจะทำยังไง?
"ระบบ ฉันขอเปลี่ยนภารกิจเป็นการถ่ายโฆษณาแทนได้ไหม?" เฉินเซียวเอ่ยถามในใจ
"จำนวนคูปองรีเฟรชภารกิจคือ 0 ไม่สามารถเปลี่ยนภารกิจได้"
เฉินเซียวถอนหายใจเบาๆ
ปัญหาเรื่องโฆษณายังไม่ทันแก้ นี่ดันบอกให้เขาไปถ่ายภาพยนตร์อีก
ดูเหมือนว่าเขาคงจะผูกมัดกับระบบตัวซวยที่มองไม่เห็นเข้าให้แล้ว
เพิ่งจะพูดอยู่หยกๆ ว่าสวรรค์กำลังจะมอบภาระอันยิ่งใหญ่ให้ ตอนนี้กลับกำลังทดสอบความตั้งใจของเขาซะงั้น
สถานการณ์ตอนนี้คือลุงจางต้องการให้เขาถ่ายโฆษณา
ภารกิจของระบบคือการถ่ายภาพยนตร์ แต่ระบบกลับไม่ได้ให้เงินมาเลย
ต่อให้เป็นภาพยนตร์ทุนต่ำ ก็ยังต้องใช้เงินลงทุนมากกว่าหนึ่งล้านหยวน
ในฐานะเด็กจบใหม่ที่มีเงินเก็บแค่สามหมื่น เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะออกทุนสร้างภาพยนตร์เอง
ดูเหมือนเขาจะทำได้แค่คว้าโอกาสในการถ่ายโฆษณาครั้งนี้ แล้วใช้มันเพื่อสร้างภาพยนตร์แทน
จะเปลี่ยนโฆษณาให้เป็นภาพยนตร์ได้ยังไง?
เฉินเซียวจิบชาแล้วครุ่นคิดต่อไป
ถ้าเขาเสนอไปตรงๆ ว่าจะถ่ายภาพยนตร์ มีหวังโดนโยนออกนอกห้องแน่
พวกเขาไม่ใช่พ่อบังเกิดเกล้า การให้โอกาสเขาได้แสดงฝีมือก็ถือว่าดูแลกันมากพอแล้ว
เรื่องนี้คงต้องค่อยเป็นค่อยไป
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่างโฆษณากับภาพยนตร์ก็คือความยาว เขาจะเริ่มจากเสนอให้ถ่ายโฆษณาที่มีความยาวมากขึ้นก่อน
จากนั้นค่อยกลับไปเลือกบทภาพยนตร์
โดยใช้บทโฆษณาบังหน้า เขาจะนำมันไปเสนอให้ลุงจาง เพื่อล่อหลอกให้ท่านเพิ่มงบประมาณ
ดังนั้น กุญแจสำคัญจึงอยู่ที่ตัวบท
เฉินเซียวกำลังจะเข้าไปดูบทละครในร้านค้า แต่เขากลับได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นเสียก่อน
"ขอโทษที่ให้รอนาน" ประธานจางนั่งลงฝั่งตรงข้าม ส่งยิ้มให้อย่างสุภาพ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงใจดี "ว่าไง เสี่ยวเซียว เธอมีความกล้าพอที่จะลองดูไหม?"
เฉินเซียวพยักหน้า "ขอบคุณครับ ลุงจาง"
นี่คือความเมตตาจากผู้ใหญ่ เขาจึงเลือกใช้คำว่าลุงจาง แทนที่จะเรียกว่าประธานจาง
เฉินเซียวพูดต่อ "ช่วงนี้ราคาเพชรตกลง โฆษณาแบบแนะนำสินค้าทั่วไปคงไม่ดึงดูดใจเท่าไหร่ ผมคิดว่าเราควรเพิ่มความยาวของโฆษณา แล้วทำเป็นแนวเล่าเรื่องเพื่อสร้างคุณค่าและความหมายให้กับเพชรครับ"