เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 77 ผนึกกักขัง

ตอนที่ 77 ผนึกกักขัง

ตอนที่ 77 ผนึกกักขัง


ตอนที่ 77 ผนึกกักขัง

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ลู่โจวไม่ได้ตอบกลับหยวนเอ๋อไป เขาเพียงแต่โบกมือให้เท่านั้นก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องเพียงคนเดียว คนอื่นๆ ที่มากับเขาได้แต่รออยู่ด้านนอกไม่กล้าที่จะเดินตามไป

เหล่าผู้ฝึกยุทธหญิงทั้งหลายได้แต่คุกเข่าอยู่ที่หน้าประตูด้วยความกังเวล

ด้วนมู่เฉิง, ฝางซง, และโจวจี้เฟิง ทุกคนเองเดินทางมาเมื่อได้ยินเรื่องนี้

ด้วนมู่เฉิงได้ลากโซ่ที่ล่ามตัวเขาในขณะที่เดินมาด้วย แต่ถึงแม้ว่าจะถูกโซ่ล่ามเอาไว้แต่ความเร็วของเขาก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย ดูเหมือนว่าบาดแผลของด้วนมู่เฉิงจะหายเกือบสนิทแล้ว ด้วนมู่เฉิงที่มาถึงได้ถามถึงสถานการณ์ในทันที "ศิษย์น้องหญิงเป็นยังไง? "

หมิงซี่หยินส่ายหัวก่อนที่จะพูดออกมาอย่างกังวล "ดูเหมือนว่าเธอจะดูไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่"

ด้วนมู่เฉิงที่ได้ยินแบบนั้นได้ขมวดคิ้วและถามออกไปอีกครั้ง "ศิษย์น้องสี่ เกิดอะไรขึ้นกัน? " ด้วนมู่เฉิงอยากที่จะถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับลู่โจวและยี่เทียนซินกันแน่

ทันทีที่ด้วนมู่เฉิงพูดจบ ทุกๆ คนก็หันไปมองที่หมิงซี่หยิน

หมิงซี่หยินที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจก่อนที่จะพูดออกมา "ที่ข้ารู้ก็คือศิษย์น้องหญิงถูกจับกลับมาจากตรงแม่น้ำทางตอนใต้ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเธอก็อยู่บนหุบเขามาโดยตลอด" ลู่โจวไม่อยากที่จะเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับอาจารย์ของเขามากนัก หมิงซี่หยินรู้ดีว่าถ้าหากพูดมากเกินไปอาจจะทำให้เขาต้องถูกลงโทษได้

ฝางซงที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้พูดเสริมขึ้น "ที่แม่น้ำทางตอนใต้ของยุทธภพ...ที่นั่นเป็นอาณาเขตของสำนักหยุน สำนักเทียน และสำนักลั่ว"

เมื่อพูดถึงทั้งสามสำนัก ในตอนนั้นเองบรรยากาศตึงเครียดก็ได้เข้าปกคลุมสถานการณ์ที่คลุมเครือ

แต่หยวนเอ๋อที่ยังเป็นเด็กไม่ทันได้สังเกตบรรยากาศที่แปลกไป เธอได้พูดออกมาอย่างสับสน "ศิษย์พี่สี่ แล้วมันเกี่ยวกับศิษย์พี่หญิงยังไงกัน ข้าไม่เข้าใจเลย..."

หมิงซี่หยินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สงบเสงี่ยม "ดินแดนทางใต้ทั้งหมดน่ะเป็นขององค์ราชา เมื่อหลายปีก่อนมีชนเผ่าอื่นๆ อาศัยอยู่กับแม่น้ำแห่งสวรรค์สายนั้น ชนเผ่าพวกนั้นได้ต่อสู้กับเหล่าชาวยุทธมาโดยตลอดจนท่านอาจารย์ได้พาศิษย์น้องหญิงกลับมาจาก ในตอนนั้นเองหมู่บ้านปลามังกรสวรรค์ก็ได้หายสาบสูญไป"

ด้วนมู่เฉิงที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้แต่ขมวดคิ้ว "ถ้าหากเป็นแบบนี้ก็หมายความว่าท่านอาจารย์..."

หมิงซี่หยินเริ่มพูดแทรกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว "ชู่วว! "

ทันทีที่หมิงซี่หยินพยายามที่จะปิดปากด้วนมู่เฉิง ในตอนนั้นเสียงก็ได้ดังขึ้นมาจากภายในห้อง "เจ้าน่ะพูดพอรึยัง? "

ด้วนมู่เฉิงและหมิงซี่หยินหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ 'พวกเราต้องตายแน่'

"ตบหน้าตัวเอง 30 ครั้งและไปไตร่ตรองความผิดของตัวเองในถ้ำแห่งเงาสาท้อนสามวันซะ" ลู่โจวได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ฟังดูหนักแน่นและเบาบางจนเกินไป

ด้วนมู่เฉิงและหมิงซี่หยินรู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้แต่ถึงแบบนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็ไม่หลั่งน้ำตาออกมา

หมิงซี่หยินได้แต่มองไปยังด้วนมู่เฉิง

คนอื่นๆ ที่อยู่ในตอนนี้ไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมา พวกเขาทั้งหลายไม่แม้แต่จะส่งเสียงหายใจออกมาดังๆ

ด้วนมู่เฉิงและหมิงซี่หยินทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับความผิด "พวกเราขอรับการลงโทษแต่โดยดี"

โจวจี้เฟิงและฝางซงที่เคยรู้สึกภาคภูมิใจและโอ้อวดตัวเองมาโดยตลอดแต่เมื่อมาอยู่ในหุบเขาทองแห่งนี้พวกเขาทั้งสองก็ไม่สามารถทำแบบเดิมได้อีกต่อไป พวกเขาทั้งสองทำได้เพียงอ่อนน้อมถ่อมตนให้ได้มากที่สุด การยื่นจมูกเข้าไปยุ่งกับเรื่องไม่เป็นเรื่องมันคงจะมีผลที่ไม่ดีตามมาอย่างแน่นอน

ภายในห้องพักแห่งหนึ่ง

ยี่เทียนซินได้ฟื้นขึ้นมาหลังจากที่ออกจากถ้ำแห่งเงาสะท้อนมาได้ และเพราะว่าเธอไม่สามารถใช้วรยุทธได้ทำให้ตัวเธอเองไม่สามารถรักษาบาดแผลที่ตัวเองมี แต่ถึงแบบนั้นเธอก็สามารถอดทนจนมาถึงตอนนี้ได้ ยี่เทียนซินได้ลืมตาตื่นขึ้นมา เธอพบว่าที่ที่เธออยู่ดูสว่างแปลกไป ทันทีที่เธอสังเกตเห็นลู่โจวเธอก็รีบหดตัวของตัวเองถอยกลับไปในทันที

เมื่อเห็นแบบนี้ลู่โจวก็ถึงกับพูดไม่ออก ในบรรดาศิษย์ทั้งเก้าคนมีเพียงหยวนเอ๋อศิษย์คนสุดท้องเท่านั้นที่ไม่ได้รู้สึกกลัวตัวเขา

"ทะ...ท่านอาจารย์? " ยี่เทียนซินร้องออกมาอย่างแตกตื่น เธอไม่อยากที่จะเชื่อในสิ่งที่ได้เห็นเท่าไหร่ เธอไม่คิดว่าอาจารย์ของเธอคนนี้จะพาเธอมาส่งในห้องพักแบบนี้ได้

สีหน้าของลู่โจวในตอนนี้ยังดูเย็นชาเช่นเดิม เขาที่ได้ยินเสียงยี่เทียนซินได้พูดขึ้นอย่างไร้เยื่อใย "ข้าไม่มีศิษย์แบบเจ้า"

ที่ยี่เทียนซินพูดแบบนั้นกับลู่โจวออกไปเป็นเพราะสัญชาตญาณ หลังจากที่เธอได้ยินลู่โจวพูดแบบนั้นแล้วเธอก็รู้ตัวแล้วว่าเธอได้พูดผิดไป "ข้าน่ะสมควรแล้วที่จะอยู่ในสภาพแบบนี้"

"ใช่ เจ้าน่ะสมควรแล้ว" ลู่โจวตอบกลับ

"..."

ยี่เทียนซินถึงกับพูดไม่ออก เธอไม่รู้เลยว่าจะโต้ตอบรับมือกับลู่โจวยังไง เธอไม่กล้าที่จะใช้ภาษาที่หยาบคายกับอาจารย์คนนี้ เธอกลัวว่าเธอจะลากเหล่าลูกน้องทั้งหลายที่มาจากวังจันทรามาซวยเพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำ

ในห้องนั้นเองได้เงียบไปชั่วขณะ

เมื่อยี่เทียนซินพยายามทบทวนความคิด เธอก็จำสิ่งที่หมิงซี่หยินศิษย์พี่ของเธอได้พูดเอาไว้ภายในถ้ำได้ และเพราะแบบนั้นเธอที่มีเรื่องเคลือบแคลงใจก็ได้ถามขึ้น "ท่านน่ะกวาดล้างหมู่บ้านปลามังกรสวรรค์ทั้งหมดไป แล้วทำไมท่านถึงไม่ฆ่าข้าไปด้วย? " น้ำเสียงของยี่เทียนซินสั่นเครือไปด้วยความโกรธ

ลู่โจวรู้สึกงุนงงเมื่อได้ยินแบบนั้น ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องในครั้งนั้นเลย ในตอนที่ลู่โจวได้ฟังน้ำเสียงยี่เทียนซิน เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเธอกำลังใส่อารมณ์มามากแค่ไหน นอกเหนือจากนั้นเองความเกลียดชังที่เธอมีก็ได้เพิ่มขึ้นมาจาก 40% เล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเธอคงจะรู้สึกเกลียดชังที่ครั้งหนึ่งลู่โจวเป็นคนทำลายหมู่บ้านของเธอไป ลู่โจวเองก็ไม่มั่นใจเลยว่าเพราะอะไรจีเทียนเด๋าถึงทำแบบนั้น ตัวเขาอยู่ในเบื้องหลังไหม แต่จากความทรงจำอื่นๆ ที่ลู่โจวมี จีเทียนเด๋าไม่ใช่คนที่จะเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ แม้ว่าเขาจะเป็นถึงปรมาจารย์มหาวายร้ายแต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่เคยคิดที่จะใช้ความรุนแรงแบบนั้น เขามักจะใช้ความโหดร้ายและความเข้มงวดไปกับการสั่งสอนลูกศิษย์เท่านั้น

ลู่โจวถอนหายใจออกมา ภาพความทรงจำที่ขาดไปของตัวเขาได้สร้างปัญหาขึ้น 'ทำไมฉันถึงจำไม่ได้กัน? นี่เป็นผลของการย้ายร่างอย่างงั้นหรอ? ' ลู่โจวคิดไปก็ไม่ได้คำตอบอะไร ในตอนนั้นเองเขาก็ได้เอ่ยปากถามยี่เทียนซินออกไป "เจ้าเห็นข้าทำลายหมู่บ้านอย่างงั้นหรอ? "

ยี่เทียนซินตกตะลึงเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนั้น เธอถึงกับทำตัวไม่ถูก "ไม่เห็นแต่ก็เหมือนเห็นนั่นแหละ"

ลู่โจวที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้ส่ายหัวก่อนจะพูดออกมา "พวกเจ้าทั้งเก้าน่าจะเป็นคนที่รู้จักตัวข้าดีที่สุดแล้วไม่ใช่หรอ ข้าน่ะเคยมีความลับกับพวกเจ้าด้วยหรือไงกัน? "

ยี่เทียนซินที่ได้ฟังแบบนั้นถึงกับพูดไม่ออก

แน่นอนว่าจีเทียนเด๋าครั้งหนึ่งเคยเป็นปรมาจารย์มหาวายร้ายเหมือนกับที่ทุกคนรู้จัก เป็นชายที่ผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของบัญชีดำเหมือนกับที่ทุกคนรู้ เขาที่เป็นถึงแบบนั้นจะไปปกปิดซ่อนการกระทำอะไรเอาไว้ได้กัน?

"ยี่เทียนซิน" ลู่โจวได้ส่งเสียงเรียกออกมาเบาๆ เมื่อยี่เทียนซินได้ยินแบบนั้นร่างกายของเธอก็สั่นไปทั้งตัว "ถ้าหากเจ้าคิดแบบนั้นก็ตามใจเจ้า..." ลู่โจวไม่ได้พูดจนจบ เขาได้ปล่อยให้ยี่เทียนซินจินตนาการถึงคำพูดต่อไปอย่างลำพัง

ความหมายของสิ่งที่ลู่โจวพูดออกมานั้นชัดเจน เขาไม่ใช่จีเทียนเด๋าคนเดิม คนที่โลกรู้จักอีกต่อไป แม้ว่าตัวเขาจะเป็นคนใจเย็นมากแค่ไหน แต่ถึงแบบนั้นเขาก็จะไม่ยอมให้ใครก็แล้วแต่มาใส่ร้ายตัวเขาได้

"ติ้ง! สั่งสอนยี่เทียนซินสำเร็จ ได้รับแต้มบุญ 100"

ลู่โจวได้สะบัดแขนเสื้อขึ้นก่อนที่จะเดินหันหลังและจากยี่เทียนซินไป ตัวเขาที่รู้ตัวตนที่แท้จริงของยี่เทียนซินไม่ได้กดดันเธอในเรื่องนี้

ยี่เทียนซินที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ตกตะลึง ในตอนนั้นเองเธอได้ยินเสียงของเหล่าสาวกชาวยุทธหญิงที่มาจากวังจันทราถอนหายใจกันอย่างโล่งอก

โชคดีที่ลู่โจวไม่ได้คิดที่จะทำอะไรพวกเธอ เขาที่ออกจากห้องพักไปได้กลับไปยังศาลาปีศาจลอยฟ้าในทันที

หยวนเอ๋อเองที่เดินตามมาโดยตลอดก็ได้แต่สั่นไปทั้งตัว เธอไม่กล้าที่แม้แต่จะพูดอะไรออกไป แต่หลังจากที่เธอกลับไปยังศาลาปีศาจลอยฟ้าอีกครั้ง เธอก็รีบนำน้ำชารินใส่แก้วก่อนที่จะมอบให้กับลู่โจว "ท่านอาจารย์อย่าได้โกรธไปเลยนะคะ ถ้าหากพวกเราไม่มีทางเลือกจริงๆ ศิษย์จะเป็นคนลงโทษคนทรยศคนนั้นเอง"

ลู่โจวไม่ได้รู้สึกโกรธอะไร ตรงกันข้ามกันเขากับสงบเช่นเคย ตัวเขาในตอนนี้รู้สึกร่าเริงด้วยซ้ำไป อย่างน้อยๆ ตัวเขาก็พอจะรู้ข้อมูลบางอย่างมา "หยวนเอ๋อส่งคำพูดข้าให้กับเจียงอาเฉียนที"

หยวนเอ๋อที่ได้ยินได้พยักหน้าก่อนที่จะตอบกลับไป "ศิษย์จะเป็นคนเขียนเองค่ะ"

"บอกให้เขาสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องในหมู่บ้านปลามังกรสวรรค์ บอกเจ้านั่นให้ทำงานให้เร็วที่สุด" ลู่โจวพูดก่อนที่จะเดินกลับไปยังห้องลับของศาลาปีศาจลอยฟ้า

ในตอนแรกลู่โจววางแผนที่จะอ่านเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ของเขาต่อไป แต่ถึงแบบนั้นเมื่อตัวเขานึกถึงวรยุทธระดับมหาราชครูที่สามารถทะลวงเส้นพลังลมปราณทั้งแปดได้ตัวเขาก็รู้สึกได้ถึงความย้อนแย้งอะไรบางอย่าง เขาไม่คิดว่าด้วยพลังร่างอวตารที่เขามีในตอนนี้จะทำให้วรยุทธของเขาไปถึงขั้นนั้นได้ ลู่โจวคิดว่าคงจะดีกว่านี้ถ้าหากเขาสามารถซื้อพลังร่างอวตารขั้นถัดไปได้ ถ้าหากทำแบบนั้นพลังวรยุทธที่เคยมีก็จะสามารถกู้คืนกลับมา ตัวเขาเองจะมีวรยุทธที่แข็งแกร่งไปด้วย เหล่าผู้ฝึกยุทธมากมายในโลกของยุทธภพต่างก็พยายามฝึกฝนตัวเองเพื่อให้ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดที่ตัวเองเจอ แต่ผู้คนส่วนมากไม่สามารถทำได้ ลู่โจวเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำลายขีดจำกัดลงอย่างง่ายดายโดยการใช้แต้มบุญ

แต่ถึงวิธีการที่เป็นเหมือนทางลัดจะง่ายแสนง่ายแต่ในตอนนี้ตัวเขาก็มีแต้มบุญไม่เพียงพออยู่ดี

"แต้มบุญ 210 แต้ม"

'แต้มบุญแค่นี้ฉันจะเอาไปทำอะไรได้กัน? '

"จับฉลากนำโชค"

"ติ้ง! คุณได้ใช้ 50 แต้มบุญ คุณได้รับผนึกกักขังx3"

"ผนึกกักขัง: มีโอกาส 30% ที่จะสามารถตรึงร่างของเป้าหมายเอาไว้ได้"

ลู่โจวถึงกับตาสว่างขึ้นทันที ดูเหมือนว่าวันนี้ระบบนี่จะเข้าข้างตัวเขาเข้าสักที ในที่สุดตัวเขาก็โชคดี

"จับฉลากนำโชค"

"ติ้ง! คุณได้ใช้ 50 แต้มบุญ คุณได้รับค่าความโชคดี 1 แต้ม"

อย่างที่คิดไว้ ความรู้สึกแย่ๆ ได้กลับเข้ามาหาลู่โจวอีกครั้ง

ลู่โจวยังคงไม่ยอมแพ้แค่นั้น ตัวเขาได้จับฉลากนำโชคติดต่อกันถึง 3 ครั้ง ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่เขาได้ก็มีเพียงรางวัลปลอบใจเท่านั้น ในตอนนี้ตัวเขาเหลือแต้มบุญ 10 แต้มกับค่าความโชคดีเพียง 3 แต้มเท่านั้น 'พอกันที ฉันไม่เหลืออะไรแล้วสินะ'

ลุ่โจวหันไปดูผนึกกักขังที่เขาเพิ่งจะได้รับมา "มีโอกาส 30% อย่างงั้นหรอ มันไม่ต่ำไปหน่อยหรอยังไงกัน? " ลู่โจวในตอนนี้กำลังจินตนาการถึงภาพอันน่าอับอาย ภาพที่ปรมาจารย์มหาวายร้ายชื่อดังของโลกที่ใครๆ ต่างก็เกรงกลัวได้จับเป้าหมายพลาดไป ภาพแบบนั้นคงมีแต่จะทำให้ตัวเขาขายหน้าจริงๆ

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 77 ผนึกกักขัง

คัดลอกลิงก์แล้ว