เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 73 พัฒนาวรยุทธ (1)

ตอนที่ 73 พัฒนาวรยุทธ (1)

ตอนที่ 73 พัฒนาวรยุทธ (1)


ตอนที่ 73 พัฒนาวรยุทธ (1)

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

เจียงอาเฉียนตื่นตกใจ เขาได้แต่มองไปยังลู่โจวอย่างตกตะลึง ขาของเขาในตอนนี้อ่อนแรงจนเกินไป ความรู้สึกผิดหวังลึกๆ ในใจของเขากำลังทำให้ตัวของเขาสั่นไปทั้งตัว หลังจากนั้นไม่นานเจียงอาเฉียนก็พยายามหัวเราะกลบเกลื่อนออกมา "ท่านผู้อาวุโสจี ท่านกำลังพูดถึงอะไรกัน? ท่านกำลังล้อเล่นอยู่อย่างงั้นหรอ? "

ลู่โจวที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้เดินก้าวเท้าไปอย่า่งช้าๆ ก่อนที่จะอธิบายทุกอย่างออกมา "เจ้าน่ะมาจากพระราชวัง" น้ำเสียงที่เจียงอาเฉียนใช้ตอบโต้ลู่โจวทำให้ตัวเขารู้สึกมั่นใจในความจริงนี้มากขึ้น

หัวใจของเจียงอาเฉียนกำลังเต้นอย่างไม่เป็นจังหวะ ตัวเขาพยายามที่จะฝืนยิ้มก่อนที่จะพูดออกมาต่อ "มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน..."

ลู่โจวที่ได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป

เจียงอาเฉียนเป็นคนที่ฉลาดและไหวพริบดี ดังนั้นการจะพูดคุยหลอกความจริงกับชายคนนี้คงจะเป็นอะไรที่เสียเวลาเปล่า เจียงอาเฉียนรู้แผนการของเหล่านักบวชจากวิหารแห่งความว่างเปล่าอยู่ก่อนแล้ว ที่สำคัญที่สุดในตอนที่กำลังเดินทางออกจากเมือง เขาคนนี้ก็เป็นคนอาสาขอขึ้นรถม้าด้วยตัวเอง และเขาคนนี้เองยังบอกอีกว่ามีคนจากพระราชวังคอยติดตามลู่โจวอยู่ ในที่แห่งนี้ไม่มีใครที่จะดูน่าสงสัยไปกว่าเจียงอาเฉียนอีกแล้ว คนที่รู้ดีทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นในพิธีศักดิ์สิทธิ์ ทั้งเรื่องของคนจากพระราชวัง

ลู่โจวได้ส่งหมิงซี่หยินขึ้นหลังของวิซซาร์ดที่อยู่ด้านหลังของเขาไป คนจากพระราชวังคนนั้นยังอยู่ที่นี่ที่ที่ลู่โจวอยู่ แต่คนคนนั้นจะต้องไม่กล้าทำอะไรแน่เพราะว่าสถานะที่แท้จริงของลู่โจวถูกเปิดเผยแล้วนั่นเอง คนจากพระราชวังจะต้องรู้แล้วว่าผู้หญิงที่อยู่กับลู่โจวอีกคนเป็นจ้าวยู่ ที่สำคัญที่สุดในตอนที่เจียงอาเฉียนรู้ความจริงว่าตัวเขาเป็นปรมาจารย์มหาวายร้าย เจียงอาเฉียนได้แสดงอาการสับสนออกมา แผนการที่เขาได้วางเอาไว้จึงถูกขัดขวางไปซะก่อน และเพราะแบบนั้นตัวเขาก็เริ่มแสดงอาการตื่นตกใจออกมามากขึ้น สัญญาณทั้งหมดนี้ทำให้ลู่โจวสันนิษฐานได้ว่าเจียงอาเฉียนนั่นแหละคือคนที่มาจากพระราชวังอีกคน

"ข้าน่ะเป็นคนตรงไปตรงมาและคำพูดของข้าเองก็ตรงไปตรงมาตามนิสัยของข้าเช่นกัน...เจ้าน่ะมีมันสมองที่ชาญฉลาดอยู่ อย่างเจ้าจะต้องรู้แน่ว่าข้าหมายถึงอะไร" ลู่โจวพูดออกมาอย่างเยือกเย็น

เจียงอาเฉียนยังคงปิดปากเงียบ ความเงียบของเขาที่แสดงออกมาคล้ายกับการยอมรับเป็นนัยๆ หลักฐานทั้งหมดมัดตัวเขาไว้แล้ว เจียงอาเฉียนที่แพ้อย่างหมดรูปไม่มีโอกาสที่จะได้แก้ตัวเลย "ท่านน่ะเป็นคนที่ฉลาดมากท่านผู้อาวุโสจี"

ลู่โจวยังคงยืนตรงพร้อมกับเอามือไขว้หลังเช่นเคย ตัวเขาในตอนนี้ยังคงนิ่งเงียบ

เจียงอาเฉียนได้พูดต่อไป "แต่ท่านน่ะพูดถูกเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นท่านผู้อาวุโส...แม้ว่าข้าน่ะมาจากพระราชวังก็จริง แต่นั่นน่ะก็เป็นเพียงอดีตไปแล้ว ข้าน่ะออกมาจากที่นั่นมาเป็นเวลานานแล้วไงล่ะ ในที่อย่างพระราชวังมันเต็มไปด้วยแผนการร้ายรวมไปถึงผู้คนที่เห็นแก่ได้ ที่แบบนั้นน่ะไม่อาจทำให้ชีวิตของข้ามีชีวิตชีวาขึ้นมาได้" เจียงอาเฉียนได้ถอนหายใจระหว่างพูดก่อนที่พูดด้วยสีหน้าที่จริงจังต่อไป "ผู้คนจากพระราชวังทั้งหลายจะต้องต่อสู้ตลอดเวลาไปกับความหลอกลวง...ท่านผู้อาวุโส ท่านเชื่อเรื่องที่ข้าบอกไหมล่ะ? " เจียงอาเฉียนไม่คิดว่าลู่โจวจะเชื่อคำพูดที่คล้ายกับคำแก้ตัวแบบนี้

"ข้าน่ะคิดเองได้" ลู่โจวตอบกลับไปอย่างคลุมเครือ

เจียงอาเฉียนได้แต่ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้เมื่อได้ยินแบบนั้น หลังจากที่ส่ายหัวเขาก็ได้พูดต่อไป "สำหรับตัวข้าเอง ข้าคิดมาเสมอว่าโลกภายนอกน่ะเหมาะกับตัวข้ามากกว่า โลกที่เป็นอิสระไร้ซึ่งพันธะ ข้าอยากที่จะหาเวลาดื่มกับท่านจริงๆ ท่านผู้อาวุโส เมื่อถึงเวลานั้นข้าจะเล่าเรื่องทุกอย่างในพระราชวังให้ฟังเอง"

คำพูดของเจียงอาเฉียนมีเหตุผลอยู่ ถ้าหากเจียงอาเฉียนยังคงอยู่ในพระราชวังต่อไป ด้วยมันสมองอันเจ้าเล่ห์รวมไปถึงวรยุทธที่ตัวเขามีการที่จะขึ้นมามีตำแหน่งได้ก็คงจะไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม

หลังจากนั้นไม่นานเจียงอาเฉียนก็ได้พูดต่อไปด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย "แต่อนิจจา มันสายเกินไปสำหรับมิตรสหายของข้าบางคน เพื่อนของข้ากว่าจะคิดออกจากพระราชวังได้ก็สายไปซะแล้ว บางคนถึงกับต้องเสียชีวิตเพราะเรื่องนี้"

ลู่โจวที่ได้ฟังอยู่เงียบๆ

สิ่งที่เจียงอาเฉียนพูดคือเรื่องจริง มนุษย์ที่อยู่ในที่ที่เต็มไปด้วยอำนาจอย่างพระราชวังมักจะต้องต่อสู้เอาตัวรอดตลอดเวลา มันซับซ้อนกว่าการใช้ชีวิตในโลกภายนอกที่มีทั้งอิสระและมิตรสหายที่จริงใจ เจียงอาเฉียนที่นึกถึงความหลังได้พูดออกมาอย่างกังวล "ท่านผู้อาวุโส ท่านรู้ตัวตนของข้าแล้ว...พวกเราพอจะยกเลิกข้อตกลงก่อนหน้านี้จะได้ไหม? "

เจียงอาเฉียนเป็นคนที่รักชีวิตของตัวเองมาก ตัวเขาที่ต้องการรักษาชีวิตไว้ได้รวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อถามคำถามนี้ออกมา ตัวเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าลู่โจวจะโกรธจนหันกลับมาโจมตีตัวเขาไหม

ลู่โจวที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายหัวก่อนจะตอบกลับมาอย่างไม่แยแส "เจ้าก็ลองดูสิ"

"..."

เจียงอาเฉียนถึงกับพูดไม่ออก 'ในเมื่อลงเรือรำเดียวกันแล้วก็คงจะออกไปไม่ได้ง่ายๆ งั้นสินะ' หลังจากที่คิดได้แบบนั้นเขาก็พูดต่อไป "ข้าจะปลอดภัยไหมถ้าหากมีคนรู้เรื่องนี้เข้า? "

ลู่โจวได้ตอบกลับในทันที "ข้าไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก" หลังจากที่ตอบกลับไปลู่โจวก็ได้แต่คิดอะไรบางอย่างอยู่ภายในใจ 'ฉันไม่คิดว่าจะต้องมากังวลอะไรกับความปลอดภัยของเจ้านี่เลย เจียงอาเฉียนน่ะยังไงซะก็เป็นชายที่รักชีวิตเหนือสิ่งอื่นใดอยู่แล้ว เพราะแบบนั้นเขาจะต้องหาตัวรอดได้แน่'

ลู่โจวได้หันไปหาเจียงอาเฉียนก่อนจะพูดออกมาอีกครั้ง "ตราบใดที่เจ้าไม่เข้ามาขัดขวางศาลาปีศาจลอยฟ้าของข้า ข้าก็จะไม่ขัดขวางสิ่งที่เจ้าทำเช่นกัน" ลู่โจวได้หยุดพูดไปพักหนึ่งก่อนที่จะพูดเสริมออกมาอีกครั้ง "ตั้งแต่ที่เจ้าออกมาจากพระราชวังมา ข้าก็มั่นใจว่าเจ้าน่ะจะเข้าใจงานที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าของข้าทำดี"

เจียงอาเฉียนได้พยักหน้าตอบรับพร้อมกับถอนหายใจ "ดี...แล้วเรื่องดาบที่พวกเราเคยคุยกันไว้ล่ะท่านผู้อาวุโส..."

"ข้าจะมอบให้กับเจ้าเอง"

เจียงอาเฉียนที่ได้ฟังแบบนั้นได้กอดดาบของตัวเองเอาไว้ก่อนที่จะพูดออกมา "ได้ งั้นตกลงตามนี้! "

ลู่โจวเองพยักหน้าด้วยความพึงพอใจเช่นกัน ตัวเขาได้สะบัดแขนเสื้อก่อนที่จะหันไปทางสัตว์ขี่ของเขา ในตอนนี้บี่เอี๊ยนได้มารอลู่โจวอยู่ก่อนแล้ว ก่อนที่ลู่โจวจะกระโดดขึ้นหลังของมันไปเขาก็ได้พูดทิ้งท้ายเอาไว้ "ข้าไม่สนใจเรื่องแผนการของทางพระราชวังหรอกนะ ขอแค่พระราชวังไม่ลากพวกเราศาลาปีศาจลอยฟ้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ข้าเองก็จะไม่คิดว่าพวกเราเป็นศัตรูกัน"

หยวนเอ๋อแลบลิ้นใส่เจียงอาเฉียนก่อนที่จะวิ่งไปขึ้นหลังของบี่เอี๊ยนตามลู่โจว

เจียงอาเฉียนได้แต่จ้องมองพวกเขาทั้งสองคนโดยที่ไม่ได้พูดอะไร บี่เอี๊ยนค่อยๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนที่จะหายไปในอากาศ ลู่โจวในตอนนี้กำลังมุ่งหน้ากลับศาลาปีศาจลอยฟ้า

ทันทีที่ลู่โจวจากไป เจียงอาเฉียนก็ทรุดตัวลงไปกับพื้น เขาแปลกใจที่ปรมาจารย์มหาวายร้ายคนนั้นไม่ได้กดดันตัวเขาให้พูดเรื่องพระราชวังออกมาเลย แต่ถึงจะสงสัยแต่นี่ก็นับว่าเป็นเรื่องดี ท้ายที่สุดแล้วการเป็นศัตรูกับทางพระราชวังเองตัวเขาก็มีแต่จะเสียมากกว่าได้

ระหว่างที่ขี่บี่เอี๊ยนพุ่งทะยานไปในท้องฟ้า ลู่โจวก็ได้เปิดเมนูระบบขึ้นมา ตัวเขาคิดจะใช้แต้มบุญกว่า 5,000 แต้มอีกครั้งแล้ว แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังลังเลอยู่ หลังจากนั้นเขาก็นึกถึงเจียงอาเฉียน คนอย่างชายคนนี้เหมาะที่จะร่วมมือด้วยเท่านั้น เขาคนนี้ไม่เหมาะที่จะมาเป็นคนของลู่โจว

หยวนเอ๋อที่เกาะหลังของลู่โจวอยู่ได้เอ่ยปากถามออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา "ท่านอาจารย์ พวกเราจะไม่ไปที่เมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์อย่างงั้นหรอคะ? "

ลู่โจวที่ได้ฟังแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าหยวนเอ๋อต้องการอะไร "หยวนเอ๋อ เจ้าน่ะจะเอาแต่เล่นอย่างเดียวเลยอย่างงั้นสินะ"

หยวนเอ๋อที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้ทำหน้ามุ่ยก่อนจะพูดออกมา "ท่านอาจารย์ พวกเราเชื่อใจเจียงอาเฉียนไม่ได้หรอกนะคะ"

"ข้ารู้ดี"

หยวนเอ๋อที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้ถามต่อไป "ชายคนนั้นทำงานให้กับพระราชวัง ทำไมท่านถึงเลือกให้ชายคนนั้นคอยหาข้อมูลให้กับพวกเรากัน? "

"พอได้แล้วหยวนเอ๋อ" ลู่โจวได้ใช้มือของเขาเคาะไปที่หัวของหยวนเอ๋อ ตัวเขารู้สึกดีใจที่ลูกศิษย์ตัวน้อยคนนี้คิดถึงเรื่องแบบนี้ได้ ในตอนนี้เธอดีกว่าสมัยก่อนมาก

ในขณะเดียวกันที่หุบเขาพยัคฆ์

คนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ไม่ใช่ราชาปีศาจซู่ฮ่องกง ฉายาชื่อของชายคนนี้มีไว้เพื่อข่มขวัญผู้ที่ได้ยินเท่านั้น คนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ในตอนนี้คือสีวู่หยา เขาเป็นหัวหน้าลัทธิแห่งความมืด

"ศิษย์พี่เจ็ด ศิษย์พี่เจ็ดมักจะมีแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ครอบคลุมอยู่ทั่วทั้งยุทธภพอยู่เสมอ ศิษย์พี่ไม่คิดว่ามันแปลกอย่างงั้นหรอ เรื่องในพิธีศักดิ์สิทธิ์นั่นน่ะ? กงซุน นักบวชผู้มาจากวิหารแห่งความว่างเปล่าคนนั้นมีพลังร่างอวตารที่ทรงพลังเทียบเท่าได้กับร่างอวตารทั้งสี่แห่งร้อยวิถี ชายคนนั้นมีวรยุทธระดับมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ ด้วยวรยุทธที่ชายคนนั้นมีไม่ได้ทำให้เขาพาจ้าวยู่ออกมาจากชาวยุทธฝ่ายธรรมะและฝ่ายอธรรมที่ร่วมชุมนุมได้ยังไงกัน? ข้าคิดว่าเรื่องแบบนี้มันไม่น่าที่จะเป็นไปได้เลยนะศิษย์พี่" ซู่ฮ่องกงพูดขึ้น

สีวู่หยาที่ได้ฟังแบบนั้นตอบกลับไปอย่างเฉยเมย "ที่กงซุนพาจ้าวยู่ออกมาไม่ได้เป็นเพราะเขาถูกนักบวชผู้อาวุโสสังหารไปยังไงล่ะ"

"สังหาร? กงซุนตายแล้วอย่างงั้นหรอ? เป็นไปได้ยังไงกัน! " ซู่ฮ่องกงอุทานออกมาด้วยความตกใจ

"แหล่งข่าวของข้าน่ะเชื่อถือได้เสมอ ในพิธีศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนักบวชหัวโล้นจากวิหารแห่งความว่างเปล่าได้ใช้พลังบทสวดมนตร์จากพระสูตรแห่งพราหมณ์โจมตีชาวยุทธผู้มาเข้าร่วมชุมนุมไป แหล่งข่าวที่ข้าได้ยินมาได้บอกเอาไว้ว่ามีชายคนหนึ่งสามารถต้านทานพลังนั้นได้ ไม่ผิดแน่ คงจะมีเพียงนักบวชผู้อาวุโสจากนิกายพุทธเท่านั้นที่สามารถทนทานพลังบทสวดมนตร์และใช้ฝ่ามือวัชระอันทรงพลังได้! "

"แต่ถึงแบบนั้นการที่กงซุนเนี่ยถูกสังหารตายจากพวกเดียวกันก็น่าสงสัยอยู่ดี" ซู่ฮ่องกงที่พูดเสร็จก็ได้แต่เกาหัว

ในขณะที่ทั้งคู่กำลังพูดคุยปรึกษากัน ผู้ฝึกยุทธคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาก่อนที่จะคุกเข่าลง "รายงานท่านหัวหน้าลัทธิ ดาบปีศาจเฉินเหวินเจี๋ยถูกสังหารโดยดาบปีศาจแล้วครับ"

"อย่างงั้นสินะ" สีวู่หยาดูไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก แต่ซู่ฮ่องกงที่ได้ยินข่าวใหม่ตกตะลึงไปในทันที

"ยังมีอีกเรื่องครับท่านหัวหน้า"

"พูดมาสิ"

"เรนบู้ผิง เจ้าสำนักวิหารปีศาจได้ออกมาจากการเก็บตัวแล้วครับ! "

สีวู่หยาที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้ยืนขึ้นในทันที "วรยุทธของเขาล่ะ? "

"ข้าไม่อาจรู้ได้"

"วิหารปีศาจมีความเคลื่อนไหวอะไรไหม? "

"ตอนนี้ยังไม่มีครับ"

"ถ้าหากเจ้าพวกนั้นมีความเคลื่อนไหวอะไร รีบแจ้งข้าในทันที"

"ข้าเข้าใจแล้ว! "

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 73 พัฒนาวรยุทธ (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว