เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 61 พระสูตรแห่งสมาธิ

ตอนที่ 61 พระสูตรแห่งสมาธิ

ตอนที่ 61 พระสูตรแห่งสมาธิ


ตอนที่ 61 พระสูตรแห่งสมาธิ

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ชายแปลกหน้าได้พูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม "แล้วทำไมพวกเจ้าถึงเลือกที่จะหนีกันล่ะ"

หยวนเอ๋อในตอนนั้นกำลังจะตอบกลับ แต่เธอก็จำได้ว่าตอนนี้เธอไม่สามารถเปิดเผยตัวเองได้ ดังนั้นเธอจึงพยายามปิดปากเพื่อไม่ให้หลุดพูดออกมาอีกต่อไป

เมื่อชายหนุ่มแปลกหน้าเห็นหยวนเอ๋อมีท่าทีลังเล ในตอนนั้นเองเขาก็พูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มอีกครั้ง "ข้าเฝ้าสังเกตพวกเจ้ามาตลอดทั้งคืน อย่ามาหลอกกันเลยดีกว่า เด็กน้อยเจ้าน่ะเป็นผู้ฝึกยุทธระดับศักดิ์สิทธิ์ ส่วนนายท่านท่านนี้เองก็มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง เขาคงจะมีวรยุทธอยู่ที่ขั้นสังหรณ์หยั่งรู้อย่างแน่นอน"

หลังจากนั้นชายคนนั้นก็ได้ปัดมือก่อนจะพูดต่อไป "กลับมาที่เรื่องของพวกเราจะดีกว่า คนที่สองที่จะจัดการกับซูผิงได้นั่นก็คือชายผู้ใช้ดาบ เขาเป็นผู้ที่ฝึกดาบจนไปถึงขั้นสุดยอดได้ ชายคนนั้นมีชื่อว่ายู่ฉางตง เขาเป็นลูกศิษย์คนที่สองของศาลาปีศาจลอยฟ้า

"แล้วใครคือคนที่สาม? "

"คนที่สามที่ข้าพูดถึงอยู่ไม่ห่างมากนัก เอาจริงๆ แล้วเขาคนนั้นอยู่ใกล้มาก"

"เจ้าหมายถึงคนจากสำนักดาบปีศาจเฉิงเหวินเจี๋ยอย่างงั้นหรอ? " ลู่โจวได้ถามออกมาอย่างสงสัย

"ไม่ ไม่ใช่...แม้ว่าเฉินเหวินเจี๋ยจะเป็นคนที่หลงไหลในดาบแต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่ใช่คนที่รักในดาบหรอกนะ ข้ากับเจ้านั่นน่ะแตกต่างกัน ข้าน่ะชื่นชอบในดาบและการใช้ดาบมาก...ไม่เหมือนกับเจ้าเฉิงเหวินเจี๋ย เจ้านั่นน่ะมีท่าทีที่ไม่ชัดเจน คนอย่างเจ้านั้นไม่ช้าก็เร็วจะต้องได้พบกับจุดจบอันน่าสยดสยองแน่" ชายหนุ่มคนนั้นพูดออกมาอย่างโกรธแค้น

ทันทีที่ลู่โจวได้ยินคำพูดแบบนั้นเขาก็รู้ได้ทันทีว่าชายคนนี้เป็นใคร "เจ้าเป็นชายผู้รักดาบจนเปรียบเสมือนแขนและขาของตัวเอง เจียงอาเฉียน! "

เจียงอาเฉียนได้เปลี่ยนฉายาของเขาเพื่อแสดงความเคารพที่แท้จริงที่มีให้กับดาบที่เขารัก การมีชีวิตอยู่ของชายคนนี้มีไว้เพื่อเพียงตามหาดาบที่คู่ควรเท่านั้น ตัวเขานับว่าเป็นหนึ่งในผู้ฝึกยุทธผู้ชั่วร้ายโดยแท้จริง เขายอมที่จะทรยศทุกคนในโลกยุทธภพเพียงเพื่อแย่งชิงดาบเพียงเท่านั้น

วรยุทธที่ชายคนนี้มีเองก็สูงมากเช่นกัน พลังของเขามีมากพอที่จะทำให้หลบหนีจากฆาตกรผู้ที่สังหารซูผิงได้ ชายคนนี้มีความต้องการอยู่เพียงสองอย่างเท่านั้น ความต้องการแรกก็คือความรักที่เขามีให้ต่อดาบ และความต้องการอย่างที่สองมีเพียงการอยู่ให้ห่างจากปัญหาเพียงเท่านั้น และก็เพราะความต้องการอย่างที่สองนี้เองทำให้ตัวเขาสามารถเอาตัวรอดจากปัญหาใหญ่มาหลายครั้งต่อหลายครั้ง

"ท่านน่ะพูดเกินไปแล้ว" เจียงอาเฉียนพูดพร้อมรอยยิ้ม

ลู่โจวในตอนนี้เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะหยิบอาวุธนิรนามที่ตัวเขามีขึ้นมา ในตอนนี้อาวุธนิรนามอยู่ในลักษณะของมีดสั้น มันดูงดงามเป็นอย่างมาก

เจียงอาเฉียนตกตะลึงทันทีที่ได้เห็น ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อจ้องมองไปที่อาวุธอันนั้น มันสวยงามอย่างแท้จริง ความยาวที่ไม่ยาวเกินไปรวมไปถึงการออกแบบแบบกะทัดรัดทำให้เขารู้สึกหลงใหลในสิ่งที่เห็น เจียงอาเฉียนได้พูดออกมาอย่างตื่นเต้น "นะ...นายท่าน..."

ลู่โจวโบกมือขึ้นมาอีกครั้ง ในตอนนั้นเองอาวุธนิรนามก็ได้หายสาบสูญไป ลู่โจวที่เก็บอาวุธได้พูดออกมาอย่างไร้ความรู้สึก "ถ้าหากเจ้าอยากที่จะมีชีวิตอยู่อย่า่งสงบสุขต่อไปเจ้าก็ไม่ควรจะมายุ่งกับอาวุธชิ้นนี้นะ"

แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!

ในตอนนั้นเองเสียงระฆังก็ได้ดังมาจากพิธีศักดิ์สิทธิ์

ลู่โจวในตอนนั้นขมวดคิ้วขึ้นมาทันที

พิธีศักดิ์สิทธิ์เป็นพิธีการที่ยิ่งใหญ่ที่สำนักฝ่ายธรรมะและสำนักฝ่ายอธรรมจะเข้ามาร่วมพิธีกัน แล้วทำไมถึงมีเสียงระฆังแบบนี้กัน?

เจียงอาเฉียนที่ได้ยินเสียงระฆังเองก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ "นายท่าน ที่พิธีศักดิ์สิทธิ์น่ะเต็มไปด้วยคนแปลกประหลาด! เหล่าผู้ฝึกยุทธจากสำนักต่างๆ ในยุทธภพต่างก็มารวมตัวกัน สถานที่แห่งนี้น่ะมันอันตรายเกินไป ข้าแนะนำว่าท่านอย่าได้ไปที่พิธีแห่งนั้นจะดีกว่านะ ข้าได้ยินมาว่าพระธิดาศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขาเลือกมในครั้งนี้เป็นศิษย์วายร้ายคนที่ห้าจากภูเขาทอง" หลังจากนั้นเขาก็พูดต่อไป "ช่างน่าขันจริงๆ ปีศาจผู้ชั่วร้ายถูกเลือกเป็นพระธิดาศักดิ์สิทธิ์แบบนี้"

ลู่โจวไม่ได้สนใจคำเตือนแต่อย่างน้อย

เจียงอาเฉียนได้พูดออกมาอีกครั้ง "ถ้าหากพวกเจ้าวางแผนที่จะไปฆ่าตัวตายจริงๆ ก็ดี ข้าเองก็จะได้อาวุธด้วย ในเวลานั้นข้าจะเป็นคนฝังศพของพวกเจ้าด้วยมือข้างนี้เอง ข้าจะจดจำทุกอย่างเอาไว้เป็นอย่างดี"

ทันทีที่เจียงอาเฉียน หยวนเอ๋อก็พูดตอบกลับมาอย่างหงุดหงิด "ให้ข้าจัดการเจ้านี้เอง! " ร่างกายของหยวนเอ๋อได้ลอยขึ้นไปบนอากาศอย่างสง่างาม เธอในตอนนี้ราวกับว่าเป็นธิดาที่ร่วงหล่นลงมาจากสวรรค์ ในตอนนั้นพลังลมปราณที่แข็งแกร่งของเธอก็ได้เอ่อล้นออกมา

เจียงอาเฉียนปัดป้องคลื่นพลังที่เอ่อล้นออกมาไว้ได้ แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ต้องล่าถอยกลับไป เจียงอาเฉียนได้แต่พูดออกมาอย่างไม่ถนัดเท่าไหร่ "เจ้าหนูนี่เป็นเด็กที่น่ากลัวอะไรแบบนี้...ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ได้เป็นผู้ฝึกยุทธระดับศักดิ์สิทธิ์ธรรมดาๆ อย่างงั้นสินะ"

หยวนเอ๋อที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้ตอบกลับอย่างเย้ยหยัน "ข้าจะโจมตีเจ้าจนกว่าฟันจะร่วงหมดปากเอง"

"เจ้าหนู อย่าบังคับให้ข้าต้องใช้ดาบเลยนะ" เจียงอาเฉียนถอยกลับไปก่อนที่จะพูดเตือนออกมาอีกครั้ง

แก๊ง! แก๊ง!

เสียงระฆังจากพิธีศักดิ์สิทธิ์ดังขึ้นอีกครั้ง ดูเหมือนว่านี่จะเป็นเรื่องด่วน

ลู่โจวเหลือบมองไปที่เจียงอาเฉียนอย่างไม่ใส่ใจไยดี

'เจ้านี่ก็เป็นเพียงคนชั่วจอมขี้โกงที่รักดาบเพียงเท่านั้น... ฉันไม่ควรที่จะใช้การ์ดกับเขาไปอย่างเปล่าประโยชน์ เมื่อคิดได้แบบนั้นลู่โจวจึงหันไปพูดกับหยวนเอ๋อ "หยวนเอ๋อ พวกเราไปกันได้แล้ว! "'

ทันใดนั้นเองเสียงคำรามก็ได้ดังออกมาจากป่าใกล้ๆ

เสียงคำรามเป็นของสัตว์ขี่ขนาดใหญ่ยักษ์อย่างบี่เอี๊ยนนั่นเอง สัตว์ขี่ของลู่โจวกำลังพุ่งมาหาตัวเขา เสียงคำรามของมันทำให้สัตว์ป่าที่อยู่ใกล้รู้สึกตื่นกลัว พลังออร่าของเจ้าแห่งสัตว์ร้ายได้ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ใกล้ตัวของมันรู้สึกหนาวไปถึงกระดูก

เจียงอาเฉียนตกใจเมื่อเห็นสัตว์ขี่ในตำนานเข้า ตัวเขารีบถอยไปข้างหลังอย่างรวดเร็วในทันที เจียงอาเฉียนได้มองไปที่หยวนเอ๋อที่พยายามกำลังจะโจมตีตัวเขาอยู่ "เจ้ามันอัจฉริยะจริงๆ ..."

ผู้ที่ครอบครองสัตว์ขี่ในตำนานแบบนี้ได้จะต้องเป็นพวกยอดฝีมือไม่ก็เป็นชนชั้นสูงไม่ผิดแน่ แม้ว่าตาแก่ที่อยู่ตรงหน้าจะมีวรยุทธ์อยู่ในระดับที่อ่อนแอ แต่ถึงแบบนั้นเห็นได้ชัดเลยว่าเบื้องหลังชายคนนี้จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาๆ อย่างแน่นอน

แม้ว่าเจียงอาเฉียนจะรักในดาบมากแค่ไหนตัวเขาก็ยังรักชีวิตมากกว่าเดิม เจียงอาเฉียนที่ไม่อาจทำอะไรได้อีกต่อไปได้แต่พูดขึ้นในขณะที่อยู่กลางอากาศ "นายท่าน...พิธีศักดิ์สิทธิ์นั่นน่ะอันตรายมาก...ทำไมท่านถึงไม่ไปที่อื่นกันล่ะ? "

"ข้าดูแลตัวเองได้" ลู่โจวกระโดดขึ้นไปที่หลังบี่เอี๊ยนก่อนที่จะออกเดินทางในทันที

บี่เอี๊ยนได้แยกเขี้ยวใส่เจียงอาเฉียน

หยวนเอ๋อเหลือบมองไปที่เจียงอาเฉียนอย่างเย้ยหยันก่อนที่จะกระโดดขึ้นไปบนหลังของบี่เอี๊ยนเช่นกัน

เจียงอาเฉียนได้แต่มองดูทั้งคู่จากไปอย่างเร่งรีบ ตัวเขาลูบคางตัวเองก่อนที่จะครุ่นคิดขึ้น 'หรือว่าข้าควรจะตามไปดี? จะเป็นยังไงถ้าหากไปเจอปรมาจารย์มหาวายร้ายเข้าล่ะ? ' แค่คิดเจียงอาเฉียนก็รู้สึกกลัวจนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ตัวเขาครุ่นคิดถึงเรื่องนี้อยู่พักหนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจได้ "การที่ไม่เข้าไปยุ่งกับเรื่องของชาวบ้านก็คงจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าอยู่ดี ยังไงซะข้าค่อยไปเก็บอาวุธชิ้นนั้นในตอนที่เจ้านั่นตายก็ยังไม่สาย" เจียงอาเฉียนได้แต่มองดูทั้งคู่จากไปในที่ไกลแสนไกล

แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!

ที่พิธีศักดิ์สิทธิ์

รถม้าขนาดใหญ่จากวิหารแห่งความว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่ได้ลอยอยู่ท่ามกลางอากาศ ในตอนนั้นเองเหล่านักบวชกว่าหลายสิบคนต่างก็สวดมนตร์พร้อมกับพนมมือเอาไว้ เสียงสวดมนตร์ของพวกเขาดังไปทั่วอากาศ

ลู่โจวและหยวนเอ๋อที่ยังคงอยู่ห่างออกไปได้ยินเสียงสวดมนตร์อันนั้นเอง มันเป็นเสียงที่น่ารำคาญราวกับเสียงของพวกแมลง แต่ถึงแบบนั้นลู่โจวก็ได้เลือกที่จะไปหาเหล่านักบวช ตัวเขาเลือกที่จะไปหาใครบางคนที่อยู่ใกล้ๆ กับพิธีศักดิ์สิทธิ์แทน

ที่จัดพิธีศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้เป็นสถานที่กว้างใหญ่แห่งหนึ่ง สถานที่พิเศษแห่งนี้จะไม่อนุญาตให้คนธรรมดาเข้ามาใกล้โดยที่ไร้เหตุผล

เมื่อลู่โจวก้าวเท้าไปยังพื้นที่ของพิธีศักดิ์สิทธิ์ ในตอนนั้นเองเสียงระฆังก็ได้ดังขึ้น

เสียงที่ดังนั้นมันฟังดูน่ารำคาญมาก

ลู่โจวยกมือขึ้นมาเล็กน้อย "นี่มันพวกนักบวช"

"นักบวชพวกนี้มาทำอะไรที่นี่กัน? " หยวนเอ๋อพูดออกมาหลังจากที่ถอนหายใจไป

พลังสมาธิจากพวกนักบวชถือว่าเป็นพลังที่ทรงพลังและน่ากลัวสำหรับคู่ต่อสู้มาก และเมื่อวิชานี้ได้หลอมรวมเข้ากับพระสูตรในบทสวดมนตร์ด้วยแล้ว พลังอันแกร่งกล้าที่แท้จริงก็จะสามารถถูกดึงออกมาใช้ได้ นี่ถือเป็นพลังหลักๆ ทีวิหารแห่งความว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่เท่านั้นที่จะสามารถทำได้

"ใจเย็นก่อน การทำสมาธินั่นน่ะสามารถทำได้เพียง 5 ครั้งต่อวันเท่านั้น..." ลู่โจวที่กำลังยืนอยู่กำลังจ้องมองรถม้าที่กำลังลอยอยู่บนอากาศ บางทีเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเขาก็ได้

การทำสมาธิของพวกนักบวชทำให้เหล่าผู้ฝึกยุทธทั้งหลายรู้สึกเกรงกลัวได้ วิธีนี้ช่วยทำให้ลู่โจวหมดกังวลเช่นกัน การโจมตีของลู่โจวไม่เหมาะที่จะใช้สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่มาหลายคนพร้อมกันได้ แต่ถึงว่ามันจะดีกับลู่โจวเองแต่การปรากฏตัวขึ้นของพวกนักบวชนั้นเป็นอะไรที่ผิดปกติ โดยทั่วไปแล้วนักบวชพวกนี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลกไม่ใช่หรอ?

ในตอนนั้นเองเสียงระฆังก็ได้ดังขึ้นอีกครั้ง

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 61 พระสูตรแห่งสมาธิ

คัดลอกลิงก์แล้ว