- หน้าแรก
- เนตรทองแสวงเทพ
- ตอนที่ 20 ตรรกะที่สมบูรณ์แบบ
ตอนที่ 20 ตรรกะที่สมบูรณ์แบบ
ตอนที่ 20 ตรรกะที่สมบูรณ์แบบ
ตอนที่ 20 ตรรกะที่สมบูรณ์แบบ
ซูหมิงไม่ได้กลับบ้าน
การต่อสู้แบบไล่ต้อนอยู่ฝ่ายเดียวที่หน้าตลาดสดได้ส่งสัญญาณเตือนภัยให้แก่เขาแล้ว
กองกำลังของทางการแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีก
“บางที ระเบียบทางสังคมเบื้องหน้าอาจจะประคับประคองไปได้นานกว่าที่เขาคิดไว้!”
การปะทะกับทางการตรงๆ อย่างนั้นหรือ?
นั่นเป็นการรนหาที่ตายโดยแท้!
เขาต้องการเวลา และต้องการพัฒนาตัวเองอย่างเงียบๆ ไปก่อน!
ช่วงเวลาต่อจากนั้น ซูหมิงเดินเตร่ไปตามแท่นบูชาหลายแห่ง
แต่แทบไม่มีสิ่งไหนที่สามารถกระตุ้นความสนใจของเขาได้เลย
ตอนเที่ยง ซูหมิงเลือกร้านอาหารที่มีคนนั่งเกือบเต็มร้านแห่งหนึ่ง แล้วสั่งบะหมี่มาหนึ่งชาม
หลังจากนั่งลงแล้ว เขาก็กดเปิดฟอรัมในโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้ง
ช่างวุ่นวายเหลือเกิน
ฟอรัมทั้งหมดมีความวุ่นวายยิ่งกว่าร้านอาหารแห่งนี้เสียอีก
เต็มไปด้วยข้อความที่แสดงความตื่นเต้น และการจินตนาการถึงการร่ำรวยทางลัดภายในคืนเดียว
มีคนลงรูปอวดมีดสั้นระดับสีเขียวที่ตนเองนำของสะสมตกทอดของตระกูลไปแลกมา ซึ่งมันมีความคมมากจนสามารถกรีดแผ่นเหล็กให้ขาดได้อย่างง่ายดาย
ด้านล่างมีผู้คนมากมายเข้ามาคอมเมนต์เรียกเขาว่าลูกพี่ใหญ่ด้วยความอิจฉาตาร้อน
และก็มีคนเข้ามาคร่ำครวญว่าตนเองใช้น้ำพักน้ำแรงครึ่งค่อนชีวิตไปซื้อนาฬิกาแบรนด์เนมมา แต่กลับแลกได้เพียงก้อนหินแตกๆ ระดับสีขาวที่ดูไม่ออกว่ามีประโยชน์อะไรชิ้นหนึ่งเท่านั้น
แน่นอนว่าย่อมมีคนเข้ามาแสดงความสมน้ำหน้าและเยาะเย้ยเช่นกัน
ความหลากหลายของชีวิตมนุษย์ถูกแสดงออกมาอย่างชัดเจนบนหน้าจอเล็กๆ นี้
แต่แก่นแท้ของกระทู้ทั้งหมด ล้วนหนีไม่พ้นคำว่า——พนัน!
ไม่มีเด็กคนไหนที่ร้องไห้ได้ทุกวัน และไม่มีนักพนันคนไหนที่จะเสียเงินได้ทุกวันหรอก!
……
หลังจากดูต่ออีกสักพัก ซูหมิงก็ปิดโทรศัพท์มือถือเงียบๆ แล้วเริ่มกินบะหมี่
ข้อมูลบนฟอรัมสำหรับเขาแล้ว ดูเหมือนจะค่อนข้างล้าหลังไปก้าวหนึ่ง
มุมมองและวิสัยทัศน์ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน ค่อยๆ ถูกดึงให้ห่างออกจากกันทีละนิดด้วยรูปแบบนี้เอง
น้ำซุปบะหมี่เนื้อวัวอร่อยมาก แต่ก็ไม่สามารถขับไล่ความหม่นหมองในใจออกไปได้
“เรดาร์เคลื่อนที่……”
ความสามารถของผู้หญิงสวยคนนั้นทำให้เขาเกิดความหวาดระแวง
นี่หมายความว่า ในอนาคตทุกครั้งที่เขาทำเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมา
ก็มีโอกาสที่จะถูกอีกฝ่ายแกะรอยตามสายอินเทอร์เน็ตมาได้
ไม่ใช่สิ!
คือการแกะรอยตามร่องรอยพลังงานที่หลงเหลืออยู่ต่างหาก
เขาต้องเพิ่มความระมัดระวังและทำตัวให้ต่ำเข้าไว้มากกว่าเดิม!
ในขณะเดียวกัน ก็ต้องแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วกว่าเดิมด้วย!
ไข่มังกรต้องการเลือด
แต่พับผ่าสิ มันหาได้ยากจริงๆ!
จะให้ไปขโมยถุงเลือดที่โรงพยาบาลอย่างนั้นหรือ?
หรือจะไปลอบโจมตีสถานที่เกิดเหตุการณ์แสงสีดำที่ทางการกำลังจัดการอยู่?
ข้อเท็จจริงที่เห็นมากับตาตัวเองทำให้เขาตระหนักได้ว่า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการรนหาที่ตายทั้งสิ้น!
“ซูด……”
ซูหมิงสูดเส้นบะหมี่เข้าปากเงียบๆ ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดใจ
ในเวลานั้นเอง
โต๊ะข้างๆ ก็มีเสียงสนทนาด้วยน้ำเสียงแหบห้าวของชายวัยกลางคนสองคนดังแว่วเข้ามา
“ฉันบอกแกเลยนะเหล่าหลี่ ความคิดของแกมันคร่ำครึเกินไปแล้ว!”
ชายที่ผมบนหัวค่อนข้างบางตบโต๊ะดังปัง จนขวดน้ำส้มสายชูสั่นสะเทือนไปสามรอบ
“นี่มันยุคสมัยใหม่แล้ว!”
“มันเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบร้อยปี ไม่สิ ในรอบพันปีเลยต่างหาก!”
“ฉันรู้สึกว่า ความทะเยอทะยานที่เงียบสงบไปนานกว่ายี่สิบปีของฉัน มันกำลังเดือดพล่านขึ้นมาจากกระดูกอีกครั้งแล้ว!”
ชายในชุดทำงานที่ถูกเรียกว่าเหล่าหลี่เบ้ปากด้วยความดูถูก
“คุยโวเข้าไปเถอะ จางขี้โม้”
“วันนี้คิดแผนการรวยทางลัดแบบลงทุนน้อยกำไรมหาศาลอะไรขึ้นมาได้อีกละล่ะ?”
ใบหน้าของจางขี้โม้เปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย ก่อนจะลดเสียงลงต่ำและแสดงสีหน้าลึกลับ
“แกไม่เข้าใจหรอก!”
“สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว!”
“ตอนนี้ฉันเข้าใจทะลุปรุโปร่งแล้วล่ะว่า คนในเวลานี้ต่างพากันบ้าไปหมดแล้ว บ้ากันไปอย่างสมบูรณ์แบบเลย!”
“ลองมองดูผู้คนข้างนอกนั่นสิ พวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่?”
“ขายบ้าน! ขายรถ! ขายหุ้น!”
“เอาเงินสดที่อุตสาหะเก็บออมมาตลอดชีวิต ไปแลกกับสิ่งของที่จับต้องไม่ได้พวกนั้น!”
“แล้วยังไงต่อ?”
“ก็พากันเอาของแบรนด์เนมหรูๆ ของโบราณ หรือหยกที่มีราคาแพงหูฉี่พวกนั้น โยนลงไปในแท่นบูชาเหมือนพวกผีพนันไม่มีผิด!”
“ในสิบคน มีถึงเก้าคนที่สูญเงินไปเปล่าๆ!”
“ต่อให้โชคดีเปิดได้แสงสีเขียวหรือแสงสีน้ำเงินขึ้นมาบ้าง แต่มันจะเอามากินแทนข้าวได้หรือไงกัน?!”
“ไอ้พวกโง่พวกนี้ ลืมกันไปหมดแล้วว่า มนุษย์เรายังไงก็ต้องกินข้าว!”
“ตราบใดที่ระเบียบสังคมนี้ยังไม่พังทลายลงไปอย่างสิ้นเชิง ข้าวปลาอาหารและสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน ย่อมเป็นสิ่งที่มีความต้องการอยู่เสมอ!”
การเคลื่อนไหวของซูหมิงชะงักไปครู่หนึ่ง
สายตาของเขามองทะลุผ่านควันความร้อนของชามบะหมี่ตรงหน้า ไปตกอยู่ที่ชายที่กำลังทำท่าทางประกอบคำพูดอยู่ที่โต๊ะข้างๆ คนนั้น
ชายที่ชื่อจางขี้โม้คนนี้ พูดจาอาจจะดูหยาบกระด้างและมีตรรกะที่เรียบง่ายเกินไป
แถมยังฟังดูเหมือนคนที่มีสายตายาวไกลไม่เกินศอก
แต่ในวินาทีนี้
กลับเหมือนมีแสงสว่างรำไรส่องเข้ามาในจุดบอดทางความคิดของเขา
นั่นสินะ……
ตอนนี้คนส่วนใหญ่ต่างพากันคิดแต่ว่าจะเพิ่มเดิมพันยังไง จะเอาสิ่งของที่มีค่ามากขึ้นไปแลกเปลี่ยนโอกาสได้ยังไง เพื่อที่จะเสี่ยงโชคกับอนาคต!
แต่ถ้าหากเขาลองเปลี่ยนเส้นทาง และทำในสิ่งตรงกันข้ามล่ะ?
---