เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 49 เด็กใหม่

ตอนที่ 49 เด็กใหม่

ตอนที่ 49 เด็กใหม่


ตอนที่ 49 เด็กใหม่

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ดาบนิรนามได้ลอยกลับไปหาฝ่ามือลู่โจวราวกับสายลม แสงสีฟ้าอ่อนของมันได้ส่องไปทั่วคมดาบ เมื่อตัวเขากำลังจะทดสอบดาบอีกครั้งในตอนนั้นเองลู่โจวก็ได้ยินเสียงของใครบางคนเรียกมาจากด้านนอก

"นายท่าน ข้าฝางซงศิษย์จากสำนักบริสุทธิ์ มาขอเข้าพบครับ" ลู่โจวที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้กำดาบในมือแน่นก่อนที่ดาบเล่มนั้นจะหายไป

แม้ว่าจะพยายามหลายครั้งต่อหลายครั้งแต่การจับฉลากนำโชคของลู่โจวก็ยังไม่ให้ผลตอบแทนเท่าที่ควร ตัวเขาในตอนนี้ได้อาวุธนิรนามตอบแทนมา แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่คุ้นเคยกับอาวุธชิ้นนี้เท่าไหร่นัก ตัวเขาจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่จะทำความเข้าใจและคุ้นชินกับอาวุธชิ้นนี้ไปได้ และยิ่งไปกว่านั้นวรยุทธ์ของเขาในตอนนี้ยังอยู่ในระดับต่ำจนเดินไป และเพราะแบบนั้นลู่โจวจึงไม่สามารถปลดปล่อยพลังโจมตีที่แท้จริงออกมาจากอาวุธนิรนามได้

ส่วนบี่เอี๊ยน สัตว์ขี่ตัวใหม่ของเขา ลู่โจวคงจะสามารถเรียกมาได้ในตอนที่ตัวเขาว่างอยู่เท่านั้น

หลังจากที่ลู่โจวออกจากห้องลับไป ในตอนนั้นดาบที่วางเอาไว้บนชั้นก็แตกออกเป็นชิ้นๆ

เมื่อออกมาที่ด้านนอก ลู่โจวก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าไม่ได้ออกมาจากศาลาปีศาจลอยฟ้ามาเป็นเวลานานมากแล้ว โลกภายนอกในตอนนี้สดใสจนทำให้ตัวเขารู้สึกอึดอัดไปชั่วขณะ มีคนหลายคนในตอนนี้ที่กำลังรอคอยให้ลู่โจวออกมาอยู่

"ท่านผู้อาวุโส! "

"ท่าน...ผู้อาวุโส! "

หยวนเอ๋อที่เห็นลู่โจวออกมาก็รีบวิ่งไปช่วยพยุงพร้อมรอยยิ้ม "ท่านอาจารย์ ข้าไปสืบข่าวคราวมา ในระหว่างทางกลับข้าเห็นทั้งสองคนอยู่ที่ด้านนอกของม่านพลัง ศิษย์ที่เห็นแบบนั้นจึงพาพวกเขากลับมาด้วย ท่านอาจารย์อย่าถือสาศิษย์เลยนะ"

ขณะที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงพื้น ฝางซงก็ได้เหลือบมองชายที่เพิ่งจะปรากฏตัวออกมาเป็นครั้งคราว การที่จะจินตนาการว่าชายคนที่อยู่หน้าตรงนี้เป็นถึงกับปรมาจารย์มหาวายร้ายเป็นเรื่องที่ยากมาก ชายที่อยู่ตรงหน้าของเขาเป็นเหมือนกับชายชราธรรมดาๆ ส่วนชายที่อยู่ข้างๆ กับเขาก็คือมู่หลงไห่ มู่หลงไห่ในตอนนี้กำลังนั่งสั่นไปทั้งกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองใคร

"เจ้าน่ะไม่ได้สร้างปัญหาที่นั่นสินะ? " ลู่โจวพูดขึ้นพร้อมกับเอามือของเขาเคาะไปที่หัวของหยวนเอ๋ออย่างนุ่มนวล

"ไม่มีเลยค่ะ...ศิษย์ได้ข่าวคราวของยุทธภพมาด้วยแหละ! " หยวนเอ๋อพูดตอบกลับมา

ลู่โจวพยักหน้าให้กับเธอก่อนที่จะหันไปสบหน้าของชายทั้งสองคน

"ยืนขึ้นและพูดซะสิ! "

ฝางซงลุกขึ้นยืนโดยไม่มีปัญหาอะไร ส่วนมู่หลงไห่ได้เซไปเซมาก่อนที่จะยืนขึ้น ตัวเขาเกือบที่จะล้มลงไปกับพื้น และหลังจากที่พยายามได้พักหนึ่งตอนนั้นเองในที่สุดเขาก็ยืนขึ้นมาจนได้ สายตาของเขากับลู่โจวได้สบตากันอีกครั้ง และหลังจากที่สบตาตัวเขาก็ล้มลงก่อนที่จะคุกเข่าอีกครั้ง

"นายท่าน...ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย! ข้ามันตาบอดโง่งมที่ไม่เห็นถึงพลังที่แท้จริงของนายท่าน! "

'ฉันไปทำอะไรให้กับเจ้านี่กัน? เจ้านี่พูดจาเหมือนกับฉันไปฆ่าครอบครัวของมันเข้า? ' ลู่โจวคิดกับตัวเอง ในตอนนั้นเองตัวเขาก็ยังไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป เขาได้เอ่ยเรียกหยวนเอ๋อแทน "หยวนเอ๋อ" น้ำเสียงของลู่โจวในตอนนี้ฟังดูไร้อารมณ์

"ค่ะ ท่านอาจารย์? "

"ส่งเขาออกไปซะ"

"ข้าเข้าใจแล้วค่ะท่านอาจารย์"

มู่หลงไห่ในตอนนั้นหยุดคร่ำครวญไป แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรออกมา หยวนเอ๋อก็ได้ลากคอของเขาออกจากภูเขาไปราวกับลูกสุนัข ฝางซงที่เห็นแบบนั้นถึงกับพูดไม่ออก ฝางซงได้แต่กลืนน้ำลายเมื่อเห็นภาพภาพนี้ ตัวเขาคิดมาตลอดว่าชายผู้ที่ยุ่งเกี่ยวกับภูเขาทองคนนี้จะต้องไม่ตายดี

"ฝางซง" ลู่โจวได้เรียกฝางซงก่อนที่จะสบตาเขา

ฝางซงที่ได้ฟังแบบนั้นกลัวจนตัวสั่น เขากำหมัดก่อนที่จะพูดออกมา "ท่านผู้อาวุโส! "

ลู่โจวไม่ได้ตอบกลับไป ตัวเขาเดินไปนั่งเก้าอี้อย่างช้าๆ แทน "เจ้าน่ะอยากที่จะมารับใช้ภูเขาทองของข้าอย่างงั้นน่ะหรอ? " ลู่โจวได้ถามออกมา ดวงตาของเขาในตอนนี้ดูสุขุมไร้อารมณ์ แต่ถึงแบบนั้นน้ำเสียงของเขาก็ยังทรงพลังมากอยู่ดี

ฟรึบ!

ฝางซงได้คุกเข่าลง "ใช่แล้ว ข้าอยากที่จะเข้าร่วมกับภูเขาทองของท่าน ได้โปรดยอมรับข้าด้วยเถอะ! "

ลู่โจวได้ใช้มือลูบเคราของตัวเอง สายตาของเขากำลังจับจ้องไปที่ดวงตาของฝางซง 'แม้ว่าเจ้าหมอนี่จะฝึกฝนเคล็ดวิชาหยินทั้งสามจนร่างกายได้รับความหนาวเหน็บไป แต่ถึงแบบนั้นเจ้านี่ก็จัดว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์อีกคน'

หลังจากที่หยุดคิดไปชั่วขณะ ในตอนนั้นลู่โจวก็ได้เอ่ยปากขึ้นมาอีกครั้ง "ผู้คนทั่วทั้งมุมโลกต่างก็หวาดกลัวข้า สำนักจากฝ่ายธรรมะทั้งหมดต่างก็ต้องการที่จะจัดการกับข้า แม้แต่ลูกศิษย์ของข้าเองก็ยังอยากที่จะจัดการข้า..."

หัวใจของฝางซงเต้นรั่วขึ้นเมื่อได้ยินลู่โจวพูดแบบนั้น ตัวเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่ลู่โจวกำลังพูดมีความหมายที่แท้จริงคืออะไร เขาไม่อาจที่จะเข้าใจจุดประสงค์ของลู่โจวได้เลย

"หลังจากที่เจ้าเข้าร่วมกับภูเขาทองของพวกเรา ข้าน่ะจะปกป้องเจ้าเอง แต่ไม่ว่ายังไงถ้าหากวันนั้นมาถึง..." ลู่โจวจู่ๆ ก็หยุดพูดไปอย่างกะทันหัน

ฝางซงเข้าใจความหมายดี เขารีบก้มหน้าก่อนที่จะพูดตอบรับอย่างรวดเร็ว "ถ้าหากข้าคิดร้ายต่อท่านผู้อาวุโสจริง ขอให้สักวันหนึ่งข้าถูกสับเป็นพันๆ ชิ้น! "

ความภักดีของฝางซงเพิ่มขึ้นมา 10%

"เยี่ยมมาก! " ลู่โจวลูบเคราของตัวเองอีกครั้งก่อนที่จะพูดต่อไป "ข้าน่ะรักษาคำมั่นสัญญาเสมอ เพราะงั้น..."

"ขอบคุณมากท่านผู้อาวุโส! " ฝางซงยืนขึ้นอย่างประหม่า

ในตอนนั้นเองหมิงซี่หยินก็ได้เดินเข้ามา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วรอยยิ้ม

ในตอนนั้นหมิงซี่หยินที่เข้ามาคนสุดท้ายก็ได้พยักหน้าให้กับฝางซงก่อนที่จะคุกเข่าลงต่อหน้าลู่โจว "ท่านอาจารย์ ข้าสามารถทำลายขีดจำกัดของตัวเองจนมีวรยุทธ์พัฒนาไปที่ขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว! "

ฝางซงรู้สึกตกใจมากเมื่อได้ยินแบบนั้น เหล่าชาวยุทธ์ทั้งหลายที่ฝึกฝนตนจนมาถึงขั้นนี้ได้จะถูกเรียกว่ายอดฝีมือไป แม้ว่าภูเขาทองจะเต็มไปด้วยเหล่าวายร้ายแต่ถึงแบบนั้นที่ภูเขาทองแห่งนี้ก็มียอดฝีมือเพียงหยิบมือเท่านั้น และฝางซงที่ได้ยินแบบนั้นจึงรู้สึกตกใจมาก

ลู่โจวที่ได้ฟังแบบนั้นก็หยักหน้าก่อนที่จะพูดตอบกลับไป "ในเมื่อเจ้ามีวรยุทธ์ถึงระดับนี้แล้วเจ้าก็คงจะมีพลังอวตารดอกบัวแห่งร้อยวิถีแล้วสินะ ยิ่งวรยุทธ์ของเจ้าสูงมากขึ้นเท่าไหร่ กลีบดอกไม้ของร่างอวตารเจ้าก็จะมากขึ้นเท่านั้น จำเอาไว้ล่ะ ถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นยอดฝีมือไปแล้วแต่เจ้าจะต้องไม่หยิ่งผยองและดูถูกผู้อื่น! "

"ข้าจะจดจำคำสอนของท่านอาจารย์ทุกอย่าง! " หมิงซี่หยินตอบกลับมาด้วยความจริงใจ

'ติ้ง! คุณได้สั่งสอนหมิงซี่หยิน คุณได้รับแต้มบุญ 100 แต้ม'

ฝางซงที่มองดูเหตุการณ์ทุกอย่างก็รู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก ในอดีตเขามักจะได้ยินข่าวลือมาจากคนอื่นเสมอๆ ปรมาจารย์มหาวายร้ายแห่งภูเขาทองคนนี้มักจะเป็นคนวู่วาม เขามักจะสังหารคนที่กล้าแม้แต่สบตาเขาอย่างโหดร้ายและไร้ความปรานี แต่เขาคนนี้กับสั่งสอนลูกศิษย์อย่างเป็นห่วงเป็นใย ปรมาจารย์คนนี้เป็นอาจารย์ที่ดีคนหนึ่งก็ว่าได้ เขาคนนี้อาจจะเป็นอาจารย์ที่ดีกว่าอาจารย์ที่อยู่ในสำนักบริสุทธิ์ด้วยซ้ำไป

"ท่านอาจารย์ ข้าได้ไปสอนบทเรียนให้กับยี่เทียนซินมาแล้ว ข้าเพิ่งจะไปหาเธอที่อยู่ในถ้ำแห่งเงาสะท้อนมา! " หมิงซี่หยินได้บอกกับลู่โจว

ใบหน้าของลู่โจวยังคงไร้อารมณ์ 'ที่ฉันได้แต้มบุญก็เพราะหมิงซี่หยินอย่างงั้นสินะ' แต่ถึงแม้ว่าครั้งนี้มันจะเป็นผลดี แต่ลู่โจวก็คิดว่าไม่ควรจะไปสั่งสอนเธอในตอนนี้ ดังนั้นตัวเขาจึงได้พูดออกมา "ให้เจ้าศิษย์โง่คนนั้นไตร่ตรองตัวเองในถ้ำไป นอกจากเจ้ายี่เทียนซินแล้ว เจ้าซู่ฮ่องกงรวมไปถึงเจ้าจ้าวยู่ต่างก็มีส่วนในการลักพาตัวคนสกุลซีด้วย"

หมิงซี่หยินที่ได้ฟังแบบนั้นดวงตาก็เบิกโตในทันที "ท่านอาจารย์ ข้าเพิ่งจะมีวรยุทธ์ระดับมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ ในตอนนี้ข้าคิดว่าอยากที่จะทดสอบฝีมือกับใครสักคน ท่านอาจารย์ให้ข้าไปจับตัวศิษย์น้องแปดด้วยเถอะ ข้าจะจับเจ้าศิษย์ทรยศนั่นกลับมาให้ท่านอาจารย์ลงโทษเอง"

หมิงซี่หยินไม่ได้พูดถึงจ้าวยู่ ที่เขาไม่พูดออกมาก็เพราะไม่มีใครรู้ว่าเธอคนนีั้ไปอยู่ไหนแล้วนั่นเอง

'แม้ว่าซู่ฮ่องกงจะไม่ได้แข็งแกร่งอะไร แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ได้รับการสนับสนุนมาจากสีวู่หยาศิษย์คนที่เจ็ด แม้ว่าหมิงซี่หยินจะพาเขากลับมาได้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้นอยู่ดี แถมการทำแบบนั้นมีแต่จะทำให้สีวู่หยาระวังตัวมากยิ่งขึ้นอีกด้วย...'

หลังจากที่พิจารณาได้สักพัก ลู่โจวก็ได้โบกมือปฏิเสธก่อนจะตอบกลับมา "ปล่อยเจ้านั่นเอาไว้ก่อนเถอะ"

หมิงซี่หยินที่ได้ฟังแบบนั้นไม่อาจเข้าใจได้เลย แต่ตัวเขาก็โค้งคำนับก่อนที่จะยอมรับความจริงนี้ไป "ศิษย์เข้าใจแล้วครับท่านอาจารย์! "

"ข้าเหนื่อยแล้ว ออกไปซะ! "

"ครับ/ค่ะท่านอาจารย์! "

หมิงซี่หยินที่เห็นแบบนั้นก็ได้หยิบตาให้กับฝางซง เขาในตอนนี้กำลังดูเหม่อลอยอยู่

"ศิษย์พี่มีอะไรอย่างงั้นหรอ? "

หมิงซี่หยินได้ลากตัวของฝางซงออกมาจากปีศาจลอยฟ้า เมื่อพวกเขาทั้งหมดออกมาข้างนอกในตอนนั้นหมิงซี่หยินก็ได้ยิ้มอย่างชั่วร้ายก่อนที่จะพูดออกมา "เจ้าน่ะเด็กใหม่อย่างงั้นหรอ? "

"ใช่แล้ว...ศิษย์พี่...สี่"

"ฮาฮ่า! ข้าน่ะถูกชะตากับเจ้าจริงๆ เจ้าน่ะอยากเห็นพลังร่างอวตารดอกบัวแห่งร้อยวิถีของข้ารึเปล่าล่ะ? "

"??? "

ในตอนนั้นเองหยวนเอ๋อก็เพิ่งจะออกจากศาลาก่อนที่จะเดินมาใก้ลๆ กับหมิงซี่หยิน

"ศิษย์พี่สี่! "

"ศิษย์น้องเล็ก? เจ้ามาถึงก็ดีแล้ว! เจ้าเองก็มาดูพลังร่างอวตารกลีบดอกบัวแห่งร้อยวิถีของข้าซะสิ" หมิงซี่หยินเหยียดแขนออกไปราวกับว่าตัวเขากำลังจะต่อยใครบางคน

หยวนเอ๋อที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบตอบกลับมาในทันที "ไว้คราวหน้าดีกว่าศิษย์พี่ ตอนนี้มีกลุ่มชาวยุทธ์กำลังอยู่ที่เชิงเขา ข้าสงสัยว่าเจ้าพวกนั้นจะมาบุกรุกภูเขาทองอีกครั้ง! "

หมิงซี่หยินที่ได้ฟังแบบนั้นก็รู้สึกดีใจมาก "ยอดเยี่ยม! ข้าจะไปจัดการกับเจ้าพวกนั้นเอง เจ้าน่ะไม่ต้องมาจัดการด้วยตัวเองหรอก ปล่อยให้ข้าเป็นคนจัดการจะดีกว่า ข้าเพียงคนเดียวก็พอแล้ว! "

"ศิษย์พี่ คนพวกนั้นคือเหล่าอิสตรีที่มาจากวังจันทราน่ะ! "

ก่อนที่หยวนเอ๋อจะพูดเสร็จ หมิงซี่หยินก็ได้หายตัวไปก่อนแล้ว ฝางซงในตอนนี้ดูสับสนมาก เขาไม่รู้เลยว่าควรจะตามไปช่วยไหม หยวนเอ๋อที่เห็นแบบนั้นก็กระทืบเท้าออกมาอย่างช่วยไม่ได้ และเมื่อเธอหันกลับมาเธอก็เห็นฝางซงกำลังเหม่อลอยดูอะไรบางอย่างอยู่ เธอที่รู้สึกไม่สบอารมณ์จึงพูดออกไปในทันที "เจ้ามองอะไรกัน ฮะ? ถ้าหากเจ้ายังจะมองมาอีกข้าจะควักลูกตาคู่นั้นออกมาเอง! "

"..."

'ข้าไปมองแม่หนูนี้เมื่อไหร่กัน...'

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 49 เด็กใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว