เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 32 ข้าบอกเจ้าแล้วว่านี่มันกับดัก!

ตอนที่ 32 ข้าบอกเจ้าแล้วว่านี่มันกับดัก!

ตอนที่ 32 ข้าบอกเจ้าแล้วว่านี่มันกับดัก!


ตอนที่ 32 ข้าบอกเจ้าแล้วว่านี่มันกับดัก!

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ผู้ฝึกยุทธ์กว่าหลายสิบคนได้จ้องมองมายังพวกเขาทั้งสามคนในระหว่างที่ลอยอยู่กลางอากาศ และเมื่อเห็นสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าไม่สู้ดี มู่หลงไห่ก็ได้ก้าวถอยหลังกลับไป ดวงตาของเขาเบิกเบิกกว้างขึ้นมาราวกับวัวที่กำลังจะถูกเชือด "นะ...นาย...นาย...นายท่าน จะ...เจ้าพวก...นั้นเป็นยอดฝีมือที่สามารถทะลวงพลังลมปราณได้ถึง 8 จุด นะ...นี่มัน..."

'ข้าก็คิดอยู่แล้วว่านี่มันจะต้องเป็นกับดัก! ทำไมเจ้านี่ถึงยังมาที่ตรงนี้อีกล่ะ! '

"ข้าน่ะรู้ดี" ลู่โจวพยักหน้าตอบกลับไป

'ฮะ? ' มู่หลงไห่ในตอนนี้อยากที่จะร้องไห้ออกมา 'พวกเราจะตายกันหมดนี่ แล้วทำไมเจ้านี่ยังบอกว่ารู้อยู่แก่ใจอีกล่ะ? ทำไมกัน? '

มู่หลงไห่นั้นเติบโตขึ้นมาในครอบครัวสามัญชนที่ทำการค้าเป็นหลักเท่านั้น แม้ว่าตัวเขาจะเป็นเหมือนกับปลาต้นน้ำในโลกของการทำการค้า แต่ตัวเขาก็เป็นเพียงมดปลวกเท่านั้นเมื่ออยู่ในโลกของยุทธภพ โลกทั้งสองโลกนั้นมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตัวเขาที่อยู่ตรงนี้ไม่สามารถทำอะไรได้อีกต่อไป เมื่อเผชิญหน้ากับความกลัวในครั้งนี้? ตัวเขาในตอนนี้เพิ่งจะฝึกยุทธ์ได้ถึงขั้นสังหรณ์หยั่งรู้ได้เพียงเท่านั้น และด้วยวรยุทธ์เพียงเท่านี้ตัวเขาจึงไม่มีคุณสมบัติที่จะยืนอยู่ต่อหน้าของยอดฝีมือที่มีระดับสูงเกินกว่ามหาราชครูไปได้

"นายท่าน ข้าคิดว่าพวกเราควรจะหนีตั้งแต่ตอนนี้! " มู่หลงไห่ในตอนนั้นพูดแนะนำขึ้น ตัวเขารู้ดีว่าหยวนเอ๋อเองก็เป็นยอดฝีมือเช่นกัน ในตอนนี้ถึงแม้ว่าเด็กคนนี้จะเสียสละถ่วงเวลาให้อีกสักพัก เมื่อถึงตอนนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็พอจะมีโอกาสที่จะหนีเอาชีวิตรอดไปได้

แต่ถึงแบบนั้นลู่โจวในตอนนี้ก็ยังคงสงบและเยือกเย็น ตัวเขาในตอนนี้ทำเป็นเหมือนกับไม่ได้ยินคำพูดของมู่หลงไห่เลยแม้แต่คำเดียว ตัวเขายังจ้องมองไปยังยอดฝีมือเหล่านั้น

'บ้า เจ้านี่มันจะต้องบ้าไปแล้วแน่! '

ในขณะเดียวกันหยวนเอ๋อเองนั้นก็ไม่ได้แสดงความเกรงกลัวอะไรออกมาเช่นกัน เธอในตอนนี้กำลังจ้องมองไปที่ผู้ฝึกยุทธ์ที่กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า ตัวเธอได้ใช้นิ้วมืออันเรียวบางชี้ไปที่คนเหล่านั้นก่อนที่จะนับเลขขึ้น "1, 2, 3, 4, 5 ..."

"นี่เจ้าน่ะนับอะไรกัน? " ศัตรูคนหนึ่งได้เอ่ยปากถามขึ้นมา เขาคนนั้นดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก

หัวหน้าของกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ที่เห็นแบบนั้นก็ได้พูดออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว "พวกเราจะไม่ฆ่าคนนิรนาม เอ่ยนามของพวกเจ้ามาซะ! "

"มีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมหาราชครู 12 คน" หยวนเอ๋อที่นับเลขเสร็จแล้วได้พูดออกมาอย่างสดใส

ผู้นำของกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ได้เงียบไปครู่หนึ่ง ตอนนั้นเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้จะไม่รู้สึกอะไรกับยอดฝีมือทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้าเลย "ท่านผู้นั้นได้บอกกับพวกเราว่าให้ฆ่าใครก็แล้วแต่ที่จะมาช่วยตัวประกัน..."

ในตอนนั้นเองหัวหน้าของผู้นำก็ได้พยักหน้า "ถึงแม้ว่าพวกเราจะได้รับค่าตอบแทนมา แต่ถึงแบบนั้นการจะฆ่าคนที่มีวรยุทธ์แข็งแกร่งแบบเจ้าตั้งแต่อายุยังน้อยแบบนี้ เห็นทีคงจะต้องเป็นอะไรที่น่าเสียดายมากแน่ แย่หน่อยนะที่เจ้าน่ะเข้ามาข้องเกี่ยวกับคนสกุลซีแบบนี้"

ผู้ฝึกยุทธ์อีก 11 คนที่ตอนแรกอยู่ด้านหลังได้กำลังเคลื่อนที่ไปล้อมหยวนเอ๋อในพริบตา

"ใครกันที่จ่ายค่าตอบแทนให้กับพวกเจ้า? " ลู่โจวได้ใช้เสียงอันแหบแห้งถามออกไป

"เจ้าน่ะเป็นใครกัน ตาแก่? " ผู้นำของผู้ฝึกยุทธ์ได้จ้องมองไปยังลู่โจวและมู่หลงไห่ เมื่อพวกผู้ฝึกยุทธ์สัมผัสได้ว่าหนึ่งในนั้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสังหรณ์หยั่งรู้ และอีกคนหนึ่งนั้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นรู้แจ้งเห็นจริงเท่านั้น ดังนั้นพวกผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดจึงไม่ได้รู้สึกอยากที่จะใส่ใจอะไร

ลู่โจวในตอนนั้นเองก็ส่ายหัว ตัวเขารู้ดีว่าทั้งเหตุผลทั้งหมดรวมไปถึงกฎเกณฑ์ที่มีอยู่ในโลกต่างก็ถูกกำหนดโดยผู้ที่แข็งแกร่งเพียงเท่านั้น

"หยวนเอ๋อ" ลู่โจวได้หันไปทางหยวนเอ๋อตัวน้อย

หญิงสาวตัวน้อยได้ยิ้มให้กับลู่โจว ตัวเธอในตอนนั้นได้กางแขนก่อนที่จะใช้เท้าเตะพื้นอย่างเบาๆ ก่อนที่เธอจะลอยขึ้นไปเท้าของเธอก็ได้ทิ้งหลุมเอาไว้บนพื้นดิน

"ฮะ? " มู่หลงไห่ในตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ที่โง่งมโดยสมบูรณ์แบบ ตัวเขาไม่เคยเจอใครที่เป็นแบบนี้มาก่อน ถึงแม้ว่าศัตรูตรงหน้าจะมีวรยุทธ์อยู่ที่ขั้นมหาราชครู แต่ถึงแบบนั้นบรรยากาศรอบๆ ตัวของพวกเขาก็ต่างจากตัวของหยวนเอ๋ออยู่ดี

"ฆ่าเจ้าเด็กนั่นซะ! "

ทันทีที่ผู้นำออกคำสั่ง ในตอนนั้นเองเสียงหัวเราะของหยวนเอ๋อก็ได้ดังขึ้นไปทั่วหุบเขา หลังจากนั้นหยวนเอ๋อก็ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

"วิชาตัวเบาท่องทะยานเมฆาแห่งดวงดาวทั้งเจ็ด" เคล็ดวิชานี้เองเป็นเคล็ดวิชาส่วนสำคัญที่หยวนเอ๋อนั้นได้มาจากจีเทียนเด๋า เคล็ดวิชานี้เองจะทำให้ตัวของเธอนั้นสามารถใช้เท้าเหยียบย่ำไปบนอากาศได้ การเคลื่อนไหวดุจดั่งเงาลึกลับนั้นรวดเร็วเหมือนกับสายฟ้า

ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นตัวเธอก็ได้อยู่ทุกหนทุกแห่งอยู่บนท้องฟ้า ในตอนนั้นเองดวงตาทั้งหมดของผู้ฝึกยุทธ์ต่างก็เบิกกว้างขึ้นมาในทันที

พึ่บ! พึ่บ! พึ่บ!

ผู้ใช้วรยุทธ์ขั้นมหาราชครูคนหนึ่งได้ถูกลูกเตะเข้าไปที่กลางอากาศ แต่แทนที่ตัวเขาคนนั้นจะล้มลงกับพื้น เขาคนนั้นกับถูกโยนลงไปที่พื้นดินอย่างรุนแรงแทน

พึ่บ! พึ่บ! พึ่บ!

มู่หลงไห่ตกตะลึงในภาพที่ตัวเขาเห็น 'ผู้ใช้วรยุทธ์มหาราชครูที่เบิกเส้นพลังลมปราณทั้ง 8 ได้แข็งแกร่งมากขนาดนี้เลยอย่างงั้นหรอ? '

"ติ้ง! คุณได้สังหารคยชั่ว คุณได้รับแต้มบุญ 10 แต้ม"

"ติ้ง! คุณได้สังหารคยชั่ว คุณได้รับแต้มบุญ 10 แต้ม"

ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ หยวนเอ๋อก็ได้ใช้ลูกเตะของเธอโจมตีไปที่ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่กลางอากาศให้จมดินไป แต่ละคนที่ถูกโจมตีนั้นหัวของพวกเขาต่างก็กระแทกเข้ากับผืนพสุธา ใบหน้าของผู้โชคร้ายเหล่านั้นเต็มไปด้วยเลือดก่อนที่จะเสียชีวิตไปในทันที ตอนนี้เหลือเพียงผู้ฝึกยุทธ์คนสุดท้ายที่เหลืออยู่เท่านั้น เขาคนนั้นกำลังจ้องมองไปที่หยวนเอ๋อด้วยสีหน้าที่มีแต่ความว่างเปล่า ในตอนนี้ราวกับว่าศัตรูที่อยู่ตรงหน้าได้สูญเสียความสามารถในการคิดไปเพราะความกลัวไปเป็นที่เรียบร้อย

หยวนเอ่อตัวน้อยในตอนนั้นก็ได้ปรากฏตัวต่อหน้าเขา ในตอนนี้ใบหน้าของเธอดูสงบนิ่งไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ราวกับว่าคนที่เหลือรอดอยู่เป็นคนที่ได้ตายจากไปแล้ว หยวนเอ๋อในตอนนั้นได้โบกมือทักทายศัตรูคนสุดท้าย "เจ้าน่ะต้องการความช่วยเหลืออะไรไหม? "

"ไม่...ไม่มีทาง! ข้าน่ะลงไปด้วยตัวเองได้"

พึ่บ!

ผู้นำฝ่ายศัตรูคนนั้นได้ปล่อยตัวเองล้มลงไปกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ในตอนนี้อย่างน้อยตัวเขาก็ยังสามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้ นี่คือสิ่งที่ชายคนนี้ได้แต่คิดเอาไว้

ทันทีที่ตัวเขาลงมาถึงพื้น ในตอนนั้นเองจมูกคนนั้นก็ได้แต่กลิ่นคาวเลือดเท่านั้น 'ข้าเป็นใครกัน? ข้ามาทำอะไรที่นี่กันแน่? ' ในชั่วพริบตานั้นเองผู้ฝึกยุทธ์ฝ่ายศัตรูก็ได้ลืมทุกสิ่งทุกอย่างไป แต่แล้วตัวเขาที่นึกย้อนไปก็จำทุกสิ่งทุกอย่างได้ ใช่แล้วเขาเป็นคนที่รับงานลักพาตัวในครั้งนี้มาเอง งานที่เขาได้รับมาก็คือการลักพาตัวคนสกุลซีรวมไปถึงสังหารทุกคนก็แล้วแต่ที่จะพยายามาช่วยคนพวกนี้

ในที่สุดมู่หลงไห่ก็กลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง ตัวเขาได้แต่กลืนน้ำลาย ตัวเขาในตอนนี้รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังฝันไป

ลู่โจวได้เดินมาจากด้านหลังอย่างช้าๆ "เจ้าน่ะทำได้ดีมาก! "

"ฮี่ฮี่! ท่านปู่ชมข้า! " หยวนเอ๋อตัวน้อยตั้งใจเอาไว้ว่าจะไว้ชีวิตชายคนหนึ่งเอาไว้และจัดการกับคนที่เหลือ ในตอนนั้นเธอตกใจกับคำชมของลู่โจวมาก

ลู่โจวในตอนนั้นได้เหลือบตาไปมองชายผู้รอดชีวิตพร้อมกับพูดออกมาอย่างเย็นชา "ใครกันที่เป็นผู้บงการพวกเจ้า? "

ชายคนที่เหลือรอดได้เงยหน้ามองชายชราที่อยู่ตรงหน้า เขาคนนั้นได้พูดออกมา "ข้าเองก็ไม่รู้"

"แล้วตัวประกันล่ะ อยู่ที่ไหนกัน? "

"มีคนพาพวกเขาไปแล้ว"

"ใครกัน? "

"ข้า...ข้าเองก็ไม่รู้"

"เจ้าเคยเห็นใบหน้าของเจ้านั่นไหม? "

"ไม่..."

ดูเหมือนว่าจะไม่ได้คำตอบอะไรออกมาจากปากชายคนนี้เลย หยวนเอ๋อที่ได้ยินแบบนั้นรู้สึกไม่พอใจมาก ในตอนนั้นลู่โจวได้แต่ขมวดคิ้วก่อนที่จะจ้องมองไปยังชายผู้เป็นผู้นำที่เหลือรอดอยู่ ในตอนนั้นเองชายที่เหลือรอดได้แต่วางมือคุกเข่าอยู่เพียงเท่านั้น ตัวเขากำลังสั่นเทาไปทั้งตัว

"ฆ่ามันซะ! " ลู่โจวได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา

"อะไรนะ! เจ้าน่ะจะไม่ถามอะไรอีกแล้วอย่างงั้นหรอ ช้าก่อน! ข้าจะบอกทุกอย่างเอง! อย่าฆ่าข้าเลย! "

ลู่โจวไม่ได้มองไปที่ชายคนนั้นอีกต่อไป ตัวเขาในตอนนั้นได้เอามือประสานไว้ที่หลังก่อนที่จะก้าวเดินต่อไป

หยวนเอ๋อที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้หัวเราะออกมา "ทำไมตอนนี้เจ้าจะยอมบอกแล้วล่ะ? ".

ไม่ใช่ว่าชายที่เป็นผู้นำคนนี้ไม่ต้องการที่จะบอกอะไรกับพวกลู่โจว เขาคนนี้เป็นถึงยอดฝีมือที่สามารถฝึกฝนวรยุทธ์ไปถึงขั้นมหาราชครูได้ ตัวเขาในตอนนี้ได้พ่ายแพ้ให้กับการต่อสู้ไป ดังนั้นตัวเขาจึงรู้สึกละอายแก่ใจที่จะต้องเปิดเผยทุกอย่างในทันทีแบบนี้

"คนสกุลซีทั้งหมดอยู่ที่หุบเขาตะวันฟ้า แต่ผู้นำครอบครัวตระกูลซีน่ะถูกแยกจากกันไป ข้าน่ะ...ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครที่เป็นผู้จ้างวานในครั้งนี้! "

ชายที่เป็นผู้นำได้บอกข้อมูลสำคัญทั้งหมดออกมาในทันที แต่ตอนนั้นลู่โจวก็ไม่ได้หันหลังกลับมา ตัวเขากำลังคิดว่าถ้าหากคนกลุ่มนั้นเป็นลูกศิษย์ของตัวเขาจริง ตัวเขาจะทำยังไง ตอนนี้ตัวเขามีการ์ดระเบิดจุดสุดยอดหลงเหลืออยู่ก็จริง แต่ถึงแบบนั้นการที่ตัวเขาจะใช้การ์ดที่มีเพื่อค้นหาลูกศิษย์ก็คงจะเป็นอะไรที่เกินเลยไปซะหน่อย

หยวนเอ่อที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้พูดต่อไป "ท่านปู่ ท่านน่าทึ่งมากจริงๆ! เจ้านี่ยอมบอกทุกอย่างออกมาหลังจากที่ทำให้เขากลัว! "

ลู่โจวที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้ส่ายหัวของตัวเอง "ข้าน่ะไม่ได้อยากทำให้เจ้านั่นกลัวหรอกนะ"

"ท่านปู่? "

"สถานที่แห่งนี้จะต้องเป็นกับดักแน่นอน ดังนั้นผู้จ้างวานก็เลยจงใจทิ้งข้อความเหล่านี้เอาไว้โดยเจตนา ยังไงซะเจ้านี่ก็จะต้องบอกเราอย่างแน่นอน ไม่อย่างงั้นเจ้านี่ก็คงจะรักษาชีวิตเอาไว้ไม่ได้"

แต่ถึงแบบนั้นชายคนนี้ก็ยังมีค่าอยู่ เขาคนนี้จะช่วยให้ตัวของลู่โจวนั้นสามารถรับแต้มบุญเพิ่มมากขึ้นได้

"..."

เมื่อได้ยินแบบนั้น ผู้นำคนนี้ก็ถึงกับทรุดตัวลงกับพื้น ใบหน้าของเขาซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด

ที่พระราชวังจันทรา...

ในตอนนั้นเองเหล่าผู้ฝึกยุทธ์หญิงกว่าหลายสิบคนกำลังร่อนเร่ไปตามภูเขาก่อนที่จะเดินลงไปทีละคน

ที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ฝึกยุทธ์ที่เป็นเหมือนกับดินแดนสุดมหัศจรรย์ ผู้ฝึกยุทธ์หญิงทั้งหมดที่เคยฝึกฝนตัวเองอยู่ที่นี่ต่างก็เป็นเหมือนกับนางฟ้าที่ได้อาศัยอยู่ในธรรมชาติอันแสนงดงาม ใครจะคิดกันว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่ของพระราชวังจันทรา สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ยี่เทียนซินอาศัยอยู่ เธอคนนี้ได้สังหารคนไปมากมายภายใต้ชื่อของเพรชฆาตหน้าหยก

"นายท่าน พวกเราได้รับจดหมายมาค่ะ ตอนนี้ชายชราคนหนึ่งกับหญิงสาวได้เข้ามาที่บ้านของครอบครัวสกุลซีแล้ว"

ยี่เทียนซินและจ้าวยู่ที่ได้ฟังแบบนั้นถึงกับยืนขึ้นเมื่อได้ยินแบบนั้น

"แล้วยืนยันตัวตนของเจ้าพวกนั้นแล้วรึยัง? "

"พวกเขาทั้งหมดดูคล้ายกับคนในภาพวาดมาก แต่คนของเราไม่กล้าที่จะยืนยันเรื่องนี้"

คล้ายอย่างงั้นหรอ?

ยี่เทียนซินในตอนนั้นได้หัวเราะก่อนที่จะพูดออกมา "ตาแก่นั้นจะต้องไม่มีวันที่จะพรางตัวอย่างแน่นอน เท่าที่รู้ในตอนนี้ศิษย์พี่สามกำลังได้รับบาดเจ็บอยู่ สำนักเที่ยงธรรมในตอนนี้เองก็กำลังส่งยอดฝีมือไปที่ภูเขาทอง นอกจากนี้การตายของลู่ฉางเฟิงเจ้าสำนักของสำนักดาบสวรรค์ยังทำให้เจ้าสำนักคนก่อนอย่างลู่เซียงคงจะต้องมองหาโอกาสในการแก้แค้นให้ลูกชายอยู่แน่ ศิษย์พี่สี่เพียงคนเดียวก็คงไม่อาจที่จะต้านทานเหล่ายอดฝีมือที่ฝึกฝนตัวเองถึงระดับมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ได้หรอก"

จ้าวยู่รู้ดีว่าศิษย์น้องของเธอคนนี้ต้องการที่จะบอกอะไร นี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้วที่จีเทยนเด๋าจะใช้ไพ่ตายที่ซ่อนอยู่

"จะเกิดอะไรขึ้นล่ะถ้าหากทั้งสองคนนั้นไม่ใช่ผู้แอบอ้าง? "

ยี่เทียนซินที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้หัวเราะต่อไป "ถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงเจ้าแก่นั่นก็ตกหลุมพรางของพวกเราไปแล้ว! "

"นายท่านพวกเราได้รับจดหมายมาอีกหนึ่งฉบับ ตอนนี้ผู้ใช้วรยุทธ์ที่ตั้งสมาคมริมแม่น้ำอยู่ที่หุบเขาตะวันฟ้าได้ตายไปหมดแล้ว ครอบครัวสกุลซีทั้งหมดก็ถูกช่วยเหลือออกไปหมด ตอนนี้เหลือเพียงผู้นำตระกูลเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นถูกช่วยเหลือไปหมดแล้วค่ะ"

ยี่เทียนซินตาสว่างขึ้นมาในทันที ตอนนี้ตัวเธอดูไม่ได้ประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย "คนที่สามารถสังหารผู้ใช้วรยุทธ์ที่ตั้งสมาคมริมแม่น้ำขึ้นมาได้ คนคนนั้นจะต้องเป็นศิษย์น้องเล็กของพวกเราแน่"

ในตอนนี้เหลือผู้ฝึกยุทธ์ขั้นศักดิ์สิทธิ์เหลืออยู่ไม่มากเท่าไหร่นัก เหล่ายอดฝีมือทั้งหมดที่มาจากพวกออร์โธดอกซ์ก็ไม่มีเหตุผลที่จะช่วยเหลือตระกูลเล็กๆ แบบนี้ มีเพียงหยวนเอ๋อคนเดียวเท่านั้นที่จะมีแรงจูงใจมากพอ

"ส่งจดหมายไปถึงราชาปีศาจซะ บอกเขาว่าแผนการของพวกเรายังคงดำเนินต่อไปไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง บอกเขาให้เตรียมพร้อมสำหรับแผนการขั้นต่อไปซะ"

“ข้าเข้าใจแล้ว!”

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 32 ข้าบอกเจ้าแล้วว่านี่มันกับดัก!

คัดลอกลิงก์แล้ว