เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 27 เจ้าน่ะมันหัวแข็งซะจริง

ตอนที่ 27 เจ้าน่ะมันหัวแข็งซะจริง

ตอนที่ 27 เจ้าน่ะมันหัวแข็งซะจริง


ตอนที่ 27 เจ้าน่ะมันหัวแข็งซะจริง

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

หมิงซี่หยินที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ "ศิษย์พี่ ไม่ต้องเสแสร้งกับข้าถึงขนาดนั้นหรอกนะ ทั้งศิษย์พี่และก็ข้าต่างก็อยู่กับท่านอาจารย์มาตั้งแต่ยังเด็ก ท่านอาจารย์คนนั้นน่ะทำให้เราบาดเจ็บได้มากกว่านี้หลายครั้งต่อหลายครั้งแล้ว"

"เจ้าน่ะฉลาดมากจริงๆ นะศิษย์น้อง" ด้วนมูเฉิงพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเขินอาย

"สิบวัน...ถ้าหากศิษย์พี่ยังคงนอนอยู่บนเตียงต่อไปเป็นเวลาสิบวัน ข้าจะหยุดซ่อมแซมม่านพลังในทันที และเมื่อท่านอาจารย์กลับมาถึง ท่านอาจารย์จะต้องสั่งสอนศิษย์พี่อย่างแน่นอน" หมิงซี่หยินพูดออกมาในขณะที่ตัวเขาเอามือทั้งสองข้างกอดอกเอาไว้

"ไม่ต้องใช้เวลานานมากขนาดนั้นหรอก ข้าขอแค่เจ็ดวันเท่านั้น เจ็ดวันก็เพียงพอแล้ว ศิษย์น้องข้าอยากที่จะอยู่คนเดียวเพื่อจะรักษาตัว ยังไงเจ้าก็ออกไปทำงานซะเถอะ"

"ห๊ะ! " หมิงซี่หยินที่ได้ยินแบบนั้นจึงออกจากห้องห้องนี้ไป

ตอนนี้เป็นเวลายามค่ำคืนแล้ว ดวงจันในค่ำคืนนี้กำลังลอยส่องสว่างอยู่บนฟากฟ้า หมิงซี่หยินในตอนนี้ได้แต่มองขึ้นไปบนฟ้าก่อนที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมากับตัวเอง "ท่านอาจารย์ ท่านกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่? เดี๋ยวก่อนนะ นั่นจดหมายอย่างงั้นหรอ? "

หมิงซี่หยินรีบกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนที่จะจับนกพิราบสื่อสารเอาไว้ หลังจากอ่านข้อความในจดหมายทั้งหมดตัวเขาก็ขมวดคิ้วขึ้นมาในทันที "ท่านอาจารย์รู้ได้ยังไงกันว่าศิษย์พี่สามได้รับบาดเจ็บ? "

หมิงซี่หยินได้มองไปรอบๆ ตัวเองก่อนจะใช้พลังการรับรู้ขั้นศักดิ์สิทธิ์ออกมา ด้วยพลังนี้เองจะทำให้ขอบเขตการรับรู้ของผู้ใช้ขยายไกลไปกว่าหลายร้อยเมตร นอกจากนกบางตัวที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ ในตอนนี้ที่ภูเขาทองไม่มีแม้แต่กระทั่งสิ่งมีชีวิตอื่นๆ หรือผู้คนอาศัยอยู่สักคน

หมิงซี่หยินในตอนนี้รู้สึกไม่สบายใจและเป็นกังวลเป็นอย่างมาก ตัวเขารู้สึกได้ว่าท่านอาจารย์ของเขาคนนี้กำลังเฝ้ามองดูตัวเขาอยู่ในที่ที่ไกลแสนไกลอยู่ตลอดเวลา ในตอนนั้นเองหมิงซี่หยินที่หวาดระแวงก็ได้คุกเข่าลงก่อนจะพูดขึ้น "ท่านอาจารย์ ศิษย์ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำตัวไม่ดีกับท่าน ศิษย์จะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาเป็นอย่างดี ศิษย์จะตั้งใจซ่อมแซมม่านพลังป้องกันของภูเขาทองของพวกเรา"

ในตอนนั้นเองรอบๆ ตัวของหมิงซี่หยินก็ยังคงเงียบสงบและมืดสนิทเช่นเคย เมื่อเห็นแบบนั้นหมิงซี่หยินก็ได้ลุกขึ้นก่อนที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก 'อย่าตกใจไปตัวข้า ตราบใดที่ข้าทำตามที่ท่านอาจารย์บอก ยังไงตัวข้าก็จะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน'

"ติ้ง! คุณสั่งสอนหมิงซี่หยิน คุณได้รับแต้มบุญ 100 แต้ม"

"ค่าความจงรักภักดีของหมิงซี่หยินเพิ่มขึ้น 2%"

ลู่โจวในตอนนี้กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ในห้องของเขา ในระหว่างที่อ่านคัมภีร์วีรชนอักษรสวรรค์อยู่ตอนนั้นเองตัวเขาก็ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบ ถึงแม้ว่าตัวเขาจะไม่รู้ก็ตามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถึงแบบนั้นนี่ก็เปรียบเสมือนกับข่าวดีอยู่สำหรับตัวเขา

"เพื่อที่จะแสวงหา เพื่อที่จะได้มาซึ่งพลังอำนาจจากในอนาคต เราควรรู้ก่อนว่าสิ่งใดควรพูดสิ่งใดไม่ควรพูด..."

"...พลังที่สามารถทำให้ได้ยินเสียงของทุกสรรพสิ่ง พลังที่สามารถได้ยินเสียงจากดินแดนทั้งหมดตราบเท่าที่ต้องการ..."

"...พลังแห่งวาจาที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ พลังที่จะปลดปล่อยผู้คนให้พ้นทุกข์ได้..."

ลู่โจวในตอนนี้ได้ปิดปฐมบทของคีมภีร์อักษรสวรรค์ไป เนื้อหาที่ลู่โจวได้อ่านออกมานั้นเป็นเนื้อหาในส่วนแรก ส่วนของวีรชนอักษรสวรรค์นั่นเอง ส่วนเนื้อหาอื่นๆ นั้นลู่โจวยังไม่สามารถที่จะอ่านได้ ตัวเขาจะต้องตีความสัญลักษณ์ที่มีให้ได้ซะก่อน

"ฉันจำได้ว่าตอนที่อ่านเคล็ดอักษรสวรรค์ครั้งแรก ตัวฉันอ่านได้เพียงแค่ชื่อเรื่อง แต่ตอนนี้ฉันอ่านได้ถึง 2 หน้าแล้ว ที่เป็นแบบนี้เป็นเพราะอายุขัยของฉันที่เพิ่มมากขึ้นกับระดับวรยุทธ์ที่มีสูงขึ้นอย่างงั้นสินะ? "

เป้าหมายของการฝึกฝนเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ก็คือการพัฒนาระดับวรยุทธ์ของตัวเอง ลู่โจวที่พัฒนาวรยุทธ์ของตัวเขาไปแล้วจึงสามารถอ่านเนื้อหาภายในคัมภีร์ได้ ดูเหมือนว่าเส้นทางในการฝึกฝนยังคงอีกยาวไกล

"ตั้งใจที่จะทำให้เรื่องนี้มันยากสำหรับฉันสินะ? เฮ้อ"

ลู่โจวในตอนนี้รู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในตัวของเขาได้ ตั้งแต่ที่ตัวเขาสามารถฝึกฝนตัวเองจนมีวรยุทธ์ถึงขั้นสังหรณ์หยั่งรู้ ตัวเขาก็ได้ดูดซับพลังจำนวนมากมาจากร่างอวตารของเขา แต่ถึงแม้ว่าลู่โจวจะมีพลังมากขึ้นแล้วก็ตามที แต่เมื่อตัวเขาจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นศักดิ์สิทธิ์ ตัวเขาในตอนนี้ก็ยังคงอ่อนแอไม่ต่างกับพวกมดปลวกเช่นเดิม

ค่ำคืนในวันนี้ช่างยาวนานเป็นพิเศษ ลู่โจวในตอนนี้นั้นไม่สามารถทำอะไรได้นอกซะจากจะต้องอ่านหนังสือต่อไป คำว่า "จับฉลากนำโชค" แวบขึ้นมาในความคิดของเขา "ถึงแม้ว่าระบบกาชานั่นจะน่าเล่นสักแค่ไหน แต่ฉันก็จะต้องเก็บแต้มบุญที่มีเอาไว้ให้ได้ซะก่อน"

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ สมาคมมังกรฟ้าที่อยู่ใกล้ๆ กับแม่น้ำกู่

"เจ้าน่ะจะบอกว่าถูกเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ทำร้ายมาอย่างงั้นสินะ แถมเธอคนนั้นยังมีอายุแค่ 15ไม่ก็16 ขวบเท่านั้น เจ้าหนูนั่นมาพร้อมกับชายชราคนหนึ่งที่อายุราวๆ 80 ปี" หัวหน้าของสมาคมมังกรฟ้า หลิวจ้าวเฟิงได้ถามขึ้น

ชายทั้งสองคนที่ถูกถามกำลังคุกเข่าอยู่ในห้องโถงใหญ่ ทั้งสองคนเอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมา

หลิวจ้าวเฟิงที่ไม่ได้คำตอบอะไรเดินไปเดินมาอยู่พักหนึ่ง หลังจากที่รอคอยอยู่นานตัวเขาก็พูดออกมาอีกครั้ง "ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นรู้แจ้งเห็นจริงกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นผ่อนคลายร่างกายระดับ 8 อย่างงั้นสินะ...อะไรกันที่ทำให้เจ้าพวกนั้นกล้าบุกสมาคมมังกรฟ้าของพวกเราได้? "

"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันครับท่านหัวหน้า! ในตอนที่พวกเราทั้งสามคนกำลังรับสมัครสมาชิกหน้าใหม่อยู่ที่เมืองอันยาง เจ้าเด็กนั่นก็ได้ปรากฏตัวขึ้น เจ้านั่นได้ทำร้ายเพื่อนของเราจนบาดเจ็บไป ในตอนนั้นปู่ของเจ้าเด็กนั่นก็ได้พูดออกมาว่า..."

"พูดว่าอะไรกัน? "

"เจ้านั่นบอกเอาไว้ว่าจะขอพบท่านหัวหน้าเป็นการส่วนตัวในวันนี้ครับ"

หลังจากที่หลิวจ้าวเฟิงได้ฟังคำตอบ ตอนนั้นเองสีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความสับสนอีกครั้ง

สิ่งที่ทำให้ตัวเขาจะต้องสับสนนั่นก็คือการที่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นรู้แจ้งเห็นจริงกล้าที่จะมาท้าทายตัวเขาถึงแบบนี้ มันเป็นการกระทำที่บ้าบิ่นจนเกินไป ตัวเขาที่เป็นเหมือนกับหัวหน้าของสมาคมไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะต้องเข้าไปจัดการเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็คงจะปล่อยให้เรื่องที่รับสมัครสมาชิกหน้าใหม่ผ่านพ้นไปไม่ได้ สมาคมที่ยิ่งใหญ่นั้นจะต้องหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี

"เจ้าน่ะพาคนไป 20 คน ตามหาเจ้าเด็กนั่นที่ทำร้ายพวกของเราในวันนี้ซะ"

"ข้าเข้าใจแล้วครับ! "

เมื่อได้ยินคำสั่งแล้วชายทั้งสองคนนั้นลุกขึ้นก่อนที่จะออกจากห้องโถงไป ในตอนนั้นเองมีชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องโถงอย่างเร่งรีบ "ท่านหัวหน้าครับ มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอยากพบท่าน"

"บอกให้เธอไสหัวไปซะ"

"เจ้าเด็กนั่นได้บอกเอาไว้ว่าความอดทนของเธอนั้นมีจำกัด เธอจะยังอดทนต่อไปตราบใดที่ท่านปู่ของเธอยังคงอารมณ์ดี เจ้าเด็กนั่นบอกให้ท่านหัวหน้าทำตะ...ตาม...ตามที่ปู่ของเจ้านั่นบอก" เมื่อรายงานทุกอย่างเสร็จแล้วชายคนนั้นก็มองไปที่ใบหน้าของผู้ที่เป็นหัวหน้า

'ทำตามที่บอกอย่างงั้นหรอ' นี่เป็นเหมือนกับคำพูดที่ศิษย์พี่นั้นได้ใ้ช้บอกกับศิษย์รุ่นน้อง

ปั๊ง!

ปั๊ง!

ทันใดนันเองชายฉกรรจ์อีกหลายคนก็ได้พุ่งชนประตูด้านหน้า ตอนนั้นเสียงประตูรวมไปถึงเสียงหน้าต่างที่พังทลายก็ได้ดังขึ้นจากทางด้านนอก หลิวฉางเฟิงตอนนั้นที่รู้สึกอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วเมื่อได้ยินแบบนั้นตัวเขาก็รู้สึกสับสนมากยิ่งขึ้น

"เกิดอะไรขึ้น? "

"ไปดูซะสิ! "

หลิวฉางเฟิงให้คนที่อยู่ในห้องโถงกับเขาออกไปดูเหตุการณ์ด้านนอก

ในตอนนั้นเองมีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ เธอที่ใส่เสื้อผ้าสีน้ำเงินสีสดใสกำลังยืนอยู่ที่ลานบ้านนั่นเอง คนคนนั้นก็คือหยวนเอ๋อ ในตอนนี้หยวนเอ๋อกำลังใช้มือข้างหนึ่งบิดผมตัวเองอยู่ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งนั้นกำลังชี้ไปยังชายผู้โชคร้ายคนหนึ่ง "ข้าบอกแล้วไงว่าความอดทนของข้าน่ะมีขีดจำกัด พวกเจ้ายังจะกล้าให้ท่านปู่ของข้ายืนรออยู่ที่ด้านนอกอีกอย่างงั้นหรอ? พวกเจ้ากล้าดียังไงกัน? "

"นี่มันขะ...แข็งแกร่ง เด็กนี่มันแข็งแกร่งจนเกินไป"

"วรยุทธ์ของเจ้าเด็กนี่จะต้องอยู่ในขั้นมหาราชครูอย่างแน่นอน พวกเราควรจะทำอะไรยังไงกันดี? "

"ท่านหัวหน้า ท่านหัวหน้าอยู่ที่นี่แล้ว! "

ในตอนนั้นเองฝูงชนก็ได้แยกตัวออกจากกัน พวกเขาทั้งหมดต่างเงยหน้าขึ้นมองหลิวฉางเฟิง หยวนเอ๋อเองก็ได้มองหน้าชายคนนี้เช่นกัน เธอได้แต่จ้องมองไปที่ชายคนนั้นก่อนที่จะขมวดคิ้ว

"ท่านหัวหน้า เจ้าเด็กนั่นไงครับที่ข้าพูดถึงครับ! เจ้าเด็กนี่เป็นคนทำร้ายเจ้าหน้าที่เจียงในเมืองอันยาง"

หลิวฉางเฟิงในตอนนั้นได้เอามือไขว้หลังอยู่ ตอนนั้นเองเขาก็ได้เอ่ยปากพูดออกมา "เจ้าเด็กนี่เป็นผู้ฝึกยุทธ์สินะ ไม่น่าแปลกใจเลย..."

หยวนเอ๋อในตอนนี้ยังคงสับสนอยู่ เธอที่เห็นหลิวฉางเฟิงเดินออกมาจึงรีบถามออกไปในทันที "เจ้าน่ะ เป็นหัวหน้าของสมาคมมังกรฟ้านี่สินะ? "

'ฮึ เป็นหัวหน้าอย่างงั้นหรอ? '

"คุณหนู เจ้าน่ะคงจะคิดเอาไว้สินะว่าวรยุทธ์ที่เจ้ามีน่ะคงจะอยู่เหนือกว่าข้าผู้นี้ อย่าคิดว่าวรยุทธ์ระดับมหาราชครูนั่นจะสูงส่งอะไรซะละ" หลิวฉางเฟิงพูดออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว

ตั้งแต่ที่หยวนเอ๋อยังเป็นเด็ก เธอก็แทบที่จะไม่เคยได้ออกจากภูเขาทองมาก่อนเลย ดังนั้นเธอจึงไม่รู้วิธีการที่จะติดต่อพูดคุยกับผู้อื่นมากนัก นอกจากนี้เธอคนนี้ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการพูดคุยกับผู้อื่นรวมไปถึงการถ่อมตัวเลยด้วย สิ่งที่หยวนเอ๋อรู้มีเพียงอย่างเดียว ตัวเธอนั้นจะต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายมาให้สำเร็จให้เร็วที่สุดเท่านั้น

"เจ้าน่ะกำลังพูดถึงอะไรกัน? ข้ากำลังตามหาหัวหน้าสมาคมมังกรฟ้าอยู่ เจ้าน่ะเป็นหัวหน้าใช่ไหม? " หยวนเอ๋อได้ขมวดคิ้วอีกครั้ง

"ข้าเอง ข้าเป็นหัวหน้าของสมาคมมังกรฟ้าสาขาเมืองอันยางแห่งนี้ ข้าหลิวฉางเฟิง"

"เจ้าน่ะเป็นคนที่ดูแลทุกอย่างอยู่อย่างงั้นสินะ? "

"แน่นอน ข้าเอง"

"เยี่ยม! ข้าน่ะมีงานที่จะให้เจ้าทำ"

ในลานแห่งนั้น หลังจากที่หยวนเอ๋อพูดออกมา ทุกๆ คนก็ได้จับจ้องไปที่เธอคน

หลิวฉางเฟิงในตอนนี้รู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก ตัวเขาที่คิดมาตลอดว่าเพราะอะไรกันถึงทำให้สาวน้อยคนนี้กล้ามาบุกสมาคมมังกรฟ้าที่ยิ่งใหญ่ของเขาได้ แต่สุดท้ายแล้วตัวเขาก็ไม่ได้คำตอบอะไรออกมา ตัวเขาได้แต่ถอนหายใจเพียงเท่านั้น

"พอแล้ว! จัดการเจ้าเด็กนี่ซะ! " หลิวฉางเฟิงได้โบกมือให้กับเหล่าลูกน้องของเขา ตอนนั้นเองเหล่ามือธนูทั้งหลายก็ได้เล็งยิงไปที่หยวนเอ๋อตัวน้อย

"เจ้าน่ะมันหัวแข็งซะจริง! " หยวนเอ๋อที่เห็นแบบนั้นได้พูดออกมาก่อนที่จะกระทืบเท้าลงบนพื้น

ในตอนนั้นเองวงแหวนพลังงานที่อยู่ใต้เท้าของเธอก็กระเพื่อมพลังออกมา ในพริบตาเดียวเท่านั้น อาคารทั้งหมดแถวนั้นถึงกับต้องพังทลายไปในทันที คลื่นพลังที่หยวนเอ๋อปล่อยออกมานั้นได้กระแทกเข้ากับลูกธนูจากทั่วทุกทิศทางจนกระเด็นกลับไป

"อย่างบอกนะว่าเจ้าน่ะทะลวงเส้นพลังลมปราณทั้งแปดของขั้นมหาราชครูได้แล้ว! " หลิวฉางเฟิงที่เห็นพลังของหยวนเอ๋อนั้นถึงกับเบิกตากว้าง

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 27 เจ้าน่ะมันหัวแข็งซะจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว