เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21 ค่าความโชคดี

ตอนที่ 21 ค่าความโชคดี

ตอนที่ 21 ค่าความโชคดี


ตอนที่ 21 ค่าความโชคดี

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

หลายวันผ่านมา ในตอนนี้ก็ยังคงไม่มีข่าวคราวการติดต่อกลับใดๆ จากจ้าวยู่ มีเพียงจดหมายฉบับแรกของเธอที่ส่งมารายงานเพียงเท่านั้น ลู่โจวในตอนนี้ได้คิดเอาไว้แล้วว่าจ้าวยู่คนนี้เป็นไปได้สูงว่าเธอจะไม่กลับมา เธอจะต้องตัดสินใจเหมือนกับศิษย์คนอื่นๆ เธอคงจะเลือกออกจากสำนักไปแล้วนั่นเอง

ลู่โจวในตอนนี้พยายามหาสาเหตุที่ทำให้ลูกศิษย์คนนี้จะต้องออกจากสำนักไป แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามคิดมากเท่าไหร่สุดท้ายแล้วเขาก็คิดไม่ออก ความทรงจำส่วนหนึ่งของจีเทียนเด๋านั้นหายสาบสูญไป ในตอนที่หมิงซี่หยินลูกศิษย์คนที่สี่ของเขาออกไปทำภารกิจ ตอนนั้นเองค่าความจงรักภักดีของลูกศิษย์คนนี้ก็ลดลง เป็นไปได้ว่าจ้าวยู่เองจะเจอกับเหตุการณ์เดียวกัน บางทีเธออาจจะเจอใครชักชวนให้ออกจากสำนักก็เป็นได้

แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในตอนนี้ลู่โจวก็ต้องหยุดคิดเรื่องนี้ไปก่อน ที่จริงแล้วคงจะไม่มีการสั่งสอนไหนที่ใช้สอนเพียงข้ามคืนเพื่อให้ลูกศิษย์ของเขาเชื่อฟังได้ ยังไงตอนนี้ความสำคัญสูงสุดก็คือการเพิ่มพลังชีวิตของตัวเองรวมไปถึงเพิ่มพลังวรยุทธ์ให้ได้ก่อน

ลู่โจวที่ได้ฟังหยวนเอ๋อตัวน้อยถาม ตัวเขานั้นไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป ในตอนนั้นเองหยวนเอ๋อศิษย์คนสุดท้ายของสำนักก็ได้พูดมาอย่างมีน้ำโห "ศิษย์ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าศิษย์พี่จ้าวยู่จะทำแบบนั้น! "

ลู่โจวที่ได้ฟังแบบนั้นได้แต่ส่ายหัวก่อนที่จะพูดโต้ตอบกลับ "อย่าไปสนใจเจ้านั่นเลย"

"แต่ท่านอาจารย์ ศิษย์พี่ทรยศท่านและออกจากสำนักนะ! จะให้ศิษย์ทนเฉยต่อศิษย์พี่ได้ยังไงกัน? " หยวนเอ๋อในตอนนี้ยังคงโกรธเกรี้ยวอยู่

ลู่โจวในตอนนี้ได้แต่คิดว่าหยวนเอ๋อเวลาโกรธนั้นช่างดูน่ารักจริงๆ หลังจากที่ชื่นชมความงามเสร็จแล้วเขาก็พูดโต้ตอบกลับไปอีกครั้ง "ข้าว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป บางทีพวกเราอาจจะรู้ข่าวคราวจากจ้าวอยู่ในไม่กี่วันข้างหน้าก็เป็นได้"

"ศิษย์เข้าใจแล้วค่ะท่านอาจารย์! "

"เอาล่ะ ข้าอยากอยู่คนเดียว เจ้าน่ะไปฝึกวรยุทธ์ของเจ้าซะเถอะ"

"ค่ะ! "

หยวนเอ๋อในตอนนี้ก็คิดว่าท่านอาจารย์ของเธอกำลังโกรธเช่นกัน ดังนั้นแล้วเธอจึงออกจากศาลาอย่างเชื่อฟังไป

ในตอนนั้นเอง...

หมิงซี่หยินที่ได้เคล็ดวิชาเวหาพงพนาขั้นสุดท้ายมาก็กำลังยืนคุยกับด้วนมูเฉิงอยู่ที่เชิงเขา

"ศิษย์น้องสี่ เจ้าน่ะโชคดีจริงๆ " ด้วนมูเฉิงพูดออกมาอย่างอิจฉา "ท่านอาจารย์ไม่เพียงแต่ไม่ตำหนิเจ้า แต่ท่านยังให้เคล็ดวิชาขั้นสุดท้ายกับเจ้ามาอีก"

หมิงซี่หยินที่ได้ยินแบบนั้นได้เอามือกอดอกก่อนที่จะพูดโต้ตอบกลับมา "ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านอาจารย์กำลังคิดอะไร บางที...ข้าว่าพวกเราอาจจะคิดมากเกินไป"

"เจ้าหมายความว่ายังไงกัน? "

"ก็เพราะข้าทำงานที่ท่านอาจารย์ได้รับมอบหมายสำเร็จ ก็เพราะแบบนั้นท่านอาจารย์ก็เลยให้รางวัลกับข้า แต่ในตอนที่ข้าไปทำภารกิจมา ข้าก็ได้ยินมาว่าศิษย์น้องเจ็ดนั้นเชื่อว่าท่านอาจารย์มียาลึกลับอะไรบางอย่างซ่อนเอาไว้ ยานั่นทำให้ตัวท่านอาจารย์สามารถหายจากอาการบาดเจ็บได้ชั่วคราว และก็เพราะแบบนั้นข้าก็เลยอยากที่จะทดสอบท่านอาจารย์..." หมิงซี่หยินได้บอกความจริงทุกอย่างที่ตัวเขารู้มาให้กับศิษย์พี่ของเขาได้ฟัง

การแสดงออกของด้วนมูเฉิงเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น "เจ้าน่ะมันบ้าไปแล้ว! "

"ก็คงจะเป็นแบบนั้น แต่ตอนนี้มันสายไปซะแล้วล่ะที่จะมานึกย้อนเสียใจ"

"ในบรรดาเหล่าศิษย์สาวกทั้งหมดที่อยู่ในภูเขาทองตอนนี้ เจ้าน่ะมีมันสมองที่ฉลาดเฉลียวมากที่สุดแล้ว ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าน่ะจะทำอะไรโง่ๆ แบบนี้! " ด้วนมูเฉิงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เอาจริงเอาจัง "แม้ว่าข้าไม่ได้ยินเรื่องที่เจ้าเจ็ดบอกยังไงตัวข้าก็จะออกจากภูเขาทองลูกนี้อยู่แล้ว ถ้าหากท่านอาจารย์ไม่ได้บาดเจ็บและวรยุทธ์ของท่านอาจารย์ยังคงแกร่งกล้าอยู่แบบนั้นล่ะ เพราะอะไรกันท่านอาจารย์ถึงจะอยู่บนภูเขาทองลูกนี้อยู่? "

หมิงซี่หยินที่ได้ฟังแบบนั้นได้พยักหน้าซ้ำไปซ้ำมา ตัวเขากำลังคาดเดาอารมณ์ของท่านอาจารย์อยู่นั่นเอง ถ้าหากท่านอาจารย์สุขภาพร่างกายแข็งแรงดีรวมไปถึงมีพลังวรยุทธ์ที่สุดยอดอยู่จริง ตัวเขาก็คงจะออกไปจัดการศัตรูทั้งหมดแล้ว แต่ถึงแบบนั้นในการต่อสู้กับเหล่ายอดฝีมือทั้งสิบ ท่านอาจารย์กลับใช้เคล็ดวิชาสุดยอดในการต่อสู้ทั้งหมด การจะใช้เคล็ดวิชาแบบนั้นได้คงจะทำให้ต้องเสียพลังไปเยอะแน่ แต่ตอนนี้ท่านอาจารย์ก็ดูสบายดีอยู่ ไม่มีผู้ฝึกยุทธ์คนไหนกล้าใช้พลังไปอย่างเปล่าประโยชน์แบบนั้นแน่นอน

"ศิษย์พี่ ข้าน่ะอยากที่จะได้เคล็ดวิชาเวหาพงพนาขั้นสุดท้ายมาโดยตลอด ด้วยเคล็ดวิชานี้ระดับวรยุทธ์ขั้นศักดิ์สิทธิ์ของข้าจะต้องอยู่ในระดับที่สมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน บางทีตัวข้า...ตัวข้าอาจจะฝึกจนไปถึงขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นได้ วรยุทธ์ที่เหมือนกับศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รอง ในที่สุดข้าก็ได้รับมันมาแล้ว แต่ในตอนนี้ข้ากำลังสับสนอะไรบางอย่างอยู่..."

"นับตั้งแต่ศิษย์น้องหญิงเทียนซินทรยศและได้ออกจากสำนักของพวกเราไป ท่านอาจารย์ในตอนนั้นก็หยุดที่จะสอนเคล็ดวิชาขั้นสุดท้ายให้กับพวกเรา แน่นอนว่าท่านอาจารย์ยังไม่มอบอาวุธสมบัติล้ำค่าระดับสรวงสวรรค์ให้พวกเราอีกด้วย แต่ในคราวนี้ท่านอาจารย์กับมอบเคล็ดวิชานั่นให้กับเจ้า... เจ้ากลัวว่าท่านอาจารย์คงจะวางแผนอะไรบางอย่างอยู่สินะ? " ด้วนมูเฉิงถามออกไป

"ใช่แล้วศิษย์พี่! ท่านคิดว่ายังไงกัน? "

"ข้าคิดว่าพวกเราควรจะทำงานที่ท่านอาจารย์มอบหมายอย่างซื่อสัตย์ต่อไป ตอนนี้ท่านอาจารย์น่ะแก่มากแล้ว บางทีเขาอาจจะใกล้ถึงจุดจบของชีวิตแล้วก็ได้จึงเลือกที่จะไม่ทำร้ายพวกเรา นอกจากนี้เหล่ายอดฝีมือทั้งสิบต่างก็พ่ายแพ้อย่างย่อยยับ ยังไงซะเจ้าพวกนั้นก็ไม่กล้าโจมตีภูเขาทองของพวกเราอย่างผลีผลามหรอก ข้าเชื่อว่ายังไงภูเขาทองก็ยังคงเป็นบ้านที่ปลอดภัยของพวกเราไปได้อีกนาน"

"นี่เป็นอะไรที่สมเหตุสมผลมากศิษย์พี่สาม ด้วยสติปัญญาของศิษย์พี่ทำให้ตัวข้าเองรู้สึกกระจ่างแจ้งแล้ว" หมิงซี่หยินที่ได้ฟังด้วนมูเฉิงวิเคราะห์ได้โค้งคำนับให้กับเขา ในตอนนี้ถ้าหากตัวเขาละทิ้งภูเขาทองไป ตัวเขานั้นไม่เพียงแต่จะต้องระแวงท่านอาจารย์ของเขา แต่ตัวเขาจะต้องเผชิญหน้ากับเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ของฝั่งออร์โธดอกซ์อีกด้วย และในตอนนี้ตัวเขาก็ไม่มีความกล้ามากพอที่จะก่อตั้งสำนักขึ้นเหมือนกับศิษย์พี่ใหญ่ และเพราะแบบนั้นแล้วการอยู่บนภูเขาทองต่อไปจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วนั่นเอง

"ติ้ง! คุณได้รับ 200 แต้มบุญจากการสั่งสอนหมิงซี่หยิน หมิงซี่หยินในตอนนี้มีค่าความจงรักภักดีเพิ่มมากขึ้น 5% ด้วนมูเฉิงมีค่าความจงรักภักดีเพิ่มขึ้น 5%"

ลู่โจวที่นั่งอยู่ในศาลาปีศาจลอยฟ้าก็ได้ยิ้มออกมา ในตอนนั้นเองเขาก็ได้พยักหน้า

จีเทียนเด๋าในอดีตไม่กล้าที่จะให้เคล็ดวิชาขั้นสุดท้ายให้กับลูกศิษย์ของเขา แต่ตอนนี้ลู่โจวกลับทำมันลงไปแล้ว ตัวเขาที่เป็นเหมือนกับคนใหม่ไม่จำเป็นเลยจะต้องดูแลสั่งสอนลูกศิษย์เหมือนกับจีเทียนเด๋าคนเก่า

ลู่โจวในตอนนี้ไม่อยากที่จะใช้วิธีโบราณแบบนั้น

ชื่อ: ลู่โจว

เผ่า: มนุษย์

วรยุทธ์: ขั้นสังหรณ์หยั่งรู้ ระดับดวงตาแห่งการหยั่งรู้

อวตาร: พลังอวตารสองร่าง

แต้มบุญ: 1,004

อายุขัยที่เหลือ: 1,509 วัน

ของที่มี: การ์ดระเบิดจุดสุดยอด x2, การ์ดประกันชีวิต x5

"พลังร่างอวตารตรีบุปผาจะต้องใช้แต้มบุญซื้อ 3,000 แต้มด้วยกัน แต่ในตอนนี้ตัวฉันมีแต้มบุญแค่ 1,000 เท่านั้น หนทางยังดูห่างไกล ฉันควรจะรอต่อไปดีไหมนะ? "

"ไม่สิ ฉันรอต่อไปไม่ได้แล้ว ตอนนี้สุขภาพร่างกายของฉันกำลังแย่ และถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปตัวฉันจะต้องซ้ำรอยเดิมกับจีเทียนเด๋าคนก่อนแน่ อายุขัยที่มากขึ้นนั้นทำให้วรยุทธ์ที่ตัวเขามีลดลงไปด้วยเช่นกัน"

"แต่การ์ดพลังชีวิตมีราคาถึง 500 แต้มบุญนั้นแพงจนเกินไป..."

"เอาล่ะ ฉันลองเสี่ยงโชคดูก่อนดีกว่า"

"จับฉลากนำโชค"

"ติ้ง! คุณได้ใช้แต้มบุญ 50 แต้ม คุณได้รับรางวัลเป็นค่าความโชคดี 1 "

"จับฉลากนำโชค! "

"ติ้ง! คุณได้ใช้แต้มบุญ 50 แต้ม คุณได้รับรางวัลเป็นค่าความโชคดี 1 "

...

ลู่โจวได้พยายามจับฉลากนำโชคถึง 5 ครั้งติดต่อกัน ตัวเขาได้ใช้แต้มบุญไปกว่า 250 แต้มด้วยกัน แต่ในท้ายที่สุดแล้วตัวเขาก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลย เขาได้เพียงแค่ค่าความโชคดีที่เป็นเหมือนกับรางวัลปลอบใจเพียงเท่านั้น

ลู่โจวในตอนนี้ขมวดคิ้วลงเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาในตอนนี้ดูฟังไม่มีความสุขเลย "ไอระบบบ้านี่จะให้รางวัลปลอบใจกับฉันไปถึงไหนกัน ฉันได้รางวัลปลอบใจมา 23 ครั้งติดๆ! ระบบความน่าจะเป็นของแกคงจะมีปัญหาไปแล้วใช่ไหม? "

แน่นอนว่าระบบที่ลู่โจวกำลังต่อว่านั้นยังคงไม่ตอบโต้อะไรเขาเช่นเคย

"ตอนนี้ฉันมีแต้มบุญเหลืออีก 750 แต้ม... ฉันยังคงลองต่อได้และเหลือแต้มบุญส่วนหนึ่งเอาไว้ซื้อการ์ดพลังชีวิตก็แล้วกัน"

"จับฉลากนำโชค"

"ติ้ง! คุณได้ใช้แต้มบุญ 50 แต้ม คุณได้รับรางวัลเป็นค่าความโชคดี 1 "

'นี้มันบ้าอะไรกันวะเนี่ย...' ลู่โจวได้ด่าภายในใจ

"จับฉลากนำโชค! "

"ติ้ง! คุณได้ใช้แต้มบุญ 50 แต้ม คุณได้รับรางวัลเป็นค่าความโชคดี 1 "

"..."

"ฉันจะลองอีกครั้ง และถ้าหากไอระบบบ้านี่ยังคงไม่ให้อะไร ฉันจะหยุด! "

"จับฉลากนำโชค!!! "

"ติ้ง! คุณได้ใช้แต้มบุญ 50 แต้ม คุณได้รับรางวัลเป็นค่าความโชคดี 1 "

"อีกครั้ง! "

"ติ้ง! คุณได้ใช้แต้มบุญ 50 แต้ม คุณได้รับรางวัลเป็นค่าความโชคดี 1 "

ในพริบตาเดียวเท่านั้น แต้มบุญที่ลู่โจวสะสมมาก็เกือบที่จะหายไปทั้งหมด ตัวเขาไม่ได้อะไรเลยนอกจากรางวัลปลอบใจ ในตอนนี้ตัวเขาสะสมค่าความโชคดีได้ถึง 33 แต้มแล้ว

"หึ ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว...นี่มันไม่ใช่ค่าความโชคดีอะไรนั้นหรอก มันเป็นค่าความโชคร้ายต่างหากสินะ? "

เมื่อมาถึงตอนนี้ลู่โจวเองก็มีแต้มบุญเหลืออยู่เพียง 104 แต้มเท่านั้น "ก็ได้ ฉันแพ้แล้ว..."

แต่เนื่องจากไม่มีอะไรที่ตัวเขาสามารถซื้อได้แล้ว ดังนั้นลู่โจวจึงใช้แต้มบุญที่เหลือไปกับการ...

"จับฉลากนำโชค! "

"ติ้ง! คุณได้ใช้แต้มบุญ 50 แต้มพร้อมกับค่าความโชคดี 33 แต้ม คุณได้รับเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์, พลังร่างอวตารตรีบุปผา และการ์ดพลังชีวิต x10 "

"??????? "

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 21 ค่าความโชคดี

คัดลอกลิงก์แล้ว