เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 สั่งสอน

ตอนที่ 17 สั่งสอน

ตอนที่ 17 สั่งสอน


ตอนที่ 17 สั่งสอน

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ทันทีที่หมิงซี่หยิงออกหุบเขาพยัคฆ์ ซู่ฮ่องกงที่ได้แต่ตัวสั่นก็ได้ปาดเหงื่อของเขาลง ในตอนนั้นเองขาของเขาก็ยังคงสั่นเครืออยู่

'นั่นสินะ...ดูเหมือนว่าศิษย์พี่เจ็ดจะพูดถูก! '

เมื่อเห็นแบบนั้นแล้วชายคนหนึ่งก็ได้ตะโกนถามขึ้น "ท่านหัวหน้า ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม? "

"ขะ...ข้าสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วงไป ใจเย็นเอาไว้ทุกคน! "

ในตอนนั้นเอง...

ลู่โจวที่กำลังนั่งสมาธิอยู่บนศาลา

หลังจากที่ลู่โจวพยายามฝึกฝนวรยุทธ์มากว่าครึ่งวัน เขาก็พบว่าท้ายที่สุดแล้วการฝึกฝนวรยุทธ์ทั้งหมดก็คงจะเป็นอะไรที่ไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ต่อหน้าศิษย์ของพวกเขา

ตัวเขานั้นไม่สามารถเดินพลังลมปราณได้เลย

เส้นพลังลมปราณของลู่โจวนั้นเก่าแก่จนเกินไป และตัวเขาเองยังมีจุดตันเถียนที่ยังมีพลังไม่เพียงพอ และเพราะแบบนั้นเองจึงทำให้ลู่โจวไม่สามารถรวบรวมพลังลมปราณเอาไว้ได้

ตัวเขาที่รู้สึกผิดหวังได้แต่ส่ายหัวออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ดูเหมือนว่าการฝึกวรยุทธ์ของตัวเขาจากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ที่จีเทียนเด๋าเคยมีมาก็ไม่ได้ช่วยอะไรตัวเขามากนัก

ลู่โจวได้คาดเดาสาเหตุที่ทำให้ตัวเขาเป็นแบบนี้เอาไว้ ที่ตัวเขาไม่สามารถเดินพลังลมปราณได้คงจะเป็นเพราะพลังทางกายภาพที่ตัวเขามี อายุขัยที่มากขึ้นนั้นเป็นเหมือนกับขวากหนามอันสูงใหญ่ ยิ่งอายุขัยของผู้ฝึกยุทธ์นั้นมีมากขึ้น การที่จะสามารถฝึกยุทธ์ต่อไปได้นั้นก็จะยากขึ้นตามนั่นเอง ร่างกายที่แก่ชราจะยิ่งทำให้พลังจากจุดตันเถียนลดน้อยลง และเพราะแบบนั้นพละกำลังที่ตัวเขามีก็จะลดลงไปตามกาลเวลา ปัญหาที่ลู่โจวเจอในตอนนี้เป็นปัญหาเดียวกับที่จีเทียนเด๋าเคยพบเจอ

และนี่เป็นปัญหาที่คงจะเป็นปัญหาที่ยากที่สุดแล้วที่จะสามารถแก้ไขได้

จีเทียนเด๋าที่มีอายุเพิ่มมากขึ้น พละกำลังความแข็งแกร่งของตัวเขาก็เริ่มลดน้อยลงตาม เพราะแบบนั้นเองจึงทำให้จีเทียนเด๋าไม่อาจที่จะสั่งสอนลูกศิษย์ของตัวเขาได้ และเพราะแบบนี้นี่เองจึงทำให้ลูกศิษย์ของตัวเขาเลือกที่จะทรยศไปในท้ายที่สุด

'เฮ้อ สำหรับฉันที่เคยเป็นชายวัยยี่สิบมาก่อน ในตอนนั้นฉันได้แต่เสแสร้งแกล้งทำเป็นเข้าใจทุกสิ่ง ทำเป็นมีประสบการณ์ ความมั่นคงสำหรับชายวัย 20 นั้นเป็นความใฝ่ฝันของเหล่าคนหนุ่มคนสาว'

แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลู่โจวในตอนนี้ก็มีแต่จะต้องลุยต่อไปเท่านั้น ไม่ว่าร่างกายของเขาจะแก่ชราหรือว่าจะเด็กลงกว่านี้มากก็ตาม

'ดูเหมือนว่าสิ่งที่ฉันจะต้องทำนั่นก็คือการสะสมพลังชีวิตให้เพิ่มมากขึ้น' ลู่โจวที่กำลังคิดย้อนไปถึงอดีตของจีเทียนเด๋า เขาได้แต่คิดว่าปรมาจารย์มหาวายร้ายคนนั้นจะต้องประสบปัญหาเดียวกับตัวเขาในตอนนี้อย่างแน่นอน

'เอาล่ะ แต้มบุญของฉันเหลือเท่าไหร่กัน'

ลู่โจวที่คิดได้ได้เปิดแผงเมนูขึ้นมา

ชื่อ: ลู่โจว

เผ่า: มนุษย์

วรยุทธ์: ขั้นสังหรณ์หยั่งรู้, ดวงตาแห่งการหยั่งรู้

แต้มบุญ: 1,004 แต้ม

อายุขัยที่เหลือ: 1,209 วัน

ของที่มี: การ์ดระเบิดพลังจุดสุดยอด x2, การ์ดประกันชีวิต x5, วิซซาร์ด

...

ในตอนนี้ลู่โจวยังคงมีแต้มบุญเหลือกว่าหนึ่งพันแต้มด้วยกัน แต่ถึงจะมีหลักพันแต่นั่นก็ยังคงน้อยเกินไปอยู่ดี ถ้าหากตัวเขาต้องการที่จะกลับกลายเป็นหนุ่มอีกครั้ง แต้มบุญเพียงเท่านี้ก็คงจะทำให้ตัวเขากลับไปเป็นหนุ่มไม่ได้

ลู่โจวที่อยากได้แต้มบุญได้คิดถึงตอนที่ลูกศิษย์คนที่สี่ของเขาสังหารพวกโจรภูเขาไป การสังหารโจรเพื่อช่วยผู้คนในตอนนั้นทำให้ตัวเขาได้รับแต้มบุญสะสมมามากมาย ดูเหมือนว่าภารกิจอะไรพวกนี้จะทำให้ตัวเขาได้รับแต้มบุญจำนวนมาก

"หยวนเอ๋อ! "

"ท่านอาจารย์มีอะไรรึเปล่าคะ? "

"นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้าหากเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่โลกภายนอก เจ้าจะต้องรีบรายงานข้าในทันที เข้าใจใช่ไหม" ลู่โจวพูดออกมาอย่างแผ่วเบา

หยวนเอ๋อที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้แต่แอบคิดอะไรบางอย่าง 'ท่านอาจารย์เนี่ยนะอยากจะรู้เรื่องราวของโลกภายนอก ปกติท่านอาจารย์ไม่เคยจะแยแสโลกภายนอกมาโดยตลอด แล้วทำไมกันเขาถึงรู้สึกสนใจเรื่องของโลกภายนอกขึ้นมาได้? '

"ท่านอาจารย์ ศิษย์เองก็อยู่ที่ภูเขาทองมาโดยตลอดเช่นกัน เพราะแบบนั้นแล้วศิษย์ก็เลยไม่รู้เรื่องของโลกภายนอกมากเท่าไหร่ เรื่องของข่าวคราวจากโลกภายนอกคงจะเป็นเรื่องถนัดของศิษย์พี่เจ็ดมากที่สุดแล้ว ศิษย์พี่เจ็ดมีหน่วยคราวกรองอัจฉริยะของเขาครอบคลุมอยู่ทั่วทั้งมุมโลก"

และนั่นแหละคือปัญหา

ลู่โจวที่ฟังแบบนั้นได้โต้ตอบกลับไป "มีจุดพักผ่อนอยู่แห่งหนึ่ง จุดพักผ่อนจุดนี้อยู่ใกล้ๆ กับเมืองถังซี เมืองแห่งนี้เองอยู่ไม่ไกลจากภูเขาทองมากนัก พวกผู้ฝึกยุทธ์ส่วนใหญ่มักจะมาแวะเวียนเพื่อมาพักผ่อนที่เมืองถังซี ถ้าหากเจ้าจ่ายเงินให้กับเจ้าพวกนั้น เจ้าพวกนั้นจะต้องยอมบอกข้อมูลเกี่ยวกับข่าวคราวของโลกภายนอกมาอย่างแน่นอน"

หยวนเอ๋อที่ได้ฟังแบบนั้นสะดุ้งขึ้นมาในทันที เธอไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเธอนั้นจะได้ออกไปจากภูเขาทอง หยวนเอ๋อที่ได้ฟังแบบนั้นจึงรีบถามท่านอาจารย์ของเธอในทันที "จริงๆ หรอคะท่านอาจารย์? "

"ทำไมเจ้าถึงทำท่าทางมีความสุขแบบนั้นกัน? การอยู่บนภูเขาทองทำให้เจ้ารู้สึกเศร้าเสียใจอย่างงั้นหรอ? " ลู่โจวที่ได้มองหยวนเอ๋อได้ถามออกมาอย่างไม่พอใจ

"ไม่ ไม่ใช่แบบนั่นค่ะท่านอาจารย์! ศิษย์ก็แค่รู้สึกเบื่ออะไรนิดหน่อย เพราะไม่ได้ออกไปข้างนอกนานแล้ว"

"เอาล่ะไปได้แล้ว...จำเอาไว้ล่ะว่าอย่าเปิดเผยตัวตนของเจ้ารวมไปถึงห้ามเจ้าฆ่าใครก็แล้วแต่ด้วย"

"แล้วถ้าหากมีคนกล้ามารังแกข้าล่ะท่านอาจารย์? " หยวนเอ๋อได้ถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

ลู่โจวใช้มือของเขาเคาะไปที่หัวของหยวนเอ๋อก่อนที่จะพูดออกมา "ก็แค่จัดการไปตามที่ควร อย่ามาหาข้อแก้ตัวกับข้า! "

"โอ๊ย! "

"ไปซะ! " ลู่โจวคิดอยู่แล้วว่าคงจะไม่มีใครมารังแกหยวนเอ๋อคนนี้ได้

"ค่ะ ท่านอาจารย์! "

หยวนเอ๋อที่ได้รับคำสั่งมาได้บินลงจากภูเขาทองอย่างมีความสุข ลู่โจวที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกอิจฉาอะไรนิดหน่อย ตัวเขาที่ได้แต่เฝ้าดูได้แต่สงสัยว่าเมื่อไหร่กันที่ตัวเขาจะบินบนท้องฟ้าแบบนั้นได้

ศาลาแห่งนี้ได้เงียบสงบลงไปในทันที ลู่โจวได้อาศัยความเงียบนี้คิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ แม้ว่าภูเขาทองแห่งนี้จะเป็นถิ่นที่อยู่ของเหล่าวายร้ายทั้งหลาย แต่ที่แห่งนี้ก็ไม่ใช่ที่ที่ปลอดภัยเลย ลู่โจวได้นึกถึงโจวจี้เฟิงที่ได้ขึ้นมาลอบสังหารตัวเขาถึงศาลาปีศาจลอยฟ้าแห่งนี้ ถ้าหากโจวจี้เฟิงสามารถทำได้ คนอื่นๆ ก็คงจะสามารถทำได้เช่นเดียวกัน

ในตอนนั้นเองศิษย์คนที่สามของเขาอย่างด้วนมูเฉิงก็ได้ขึ้นมาบนศาลา เขาที่คุกเข่าอยู่หน้าศาลาได้รายงานอะไรบางอย่างออกมา "ท่านอาจารย์ ข้าซ่อมแซมแหล่งพลังงานของม่านพลังป้องกันไปแล้ว 3 จุด ตอนนี้เหลืออีก 5 จุดที่ข้าจะต้องซ่อมแซม..."

"5 จุดอย่างงั้นหรอ..." ลู่โจวพึมพำออกมาคนเดียว

เดิมทีแล้วตัวเขาได้วางแผนจะใช้ลูกศิษย์ทั้งสามคนในการซ่อมแซมม่านพลังป้องกัน แต่ถึงแบบนั้นลูกศิษย์ของเขาถึงสองคนก็ได้ออกไปทำภารกิจอยู่ก่อนแล้ว นี่คงจะเป็นเรื่องที่ยากสำหรับด้วนมูเฉิงที่ตัวเขาจะต้องซ่อมแซมแหล่งพลังงานของม่านพลังป้องกันตามลำพัง

การจะซ่อมแซมแหล่งพลังงานของม่านพลังป้องกันได้จะต้องใช้พลังงานมหาศาลในการซ่อมแซม และถึงแม้ว่าด้วนมูเฉิงจะมีวรยุทธ์สุดแกร่งกล้าอยู่ แต่ลำพังเพียงเขาคนเดียวก็คงไม่สามารถให้พลังกับแหล่งพลังงานทั้งแปดได้

"ท่านอาจารย์ ในตอนนี้ศิษย์เกรงว่าจะไม่สามารถซ่อมแซมแหล่งพลังงานทั้งหมดให้สำเร็จได้ด้วยตัวเองได้..." ด้วนมูเฉิงที่ทำท่าทีลังเลอยู่นานได้พูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา ในขณะนั้นเองเขาก็เงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อที่จะจ้องมองสีหน้าของผู้เป็นอาจารย์

ลู่โจวที่ได้ฟังแบบนั้นจึงได้ถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ "เจ้าน่ะคิดว่าการลงโทษโดยการให้ซ่อมแซมแหล่งพลังงานนั่นเป็นการลงโทษที่ไม่สมควรอย่างงั้นสินะ? "

"ไม่ ศิษย์ไม่กล้าคิดแบบนั้นครับท่านอาจารย์! "

"ถ้าหากใช้เวลาหนึ่งปีซ่อมแซมไม่สำเร็จ เจ้าก็จงใช้เวลาต่อไป แม้ว่าจะใช้ถึงสองปีหรือสามปีก็ตาม เจ้าก็มีแต่จะต้องทำ! ถ้าหากเจ้ายังคงตั้งคำถามอยู่แบบนี้ เห็นทีการไว้ชีวิตเจ้าคงจะเป็นความคิดที่ผิดอย่างงั้นสินะ?"

"ศิษย์เข้าใจแล้วครับท่านอาจารย์! ศิษย์ก็แค่เกียจคร้านจนเกินไปโปรดยกโทษให้ศิษย์ผู้โง่เขลาคนนี้ด้วย! ศิษย์จะกลับไปซ่อมแซมแหล่งพลังงานต่อเดี๋ยวนี้"

ในตอนที่ลู่โจวจะต้องรับมือกับเหล่ายอดฝีมือทั้งสิบตามลำพัง ตอนนั้นลูกศิษย์คนนี้กลับยืนมองอยู่ที่เบื้องล่างโดยที่ไม่คิดจะช่วยตัวเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้การลงโทษของลู่โจวที่ขอให้ซ่อมแซมม่านพลังกลับถูกปฏิเสธไป เจ้าพวกเกียจคร้านพวกนี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาบ่นกับฉัน!

ในตอนนี้ลู่โจวรู้ตัวดี ตัวเขาจะมาทำตัวอ่อนแอในยามที่คับขันแบบนี้ไม่ได้ การสร้างวินัยให้กับพวกลูกศิษย์ของเขาก็เป็นเหมือนกับการจัดการกับคนในบริษัทในชีวิตก่อนหน้านี้

หลังจากที่ด้วนมูเฉิงจากไป ลู่โจวในตอนนี้ก็เปิดเมนูหน้าต่างของระบบขึ้นมาอีกครั้ง

"จับฉลากนำโชค"

"ติ้ง! คุณได้ใช้แต้มบุญ 50 แต้ม ของรางวัลของคุณคือค่าความโชคดี 1 แต้ม"

"จับฉลากนำโชค!!"

"ติ้ง! คุณได้ใช้แต้มบุญ 50 แต้ม ของรางวัลของคุณคือค่าความโชคดี 1 แต้ม"

"..."

ลู่โจวได้พยายามจับฉลากนำโชคกว่าหลายสิบครั้งติดต่อกัน แต่สิ่งที่ตัวเขาได้ทั้งหมดก็คือค่าความโชคดีที่เป็นเหมือนกับรางวัลปลอบใจ และเพราะแบบนี้ตัวเขาจึงได้ใช้แต้มบุญไปกว่า 500 แต้มแล้วนั่นเอง ลู่โจวในตอนนี้มีค่าความโชคดีทั้งหมด 18 แต้มแล้ว

ลู่โจวที่รู้สึกผิดหวังจึงได้พูดต่อว่าขึ้นมา "นี่แกยังมีจิตสำนึกอยู่บ้างไหม? ไม่รู้สึกผิดเลยหรอที่โกงแต้มบุญฉันแบบนี้อยู่? "

ระบบที่ลู่โจวกำลังต่อว่าไม่ได้ตอบอะไรกลับมา

และเมื่อจ้องมองไปที่แต้มบุญที่เหลือ 500 แต้ม ตัวเขาก็ล้มเลิกความคิดที่จะเสี่ยงโชคนี้ลง

"ฉันอยากจะซื้อการ์ดพลังชีวิต! "

"ติ้ง! คุณได้ใช้ 500 แต้มบุญ คุณได้รับการ์ดพลังชีวิต 1 ใบ"

ลู่โจวได้ใช้แต้มบุญทั้งหมดที่มีจนเหลือแต้มบุญเพียงแค่ 4 แต้มเท่านั้น

"ใช้การ์ดพลังชีวิต"

ก่อนหน้านี้ตัวเขาเคยใช้การ์ดพลังชีวิตมาแล้วหลายใบ ลู่โจวที่ในตอนนี้รู้สึกชินกับการเพิ่มพลังชีวิตแล้วได้แต่นั่งรออยู่อย่างสงบ ตัวเขาจ้องไปที่เมนูที่มี อายุขัยของเขาในตอนนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น 1,509 วันแล้ว

"ถ้าหากใช้เงินจนหมดตัวแล้วก็คงจะไม่ต้องมานั่งห่วงอะไรอย่างงั้นสินะ! ตอนนี้ฉันได้ใช้แต้มบุญที่มีไปจนหมดแล้ว สิ่งที่ทำได้ก็คือการนอนรอความตาย!" อยู่ดีๆ ลู่โจวก็รู้สึกเบื่อหน่าย

การที่จะทำอะไรก็แล้วแต่ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องยากทั้งหมดถ้าหากจะทำด้วยร่างกายที่แก่ชราแบบร่างกายนี้ ถ้าหากเป็นชีวิตในชาติก่อนของลู่โจว คนวัยชราส่วนมากในโลกใบนั้นก็คงจะทำได้เพียงเดินเล่นในสวนสาธารณะ, เล่นหมากรุก, เล่นไพ่ หรือไม่ก็เดินเล่นกับพวกสุนัขได้เพียงเท่านั้น

"ติ้ง! ภารกิจยุยงโจวจี้เฟิงสำเร็จ คุณได้รับแต้มบุญ 200 แต้ม"

"ติ้ง! ระดับความเป็นศัตรูของโจวจี้เฟิงเหลือ 0 % และค่าความภักดีของเขากำลังเพิ่มขึ้น 10%"

"ติ้ง! สังหารสองผู้เฒ่าสำเร็จ คุณได้รับแต้มบุญ 200 แต้ม"

อยู่ดีๆ ดวงตาของลู่โจวก็เบิกกว้างขึ้น

"จ้าวยู่ แกน่ะทำได้ดีจริงๆ! "

ในระหว่างที่ลู่โจวกำลังมีความสุขอยู่กับรางวัลที่ได้รับมา ในตอนนั้นเองก็มีใครคนหนึ่งลอยมาอยู่ที่เชิงเขา

ลู่โจวพยายามจ้องมองไปที่ใครคนนั้น ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นหมิงซี่หยินลูกศิษย์ของเขาเอง

"ท่านอาจารย์ ศิษย์คนนี้ทำงานสำเร็จแล้ว! "

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 17 สั่งสอน

คัดลอกลิงก์แล้ว