เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 ร่างสุดยอด

ตอนที่ 5 ร่างสุดยอด

ตอนที่ 5 ร่างสุดยอด


ตอนที่ 5 ร่างสุดยอด

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ลู่โจวไม่กลัวที่จะถูกหัวเราะเยาะเลยแม้แต่น้อย สำหรับเขาคนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าของเขา

เขาพยักหน้าของตัวเอง ดวงตาของเขากำลังจ้องมองศิษย์คนที่สาม, ศิษย์คนที่สี่ และศิษย์คนที่ห้าของตัวเองอยู่ สุดท้ายแล้วเขาก็เหลือบมองไปที่ศิษย์คนที่เก้าก่อนที่จะหยุดมองwx

"แล้วเจ้าล่ะหยวนเอ๋อ?"

"ค่ะ ะ คะ?" หยวนเอ๋อลังเล

"ไม่สำคัญหรอกว่าพวกเจ้าจะคิดอะไรกัน...ข้าก็แค่อยากจะพูดในสิ่งที่ต้องการออกมาก็เท่านั้นเอง ข้าเองก็อยู่มานานจนผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายครั้ง ในตอนที่ศิษย์พี่ของพวกเจ้าและศิษย์พี่คนรองออกจากภูเขาทองไป เจ้าพวกนั้นมันมีความตั้งใจที่แน่วแน่กว่านี้มาก" ลู่โจวพูดออกมาอย่างตัดพ้อ เสียงของเขาแผ่วเบากว่าครั้งไหน

ศิษย์น้องหยวนเอ๋อคุกเข่าลง "ท่านอาจารย์พวกเราลูกศิษย์ของท่านไม่กล้าคิดแบบนั้นหรอกค่ะ"

"ดิ้ง! ภารกิจสำเร็จ ซ่อนเร้นเจตจำนงสำเร็จแล้ว รางวัลที่ได้นั่นก็คือดวงตาแห่งสัจธรรม ผลของดวงตาจะอยู่คงทนถาวร"

สิ่งที่แจ้งเตือนลู่โจวทำให้ตัวเขาหยุดชะงักไปในทันที ด้วยพลังของดวงตาแห่งสัจธรรมทำให้มีตัวหนังสือพิเศษปรากฎขึ้นบนดวงตาของเขาเวลาจ้องมองลูกศิษย์ทั้งสี่

"ด้วนมูเฉิงแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ค่าความจงรักภักดีอยู่ที่ 23% กำลังลดลง..."

"หมิงซี่หยินแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ค่าความจงรักภักดีอยู่ที่ 15% กำลังลดลง..."

"จ้าวยู่แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ค่าความจงรักภักดีอยู่ที่ 35% กำลังลดลง..."

"ซีหยวนเอ๋อแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ค่าความจงรักภักดีอยู่ที่ 60% กำลังเพิ่มขึ้น..."

"คำแนะนำ: ถ้าหากค่าความจงรักภักดีของลูกศิษย์เหลืออยู่ที่ 0% ลูกศิษย์คนนั้นจะทรยศสำนักและเป็นศัตรูในทันที ลูกศิษย์ที่มีความจงรักภักดีมากกว่า 80% ขึ้นไปลูกศิษย์คนนั้นจะไม่เคลือบแคลงใจอะไรตัวผู้เป็นอาจารย์ ส่วนลูกศิษย์ที่มีค่าความจงรักภักดีอยู่ที่ 90% จะเป็นลูกศิษย์ที่จงรักภักดีอย่างแท้จริง"

ค่าความจงรักภักดีของศิษย์ทั้งสามคนแรกกำลังลดลง นี่คงจะเป็นเพราะความคาดหมายของพวกเขาไม่ผิดแน่ แต่ลู่โจวกลับรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นค่าความจงรักภักดีของหยวนเอ๋อ ค่าความจงรักภักดีของเธอกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

"ถ้าหากเป็นแบบนี้แล้วข้าก็คงจะไม่ต้องเสแสร้งต่อหน้าพวกเจ้าอีกต่อไป..." ลู่โจวพูดขึ้นมาโดยเจตนา "ใช่ ตัวข้าในตอนนี้กำลังได้รับบาดเจ็บอยู่..."

ดวงตาของเหล่าลูกศิษย์เปล่งประกายออกมา ในขณะเดียวกันนั้นเองเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหลายก็กำลังพยายามโจมตีม่านพลังป้องกันด้านนอกตอนนี้ม่านพลังบางส่วนได้ถูกทำลายไปแล้ว พวกนั้นกำลังฉีกม่านพลังออกเป็นชิ้นๆ อย่างบ้าคลั่ง

ลู่โจวสังเกตเห็นว่าความจงรักภักดีของลูกศิษย์ทั้งสามคนแรกลดลงไปอีก 5%

แต่ในตอนนั้นเองน้ำเสี่ยงของลู่โจวก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

"แต่ถึงข้าจะบาดเจ็บก็จริงแต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเจ้าจะสู้ตัวข้าได้หรอกนะ!" ลู่โจวได้อาศัยจังหวะนั้นใช้การ์ดระเบิดจุดสุดยอดไป ในพริบตานั้นเองเส้นพลังลมปราณทั้งหมดในร่างกายรวมไปถึงจุดกักเก็บพลังลมปราณต่างก็ถูกพลังเติมเต็มขั้นสุดpvf

ในตอนนั้นเองหลังพูดจบคลื่นพลังอันรุนแรงก็ได้ระเบิดออกมาจากร่างกายของลู่โจว!

"ฮะ!"

"นี่มันเป็นไป...ได้ยังไงกัน?"

ด้วนมูเฉิง, หมิงซี่หยิน และจ้าวยู่ต่างก็ถอยกลับหลังไปในทันที พวกเขาทั้งสามต่างก็ได้รับลูกหลงจากคลื่นพลังของลู่โจวไป พวกเขาทั้งสามกระอักเลือดออกมา ในตอนนี้ดวงตาของหยวนเอ๋อเบิกกว้างขึ้น เธอรู้สึกประทับใจท่านอาจารย์คนนี้มากกว่าเดิม

เหล่าผู้ฝึกยุทธ์นับหมื่นต่างก็จ้องมองพวกเขาอย่างประหลาดใจ ในตอนนั้นเองเสียงการโจมตีก็เงียบสงบลง ม่านพลังในการป้องกันที่ใกล้จะพังแล้วหายไปอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงทั้งหมดในสนามรบกลับเงียบลงราวกับว่าโลกใบนี้นั้นได้ตกอยู่ไปในความว่างเปล่า

"ไอแก่นั่นไม่ได้บาดเจ็บอย่างงั้นหรอ เจ้านั่นยังมีพลังระดับนี้ได้ยังไงกัน?"

"ข้าเห็นมากับตาเลยนะว่าเจ้าแก่นั่นวิ่งหนีไปในม่านพลังอย่างตื่นตกใจน่ะ!"

"ตอนนี้ข้าเริ่มรู้สึกไม่ดีซะแล้ว..."

"อย่าพูดแบบนั้นสิ ข้าคิดว่าขาของตัวข้าเองก็กำลังสั่นอยู่!"

เหล่ายอดฝีมือทั้งสิบต่างก็จ้องมองไปที่ลู่โจวด้วยความโกรธเกรี้ยว ในอีกด้านหนึ่งผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ด้านหลังทำได้เพียงหายใจลึกๆ เท่านั้น พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะชายตามองเหล่าลูกศิษย์จอมวายร้ายทั้ง 3

ความรู้สึกของยอดฝีมือมันดีแบบนี้นี่เอง เขารู้สึกได้ถึงพลังทั้งหมดที่กำลังไหลเวียนภายในตัวเขาได้ เขาสามารถจัดการกับพวกศัตรูทั้งหมดได้โดยการขยับเพียงแค่ปลายนิ้วมือเท่านั้น พวกศัตรูพวกนี้ไม่ต่างกับพวกมดปลวกที่รอถูกบดขยี้

ในตอนนั้นเองด้วนมูเฉิงกับศิษย์อีกสองคนก็ได้ล้มลงไปกับพื้น พวกเขาทั้งหมดรีบลุกขึ้นมาคุกเข่าในทันมี "พวกเราศิษย์ทั้งสามขออภัยด้วยท่านอาจารย์!"

เลือดที่ไหลออกตรงมุมปากถูกหลังมือของพวกเขาเองเช็ดไปอย่างรวดเร็ว นิ้วของศิษย์ทั้งสามยังคงสั่นเครืออยู่ พวกเขาแม้แต่จะไม่กล้าหายใจเสียงดังเกินไปด้วยซ้ำ

ลู่โจวมองพวกเขาก่อนที่จะยกมือขึ้น ตอนนั้นเองคลื่นพลังอันทรงพลังก็ได้ไหลไปยังศิษย์ทั้งสามอีกครั้ง คลื่นพลังของลู่โจวในตอนนี้เปรียบเหมือนกับคลื่นพลังลูกยักษ์

"พวกเจ้ากล้ามากนะ กล้าที่จะกระด้างกระเดื่องกับข้าคนนี้ พวกเจ้าจะต้องถูกลงโทษ!"

พึบ! พึบ! พึบ! ตอนนั้นเองลำแสงสีทองสามเส้นก็ได้พุ่งเข้าใส่ศิษย์ทั้งสาม พวกเขาทั้งหมดกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง

"ข้าจะจัดการกับพวกเจ้าอีกครั้งเอง!"

ลู่โจวที่ทำเหมือนมองพวกเขาอยู่แต่แท้จริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น ตัวเขากำลังจ้องมองตัวหนังสือที่อยู่บนสายตาของเขาอยู่ ตอนนี้ลู่โจวกำลังมองเวลาที่เหลืออยู่นั่นเอง เขายังคงมีเวลาเหลืออีกประมาณ 29 นาที ดูเหมือนว่าการใช้เวลาให้บทเรียนกับศิษย์ทั้งสามคนคงจะเป็นอะไรที่ใช้เวลามากเกินไป

ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องทำมีเพียงจัดการกับเหล่าผู้ฝึกยุทธ์นับหมื่นที่มาจากดินแดนภัยพิบัติสวรรค์โฉมใหม่เท่านั้น

ลู่โจวเหลือบมองไปที่ลู่ฉางเฟิงที่กำลังลอยอยู่บนอากาศ ลู่โจวที่เห็นแบบนั้นจึงรีบพูดว่า "ให้ข้าแสดงให้ดูเลยไหมละว่าพลังที่แท้จริงกับพลังที่ตัวข้าเคยออมมือให้มันแตกต่างกันแค่ไหน!"

ตู้ม!

ลู่โจวได้ใช้เท้าของตัวเองดันพื้นอย่างเบาๆ ตอนนั้นเองตัวเขาก็ลอยขึ้นไปบนอากาศ ความเร็วของลู่โจวนั้นรวดเร็วดุจดั่งมิสไซล์สายฟ้า ลู่โจวที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าได้พูดขึ้นมาด้วยเสียงดังฟังชัด "อวตารดอกบัวทั้งแปดแห่งร้อยวิถี!"

ในตอนนั้นเองร่างอวตารที่สูงกว่าเกือบหนึ่งร้อยฟุต กว้างกว่ายี่สิบฟุตก็ได้ปรากฎขึ้นกลางอากาศ รอบตัวของร่างอวตารนั้นมีแสงสีทองปกคลุมเอาไว้ ดอกบัวแปดแฉกได้บานออกมาอย่างรวดเร็วที่ใต้เท้าของร่างอวตาร

เมื่อลู่ฉางเฟิงเห็นแบบนั้นแล้วเขาก็รีบเดินถอยหลังอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตกใจ

"หยุดมันซะ!"

ในตอนนั้นเหล่ายอดฝีมือทั้งสิบก็ได้บินขึ้นไปกลางอากาศ พวกเขาทั้งหมดกำลังเผชิญหน้ากับร่างอวตารของลู่โจว

อวตารใหญ่ยักษ์ได้สร้างกำแพงขนาดยักษ์ขึ้น กำแพงอันนั้นใหญ่จนบังแสงอาทิตย์ที่สาดส่องมาจากท้องฟ้าได้

ในตอนนั้นเองผู้ฝึกยุทธ์กว่าหลายคนได้แต่ตกตะลึงในพลังเท่านั้น พวกเขาไม่ทันที่จะได้ถอยหลังกลับไปด้วยซ้ำ ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนต้องตายไปกับการโจมตีนี้ เลือดของพวกเขาไหลออกมาจากทวารทั้ง 7

"นี่มัน! ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าแก่นั้นจะสามารถใช้เคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดได้ในทันทีแบบนี้!"

"นี่เป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาลับที่แข็งแกร่งที่สุดของจีเทียนเด๋า อวตารดอกบัวทั้งแปดแห่งร้อยวิถี!"

"อย่าตกใจไป! แม้ว่าเคล็ดวิชาอวตารดอกบัวทั้งแปดแห่งร้อยวิถีจะทรงพลังมากแค่ไหน แต่ท่านี้เองก็กินพลังงานมากเช่นกัน ตราบใดที่พวกเราสามารถต้านทานการโจมตีนี้ได้ เจ้าแก่นั่นจะต้องเสร็จเราแน่!"

นี้คือสิ่งที่เหล่ายอดฝีมือทั้งสิบต่างคิดกัน

เหล่ายอดฝีมือทั้งสิบที่ถูกนำโดยลู่ฉางเฟิงได้เข้าต้านพลังของอวตารดอกบัวทั้งแปดแห่งร้อยวิถีเอาไว้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นกว่าร้อยไมล์ล้วนแต่ถูกแสงสว่างเข้าปกคลุม สัตว์ร้ายรวมไปถึงนกนักล่าต่างๆ ต่างก็หนีเอาชีวิตรอดกันอย่างไม่คิดชีวิต

หลังจากที่ใช้การ์ดระเบิดจุดสุดยอดไป ทักษะทั้งหมดของจีเทียนเด๋าที่มีก็ได้ปรากฎขึ้นในความคิดของลู่โจว พลังอวตารดอกบัวทั้งแปดแห่งร้อยวิถีเป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาที่ทรงพลังมากที่สุดที่จีเทียนเด๋าพอจะมี

ทำไมกัน ทำไมชายคนนี้ถึงเลือกที่จะใช้เคล็ดวิชาที่ทรงพลังแบบนี้เลย?

คำถามนี้ได้เกิดขึ้นภายในใจของคนทุกคน แต่แน่นอนว่าลู่โจวพอจะมีเหตุผลอยู่ ยิ่งการต่อสู้ยืดเยื้อไปมากเท่าไหร่ ลู่โจวก็จะต้องใช้พลังจากการ์ดระเบิดจุดสุดยอดมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นแล้วตัวเขาจึงเลือกที่จะใช้เคล็ดวิชานี้ตั้งแต่เริ่มเลยนั่นเอง

"ดูเหมือนว่าเจ้าน่ะจะชอบใช้ดาบมากสินะ ถ้างั้นข้าก็จะใช้ดาบด้วย!" ลู่โจวได้ยกแขนขวาของเขาขึ้น

แสงสีขาวได้สว่างเจิดจ้าขึ้น ตอนนี้เองนิ้วมือของเขาทั้งนิ้วชี้และนิ้วกลางก็ได้กลายเป็นดาบแสงอย่างสมบูรณ์แบบ พลังแสงนั้นหมุนไปรอบๆ ลำแสงที่ปรากฎขึ้นจากมือเป็นเหมือนกับลำแสงแห่งดาบไปในที่สุด

"นี่มันกระบวนท่านั่นอย่างงั้นสินะ?" โดยสัญชาตญาณแล้วด้วนมูเฉิงได้เงยหน้าขึ้นหลังจากที่สัมผัสพลังได้ ร่างกายของเขากำลังสั่นสะท้านอยู่ กระบวนท่านี้เองเป็นกระบวนการท่าการเคลื่อนไหวที่แข็งแกร่งที่สุดของกระบวนท่ายุทธพันธ์ศักดิ์สิทธิ์

กระบวนท่ายุทธพันธ์ศักดิ์สิทธิ์ประกอบไปด้วยกระบวนท่าดาบและกระบวนท่าหอก ด้วนมูเฉิงที่ติดตามจีเทียนเด๋ามานานต้องการที่จะเรียนกระบวนท่าดาบทั้งหมดนั่นเอง แต่สิ่งที่เขาหวังไว้ก็ไม่เป็นจริงสักที จีเทียนเด๋าผู้เป็นอาจารย์นั้นได้ปฏิเสธการสอนกระบวนท่าสุดท้ายให้กับด้วนมูเฉิงมาโดยตลอด

ตัวเขาไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นกระบวนท่าการเคลื่อนไหวในการต่อสู้ครั้งนี้

ด้วนมูเฉิง, หมิงซี่หยิน และจ้าวยู่ พวกเขาทั้งสามคนต่างคิดผิดทั้งหมด อาจารย์ของเขานอกจากจะใช้พลังที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างพลังอวตารดอกบัวทั้งแปดแห่งร้อยวิถีได้อย่างง่ายดายแล้ว เขายังใช้กระบวนท่ายุทธพันธ์ศักดิ์สิทธิ์ได้

แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวแบบกระบวนท่ายุทธพันธ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว และยิ่งไปกว่านั้นท่านอาจารย์คนนี้ยังใช้กระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดพร้อมกับเคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างพลังอวตารดอกบัวทั้งแปดแห่งร้อยวิถีด้วยพร้อมกัน เพราะเหตุนี้เองพลังการต่อสู้ของลู่โจวจึงเพิ่มขึ้นอย่างเป็นทวีคูณ

ดวงตาของลู่ฉางเฟิงเบิกกว้างขึ้น ริมฝีปากของเขาสั่นเทา "ถอยเร็วเข้า!"

"ถอยอย่างงั้นหรอ?"

"ถ้าพวกเราไม่ถอยในตอนนี้พวกเราเหล่ายอดฝีมือทั้งสิบจะต้องบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน! ไม่เพียงแต่ปรมาจารย์มหาวายร้ายคนนี้จะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ตาแก่นั่นยังกลับแข็งแกร่งมากกว่าเดิมอีกด้วย!" ลู่ฉางเฟิงพูดออกมาอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?" ฉางเจียนแห่งสำนักต้วนหลินเกิดความสงสัยขึ้น พวกเขาไม่คิดเลยว่าการต่อกรกับจีเทียนเด๋าจะต้องยากลำบากขนาดนี้ ตอนนั้นในตอนหนึ่งเดือนก่อนพวกเขาทั้งหมดต่างก็แน่ใจแล้วว่าจีเทียนเด๋าคนนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า...ทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้าใจนั้นได้ผิดไป

ลู่โจวลอยอยู่หน้าอวตารของตัวเขา ทั้งคู่เคลื่อนไหวกันราวกับว่าถูกหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกัน หลังจากใช้กระบวนท่ายุทธพันธ์ศักดิ์สิทธิ์ ลู่โจวก็สามารถเข้าหาศัตรูของตัวเขาได้อย่างเรียบง่าย ตอนนี้ตัวเขาเป็นเหมือนกับความว่างเปล่าที่ได้แยกตัวออกจากความวุ่นวายของโลกใบนี้ไปแล้ว

ฟึบ!

ร่างของเหล่ายอดฝีมือทั้งสิบได้หายไปในเวลาเดียวกัน พวกเขาทุกคนกำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า และเมื่อทุกคนตัดสินใจที่จะล่าถอยกลับไป เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดที่เหลือก็ถูกทิ้งอยู่ที่พื้นดินด้านล่างอย่างทุกข์ทนทรมาน

ในเวลาต่อมานั้นลำแสงดาบที่ได้ลอยขึ้นได้ล่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ลำแสงนั้นตัดผ่านเหล่าฝูงชนอย่างไร้ความปราณี

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 5 ร่างสุดยอด

คัดลอกลิงก์แล้ว