- หน้าแรก
- สัมผัสเดียวสะท้านภพ ระบบเก็บกู้ระดับ UR
- บทที่ 90 - เก็บตัวบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก
บทที่ 90 - เก็บตัวบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก
บทที่ 90 - เก็บตัวบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก
บทที่ 90 - เก็บตัวบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก
ฉู่สวินนั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่บนเบาะรองนั่งที่เขาเอาหญ้าแห้งมาปูไว้เอง
"เจ้านายคะ ก่อนหน้านี้น่าเสียดายมากเลยค่ะ!"
"ทั้งที่พวกเราห่างจากความสำเร็จแค่นิดเดียวแท้ๆ!"
"แต่เจ้านายอย่าเพิ่งท้อนะคะ น้องวีเชื่อว่าสักวันเจ้านายจะต้องจับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่านี้มาเป็นพวกได้แน่ๆ ค่ะ"
เสียงหวานใสของน้องวีดังขึ้นในหัวอย่างต่อเนื่อง
แต่สีหน้าของฉู่สวินก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย
เขากลับมาจากวังน้ำมรกตได้พักใหญ่แล้ว!
แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห!
ทุกอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้วแท้ๆ!
ดันมาตกม้าตายเพราะพลังปราณในร่างกายไม่พอเนี่ยนะ!
ทำให้การร่ายเคล็ดวิชาควบคุมสัตว์ขนาดย่อมล้มเหลวไม่เป็นท่า!
เสียแรงเปล่าไปเลย!
แต่สิ่งที่น่าโมโหยิ่งกว่าก็คือ ตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาทำได้ก็คือต้องรีบใช้เคล็ดรับวิญญาณบำเพ็ญเพียรซะ
อย่างน้อยต่อให้พลังปราณในร่างกายจะยังไม่พอควบแน่นเป็นแหล่งกำเนิดวิญญาณ
จนเลื่อนขึ้นสู่ขั้นหนึ่งก็เถอะ
แต่ก็ต้องมีพลังปราณให้พอที่จะร่ายเคล็ดวิชาควบคุมสัตว์ขนาดย่อมแบบสมบูรณ์ได้สักครั้งสิ!
แบบนั้นเขาถึงจะเริ่มหลอมรวมและทำสัญญากับสัตว์อสูรได้
เพื่อสร้างกองกำลังรบของตัวเอง
และก่อนจะถึงตอนนั้น
ฉู่สวินก็ไม่กล้าออกไปวิ่งเพ่นพ่านคนเดียวอีกแล้ว
ก็แหงล่ะ ความแข็งแกร่งของเขาในต่างโลกตอนนี้มันอยู่ระดับต่ำสุดเลยนี่นา
แผนของเขาคือต้องรอให้คูลดาวน์เจ็ดวันของเจ้าอ้วนหมดลงก่อน แล้วค่อยอาศัยพลังของตุ๊กแกตัวนี้ไปล้วงศพและหาสมบัติแบบเจาะจงเป้าหมาย
พยายามลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด
และเพื่อเป็นการฆ่าเวลา เขาก็ทำได้แค่ตั้งใจโคจรเคล็ดรับวิญญาณ เพื่อดูดซับพลังปราณฟ้าดินมาให้ตัวเองเยอะๆ เท่านั้น
ฉู่สวินไม่ได้ต่อต้านการบำเพ็ญเพียรหรอกนะ
แต่เขารู้สึกปวดใจมากๆ ต่างหาก
พรสวรรค์... มันช่างรั้งท้ายเสียเหลือเกิน!
นี่แหละคือจุดอ่อนตัวจริงเสียงจริง!
แต่สิ่งเดียวที่พอจะทำให้เขาสบายใจได้บ้างก็คือ อย่างน้อยเขาก็ยังมีของวิเศษระดับเทพที่เป็นรางวัลจากการเข้ามาในต่างโลกเป็นคนแรก
ศิลาสร้างสรรค์
เจ้านี่ช่วยเพิ่มความเชี่ยวชาญของวิทยายุทธ์ที่เขาได้รับเป็นสองเท่าได้
ถึงแม้ว่าในช่วงแรกความเร็วในการบำเพ็ญเพียรมันจะยังอืดเป็นเต่าคลานอยู่ก็เถอะ แต่ขอแค่สะสมไปเรื่อยๆ สักระยะหนึ่ง
พอความเชี่ยวชาญในวิชาเพิ่มขึ้น มันก็น่าจะดีกว่าสภาพอันน่าปวดหัวของเจ้าของร่างเดิมอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ!
...
บ่นก็ส่วนบ่น ไม่นานฉู่สวินก็นั่งขัดสมาธิในท่าประสานห้าจุด
เริ่มโคจรและบำเพ็ญเพียรเคล็ดรับวิญญาณ
วิชานี้สมกับเป็นของที่มาจากสำนักเทพวิญญาณจริงๆ
ในช่วงแรกความเร็วในการดูดซับพลังปราณยังคงมีแค่ทีละนิดทีละหน่อย
แต่เมื่อความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น ฉู่สวินก็พบว่าต่อให้เขาจะไม่มีแม้แต่รากวิญญาณผสม แต่ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรมันก็ยังพอรับได้อยู่นะ!
หลังจากสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง ฉู่สวินก็เข้าใจกระจ่าง
ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ไม่เคยได้ยินชื่อสำนักเทพวิญญาณมาก่อนเลย!
แต่จากภาพความยิ่งใหญ่ของสำนักเทพวิญญาณในอดีตที่ฉู่สวินเคยเห็นในภาพมายา เป็นเครื่องการันตีว่าสำนักนี้ไม่ใช่พวกไก่กาไร้ชื่อเสียงแน่นอน!
การที่เจ้าของร่างเดิมไม่รู้จัก ก็หมายความว่าสำนักเทพวิญญาณน่าจะเป็นขุมกำลังอันแข็งแกร่งในยุคโบราณกาล!
และในยุคนั้น การบำเพ็ญเพียรก็ไม่ได้พึ่งพารากวิญญาณเป็นหลักอยู่แล้ว!
นี่เองที่ช่วยลดปัญหาเรื่องพรสวรรค์อันย่ำแย่ของฉู่สวินลงไปได้เยอะเลย!
ทำเอาเขาตื่นเต้นสุดๆ!
ถ้าเลือกได้ ใครมันจะอยากเริ่มต้นด้วยการเป็นตัวเอกสายขยะกันล่ะ
เขารีบสงบสติอารมณ์ แล้วทุ่มเทสมาธิทั้งหมดให้กับการบำเพ็ญเพียรทันที
...
"ไป คาบกลับมาไอ้ตูบ!"
ฉู่สวินโยนน่องไก่ที่อยู่ใกล้มือออกไปแบบลวกๆ
จากนั้นหมาฮัสกี้ที่อยู่ข้างๆ ก็มองเขาด้วยสายตาเอือมๆ แล้วก็ไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด
ฉู่สวิน "..."
เขาเก็บตัวอยู่ในถ้ำนี้มาสามสี่วันแล้ว
เพื่อแก้เบื่อ เขาก็เลยเปิดใช้งานพรสวรรค์อัญเชิญน้องหมาแสนรู้
ผลปรากฏว่าหมาที่โผล่มาดันเป็นไซบีเรียนฮัสกี้อีกแล้ว
และหลังจากนั้นเขาก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ตกลงเขาเอาหมาตัวนี้มาแก้เบื่อ หรือไอ้หมาตัวนี้มันเห็นเขาเป็นของแก้เบื่อกันแน่
เวลาที่เขาอยากจะเล่นกับมัน ส่วนใหญ่ก็จะโดนเมินใส่
แต่พอฉู่สวินอยากจะบำเพ็ญเพียร ไอ้หมาฮัสกี้ตัวนี้ก็จะเริ่มกระโดดโลดเต้น ทำลายข้าวของในถ้ำ!
"ไอ้เจ้านี่มันซนจังวะ จับทำซุปหมาเลยดีไหมเนี่ย"
สายตาของฉู่สวินเริ่มแฝงไปด้วยความอันตราย
ดูเหมือนว่าเจ้าฮัสกี้จะสัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่าง มันรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
แล้ววิ่งไปหลังถ้ำ คาบน่องไก่กลับมาส่งให้ฉู่สวินอย่างนอบน้อม
จากนั้นก็นอนหงายท้องแผ่หลา รอให้เขาลูบพุง
สกิลเอาตัวรอดเต็มสิบ
ฉู่สวินทั้งโกรธทั้งขำ เลยเตะมันไปทีนึงเบาๆ
"พอแล้ว แกไปเล่นตรงนู้นไป!"
"ฉันจะทำงานต่อแล้ว!"
พอเจ้าฮัสกี้เห็นแบบนั้น ก็รีบคาบน่องไก่วิ่งแจ้นไปหลบมุมกินอย่างเอร็ดอร่อยทันที
หายวับไปจากสายตาของฉู่สวินในพริบตา
ส่วนผู้เป็นนายของน้องหมาแสนรู้ตัวนี้ ก็ได้แต่มองตามด้วยความเหนื่อยใจ
แต่ตอนนี้ฉู่สวินอารมณ์ค่อนข้างดี เลยขี้เกียจจะไปถือสากับสัตว์เลี้ยงตัวนี้แล้ว
หลังจากเก็บตัวอยู่ในถ้ำที่เป็นเหมือนบ้านพักพิงมาได้สองสามวัน
ฉู่สวินก็พบด้วยความตื่นเต้นว่า เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม
ประสิทธิภาพในการบำเพ็ญเพียรของเขาก็พอฟัดพอเหวี่ยงกับพวกศิษย์ระดับหัวกะทิของสำนักเช่ออวี้เลยนะ
ถึงแม้จะมาลองคำนวณดูดีๆ แล้ว มันก็เทียบเท่ากับคนที่มีรากวิญญาณระดับแปดเท่านั้นแหละ
แต่นี่ก็ทำให้เขาตื่นเต้นจนแทบนอนไม่หลับแล้ว!
รากวิญญาณระดับแปด ควบแน่นแหล่งกำเนิดวิญญาณ การจะฝึกฝนให้ถึงขั้นหนึ่งนั้น ถือว่ามีความหวังมากๆ เลยนะ!
"ตามหลักแล้วรากวิญญาณก็น่าจะนับเป็นพรสวรรค์อย่างหนึ่งเหมือนกันนะ ไม่รู้ว่าวันหลังฉันจะล้วงศพได้รากวิญญาณมาบ้างไหม"
ฉู่สวินวาดฝันอย่างมีความสุข
แม้ว่าประสิทธิภาพของเขาจะเทียบเท่ากับรากวิญญาณระดับแปด แต่ในความเป็นจริงแล้วพรสวรรค์ดั้งเดิมของเขามันห่วยยิ่งกว่ารากวิญญาณผสมเสียอีก
ฉู่สวินลองกะคร่าวๆ ดู ต่อให้เขาได้แค่รากวิญญาณระดับเก้าที่ห่วยที่สุดมา มันก็ยังสามารถเพิ่มความเร็วในการบำเพ็ญเพียรในตอนนี้ให้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าได้เลย!
ถ้าได้ระดับที่สูงกว่านี้ก็ไม่ต้องพูดถึง พุ่งทะยานแน่นอน!
ปัญหาเดียวก็คือ การล้วงศพมันจะได้รากวิญญาณมาด้วยหรือเปล่านี่แหละ
ถ้าล้วงได้ล่ะก็...
มันก็ง่ายนิดเดียว ในใต้หล้ามีผู้ฝึกตนตั้งเยอะแยะ!
ต่อให้โอกาสที่มันจะดรอปออกมาจะต่ำแค่ไหน สักวันหนึ่งเขาก็ต้องสามารถฝืนลิขิตฟ้า พลิกชะตา เปลี่ยนแปลงพรสวรรค์ของตัวเองได้อยู่ดี!
ยิ่งคิดฉู่สวินก็ยิ่งฮึกเหิม
และในวินาทีนั้นเอง จู่ๆ ดวงตาของเขาก็สว่างวาบ
ช่องแชตพื้นที่อัปเดตข้อความใหม่แล้ว
"นี่... แถวนี้มีใครอยู่ไหม"
"หรือว่าฉันจะเป็นผู้เล่นคนเดียวในรัศมีหมื่นลี้นี้"
ข้อความนั้น มีชื่อต่อท้ายมาด้วย
[ผู้เล่นต่างโลกหมายเลข 27 หวังหลิวสิง]
ฉู่สวินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกดีใจสุดๆ!
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่หมู่บ้านมือใหม่เขาไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่ แต่พอมาอยู่ต่างโลก
เขากลับรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างบอกไม่ถูก
เหตุผลหลักๆ ก็เพราะเขามาเก็บตัวอยู่ในป่าลึก ไม่เจอผู้คนเลยสักคนน่ะสิ!
และตอนนี้ ในที่สุดก็มีคนที่มาจากโลกเดิมปรากฏตัวขึ้นแล้ว
ฉู่สวินจึงรู้สึกคุ้นเคยราวกับได้เจอเพื่อนเก่าในต่างแดนเลยทีเดียว
เขากดเข้าไปดูข้อมูลของหวังหลิวสิง
【ชื่อ: หวังหลิวสิง】
【สถานะ: ผู้ตรวจการเมืองสวี่โจว】
"ผู้ตรวจการงั้นเหรอ"
ฉู่สวินครุ่นคิด ก่อนที่ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมจะผุดขึ้นมา
ดูเหมือนว่านี่จะเป็นสถานะที่ไม่เลวเลยนะ ดูท่าหวังหลิวสิงคนนี้จะดวงดีตอนเปิดกล่องสุ่มสถานะเหมือนกัน
ดินแดนหมิงชางเป็นดินแดนที่อยู่ภายใต้การปกครองของราชสำนักมังกรบูรพาเบ็ดเสร็จ!
ดังนั้นสถานะและอำนาจของขุนนางจึงเหนือกว่าเจ้าสำนักหรือผู้อาวุโสของสำนักต่างๆ มาก
แน่นอนว่านี่หมายถึงในกรณีที่พลังบำเพ็ญเพียรและความแข็งแกร่งส่วนตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกันนะ
ผู้ตรวจการก็น่าจะเป็นหนึ่งในผู้มีอำนาจตัวจริงของเมืองสวี่โจวเหมือนกัน
ตามทฤษฎีแล้ว ด้อยกว่าตำแหน่งเจ้าสำนักเช่ออวี้ที่เขาเพิ่งสุ่มได้มานิดเดียวเท่านั้นแหละ
แต่ว่า...
หลังจากดูข้อมูลจบ ฉู่สวินก็สงสัยขึ้นมาอีก
ทำไมหมายเลขของหวังหลิวสิงคนนี้ถึงเป็น 27 ล่ะ ไม่ใช่น่าจะเป็น 2 หรอกเหรอ
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เข้าใจได้ทันที
ใช่แล้ว ผู้เล่นจะถูกสุ่มส่งไปยังสถานที่ต่างๆ ในต่างโลกนี่นา
ผู้เล่นคนที่สองในรัศมีหมื่นลี้ของเขา น่าจะเป็นคนที่อัปเลเวลถึงขั้น 11 เป็นคนที่ 27 จากผู้เล่นทั้งหมดทั่วโลกแน่ๆ
อย่างไรก็ตาม ฉู่สวินคิดทบทวนดูแล้ว เขาก็เลือกที่จะไม่ตอบกลับ
ก็แหม เขาต้องรักษาภาพลักษณ์หนุ่มเย็นชาเอาไว้ จะยอมหลุดคาแรกเตอร์ง่ายๆ ได้ยังไงล่ะ
นายทักมา
ฉันก็ต้องตอบงั้นเหรอ
ไม่มีเหตุผลสักหน่อย
ถึงจะไม่ได้ตอบกลับไป
แต่ฉู่สวินก็ยังคงจ้องมองช่องแชตด้วยความสนใจ อยากจะรู้ว่าหวังหลิวสิงคนนี้จะพูดอะไรต่อหรือเปล่า
ก็หลังจากออกจากหมู่บ้านมือใหม่มา
ไม่ได้เห็นข้อความตลกๆ บ้าๆ บอๆ ของพวกผู้เล่นในช่องแชต
ฉู่สวินก็รู้สึกว่าความสนุกในชีวิตมันหายไปเยอะเลยนี่นาในช่วงสองสามวันนี้!
[จบแล้ว]