- หน้าแรก
- สัมผัสเดียวสะท้านภพ ระบบเก็บกู้ระดับ UR
- บทที่ 2 - ของดูต่างหน้า? พรสวรรค์!
บทที่ 2 - ของดูต่างหน้า? พรสวรรค์!
บทที่ 2 - ของดูต่างหน้า? พรสวรรค์!
บทที่ 2 - ของดูต่างหน้า? พรสวรรค์!
สิ้นเสียงอิเล็กทรอนิกส์ ประตูกระท่อมก็มีแสงสีเงินสว่างวาบ ดาบยาวเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าและแขวนอยู่บนบานประตู
ฉู่สวินขมวดคิ้ว เขาไม่ได้นึกอยากจะหยิบดาบมาแกว่งเล่นแต่อย่างใด
เพราะเขาสังเกตเห็นหมายเหตุในประกาศนั้นแล้ว
การอัปเลเวล จำเป็นต้องไล่ล่าสังหารสิ่งมีชีวิต
และมนุษย์ ก็ถือเป็นสิ่งมีชีวิตด้วย!
แม้มันจะเป็นประโยคที่กำปั้นทุบดินสุดๆ แต่นั่นก็หมายความว่า ระบบกำลังส่งเสริมให้ผู้คนฆ่าฟันกันเอง!
ในขณะที่ฉู่สวินกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น นอกประตูกลับมีเสียงอึกทึกครึกโครมดังขึ้นสลับไปมา
และเสียงก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
เขารีบเดินไปที่ประตู แล้วปลดดาบยาวที่แขวนอยู่ออกมา
[ดาบยาวธรรมดา (ขั้น 0): พลังโจมตี +1]
[หมายเหตุ: พลังโจมตีได้รับผลกระทบจากค่าพละกำลังและพลังจิต]
วินาทีที่ถือดาบไว้ในมือ ข้อมูลหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวโดยอัตโนมัติ
ความรู้สึกแบบนี้...
ชักจะเหมือนการเล่นเกมเข้าไปทุกทีแล้วสิ!
เขาผลักประตูไม้เปิดออก
อากาศบริสุทธิ์สดชื่นพัดมาปะทะใบหน้า
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือกะท่อมไม้ที่ตั้งเรียงรายเป็นระเบียบ
หน้าประตูของแต่ละกะท่อม มีผู้คนยืนถือดาบยาวคอยสังเกตการณ์อย่างระแวดระวัง
บางคนผลักประตูเปิดออกแล้วโผล่มาแค่หัว คอยชะเง้อมองซ้ายมองขวา
เสียงเจี๊ยวจ๊าวมาจากกลุ่มคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีเกินเหตุ
พวกเขายืนอยู่หน้าประตู แล้วตะโกนถามคนรอบข้างด้วยท่าทีสนิทสนม
"อายุเท่าไหร่แล้วจ๊ะ บ้านอยู่แถวไหนล่ะ"
"มีเมียหรือยังล่ะพ่อหนุ่ม"
"ได้พรสวรรค์อะไรมาบ้างจ๊ะ"
คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นคุณป้าคุณลุงวัยดึกทั้งนั้น
ในขณะที่พวกวัยรุ่นมักจะมองด้วยสายตาระแวดระวัง และคอยจับตาดูทุกคนรอบตัว
มีชายฉกรรจ์กล้ามโตสี่คนเดินออกจากกะท่อมอย่างไม่เกรงกลัวใคร และมารวมตัวกันอย่างเป็นธรรมชาติ
ดูเหมือนพวกเขาจะรู้จักกันมาก่อน
สี่คนนี้อาศัยจังหวะที่เด็กอ้วนคนหนึ่งเผลอ กระชากตัวเขาออกมาจากกะท่อมอย่างแรง
หลังประเคนหมัดและเท้าใส่ชุดใหญ่ ก็ตะคอกว่า "เดินนำหน้าไป คอยเบิกทางให้พวกกู!"
เด็กอ้วนยกมือขึ้นกุมหัว ร่างกายสั่นเทา และร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด
ในกลุ่มคนชราที่มนุษยสัมพันธ์ดี มีชายชราวัยหกสิบกว่าคนหนึ่งทนดูไม่ได้ จึงเอ่ยปากเตือนว่า "พ่อหนุ่มเอ๊ย ช่วงมือใหม่มีเวลาแค่สิบวันเองนะ ความยากในการอัปเลเวลก็ยังไม่รู้ พวกเราควรจะร่วมมือกันสิ ไม่ควรมาเข่นฆ่ากันเองแบบนี้นะ!"
หนึ่งในชายกล้ามโตชักดาบพุ่งตรงไปที่กะท่อมของชายชราทันที พลางวิ่งพลางสบถด่า "ไอ้แก่หนังเหนียว พูดมากหาพระแสงอะไรวะ!"
"เปรี้ยง!—"
จู่ๆ เสียงระเบิดก็ดังสนั่นหวั่นไหว ทำเอาทุกคนหูอื้อไปตามๆ กัน
ต้นตอของเสียงกัมปนาทนั้นคือสายฟ้าฟาด
แม้ท้องฟ้าจะแจ่มใสไร้เมฆ แต่กลับมีอัสนีบาตฟาดฟันลงมาจากเบื้องบน ฟาดเข้าใส่ชายกล้ามโตที่กำลังชูดาบพุ่งเข้าหาชายชราอย่างจัง
ตุ้บ!
ชายกล้ามโตล้มตึงหงายหลังลงไปนอนกับพื้น ควันลอยกรุ่นออกจากปาก
เส้นผมไหม้เกรียมเป็นเถ้าถ่าน กล้ามเนื้อแตกปริและถูกเผาไหม้ กลิ่นเนื้อย่างโชยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ภาพเหตุการณ์นี้ทำเอาทุกคนในที่นั้นถึงกับตกตะลึง!
ชายชราที่เพิ่งถูกข่มขู่เมื่อครู่ เอามือไพล่หลังเดินออกจากกะท่อมช้าๆ มาหยุดอยู่หน้าชายกล้ามโตที่นอนล้มพับอยู่บนพื้น เขากวาดตามองรอบๆ ก่อนจะเบนสายตาไปหาชายกล้ามโตอีกสามคนที่เหลือ
ทั้งสามคนหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว และก้าวถอยหลังอย่างขลาดเขลา
พวกเขาเห็นเต็มสองตาว่าตาแก่คนนี้แค่สะบัดมือ สายฟ้าก็ผ่าลงมาจากสวรรค์เลย!
พวกเขาร้องตะโกนว่า "คุณปู่ไว้ชีวิตด้วย" พร้อมกับรีบผลักเด็กอ้วนที่จับตัวมาออกไปให้พ้นทาง
ชายชรากวาดสายตามองทุกคน แล้วเอ่ยขึ้นว่า "บรรพบุรุษใช้เวลาตั้งหลายพันปีเพื่อสอนให้พวกเราเป็นคน จะมาทำตัวเยี่ยงเดรัจฉานเพียงชั่วข้ามคืนไม่ได้หรอกนะ..."
"ต่อให้ที่นี่จะไร้กฎหมาย แต่มันก็ต้องมีกฎระเบียบ!"
"หมู่บ้านของเราต้องการผู้ใหญ่บ้านที่สามารถตั้งกฎเกณฑ์ได้!"
"มีใครคิดว่าตัวเองเหมาะสมบ้างไหม ตาแก่คนนี้ยินดีสนับสนุนด้วยกำลัง!"
ชายชรายกมือขึ้น ประกายสายฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่ในฝ่ามือ
ใบหน้าใจดีที่ถูกแสงสะท้อนจากสายฟ้า กลับดูน่าเกรงขามขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
"พรสวรรค์ระดับ SS ผู้ควบคุมอัสนีบาต! พอจะมีคุณสมบัติเป็นผู้คุมกฎได้ไหมล่ะ"
ทันทีที่ชายชราพูดจบ เสียงสูดลมหายใจด้วยความตกตะลึงก็ดังขึ้นระงม
ฉู่สวินเองก็รีบสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ กลัวว่าเดี๋ยวออกซิเจนจะไม่พอหายใจ...
ในใจเขาแอบคำนวณว่า คนที่มีระดับ S ขึ้นไปมีทั้งหมดสี่คน ชายชราคนนี้คือระดับ SS ถ้าคิดตามหลักความน่าจะเป็น นอกจากตัวเขาเองแล้ว อีกสองคนที่เหลือก็ต้องเป็นระดับ S
ถ้าเป็นอย่างนั้น ตาแก่คนนี้น่าจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่บ้านนี้แล้วล่ะ!
ไม่รู้เหมือนกันว่าระดับ UR ของเรามันอยู่ระดับไหนกันแน่...
ส่วนความสามารถจริงๆ ก็ยังไม่มีโอกาสได้ลองใช้เลย...
เอ๊ะ?!
ฉู่สวินมองไปที่ศพชายกล้ามโตที่มีควันพวยพุ่งออกมาอยู่ข้างกายชายชรา ซึ่งตายสนิทไปแล้วแน่ๆ ดวงตาของเขาเปล่งประกายขึ้นมาเล็กน้อย
รอบข้างมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังอื้ออึง
"ผู้ควบคุมอัสนีบาต ชื่อพรสวรรค์โคตรเท่เลย!"
"พรสวรรค์ระดับ SS เชียวนะ! อิจฉาจนตาร้อนผ่าวแล้วเนี่ย!"
"เห็นไอ้คนที่ควันขึ้นตรงนั้นไหมล่ะ ฉันไม่กล้าแม้อะจะอิจฉาเลยว่ะ!"
"ไม่ยุติธรรมเลย! ทำไมฉันถึงได้แค่ระดับ E..."
"ระดับ E ยังพอทน แต่ระดับ E เหมือนกันแท้ๆ คนอื่นได้เพิ่มพละกำลัง แต่ฉันดันได้เพิ่มปริมาณการกิน! บั่นทอนกำลังใจชะมัด!"
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนขึ้นมาว่า "คุณตาครับ งั้นคุณตาก็เป็นผู้ใหญ่บ้านไปเลยสิครับ พวกเรายอมรับ!"
จากนั้นผู้คนก็พากันขานรับอย่างพร้อมเพรียง "ใช่ๆ พวกเรายอมรับ! พวกเราจะเชื่อฟังคุณตาครับ!"
ชายชราพยักหน้า "งูขาดหัวไม่อาจเลื้อย นกไร้ปีกไม่อาจบิน ในเมื่อไม่มีใครเสนอตัว งั้นตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านนี้ ฉันก็ขอรับไว้โดยไม่เกรงใจล่ะนะ"
"ขอแนะนำตัวหน่อยแล้วกัน ตาแก่คนนี้ชื่อเฝิงฉิงเจียง"
"เราจะไม่ทำอะไรให้มันยุ่งยาก กฎหมู่บ้านข้อแรกคือ ห้ามต่อสู้ฆ่าฟันกันเอง และห้ามใช้กำลังรังแกปล้นชิงผู้อื่น!"
"พวกเรายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกใบนี้เลย ตาแก่ขอเสนอให้เราตั้งปาร์ตี้ออกสำรวจ!"
"สามัคคีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถึงจะก้าวไปได้ไกลกว่า!"
"ใครที่เสนอตัวอยากเป็นผู้ดูแลหมู่บ้าน ก็มาหาฉันได้เลย"
"คนที่ได้เป็นผู้ดูแลหมู่บ้าน จะได้เข้าร่วมปาร์ตี้เดียวกับฉัน"
"พวกเราต้องพยายามทำให้ทุกคนอัปเลเวลผ่านเกณฑ์ให้ได้ภายในช่วงมือใหม่สิบวันนี้!"
คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของเฝิงฉิงเจียง เป็นการประกาศให้ทราบว่าหมู่บ้านหมายเลข 2333 ที่ถูกสุ่มมารวมตัวกันนี้ เริ่มมีกฎเกณฑ์พื้นฐานแล้ว
ไม่มีใครคัดค้านเลยสักคน
ถึงจะมี พอคิดถึงสายฟ้าฟาดนั่น ก็ต้องเก็บซ่อนความขัดค้านเอาไว้ในใจ
มีคนเสนอตัวเป็นผู้ดูแลหมู่บ้านไม่น้อยเลย
ตามหลักแล้ว การเป็นผู้ดูแลหมู่บ้านย่อมต้องเสียเวลาอัปเลเวลของตัวเองแน่ๆ...
แต่เป้าหมายของคนส่วนใหญ่ คือการได้ร่วมปาร์ตี้เดียวกับเฝิงฉิงเจียงต่างหาก
ฉู่สวินเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
มีตัวเทพพรสวรรค์ระดับ SS คอยคุ้มครอง รับประกันความปลอดภัยแบบเกินร้อย!
แน่นอนว่ามีหลายคนที่ไม่ได้สนใจอะไรเลย
ยังไม่ทันรู้เหนือรู้ใต้เกี่ยวกับโลกใบนี้เลย ก็ตั้งกลุ่มผู้นำกันซะแล้ว...
อุตส่าห์ทะลุมิติมาต่างโลกทั้งที ยังต้องมาทนรับระบบราชการงี่เง่าอีกเหรอเนี่ย
บ้าไปแล้ว!
บางคนถึงกับไม่ฟังคำแนะนำเรื่องการตั้งปาร์ตี้ของเฝิงฉิงเจียงด้วยซ้ำ และเดินออกจากหมู่บ้านไปตามลำพัง
คนที่กล้าทำตัวอวดเก่งขนาดนี้ ย่อมต้องมีของดีติดตัวแน่!
คนพวกนี้น่าจะเป็นพวกที่ปลุกพรสวรรค์ระดับ S หรือไม่ก็ระดับ A ที่แข็งแกร่งมาได้อย่างแน่นอน
ฉู่สวินแอบจดจำใบหน้าของคนเหล่านั้นไว้ในใจเงียบๆ
ในขั้นตอนการคัดเลือกผู้ดูแลหมู่บ้าน ฉู่สวินตกรอบ
เฝิงฉิงเจียงต้องการคนที่มีความสามารถหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการ
เห็นได้ชัดว่าตำแหน่งแอดมินกลุ่มแชตของฉู่สวิน ไม่เข้าข่ายคุณสมบัตินี้
ไม่นึกเลยว่าต่อให้มาอยู่ต่างโลกแล้ว ก็ยังต้องมาแก่งแย่งแข่งขันกันขนาดนี้อีก!
ฉู่สวินที่กำลังผิดหวัง จ้องมองศพของชายกล้ามโตที่ไม่มีใครเหลียวแลอยู่นาน...
เขาเริ่มแสร้งทำเป็นอยากรู้อยากเห็น แล้วค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ๆ
ท้ายที่สุด พอสบโอกาสที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ฉู่สวินก็ย่อตัวลง ยื่นนิ้วออกไปจิ้มศพของชายกล้ามโตเบาๆ หนึ่งที
[เก็บกู้สำเร็จ! ได้รับพรสวรรค์ระดับ D คลุ้มคลั่งกระหายเลือด!]
[คลุ้มคลั่งกระหายเลือด: เรียกใช้ กดเปิดใช้งานพละกำลังเพิ่มขึ้นสามเท่า ความเร็วเพิ่มขึ้นสามเท่า! มีผลนานสามนาที]
ฉู่สวิน "???"
เสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นกะทันหัน ทำเอาเขายืนอึ้งอยู่กับที่
เชี่ยเอ๊ย!
เป็นไปไม่ได้น่า...
นี่...
นักเก็บกู้ของดูต่างหน้า สามารถเก็บกู้พรสวรรค์ของคนตายได้ด้วยเหรอเนี่ย!
พรสวรรค์ก็นับเป็นของดูต่างหน้าด้วยเหรอ!
นอกจากความตกตะลึงแล้ว ฉู่สวินก็อดไม่ได้ที่จะหัวใจพองโตด้วยความดีใจ!
พรสวรรค์ของเรานี่มัน สุดยอดไปเลย!
ถ้าสมมติว่า มีคนที่มีพรสวรรค์ระดับ SSS ตายลง...
แล้วเรา บังเอิญ ไปอยู่ตรงนั้นพอดี แล้วเอามือไปจิ้มเบาๆ...
งั้นเราก็กลายเป็นผู้ครอบครองพรสวรรค์ระดับ SSS ในพริบตาเลยสิ!
พรสวรรค์นี้มัน โคตรเทพชัดๆ!
สะใจโว้ย!
[ประกาศ ลูกบ้านลั่วเทียนสิง ถูกมอนสเตอร์ทดสอบ กิ้งก่ามีดน้ำแข็ง สังหาร!]
[ประกาศ ลูกบ้านหวังจื่อเฟิง ถูกมอนสเตอร์ทดสอบ มิงค์หางไฟ สังหาร!]
[ประกาศ ลูกบ้านเจิ้งปู้ฝาน ถูกมอนสเตอร์ทดสอบ แมวเขี้ยวดาบ สังหาร!]
จู่ๆ ประกาศสามข้อความก็เลื่อนผ่านสายตาของลูกบ้านทุกคนในหมู่บ้านมือใหม่หมายเลข 2333 อย่างต่อเนื่อง
คนทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในความตื่นตระหนกทันที!
[จบแล้ว]