- หน้าแรก
- พลิกชะตาคว้าความรวยด้วยมิติส่วนตัว
- บทที่ 1400 - รอดูฝีมือการแสดงของพวกเราได้เลย
บทที่ 1400 - รอดูฝีมือการแสดงของพวกเราได้เลย
บทที่ 1400 - รอดูฝีมือการแสดงของพวกเราได้เลย
บทที่ 1400 - รอดูฝีมือการแสดงของพวกเราได้เลย
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"ดูท่าคงต้องหวังพึ่งตำรวจฮ่องกงให้รีบปิดคดีโดยเร็ว แล้วก็จัดการพวกตัวป่วนอย่างเด็ดขาด ลุงหยางครับ ทางฝั่งนี้มีอะไรให้พวกเราช่วยไหมครับ"
หวังเซี่ยงตงไม่คิดจะฝากความหวังไว้กับพวกตำรวจฮ่องกงจริงๆ หรอก สังคมที่เต็มไปด้วยการทุจริตแบบนี้จะมีตำรวจน้ำดีสักกี่คนกันเชียว ถึงแม้ตอนนี้จะมีการกวาดล้างจนสถานการณ์เริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ประสิทธิภาพการทำงานของตำรวจก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ดังนั้นถ้าอยากจะลากตัวพวกที่มาสร้างความวุ่นวายออกมาก็คงต้องพึ่งพากำลังของตัวเองกับพวกลูกเรือแล้วล่ะ
"ทางนี้มีตำรวจเข้ามาจัดการแล้ว หลานรีบกลับไปดูแลกองเรือของตัวเองให้ดีเถอะ" คุณหยางส่ายหน้าปฏิเสธ
หวังเซี่ยงตงรู้ดีว่าอยู่ไปก็คงช่วยอะไรไม่ได้ แถมตัวเขาเองก็ไม่สะดวกจะออกหน้าด้วย ตอนนี้ทางเดียวที่จะคลี่คลายคดีได้ก็คือการไปสืบจากชายสองคนที่พวกเจิ้งข่ายจับตัวไว้ได้ เขาจึงรีบบอกลาแล้วขับรถกลับไปที่ท่าเรืออ่าวหงคั่น เจิ้งข่ายกับหวังเผิงกำลังรออยู่ที่หน้าประตู พอเห็นรถแล่นเข้ามาก็รีบเปิดประตูให้ทันที
"เถ้าแก่ ฝั่งท่าเรืออ่าวเกาลูนเกิดระเบิดจนไฟไหม้หรือเปล่าครับ เรือของบริษัทหัวรุ่นปลอดภัยดีไหมครับ"
"ใช่แล้ว ท่าเรือส่วนตัวหมายเลข 2 เพิ่งจะเกิดระเบิดขึ้น เรือเดินสมุทรของบริษัทหัวรุ่นสองลำได้รับความเสียหาย แล้วก็ยังมีเรือของบริษัทอื่นอีกสามลำ โชคดีที่ฝั่งเราไหวตัวทัน ต่อไปพวกนายต้องผลัดเปลี่ยนเวรยามเฝ้าระวังทั้งวันทั้งคืน อย่าปล่อยให้ศัตรูฉวยโอกาสได้เด็ดขาดนะ"
หวังเซี่ยงตงจอดรถแล้วเดินลงมา ล้วงบุหรี่ส่งให้ทั้งสองคน จุดสูบแล้วก็เล่าสถานการณ์ที่ท่าเรือฝั่งนู้นให้ฟัง
"เถ้าแก่วางใจได้เลยครับ พวกเราจัดตารางเวรยามเฝ้าระวังทั้งวันทั้งคืนอย่างรัดกุมแล้วครับ ไม่ยอมให้คนแปลกหน้าเข้าใกล้เรือสินค้าของเราเด็ดขาด" เจิ้งข่ายพยักหน้ารับคำ
"ดีมาก เล่าเรื่องขโมยสองคนนั้นมาสิ ค้นตัวดูหรือยัง มีของอะไรติดตัวมาบ้าง" หวังเซี่ยงตงเอ่ยถามต่อ
"ผมคิดว่าสองคนนั้นไม่น่าจะใช่ขโมยหรอกครับ สำเนียงที่พูดก็เป็นภาษาจีนกลาง ในตัวนอกจากบุหรี่กับไม้ขีดไฟแล้วก็มีแค่กุญแจสองดอก ไม่มีเอกสารยืนยันตัวตนเลย น่าสงสัยมากครับ" เจิ้งข่ายรายงาน
"กุญแจหรือ จะเป็นกุญแจรถหรือเปล่า พวกนายลองแยกย้ายกันไปหาดูรอบๆ สิว่ามีจักรยานจอดทิ้งไว้บ้างไหม"
นอกจากกุญแจรถจักรยานแล้วก็คงมีแต่กุญแจบ้าน หวังเซี่ยงตงอยากจะลองค้นหาดู ถ้าหากเป็นกุญแจบ้านของพวกมันก็คงจะดีไม่น้อย
"เถ้าแก่ ตรงนั้นมีรถจักรยานจอดอยู่สองคันจริงๆ ด้วยครับ เดาว่าพวกมันคงจะปั่นมา กระเป๋าเดินทางที่พวกมันโยนลงทะเลก็น่าจะหนักพอสมควร ถึงต้องใช้จักรยานขนมา ดูท่าสองคนนั้นตั้งใจจะเข้ามาสร้างความวุ่นวายจริงๆ ปล่อยพวกมันไปไม่ได้เด็ดขาดครับ" หวังเผิงชี้ไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมถนนพลางกล่าว
"ปัญหาคือพวกมันโยนกระเป๋าเดินทางทิ้งทะเลไปแล้วนี่สิครับ ตอนนี้ก็งมหาไม่ได้ด้วย คงต้องส่งตัวให้ตำรวจไปจัดการ เถ้าแก่เห็นว่ายังไงครับ" เจิ้งข่ายเอ่ยถาม
"ไม่มีหลักฐานส่งตัวให้ตำรวจไปก็เปล่าประโยชน์ เอาอย่างนี้ พวกนายเข้าไปสั่งสอนพวกมันสักหน่อยแล้วปล่อยตัวไป ฉันจะไม่ออกหน้า แต่จะแอบสะกดรอยตามพวกมันไปดูว่าจะมีเบาะแสอะไรบ้าง" หวังเซี่ยงตงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ตอบ
"เถ้าแก่ คุณจะไปเสี่ยงอันตรายแบบนั้นไม่ได้นะครับ ให้พวกเราสะกดรอยตามพวกมันไปเองเถอะครับ" เจิ้งข่ายคิดว่านี่เป็นวิธีที่ดี แต่ไม่อยากให้เถ้าแก่ต้องลงมือเอง
"ไม่ต้องเถียงกันแล้ว ฉันคุ้นเคยกับพื้นที่ฝั่งเกาลูนมากกว่า แถมฉันยังเก่งเรื่องสะกดรอยด้วย พวกนายเคยเผชิญหน้ากับพวกมันมาแล้วเดี๋ยวจะถูกจับได้ง่าย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะ" หวังเซี่ยงตงส่ายหน้าปฏิเสธ
"ถ้าอย่างนั้นเถ้าแก่ต้องระวังตัวให้มากนะครับ ถ้ามีอะไรก็รีบส่งสัญญาณบอกพวกเราทันที อย่าบุกเข้าไปคนเดียวนะครับ" หวังเผิงกำชับ
"ฉันรู้แล้ว ตอนนี้พวกนายขับรถยนต์เข้าไปข้างใน แล้วก็ไปปล่อยตัวสองคนนั้นซะ ระวังคำพูดคำจาด้วยล่ะ อย่าให้พวกมันจับพิรุธได้ว่าพวกเรามีแผน" หวังเซี่ยงตงพยักหน้าสั่งการ
"ฮึๆ รอดูฝีมือการแสดงของพวกเราได้เลย"
เจิ้งข่ายกับหวังเผิงมองหน้ากันแล้วหัวเราะ จากนั้นทั้งสองก็ขับรถเข้าไปจอดไว้ข้างโกดัง พอลงจากรถก็ซุบซิบกันอยู่ครู่หนึ่งแล้วค่อยเดินเข้าไปในโรงอาหาร หลูเจิ้นตงกำลังเค้นถามพวกมันอยู่ ในมือถือท่อนเหล็กอยู่ด้วย ดูท่าชายสองคนนี้คงจะโดนเล่นงานไปไม่น้อยเลย
"ลูกพี่ อย่าตีเลยครับ พวกเราแค่อยากจะเข้ามาขโมยของนิดหน่อยจริงๆ ไม่เชื่อพวกคุณก็ลองงมกระเป๋านั่นขึ้นมาดูสิครับ ข้างในมีแต่เครื่องมือช่างจริงๆ ไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย"
"ขอร้องล่ะครับปล่อยพวกเราไปเถอะ ที่บ้านยังมีพ่อแก่แม่เฒ่ากับลูกเล็กๆ รออยู่ ตอนนี้ที่บ้านข้าวสารจะกรอกหม้อก็ไม่มีแล้ว พวกเราก็เลยกะจะมาขโมยของไปขายแลกข้าวประทังชีวิตน่ะครับ"
สองคนนี้ก็ยังปากแข็ง ไม่ยอมคายความลับอะไรออกมาเลย ดูท่าพวกมันคงจะมั่นใจว่าอากาศหนาวๆ แบบนี้พวกหลูเจิ้นตงคงไม่ยอมลงน้ำไปงมของแน่ๆ น้ำลึกเป็นสิบเมตร มืดตึดตื๋อขนาดนี้จะไปงมหาเจอได้ยังไง พวกมันจึงยืนกรานกระต่ายขาเดียวว่าเป็นแค่ขโมย ถ้าไม่มีหลักฐานก็เอาผิดอะไรไม่ได้หรอก
"เจิ้งข่าย เถ้าแก่โทรกลับมาหรือยัง จะเอายังไงกับสองคนนี้ดี จะส่งโรงพักเลยไหม" เมื่อเห็นเจิ้งข่ายกับหวังเผิงเดินเข้ามา หลูเจิ้นตงก็เอ่ยถาม
"อย่าเลยครับลูกพี่ พวกคุณเป็นคนใจกว้าง ปล่อยพวกเราไปเถอะนะครับ พวกเรายังไม่ได้ขโมยอะไรไปเลยสักชิ้น"
พอสองคนนี้ได้ยินว่าจะถูกส่งตัวไปโรงพักก็ลุกลี้ลุกลนทันที รีบดิ้นรนหันไปทางเจิ้งข่ายกับหวังเผิงเพื่อขอร้องอ้อนวอน พวกมันได้ยินเสียงระเบิดจากทางอ่าวเกาลูนแล้ว เดาว่าพรรคพวกคงจะลงมือสำเร็จแล้ว พวกมันจึงกลัวว่าจะถูกส่งไปให้ตำรวจสอบสวนในตอนนี้ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นอาจจะถูกขุดคุ้ยความลับออกมาได้
"ปล่อยพวกแกไปงั้นหรือ อืม ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นะ เถ้าแก่สั่งมาว่า ขอแค่พวกแกลงน้ำไปงมกระเป๋าของพวกแกขึ้นมา ถ้าข้างในมีแต่เครื่องมือช่างอย่างที่พูดจริงก็จะยอมปล่อยพวกแกไป แต่ถ้าไม่ใช่ละก็ พวกแกจบเห่แน่" เจิ้งข่ายจ้องหน้าพวกมันเขม็งพลางเอ่ยขึ้น
"หา จะให้พวกเราลงไปงมในน้ำหรือครับ" ทั้งสองคนถึงกับอึ้งไปเลย
"ทำไม หรือจะให้พวกเราลงไปงมเอง" หลูเจิ้นตงเงื้อท่อนเหล็กขึ้นขู่
"กินปูนร้อนท้องแล้วล่ะสิ ถ้าไม่อยากลงน้ำก็ไปคุยกันต่อที่โรงพัก คิดดูให้ดีล่ะ" เจิ้งข่ายข่มขู่
"ก็ได้ครับ พวกเราจะลงไปงมเอง"
ทั้งสองคนสบตากันก่อนจะพยักหน้ารับคำ ตอนนี้คงต้องเสี่ยงดวงแล้ว ลงน้ำก็ลงน้ำ จะได้ถือโอกาสว่ายน้ำหนีไปเสียเลย พวกมันเคยผ่านการฝึกฝนมาแล้ว มั่นใจในทักษะการว่ายน้ำของตัวเองพอสมควร
"เจิ้งข่าย ถ้าพวกมันฉวยโอกาสว่ายน้ำหนีไปจะทำยังไง" หลูเจิ้นตงยังคงกังวล
"ไม่หรอกครับๆ พวกคุณมีกันตั้งเยอะแยะ แถมยังมีเรืออยู่ใกล้ๆ อีก จะกลัวว่าไล่ตามพวกเราไม่ทันหรือครับ"
ทั้งสองคนรีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน แต่ในใจกลับคิดว่า กว่าพวกแกจะสตาร์ทเรือได้พวกฉันก็ว่ายหนีไปถึงไหนต่อไหนแล้ว มืดมิดขนาดนี้จะไปงมหาเจอได้ยังไง
"ก็จริงนะ ถ้างั้นก็ได้ เดี๋ยวฉันจะแก้มัดให้"
เจิ้งข่ายพยักหน้ารับ ย่อตัวลงไปแก้มัดให้ทั้งสองคน แถมยังใจดีช่วยพยุงลุกขึ้นและปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าให้อีกด้วย
คุมตัวสองคนนี้เดินมาที่ริมฝั่งท่าเรือ มาหยุดอยู่ที่ข้างเรือสินค้าหมายเลข 3 ลมทะเลพัดปะทะใบหน้า อากาศยามค่ำคืนริมฝั่งเย็นยะเยือก แม้อุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูหนาวของฮ่องกงจะอยู่ที่สิบกว่าองศา ไม่ได้รู้สึกหนาวเหน็บอะไรมาก แต่ถ้าต้องลงไปแช่ในน้ำตอนกลางดึกแบบนี้ยังไงก็ต้องทรมานแน่ๆ
"ถอดเสื้อผ้าออกซะ ถ้างมไม่เจอก็อย่าหวังจะได้ขึ้นฝั่งนะ" เจิ้งข่ายทำหน้าขึงขังพลางออกคำสั่ง
"หา ต้องถอดเสื้อผ้าด้วยหรือครับ"
ทั้งสองคนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เมื่อถูกสายตาดุดันของชายฉกรรจ์ทั้งสามคนจ้องมองอย่างเอาเรื่อง พวกมันจึงจำใจต้องเริ่มถอดเสื้อผ้า ในใจแอบก่นด่าโคตรเหง้าศักราชของคนทั้งสามไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
[จบแล้ว]