- หน้าแรก
- ระบบตัวร้าย: ข้าคือองครักษ์เสื้อแพร กุมอำนาจล้นฟ้าแล้วมันผิดตรงไหน?
- บทที่ 355 มันจัดการยากขนาดนั้นเลยหรือ?
บทที่ 355 มันจัดการยากขนาดนั้นเลยหรือ?
บทที่ 355 มันจัดการยากขนาดนั้นเลยหรือ?
บทที่ 355 มันจัดการยากขนาดนั้นเลยหรือ?
“หลี่หานเจียง เจ้าหน้าที่ระดับล่างประจำหน่วยย่อยที่สิบ กองเจ้าหน้าที่ตรวจการเมืองที่หนึ่ง เนื่องจากมีความดีความชอบในการสืบสวนคดีจารชน จึงขอมีคำสั่งให้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วยย่อยที่หนึ่ง กองเจ้าหน้าที่ตรวจการเมืองที่หนึ่ง”
ป้าหลิวแม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เมื่อได้เห็นหลี่หานเจียงเลื่อนขั้นจากเจ้าหน้าที่ระดับล่างธรรมดา ๆ ขึ้นไปเป็นหัวหน้าหน่วยย่อย นางก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ
ต้องรู้ไว้ว่า จากตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับล่าง ไปจนถึงหัวหน้าหน่วยย่อยนั้น มีระยะห่างกันถึงห้าขั้นเลยทีเดียว
การเลื่อนขั้นข้ามสามขั้นนางเคยได้ยินมาบ้าง แต่การเลื่อนขั้นข้ามถึงห้าขั้นเช่นนี้ นางเพิ่งจะเคยพบเห็นเป็นครั้งแรก
จากนั้นป้าหลิวก็ปรายตามองหลี่หานเจียงด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความนัย
ต้องทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายไปมากเพียงใดกันนะ ถึงทำให้ท่านหญิงหวังยอมทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อผลักดันให้เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยได้ถึงเพียงนี้
หลี่หานเจียงย่อมสังเกตเห็นสายตาของป้าหลิว แต่เขาก็ไม่คิดจะใส่ใจ
ช่างเถอะ คนแก่ก็มักจะชอบคิดไปเองแบบนี้แหละ ถือเสียว่าเป็นเรื่องปกติก็แล้วกัน
……
……
ไม่นานนัก หรูฮวาก็พาหลี่หานเจียงมาส่งที่กองเจ้าหน้าที่ตรวจการเมืองที่หนึ่ง
เมื่อมาถึงหน้าประตู หรูฮวาก็เอ่ยถาม “หานเจียง ต้องการให้ข้าเข้าไปส่งข้างในด้วยไหม?”
หลี่หานเจียงพยักหน้ารับ “ต้องสิ”
หรูฮวาค่อนข้างจะแปลกใจกับคำตอบของหลี่หานเจียง
ตอนแรกนางคิดว่าหลี่หานเจียงคงไม่อยากจะสุงสิงกับนางมากนัก แต่ไม่คิดเลยว่า... ดูเหมือนว่านางยังพอมีโอกาสอยู่นะ
หากหลี่หานเจียงล่วงรู้ความคิดของหรูฮวา เขาคงต้องร้องตะโกนว่า ‘คุณหนู ท่านเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว’
การที่ผู้บัญชาการใหญ่พาเขามาส่งถึงที่ทำงานใหม่ มันมีความหมายว่าอย่างไรน่ะหรือ?
มันก็คือการประกาศให้ทุกคนรู้ว่า เขาเป็นเด็กเส้น เป็นคนที่ไม่ควรจะไปตอแยด้วย ทางที่ดีก็ควรจะเชื่อฟังเขาให้ดี ๆ อย่าได้คิดจะเล่นตุกติกใด ๆ ทั้งสิ้น
การทำเช่นนี้จะช่วยให้หลี่หานเจียงประหยัดเวลาและพลังงานในการจัดการกับความขัดแย้งระหว่างผู้ใต้บังคับบัญชาไปได้มาก
ในเมื่อสามารถใช้ประโยชน์จากตำแหน่งผู้บัญชาการใหญ่ของหรูฮวาได้ ทำไมเขาจะไม่ใช้ล่ะ? การปฏิเสธความสะดวกสบายเช่นนี้ต่างหากที่แปลก
หรูฮวาดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
“ได้สิ ถ้าอย่างนั้นเราก็เข้าไปกันเถอะ”
ว่าแล้วทั้งสองคนก็ก้าวเข้าไปในที่ทำการกองเจ้าหน้าที่ตรวจการเมืองที่หนึ่ง
เมื่อเข้าไปด้านใน ก็พบว่าเจ้าหน้าที่ของกองที่หนึ่งมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
เพื่อเป็นการต้อนรับหัวหน้าหน่วยคนใหม่ และเพื่อดูหน้าตาของบุคคลผู้มีอิทธิพลจนสามารถโค่นล้มหัวหน้าหน่วยเชี่ยนที่มีเบื้องหลังสุดแกร่งลงได้ แล้วขึ้นมานั่งตำแหน่งนี้แทน
หรูฮวากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะเริ่มแนะนำตัวหลี่หานเจียงให้ทุกคนได้รู้จัก “ทุกท่าน นี่คือหัวหน้าหน่วยคนใหม่ของพวกท่าน ส่วนเรื่องราวของหัวหน้าหน่วยเชี่ยนนั้น ข้าเชื่อว่าทุกคนคงจะพอทราบกันมาบ้างแล้ว”
“ข้าคงไม่ต้องพูดอะไรมาก อีกไม่กี่วันทางศาลยุติธรรมก็คงจะออกประกาศอย่างเป็นทางการ”
“ข้าขอเตือนพวกเจ้าบางคนที่เคยติดตามหัวหน้าหน่วยเชี่ยนมาสักระยะหนึ่ง ว่าอย่าได้ริอ่านตั้งกลุ่มตั้งแก๊ง จงให้ความร่วมมือกับหัวหน้าหน่วยหลี่ในการทำงานให้ดี”
“หากข้ารู้ว่ามีใครไม่ให้ความร่วมมือกับหัวหน้าหน่วยหลี่ คอยดูสิว่าข้าจะจัดการอย่างไร”
แม้นี่จะเป็นการเข้ารับตำแหน่งขุนนางครั้งแรกของหรูฮวา แต่ด้วยความที่เติบโตมาในตระกูลขุนนาง นางย่อมรู้ดีถึงขั้นตอนพื้นฐานต่าง ๆ เป็นอย่างดี
ตอนนี้นางพูดในสิ่งที่ควรพูดไปหมดแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องปล่อยให้หลี่หานเจียงจัดการเรื่องราวต่อจากนี้ด้วยตัวเอง
นางพยักหน้าให้หลี่หานเจียงเป็นเชิงบอกลา ก่อนจะเดินออกจากกองที่หนึ่งไป
หลี่หานเจียงก็ไม่ได้คิดจะรั้งนางไว้ และก็ไม่ได้คิดจะกล่าวสุนทรพจน์อะไรเพื่อข่มขวัญลูกน้องด้วย
ในเมื่อหรูฮวาช่วยเบิกทางให้แล้ว ก็เพียงพอแล้ว
ดังนั้น หลี่หานเจียงจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “เอาล่ะ ทุกคนแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว ส่วนรองหัวหน้าหน่วย ช่วยมาพบข้าที่ห้องหน่อยนะ”
……
……
ภายในห้องทำงาน
หลี่หานเจียงมองไปยังผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าพลางเอ่ยขึ้น “รองหัวหน้าหน่วยหาน นั่งลงสิ ไม่ต้องทำตัวเกร็งขนาดนั้น ข้าเรียกเจ้ามาพูดคุยกันเฉย ๆ ไม่ได้มีเรื่องอะไรหรอก”
หานหยาหลินไม่เข้าใจเลยว่าทำไมชายหนุ่มอายุน้อยตรงหน้านี้ ถึงได้แผ่รังสีอำนาจออกมามากมายถึงเพียงนี้
นี่เพิ่งจะเจอกันครั้งแรก เขาก็กำหนดจุดยืนและระยะห่างได้อย่างชัดเจน นางยังไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรสักคำ ก็ถูกดึงเข้าสู่บรรยากาศของการสนทนาระหว่างผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาเสียแล้ว
แม้กระทั่งการทักทายตามมารยาทก็ยังถูกข้ามไป
นี่ทำให้หานหยาหลินรู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย แต่ก็ช่วยไม่ได้ ในเมื่อตอนนี้เขาคือหัวหน้าหน่วย ส่วนนางเป็นแค่รองหัวหน้าหน่วย
ดังนั้นหานหยาหลินจึงจำต้องฝืนยิ้มแล้วนั่งลง “หัวหน้าหน่วยหลี่ ท่านมีเรื่องอันใดก็เชิญว่ามาได้เลยเจ้าค่ะ”
หลี่หานเจียงพยักหน้าเบา ๆ “ดี ถ้าอย่างนั้นข้าก็ขอเข้าเรื่องเลยนะ เมื่อก่อนเจ้าเคยเป็นมือขวาของหัวหน้าหน่วยอันเชี่ยนใช่ไหม?”
“เจ้าช่วยนางทำงานมาไม่น้อย เรื่องนี้ข้าทราบดี”
“แต่ข้าขอเตือนเจ้าไว้ว่า ในเมื่อข้าสามารถรู้เรื่องนี้ได้ ก็แปลว่าข้าสามารถตรวจสอบได้เช่นกัน และอย่าได้คาดหวังว่าหัวหน้าหน่วยอันเชี่ยนจะสามารถกลับมาทวงตำแหน่งคืนได้”
“เบื้องหลังของนางคือตระกูลอัน ส่วนเบื้องหลังของผู้บัญชาการใหญ่คือตระกูลหวัง ตอนนี้สถานการณ์ตกอยู่ในกำมือของใคร เจ้าก็น่าจะรู้ดี และเมื่อศาลยุติธรรมออกประกาศอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ เจ้าก็จะยิ่งเข้าใจสถานการณ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น”
“ดังนั้น ข้าหวังว่าเจ้าจะทำหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี ข้าก็จะไม่เข้าไปก้าวก่ายการทำงานของเจ้า และข้าก็คงจะอยู่ที่ตำแหน่งนี้นานนักหรอก เมื่อข้าไปจากที่นี่แล้ว ตำแหน่งนี้จะเป็นของใครล่ะ?”
หานหยาหลินไม่คาดคิดเลยว่าหลี่หานเจียงจะพูดตรงไปตรงมาถึงเพียงนี้ ปกติแล้วคนระดับหัวหน้าก็มักจะพูดจาอ้อมค้อมเพื่อเตือนสติลูกน้องไม่ใช่หรือ?
การพูดตรง ๆ ไม่อ้อมค้อมแบบหลี่หานเจียงเช่นนี้ นางเพิ่งจะเคยพบเจอเป็นครั้งแรก
หานหยาหลินไม่ใช่คนโง่ นางย่อมรู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อตัวนางเองมากที่สุด
นางพอจะรู้เรื่องราวของอันเชี่ยนมาบ้าง
การที่อันเชี่ยนหลงมัวเมาในตัณหา จนถูกสายลับจากต่างเมืองหลอกล้วงความลับของนครหวงเฉิงไปมากมาย หากเป็นผู้อื่นคงต้องถูกตัดสินประหารชีวิตไปแล้ว
แต่เพราะนางมีตระกูลอันคอยหนุนหลัง เรื่องใหญ่จึงกลายเป็นเรื่องเล็ก แต่การจะกลับมารับราชการอีกนั้น คงเป็นไปไม่ได้แล้ว
และตระกูลอันก็ไม่ได้มีลูกสาวเพียงคนเดียว อนาคตของนางก็คงมีแต่จะได้เสวยสุขไปวัน ๆ เท่านั้น
ดังนั้น ทางเลือกของนางจึงชัดเจนมาก
และเมื่อครู่นี้หัวหน้าหน่วยหนุ่มรูปงามผู้นี้ก็เพิ่งจะบอกไปว่า เขาคงไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งนี้นานนัก
หากนางทำงานได้ดี ก็อาจจะมีโอกาสได้เลื่อนขั้น
ส่วนเรื่องที่หลี่หานเจียงพูดจะเป็นความจริงหรือไม่นั้น นางไม่เคยสงสัยเลย
เพราะนั่นเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว หลังจากที่หลี่หานเจียงนั่งในตำแหน่งหัวหน้าหน่วยไประยะหนึ่ง เมื่อเสียงซุบซิบนินทาเบาบางลง
เขาจะต้องถูกสั่งย้ายไปเป็นผู้ช่วยของผู้บัญชาการใหญ่หวังหรูฮวาอย่างแน่นอน
แม้จะไม่มีอำนาจอะไรมากมาย แต่ตำแหน่งก็สูงกว่า และยังสามารถคอยปรนนิบัติรับใช้หวังหรูฮวาได้ตลอดเวลาอีกด้วย
อย่าถามนะว่าทำไมนางถึงรู้ เพราะนางเองก็เคยทำแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน
“หัวหน้าหน่วยหลี่ ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ท่านโปรดวางใจ” หานหยาหลินรับคำอย่างหนักแน่น
เมื่อเห็นว่าหานหยาหลินรู้จักเอาตัวรอด หลี่หานเจียงก็ล้วงเอาป้ายคำสั่งต้าฮวงออกมาจากเอว
มันคือป้ายคำสั่งที่ยังไม่สามารถใช้งานได้
“รองหัวหน้าหน่วยหาน ข้ามีเรื่องบางอย่างอยากจะสอบถามเจ้าหน่อย”
หานหยาหลินตอบกลับอย่างนอบน้อม “หัวหน้าหน่วยหลี่ ท่านสั่งมาได้เลยเจ้าค่ะ”
หลี่หานเจียงชี้ไปที่ป้ายคำสั่ง “เรื่องมันเป็นแบบนี้ ป้ายคำสั่งนี้มีแต้มโชคชะตาอยู่บ้าง แต่ผู้ถือครองป้ายนี้ได้เสียชีวิตไปแล้ว และได้ฝากฝังให้ข้านำป้ายนี้ไปมอบให้กับครอบครัวของเขา แต่ปัญหาคือ ตอนนี้ต้องมีการยืนยันตัวตนด้วยรอยนิ้วมือ จึงไม่สามารถนำแต้มออกมาได้ เจ้าพอจะรู้จักใครในสมาพันธ์ป้ายคำสั่งต้าฮวงที่พอจะช่วยเรื่องนี้ได้บ้างไหม...”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ความหมายของหลี่หานเจียงก็ชัดเจนพอแล้ว การพูดมากไปกว่านี้รังแต่จะเป็นการเสียมารยาท
รองหัวหน้าหน่วยหานหยาหลินไม่ได้เป็นรองหัวหน้าหน่วยมาเปล่า ๆ นางเข้าใจความหมายของหลี่หานเจียงในทันที
ทว่าเมื่อนางมองดูป้ายคำสั่ง นางก็ขมวดคิ้วด้วยความหนักใจ “หัวหน้าหน่วยหลี่ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะเจ้าคะ คงต้องไปคุยกับคนระดับรองผู้ดูแลสมาพันธ์ป้ายคำสั่งต้าฮวงด้วยตัวเองเลยล่ะเจ้าค่ะ”
หลี่หานเจียงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกไม่เข้าใจนัก มันจะยากเย็นอะไรขนาดนั้นเชียว?
ก็แค่การทำผิดระเบียบของพนักงานต้อนรับในสมาพันธ์เท่านั้นไม่ใช่หรือ ทำไมถึงกับต้องไปคุยกับรองผู้ดูแลสมาพันธ์เลยล่ะ?