เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 90 ของสิ่งนี้มอบให้พวกท่าน พกติดตัวไว้ย่อมได้ประโยชน์!

บทที่ 90 ของสิ่งนี้มอบให้พวกท่าน พกติดตัวไว้ย่อมได้ประโยชน์!

บทที่ 90 ของสิ่งนี้มอบให้พวกท่าน พกติดตัวไว้ย่อมได้ประโยชน์!


บทที่ 90 ของสิ่งนี้มอบให้พวกท่าน พกติดตัวไว้ย่อมได้ประโยชน์!

เมื่อฝานซื่อได้ยินดังนั้น ก็รีบยกมือปาดเหงื่อเย็นที่ผุดพรายเต็มหน้าผาก

“ใต้เท้า ท่านอย่าได้ล้อพวกเราเล่นเลยขอรับ ด้วยระดับความแข็งแกร่งของท่าน หากท่านต้องการจะสังหารพวกเราจริง  ๆ ไฉนเลยจะต้องมามัวเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลงกับพวกเราถึงเพียงนี้ ท่านมีเรื่องอันใดก็โปรดบัญชามาเถิด พวกข้าน้อยทั้งสองขอรับรองว่าจะจัดการให้ท่านอย่างสุดความสามารถเลยขอรับ”

ถงเจินที่อยู่ข้าง  ๆ ก็รีบพยักหน้าสนับสนุนทันที: “ใช่แล้วขอรับ ใต้เท้า อย่าว่าแต่สถานที่อื่นเลย เอาแค่ในรัฐชิงโจวแห่งนี้ คำพูดของท่านผู้ว่าราชการรัฐฝานถือเป็นประกาศิตเลยนะขอรับ”

ฝานซื่อ: ...... นี่เจ้าตั้งใจจะล้อเล่นกับข้าใช่ไหม

หลี่หานเจียงปล่อยมือจากไหล่ของทั้งสองคน แล้วเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง

“ฉลาดไม่เบานี่ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะขอพูดเข้าประเด็นเลยก็แล้วกัน~”

ฝานซื่อได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออก “ดีเลยขอรับ ใต้เท้าโปรดบัญชามาได้เลย”

หลี่หานเจียงค่อย  ๆ เอ่ยออกมา พยายามดัดเสียงให้ดูแก่ชราที่สุดเท่าที่จะทำได้:

“หอการค้าเฟิงหัว จะต้องไม่มีปัญหาใด  ๆ ทั้งสิ้น พวกเจ้าเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่?”

ฝานซื่อและถงเจินถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทำสีหน้าลำบากใจออกมา

เบื้องหลังหอการค้าเฟิงหัวไม่ได้มีแค่อดีตขุนนางระดับสามรองที่เกษียณอายุแล้วคอยหนุนหลังอยู่หรอกหรือ

แล้วยอดฝีมือระดับศาสตราวุธโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะเนี่ย

หากเป็นเมื่อก่อน หากมียอดฝีมือระดับศาสตราวุธเอ่ยปากร้องขอเช่นนี้ พวกเขาคงจะไม่ต้องถามหาเหตุผลใด  ๆ ทั้งสิ้น และยินดีที่จะไว้หน้าอีกฝ่ายอย่างเต็มใจ

แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว หอการค้าเฟิงหัวกำลังจะถูกสำนักราชบัณฑิตตรวจสอบ

หากพวกเขาจงใจปล่อยปละละเลย แล้วในภายหลังหากมีปัญหาเกิดขึ้น และสำนักราชบัณฑิตสืบสาวราวเรื่องลงมา พวกเขาทั้งสองก็คงไม่อาจหลบหนีความผิดไปได้

ยิ่งไปกว่านั้น การที่มีผู้ยิ่งใหญ่ระดับศาสตราวุธยอมลดตัวลงมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง ย่อมแสดงว่าหอการค้าเฟิงหัวต้องมีเบื้องหลังที่ไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน

เมื่อถึงเวลานั้น คนที่จะต้องเดือดร้อนก็คงเป็นพวกเขาทั้งสองที่ต้องรับเคราะห์แทน ส่วนยอดฝีมือระดับศาสตราวุธที่อยู่ตรงหน้านี้ พวกเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นใคร

ต่อให้พวกเขาอยากจะซัดทอด ก็ไม่รู้ว่าจะซัดทอดใครดี

เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนยังคงนิ่งเงียบ หลี่หานเจียงก็เริ่มคาดคั้น:

“เป็นอันใด? หรือคำพูดของข้ามันไม่มีน้ำหนักพอ???”

ฝานซื่อส่ายหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักว่า “ตะ....ใต้เท้า ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่อยากจะจัดการให้ท่านนะขอรับ แต่ทว่าเรื่องนี้.... ทางสำนักราชบัณฑิตเป็นผู้ลงคำสั่งให้ตรวจสอบโดยตรงเลยขอรับ......”

หลี่หานเจียงปลดป้ายคำสั่งของคณะผู้อาวุโสออกจากเอว แล้วโยนให้ฝานซื่อ

“พูดเช่นนี้แสดงว่าท่านผู้ว่าราชการรัฐฝานเกรงกลัวแต่สำนักราชบัณฑิต แต่กลับไม่เห็นคณะผู้อาวุโสของพวกเราอยู่ในสายตาเลยสินะ~”

เมื่อฝานซื่อได้ยินเช่นนั้น เขาก็ก้มลงมองป้ายคำสั่งในมือ ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้

สำนักราชบัณฑิตผู้ดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง กับคณะผู้อาวุโสผู้เป็นปราการด่านสุดท้ายของจักรวรรดิ

ให้ตายเถอะ เขาทำกรรมอันใดไว้ถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ เขาเป็นแค่ผู้ว่าราชการรัฐตัวเล็ก  ๆ เองนะ

การต่อสู้ระหว่างขุมอำนาจยักษ์ใหญ่ทั้งสองนี้ เขาไม่อยากจะเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยเลยจริง  ๆ

ขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกเกลียดชังพี่ภรรยาจอมโอหังของเขาเข้าไส้

หากไม่ใช่เพราะจดหมายบ้า  ๆ นั่น เขาก็คงไม่ต้องเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้หรอก

ส่วนถงเจินนั้นกลับมีความรู้สึกกึ่งกังวลงึ่งดีใจ

ที่น่ายินดีก็คือ ตอนนี้มีคนคอยหนุนหลังเขาแล้ว เขาเพียงแค่ทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาก็พอ

หลี่หานเจียงยังคงคาดคั้นต่อไป: “โอ้ ดูเหมือนว่าคณะผู้อาวุโสจะไม่มีอำนาจบารมีเทียบเท่าสำนักราชบัณฑิตสินะ เช่นนั้นข้าก็คงไม่บังคับพวกท่านแล้วล่ะ”

พูดจบ หลี่หานเจียงก็ลุกขึ้นยืน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา:

“ค่ำคืนนี้อากาศหนาวเย็นนัก รีบกลับจวนไปเสียเถิด”

คำพูดนี้ทำเอาทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว ฝานซื่อรีบกล่าวว่า:

“ใต้เท้า เรื่องนี้จัดการได้ขอรับ จัดการได้อย่างแน่นอนขอรับ”

หลี่หานเจียงได้ยินก็ยิ้มออกมา “แบบนี้สิถึงจะถูก พวกท่านทำงานให้คณะผู้อาวุโส คณะผู้อาวุโสก็ย่อมจะคุ้มครองพวกท่าน”

“ป้ายคำสั่งชิ้นนี้ ท่านก็เก็บไว้เถิด หากพบเจอปัญหาอันใด ก็หยิบมันออกมาใช้ ย่อมต้องได้ผลอย่างแน่นอน”

ดวงตาของฝานซื่อเป็นประกายขึ้นมาทันที นี่แสดงว่าเขาได้เข้ามาอยู่ในสังกัดของคณะผู้อาวุโสแล้วใช่หรือไม่?

ดูเหมือนว่าเรื่องนี้ก็ไม่ได้แย่ไปเสียหมดนะ

แม้ว่าเขาจะได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ในภูมิภาค แต่ในยุคสมัยนี้ ใครบ้างล่ะจะปฏิเสธการมีผู้หนุนหลังหลาย  ๆ คน

แถมผู้ยิ่งใหญ่ในภูมิภาคเมื่อนำไปเทียบกับคณะผู้อาวุโสแล้ว ก็ยังห่างไกลกันลิบลับ

ฝานซื่อรีบลุกขึ้นยืนประสานมือคารวะ

“ท่านผู้อาวุโส ท่านโปรดวางใจเถิดขอรับ หอการค้าเฟิงหัวคือหอการค้าหลักของรัฐชิงโจวเรา พวกเรามีการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดในทุก  ๆ ด้าน ย่อมต้องบริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างแน่นอนขอรับ”

ในเมื่อหอการค้าเฟิงหัวมีขุมอำนาจยักษ์ใหญ่อย่างคณะผู้อาวุโสคอยหนุนหลังอยู่ เขาก็ไม่มีอะไรต้องลังเลอีกต่อไป

เพราะสำนักราชบัณฑิตกับคณะผู้อาวุโส หากนำมาเปรียบเทียบกันในแง่ของอิทธิพลที่มีต่อจักรวรรดิแล้ว สำนักราชบัณฑิตก็ยังคงเป็นรองคณะผู้อาวุโสอยู่วันยันค่ำ

พูดให้เข้าใจง่าย  ๆ ก็คือ จักรวรรดิแห่งนี้เป็นของคนตระกูลพวกเขาทั้งหมดนั่นแหละ

เมืองจิ้งซุย หอการค้าเฟิงหัว

ปัง!!!

อวี้ชิงซูโยนหนังสือในมือลงบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิด

“นี่ใต้เท้า วัน  ๆ ท่านไม่มีงานมีการทำหรืออย่างไร? ถึงได้มาขลุกอยู่แต่ในหอการค้าเฟิงหัวของพวกเราทั้งวันทั้งคืน?”

เด็กหญิงแกว่งขาสั้น  ๆ ของนางไปมา

“เฮอะ เจ้าจะไปรู้อะไรว่าข้าวัน  ๆ ไม่มีงานทำหรือเปล่า? ตอนที่ข้าอยู่สำนักราชบัณฑิต ข้าก็เอาแต่อ่านหนังสือ อ่านหนังสือ แล้วก็อ่านหนังสือ กว่าจะได้ออกมาข้างนอกสักที ข้าก็ต้องมาทำงานให้ท่านอาจารย์อีก”

“รอจนกว่าข้าจะตรวจสอบหอการค้าเฟิงหัวของพวกเจ้าเสร็จ ข้าจะต้องไปเที่ยวเล่นให้หนำใจเลย”

“อ้อ จริงสิ ในภูมิภาคอู่หยู่นี้ มีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง เจ้าช่วยแนะนำข้าหน่อยสิ?”

เมื่อได้ยินคำพูดของเด็กหญิง อวี้ชิงซูก็แทบอยากจะผ่าสมองของนางออกมาดูจริง  ๆ

ว่าในหัวของนางมันมีแต่ขี้เลื่อยหรืออย่างไร

ตอนนี้ท่านกำลังจะตรวจสอบหอการค้าของข้าอยู่นะ แล้วยังจะมาชวนข้าคุยเล่นอีก

ด้วยความหงุดหงิด อวี้ชิงซูก็พลันนึกเรื่องสนุก  ๆ ขึ้นมาได้

ในเมื่อท่านทำให้ข้าต้องทนทุกข์ ท่านก็ต้องทนทุกข์ด้วยเช่นกัน

จู่  ๆ เขาก็ยิ้มแย้มแล้วเอ่ยว่า: “ใต้เท้า ท่านเพิ่งจะบอกว่าท่านเอาแต่อ่านหนังสือตอนอยู่สำนักราชบัณฑิตใช่หรือไม่ขอรับ เช่นนั้นท่านก็คงไม่เคยสัมผัสกับหลาย  ๆ อย่างเลยใช่หรือไม่ขอรับ?”

เด็กหญิงแม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดชายหนุ่มจอมกะล่อนผู้นี้ถึงเปลี่ยนท่าทีไปอย่างกะทันหัน

แต่เมื่อพูดถึงเรื่องเที่ยวเล่น นางก็สนใจขึ้นมาทันที

“ใช่แล้วล่ะ ทำไมหรือ เจ้ามีที่ไหนจะแนะนำงั้นหรือ?”

ตั้งแต่เล็กจนโต นางแทบจะหมกตัวอยู่แต่ในสำนักราชบัณฑิต สำหรับเรื่องเที่ยวเล่น นางแทบไม่ประสีประสาเลยสักนิด

ในสำนักราชบัณฑิต ทุกคนต่างก็เอาแต่มุ่งมั่นอ่านหนังสือ แต่นางกลับไม่ใช่คนที่มีหัวทางด้านนี้เลย

อ่านหนังสือมาหลายสิบปี ไม่ว่าจะเป็นตำราเล่มไหน นางก็มักจะอ่านแล้วลืมไปเสียสิ้น

แต่ท่านอาจารย์กลับคอยพร่ำบอกนางว่านางมีพรสวรรค์สูงส่ง เกิดมาเพื่อเป็นยอดคนในวิถีแห่งปราชญ์

แต่อ่านหนังสือมาเป็นสิบปี นางเพิ่งจะบรรลุถึงระดับ ‘ตั้งปณิธาน’ เท่านั้นเอง

เมื่อเทียบกับศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่น  ๆ แล้ว นางยังตามหลังอยู่ไกลโขเลยล่ะ

โดยเฉพาะศิษย์พี่ใหญ่

เมื่อเห็นท่าทีไร้เดียงสาของเด็กหญิง อวี้ชิงซูก็ล้วงเอาลูกเต๋าออกมาจากที่ใดก็ไม่อาจทราบได้ แล้วโยนลงบนโต๊ะ

ก่อนจะใช้มือครอบเอาไว้

“ใต้เท้า ท่านเคยเล่นสิ่งนี้หรือไม่ขอรับ?”

เด็กหญิงส่ายหน้า “ไม่เคยหรอก แต่ข้าเคยเห็นนะ มีอยู่ครั้งหนึ่งศิษย์พี่ของข้าก็เคยเล่นแบบนี้ แล้วก็โดนศิษย์พี่ใหญ่ด่าซะยับเลย ศิษย์พี่ใหญ่บอกว่าของพวกนี้ไม่ใช่ของดีหรอก”

อวี้ชิงซูส่ายหน้าพลางกล่าวว่า:

“ท่านลองคิดดูสิ ศิษย์พี่ของท่านเป็นคนเลวหรือไม่?”

เด็กหญิงส่ายหน้า: “ไม่ใช่หรอก”

อวี้ชิงซูกล่าวต่อ: “ในเมื่อพวกเขาไม่ใช่คนเลว แต่พวกเขาก็ยังเล่นของสิ่งนี้ นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าของสิ่งนี้ไม่ใช่ของเลวหรอกหรือ?”

เด็กหญิงทำหน้างุนงง แต่ก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย:

“ที่เจ้าพูดมา ก็มีเหตุผลอยู่นะ!”

จบบทที่ บทที่ 90 ของสิ่งนี้มอบให้พวกท่าน พกติดตัวไว้ย่อมได้ประโยชน์!

คัดลอกลิงก์แล้ว