- หน้าแรก
- ข้ามีร่างอวตารในวันสิ้นโลก
- Chapter 377 : ยันต์มหาเต๋าสังหารดารัค – เผ่าวิญญาณศักดิสิทธิ์ (2) (ฟรี)
Chapter 377 : ยันต์มหาเต๋าสังหารดารัค – เผ่าวิญญาณศักดิสิทธิ์ (2) (ฟรี)
Chapter 377 : ยันต์มหาเต๋าสังหารดารัค – เผ่าวิญญาณศักดิสิทธิ์ (2) (ฟรี)
โชคไม่ดีนักที่พลังปราณของเธอนั้นมีไม่มากพอ
พริบตาที่ยันต์ลูกทั้งห้าปรากฏพวกมันก็ทำให้โลกทั้งใบแทบจะเปลี่ยนสีไป
สีสันที่แตกต่างกันห้าเฉดสีก่อรูปขึ้นจนกลายเป็นกลุ่มเมฆลอยอยู่ด้านหลังของจี้รู่เยว่
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงทั้งดารัคและชาโดว์ต่างก็หน้าถอดสีไปตามๆกัน
พวกเขาดูเหมือนจะดูถูกจี้รู่เยว่เกินไปหน่อยแต่เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วก็ไม่มีทางให้ถอยกลับอีกแล้ว
ดารัคใช้พลังปราณธาตุมืดกว่า99%ไปกับการโจมตีครั้งนี้
การโจมตีนี้สามารถทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัสหรือกระทั่งสิ้นชีพได้แน่นอน! นี่ยังเป็นการล้างแค้นให้กับแฝดของเขาและถากถางเส้นทางในการครอบครองโลกให้แก่เผ่ามารทมิฬอีกด้วย!
ตูม!
พลังทั้งสามเข้าปะทะกัน
แสงสว่างที่เกิดจากการปะทะนั้นเจิดจ้าเสียจนทุกคนรู้สึกร้อนลวกดวงตาขึ้นมาและทำได้เพียงหลับตาแน่น
หลินเซวียนเองก็หลับตาลงเช่นกัน
หลังจากนั้นพักใหญ่เขาจึงค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆและพบว่าจี้รู่เยว่นั้นยังคงลอยอยู่กลางอากาศส่วนชาโดว์หายไปอย่างไร้ร่องรอย
บนพื้นดินปรากฏหลุมยักษ์หลุมหนึ่งโดยที่ใจกลางหลุมนั้นมีเศษซากของมารทมิฬครึ่งหนึ่งกองอยู่
“เธอชนะงั้นหรอ?!” หว่านโหยวซีเอ่ยขึ้นด้วยความตกตะลึง
ดารัคปีนขึ้นมาจากหลุมด้วยความยากลำบากและจ้องเขม็งมาที่จี้รู่เยว่ด้วยแววตาหวาดหวั่น “พลังของเจ้า...”
จี้รู่เยว่ชักกระบี่ออกมาอีกครั้ง
กระบี่นี้ถูกตวัดออกอย่างรวดเร็วและทรงพลังเพื่อเก็บเกี่ยวชีวิตของดารัค
ที่นี่นั้นหาใช่โลกแห่งสรรพธาตุหากแต่เป็นโลกสีฟ้าดังนั้นมารทมิฬที่แก่นแท้ก่อกำเนิดขึ้นมาจากธาตุหลังจากที่ตายลงจึงไม่อาจหวนคืนกลับไปยังทะเลลแห่งสรรพธาตุได้
พวกมันทำได้เพียงค่อยๆสูญสลายและกลายเป็นแอ่งโคลนกระจายไปทั่วพื้นดินเท่านั้น
อามุนต์จ้องมองภาพนี้ด้วยแววตาตกตะลึง
นี่มันพลังอะไรกัน
แอตลาสเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เห็นหรือไม่ว่านางหาใช่คนที่พวกเราสามารถสังหารได้”
“ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อครั้งที่ท่านจ้านถิงออกสำรวจจักรวาลท่านก็ได้พานพบกับสองสิ่งที่สำคัญยิ่ง หนึ่งในนั้นเกี่ยวข้องกับสตรีชุดขาวสะพายกระบี่ดำผู้นี้ ข้าจึงขอสั่งให้เจ้ากลับไปยังเผ่าโดยเร็วไม่เช่นนั้นข้าคงต้องใช้กำลัง” หลังจากกล่าวจบเขาก็หยิบตรวนเส้นหนึ่งออกมา
“เจ้าคงมิอยากจะถูกสิ่งนี้พันธนาการสินะ?”
อามุนต์ชะงักอยู่ชั่วขณะก่อนที่จะกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดผวา “สภาสสงครามกระทั่งยินยอมให้เจ้านำสิ่งนี้ออกมาเชียวรึ?!”
ตรวนเส้นนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อใช้ในการจับกุมตัวของเผ่าวิญญาณศักดิสิทธิ์
เว้นเสียแต่ว่าความแข็งแกร่งของคนผู้นั้นจะแตะระดับเดียวกับผู้ยิ่งใหญ่อย่างพระสังฆราชแห่งวิหารศักดิสิทธิ์หรือผู้นำสภาสงครามแล้วมิเช่นนั้นเยี่ยงไรย่อมไม่อาจพ้นชะตากรรมถูกจับกุมไปได้
อามุนต์ขบฟันแน่นและหลังจากนั้นซักพักเขาก็พยักหน้ารับโดยดุจดี “ข้าเข้าใจแล้ว...”
ภายใต้แววตาเฉยเมยของจี้รู่เยว่ ร่างของอามุนต์ก็หมุนกายก่อนจะจากไป
พริบตาต่อมาแววตาของผู้บัญชาการกองอัศวินก็ค่อยๆฟื้นคืนสติกระจ่างใส
ร่างทั้งร่างของเขาราวกับถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆพร้อมกับทรุดตัวลงบนพื้น
บรูโน่รีบเข้ามาประคองเขาเอาไว้ในทันที
“ชาโดว์หายไปไหนแล้ว?” หว่าโหยวซีกวาดตามองไปรอบๆแต่กลับไม่พบกับผู้ใดเลย
“เจ้านั่นหลบหนีไปแล้ว ช่างหลบหนีได้ไวยิ่งนัก” จี้รู่เยว่ส่ายหัวเบาๆ
ชาโดว์ผู้นี้เจ้าเล่ห์นัก
ตั้งแต่ก่อนเริ่มปะทะเจ้านั่นก็ถอยไปครึ่งก้าวแล้วทำให้ความเสียหายกว่า80%นั้นดารัคเป็นฝ่ายรับไปทั้งหมด
หลังจากนั้นเมื่อเขารู้แล้วว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเธอก็ตัดสินใจหลบหนีไปในทันที
เพียงพริบตาเดียวเจ้าหมอนั่นก็หนีไปได้ไกลหลายพันเมตรจนยากจะตามทันแล้ว
หยวนถงหัวเราะขณะลอยเข้ามา “รู่เยว่ก็ยังคงทรงพลังและดุดันดิบเถื่อนเหมือนเช่นเคย นักบวชสิ้นไร้ไม้ตรอกผู้นี้พึงใจยิ่งนัก”
จี้รู่เยว่กรอกตา
ใช้คำว่า ‘ทรงพลังและดุดับดิบเถื่อน’ กับข้าที่เป็นเจ้าวังน้อยผู้งดงามของราชวังคุนหลุนเช่นนี้แลดูค่อนข้างไร้ความคิดไปเสียหน่อยกระมัง
ในเวลานี้ในที่สุดหลินเซวียนก็หายใจหายคอได้สะดวกเสียที
สถานการณ์เมื่อครู่นั้นเป็นอะไรที่ตัวเขาไม่อาจยื่นมือเข้าไปวุ่นวายได้โดยแท้
แม้ว่าตัวเขาจะบรรลุภารกิจเลื่อนขอบเขตที่9แล้วแต่ก็ยังไม่มีวัตถุดิบเลื่อนขั้นและยังเป็นนักสู้ขอบเขตที่8เลเวล9อยู่
เหตุการณ์หลังจากนั้น ชายชราจุดดำถูกสังหารลงเช่นเดียวกับผู้บัญชาการผู้ทรยศของกองทัพขั้วโลกที่ตกตายลงเช่นเดียวกัน
อดัมและคนอื่นๆที่ไร้ทางเลือกได้แต่ต้องยอมยกธงขาวยอมแพ้
“พวกเราชนะแล้ว!”
“ทุกคนเคลียร์สนามรบซะ!” จอมพลสูงสุดลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีโซเซและตะโกนออกมา
นักสู้ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างพากันส่งเสียงเชียร์ยกใหญ่
พวกเขาถอนหายใจออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจและอดมองไปยังเงาร่างสีขาวที่ลอยอยู่กลางอากาศผู้นั้นมิได้
ผู้หญิงคนนั้นแข็งแกร่งมาก!
“โพชั่นชำระล้างขั้นสุดยอด” จี้รู่เยว่รวบรวมเศษซากร่างของดารัคเข้าด้วยกันและเดินมาหาหลินเซวียน
หลินเซวียนไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
เขารีบหยิบโพชั่นชำระล้างขั้นสุดยอดออกมาและยื่นมันให้กับเธอ
หลังจากจี้รู่เยว่อัดฉีดพลังปราณเข้าไปเธอก็ใช้มันทำการชำระล้างซากร่างของอีกฝ่ายในทันทีเพื่อเปลี่ยนมันให้กลายเป็นพลังปราณบริสุทธิ์
“พวกนี้ของเจ้า...” จี้รู่เยว่มอบพลังปราณห้าส่วนให้กับหลินเซวียน
ในเวลานี้เองเธอพลันสัมผัสได้ถึงความแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับร่างกายของหลินเซวียน “หืม...คล้ายว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้แข็งแกร่งขึ้นมากมายเพียงนั้น”
หลินเซวียนบอกเล่าสถานการณ์ของเขาให้อีกฝ่ายฟัง
“เป็นเช่นนั้นเอง แม้จะบรรลุภารกิจเลื่อนขอบเขตนั่นไปแล้วแต่เจ้าก็ยังต้องใช้วัตถุดิบเลื่อนขั้นอีกสินะ? แปลกยิ่ง”
จี้รู่เยว่ขบคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยออกมา “ยังไงก็ตามการหาวัตถุดิบเลื่อนขั้นห้าชิ้นนั้นไม่ใช่เรื่องยากหรอก เจ้ารอประเดี๋ยวแล้วกัน”
หลังกล่าวจบเธอก็พลันหายตัวไป
หลังจากนั้นสิบนาทีจี้รู่เยว่ก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับวัตถุดิบหลายชิ้นที่เปื้อนไปด้วยเลือด
พวกมันทั้งหมดนั้นล้วนเป็นวัตถุดิบประเภทฟันของหมาป่ายักษ์ ดวงตาของหมาป่ายักษ์และกงเล็บของหมาป่ายักษ์ทั้งสิ้น
หลินเซวียนหัวเราะไม่ออกแล้วจริงๆ
เชี่ยเอ๋ย....เขาแทบจะไม่ต้องทำอะไรเองเลยด้วยซ้ำ
“ถ้างั้นผมขอตัวไปเลื่อนขอบเขตก่อนแล้วกัน” เขากระแอมออกมาเบาๆและเอ่ยบอกกับหว่านโหยวซี จอมพลสูงสุดและคนอื่นๆ
หลินเซวียนหลบตัวกลับเข้าไปในห้องเพื่อปรับสภาพจิตใจและเตรียมเลื่อนขอบเขต
หว่านโหยวซีดูจะมีความสุขยิ่งนัก
จอมพลสูงสุดและคนอื่นๆเองก็ตกตะลึงไปตามๆกัน
พระเจ้าช่วย เจ้าเด็กนี่ยังหนุ่มอยู่แท้ๆแต่กลับกำลังจะเลื่อนไปขอบเขตที่9แล้วงั้นหรอ?!
สามชั่วโมงให้หลังหลินเซวียนก็เปิดเปลือกตาขึ้นอีกคราด้วยสีหน้าพึงพอใจ
—
[ชื่อ : หลินเซวียน]
[ระดับ : ขอบเขตที่9เลเวล1]
[เผ่า : มนุษย์]
[อาชีพ : ทรราชย์]
[ค่าสถานะ : ความอดทน 649 , พละกำลัง 517 , พลังเวทย์ 525 , ความเร็ว 517]
[สกิล : ร่างจุติ , ห้าสัมผัสเชื่อมสวรรค์ , เนตรรู้แจ้ง , ค่าสถานะสืบทอด , โลหิตทรราชย์ , อำนาจแห่งทรราชย์ , หัวใจจักรพรรดิ , เกราะกระดูกครอบจักรวาล...]
[อุปกรณ์สวมใส่ : ชุดเซ็ตจ้าวแห่งเพลิง , ชุดเซ็ตเหมันต์นิรันดร์ , ชุดเซ็ตน้ำตาคนทรง , โล่ปราการใจสิงฆ์...]
—
“หลังจากเลื่อนมาขอบเขตที่9สกิลค่าสถานะสืบทอดก็เพิ่มขึ้นมาจาก40%เป็น50%แล้ว!”
“ความอดทนของเราคือ649แต้มปัดเศษแล้วก็เป็น650แต้ม พูดอีกนัยหนึ่งก็คือค่าความแข็งแกร่ง พลังเวทย์แล้วก็ความเร็วของเราจะเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างละ325แต้ม โคตรจะสุดยอดเลย!”