เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 163 : เตาหลอมขั้นสาม

บทที่ 163 : เตาหลอมขั้นสาม

บทที่ 163 : เตาหลอมขั้นสาม


บทที่ 163 : เตาหลอมขั้นสาม

ณ มหาวิทยาลัยเกาะฮ่องกง ภาควิชาฝึกสัตว์อสูร บนผืนหญ้าในป่าฝนจำลอง

แมลงสาบยักษ์ตัวหนึ่งที่มีความยาวถึงครึ่งเมตรและมีรูปลักษณ์ที่ดูน่าเกรงขามกำลังดูดซับพลังโลหิตจากแรดยักษ์ระดับสี่ขั้นต้นอย่างเมามัน

เอาล่ะ คำถามก็คือ…ในเมื่อแมลงสาบไม่ได้มีปากดูดเลือดเหมือนพวกยุง

แล้วมันจะดูดพลังโลหิตได้ยังไงล่ะ?

คำตอบนั้นง่ายนิดเดียว! ก็ในเมื่อไม่มี งั้นก็สร้างมันขึ้นมาสักอันสิ!

ตอนที่ฉู่เซิงสร้าง "หุ่นรบแมลงสาบโฉมใหม่" ตัวนี้ขึ้นมา

เขาก็ได้คำนึงถึงจุดนี้เอาไว้แล้ว

ภายใน "หนวดคู่" ทั้งสองเส้นของหุ่นรบแมลงสาบได้ถูกฉู่เซิงดัดแปลงให้มีลักษณะคล้ายกับหลอดดูด

ส่วนปลายของหนวดก็มีเข็มขนาดเล็กที่ดูคล้ายกับเข็มอ่อนๆติดตั้งอยู่ ด้วยวิธีนี้

หุ่นรบแมลงสาบก็สามารถใช้หนวดดูดเลือดส่งตรงเข้าไปให้ฉู่เซิงที่อยู่ในห้องคนขับได้เลย

ยิ่งไปกว่านั้น มันยังสามารถใช้หนวดทั้งสองเส้นดูดพร้อมกันได้อีกด้วย...

ดูดแบบแพ็คคู่ไปเลยสิครับ!

ในเวลานี้ ภายในห้องคนขับ ท้องของฉู่เซิงป่องจนแทบจะปริแตก

ครึ่งค่อนวันที่ผ่านมานี้เขาดูดเลือดไปไม่ใช่น้อยๆเลย ทั้งดูดไปย่อยไป ในเวลาเพียงแค่ช่วงบ่ายสั้นๆค่าพลังโลหิตของเขาก็พุ่งจาก 7186

มาถึง 8987 แล้ว ส่วนแต้มวิวัฒนาการก็เพิ่มขึ้นมาถึง 380 แต้ม

ขอแค่อีกอึกเดียวเท่านั้น ค่าพลังโลหิตก็จะแตะหลัก 9000 และบรรลุถึงขอบเขตเตาหลอมขั้นสามได้สำเร็จ!

ตามปกติแล้ว หลังจากที่ผู้ฝึกยุทธ์เข้าสู่ขอบเขตเตาหลอมพลังโลหิต

พวกเขาจำเป็นต้องบีบอัด สกัด และหล่อหลอมพลังโลหิตในร่างกายอย่างต่อเนื่อง

จุดประสงค์หลักก็เพื่อขจัดสิ่งเจือปนออกไป ทำให้พลังโลหิตมีความบริสุทธิ์และอัดแน่นมากยิ่งขึ้น นี่คือเหตุผลว่าทำไมขอบเขตเตาหลอมพลังโลหิตซึ่งเป็นช่วงรอยต่อนี้ถึงมีความสำคัญนัก และมันยังเป็นก้าวที่สำคัญที่สุดในการก้าวจากระดับต่ำขึ้นสู่ระดับกลางอีกด้วย!

การก้าวจากระดับต่ำสู่ระดับกลางนั้น เรียกได้ว่าเป็นการยกระดับชั้นของชีวิตเลยทีเดียว!

ทว่า สำหรับฉู่เซิงแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องทำอะไรพรรค์นั้นเลยสักนิด

นั่นก็เพราะพลังโลหิตที่เขาดูดซับผ่าน "หนามมารกลืนวิญญาณ" นั้น ได้รับการชำระล้างจาก "เพลิงนรกกลืนวิญญาณ" จนมันมีความบริสุทธิ์และควบแน่นถึงขีดสุด

พูดง่ายๆก็คือ ฉู่เซิงแค่เอาแต่ดูดต่อไปเรื่อยๆก็พอแล้ว

และยังมีอีกจุดหนึ่ง การหล่อหลอมที่ว่าคืออะไรน่ะหรือ?

มันก็คือการที่ผู้ฝึกยุทธ์ใช้เจตจำนงทางจิตวิญญาณของตนเองเป็นเสมือนค้อนเพื่อตอกย้ำและหล่อหลอมพลังโลหิตนั่นเอง

ตามปกติแล้ว หากยังไม่สามารถหยั่งรู้ถึง 'เจตจำนง' ก็จะไม่มีทางหล่อหลอมพลังโลหิตของตัวเองให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แบบได้

ดังนั้น ผู้ฝึกยุทธ์จะต้องหยั่งรู้เจตจำนงอย่างน้อยหนึ่งชนิดให้ถึงขั้นสมบูรณ์เสียก่อน ถึงจะสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับสี่ได้อย่างแท้จริง

แต่สำหรับฉู่เซิงแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องหล่อหลอมอะไรทั้งนั้น

นี่แหละคือเหตุผลที่เขาสามารถทะลวงระดับชั้นไปได้เรื่อยๆ เพียงแค่สะสมพลังโลหิต โดยไม่ต้องพึ่งพาการหยั่งรู้เจตจำนงเลย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าฉู่เซิงจะไม่จำเป็นต้องใช้เจตจำนงในการอัปเลเวล

แต่การหยั่งรู้เจตจำนงก็มีข้อดีอยู่มากมายมหาศาล อย่างเช่น การช่วยเพิ่มพลังรอยต่อสู้ได้อย่างมาก

และความบกพร่องในเรื่องขอบเขตของเจตจำนงนี้เอง ก็เป็นสิ่งที่ฉู่เซิงกำลังร้อนใจอยากจะแก้ไขให้ได้ในตอนนี้!

……

กลับมาที่ปัจจุบัน

ฉู่เซิงเหลือบมองค่าพลังโลหิตของตัวเอง ในเมื่อขาดอีกแค่นิดเดียวก็จะถึง 9000 แล้ว งั้นก็…ขออีกสักอึกก็แล้วกัน!

[ติ๊ง! โฮสต์ดูดซับพลังโลหิตได้ 29 หน่วย พลังพลังโลหิตรวมปัจจุบันคือ 9016]

[เวลาที่คาดว่าจะใช้ในการย่อยคือ 10 นาที เมื่อย่อยเสร็จสิ้นคาดว่าจะได้รับแต้มวิวัฒนาการ 6 แต้ม]

ตู้ม! ชั่วพริบตานั้น ฉู่เซิงรู้สึกราวกับว่าพลังโลหิตในร่างกายได้ระเบิดออก

ทุกหยาดหยดปลดปล่อยพลังงานอันมหาศาลออกมา

พลังงานทั้งหมดพัวพันปะทะกัน แตกสลาย ก่อตัวใหม่ และหลอมรวมกันอย่างต่อเนื่อง! กระบวนการนี้กินเวลาไปเต็มๆถึงครึ่งชั่วโมง!

เลือดของเขาไหลเวียนพลุ่งพล่านราวกับมังกรที่กำลังเกรี้ยวกราด

มันคำรามและพุ่งทะยานไปทั่วร่าง ทุกครั้งที่ไหลเวียนครบหนึ่งรอบ

พลังที่แฝงอยู่ในเลือดก็ยิ่งทวีความน่ากลัวขึ้นไปอีกขั้น กระทั่งสีของเลือดเองก็ยังเปลี่ยนไป จากสีแดงสด ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นสีทองหม่นที่เปล่งประกายวาววับราวกับโลหะ!

กลิ่นอายอันแข็งแกร่งดุดันระเบิดออกมาจากร่างของฉู่เซิง วินาทีนี้ เหล่า "ลูกน้อง" สัตว์อสูรระดับสามไปจนถึงระดับสี่ที่อยู่รอบตัวเขา ต่างก็สัมผัสได้ถึงพลังนี้ แววตาของพวกมันฉายชัดถึงความตกตะลึงและหวาดกลัว!

ขอบเขตเตาหลอมขั้นสาม สำเร็จแล้ว!

ฉู่เซิงรู้สึกได้เลยว่าพลังต่อสู้ของเขาในตอนนี้ สามารถเทียบชั้นกับระดับสี่ขั้นกลางได้สบายๆ

มันยกระดับขึ้นมาจากก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด!

ตอนแรกเขาคิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะเลื่อนเป็นขั้นสามได้

นึกไม่ถึงเลยว่าแค่วันแรกที่มาถึงเกาะฮ่องกง เขาจะทะลวงระดับได้สำเร็จซะแล้ว

เขาเปิดดูหน้าต่างสถานะของตัวเอง:

[โฮสต์: ฉู่เซิง]

[เผ่าพันธุ์: ยุงมารกลืนวิญญาณ]

[อายุขัย: หนึ่งร้อยปี]

[สายเลือด: ระดับสูง (หนึ่งดาว)]

[พลังโลหิต: 9016(เตาหลอมขั้นสาม)]

[พลังจิต: 1500 (ระดับสองขั้นกลาง)]

[แต้มวิวัฒนาการ: 1142]

[เจตจำนงแห่งดิน: ขั้นเริ่มต้น (350/500)]

[เจตจำนงแห่งน้ำ:ขั้นเริ่มต้น (210/500)]

[คำแนะนำ: การวิวัฒนาการเต็มรูปแบบครั้งต่อไปจำเป็นต้องมีค่าพลังโลหิต 10000 (ระดับสี่ขั้นต้น), พลังจิต 2000 และใช้แต้มวิวัฒนาการ 2000 แต้ม!]

[คำแนะนำ: หากเจตจำนงชนิดใดชนิดหนึ่งบรรลุถึงขั้นสมบูรณ์ (2000 แต้ม) สามารถทำการวิวัฒนาการย่อยเฉพาะทางได้หนึ่งครั้ง!]

ฉู่เซิงมองดูหน้าต่างสถานะพลางวิเคราะห์ในใจ:

เมื่อระดับพลังโลหิตเลื่อนขึ้นเป็นเตาหลอมขั้นสาม พลังจิตก็ได้รับการยกระดับตามธรรมชาติขึ้นมานิดหน่อย โดยเพิ่มมา 45 แต้ม กลายเป็น 1500

ตอนนี้ หากจะทำการวิวัฒนาการเต็มรูปแบบครั้งต่อไป เขายังขาดค่าพลังโลหิตอีกประมาณ 1000 แต้ม พลังจิตอีกประมาณ 500 แต้ม

ส่วนแต้มวิวัฒนาการก็ยังขาดอีกราวๆ1000 แต้มเช่นกัน

เรื่องค่าพลังโลหิตน่ะจัดการง่ายมาก ในภาควิชาฝึกสัตว์อสูรแห่งนี้มีให้ดูดเพียบ

ขาดแค่ 1000 แต้ม ดูดแค่ครึ่งวันก็ครบแล้ว

แต่เรื่องแต้มวิวัฒนาการนี่สิที่ค่อนข้างจะยุ่งยากสักหน่อย

ช่องทางการรับแต้มวิวัฒนาการมีอยู่สี่ทางด้วยกัน

หนึ่ง ได้จากการย่อยพลังโลหิตที่ดูดซับมา

สอง เปลี่ยนจากแก่นแท้ชีวิตของสมุนไพรวิญญาณที่ดูดซับมา

สามการสังหารศัตรูที่ข้ามระดับชั้น

และสี่ ผลพลอยได้จากการที่ระดับพลังโลหิตของกู่เยว่ซีเพิ่มขึ้น

ตอนนี้ แต้มวิวัฒนาการยังขาดอีก 1000 แต้ม

ถ้าจะพึ่งแค่การดูดเลือดมาย่อยเพียงอย่างเดียว เขาคงต้องดูดเลือดอีกห้าถึงหกพันแต้มหรืออาจจะมากกว่านั้น

ปริมาณเลือดน่ะไม่ใช่ปัญหาหรอก ปัญหาคือมันต้องใช้เวลาย่อยนานเกินไปนี่สิ งั้นก็เหลืออีกสามทาง:

สังหารศัตรูข้ามระดับงั้นเหรอ? จะไปฆ่าใครดีล่ะ...

ตอนนี้ยังไม่มีเป้าหมายที่เข้าตาเลยด้วยซ้ำ

ผลพลอยได้จากกู่เยว่ซีล่ะ?

เเต่ยัยผู้หญิงคนนั้นตอนนี้คงกำลังรีบร้อนอยากจะเพิ่มพลังจิตอยู่แน่ๆ ระดับพลังโลหิตคงยังไม่กระเตื้องขึ้นไปไหนหรอกในระยะเวลานี้

ถ้าอย่างนั้นก็เหลือแค่...การดูดซับสมุนไพรวิญญาณแล้วล่ะ

มหาวิทยาลัยเกาะฮ่องกงออกจะกว้างใหญ่ขนาดนี้ มันก็ต้องมีสวนปลูกสมุนไพรวิญญาณบ้างแหละน่า?

หรือถ้าไม่มีจริงๆสิบตระกูลใหญ่แห่งเกาะฮ่องกงก็ต้องมีสิใช่ไหม? โอเค

เอาตามนี้แหละ!

แต้มวิวัฒนาการส่วนหนึ่งจะเอามาจากการย่อยพลังโลหิต ส่วนที่เหลือก็แค่หาสวนสมุนไพรวิญญาณสักแห่ง แล้วเปิดโหมดดูดให้เกลี้ยง!

เอาล่ะ ทีนี้ก็เหลือแค่อย่างสุดท้าย นั่นก็คือ แต้มพลังจิต

เรื่องนี้เนี่ยถ้าเป็นที่อื่นคงจัดการยากน่าดู

พลังจิตมันเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ดูดยากกว่าพลังโลหิตตั้งเยอะ

แม้ว่า "หนามมารกลืนวิญญาณ" ของเขาจะสามารถดูดพลังจิตได้ก็จริง

แต่มันก็ต้องเป็นพลังจิตที่ก่อตัวเป็นรูปธรรม หรืออย่างน้อยก็ต้องเป็นรูปธรรมครึ่งหนึ่งเสียก่อน

ก่อนที่จะมาฮ่องกง เขาเคยดูดซับแค่พลังจิตกึ่งรูปธรรมจากผลึกรวมจิต

และพลังจิตรูปธรรมนิดหน่อยที่รวมตัวกันหลังจากนักพลังจิตตายลง

นอกเหนือจากนั้น การเติบโตของพลังจิตของเขาส่วนใหญ่ก็พึ่งพาการเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติควบคู่ไปกับการยกระดับพลังโลหิตทั้งนั้น

แต่ทว่า…ที่เกาะฮ่องกงแห่งนี้มันไม่เหมือนกัน!

เกาะฮ่องกงคือสรวงสวรรค์ของการฝึกฝนพลังจิต ผู้ฝึกยุทธ์เกือบทุกคนที่นี่ต่างก็เดินบนเส้นทางสายพลังจิตกันทั้งนั้น

ยกตัวอย่างแค่มหาวิทยาลัยเกาะฮ่องกงนี่ก็ได้ นักศึกษาที่เขาเจอตามทางเมื่อกี้บริเวณหว่างคิ้วของพวกเขามักจะมีแสงเรืองรองจางๆล้อมรอบอยู่ไม่มากก็น้อย และนั่นแหละคือสัญญาณของพลังจิตกึ่งรูปธรรม!

พลังจิตของหลายๆคนถึงขั้นก่อตัวเป็นรูปธรรมแล้วด้วยซ้ำ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือ สัญลักษณ์รูนขนาดเล็ก หรือจุดแสงจางๆบริเวณหว่างคิ้วของพวกเขานั่นเอง

แน่นอนว่าปรากฏการณ์รูปธรรมแบบนี้ ก็ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเกิดขึ้นที่หว่างคิ้วเสมอไปหรอกนะ

เพราะฉะนั้น…มหาวิทยาลัยเกาะฮ่องกงแห่งนี้ ไม่ได้มีแค่ถุงเลือดเดินได้อยู่เต็มไปหมดเท่านั้น

แต่มันยังเต็มไปด้วย "แพ็กเกจเสริมพลังจิต" เดินได้อีกเพียบเลยล่ะ!

…………

จบบทที่ บทที่ 163 : เตาหลอมขั้นสาม

คัดลอกลิงก์แล้ว