- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 161 : เผยพรสวรรค์ระดับจักรพรรดิ
บทที่ 161 : เผยพรสวรรค์ระดับจักรพรรดิ
บทที่ 161 : เผยพรสวรรค์ระดับจักรพรรดิ
บทที่ 161 : เผยพรสวรรค์ระดับจักรพรรดิ
ตู้ม!
ทันใดนั้น ทั่วทั้งลานกว้างก็เกิดความโกลาหลขึ้นมาทันที
"ทำไมจู่ๆไฟถึงดับล่ะ? เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"
"หรือว่า…จะล้มเหลวแล้ว?"
"ก็คงจะล้มเหลวนั่นแหละ ไม่งั้นจู่ๆจะดับไปดื้อๆแบบนี้ได้ยังไง?"
"น่าเสียดายจัง สุดท้ายก็ยังทำไม่สำเร็จสินะ!"
"หึๆฉันได้ยินมาว่าหลินจือเซี่ยคนนั้นมาจากเมืองเล็กๆในแผ่นดินใหญ่ ล้มเหลวไปก็ดีแล้วแหละ
ของวิเศษในหอคอยหลิวหลีของเกาะฮ่องกงเรา จะปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของคนนอกได้ยังไง"
"ชู่ว…เบาๆหน่อยสิ แกไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง ถึงเขาจะล้มเหลว แต่ก็ยังเป็นถึงว่าที่กึ่งจักรพรรดินีในอนาคตเลยนะเว้ย!"
……
บนลานกว้าง ไปจนถึงทั่วทั้งเกาะฮ่องกง หรือแม้แต่ในเว็บบอร์ดที่กำลังติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ต่างก็เต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่
ที่ด้านล่างของหอคอยหลิวหลี สีหน้าของจักรพรรดิอัคคี อธิการบดีเฉินโส่วเจิ้ง และคนอื่นๆก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่มีคนทะลวงขึ้นไปถึงชั้นที่เก้าได้
ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้เลยว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่?
"ท่านจักรพรรดิอัคคีครับ ท่านคิดว่านี่มัน..."
จักรพรรดิอัคคีหรี่ตาลง จ้องมองไปยังหอคอยหลิวหลีที่มืดสนิท ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยปากฟันธงในที่สุด
"ดูจากสถานการณ์แล้ว…เกรงว่าคงจะล้มเหลวจริงๆนั่นแหละ"
"แต่ถึงยังไง ระดับกึ่งจักรพรรดิในอนาคตก็น่าทึ่งมากพอแล้วล่ะ พวกเราไปรอรับ..."
ทว่าคำพูดของจักรพรรดิอัคคียังไม่ทันจบประโยคดี
จู่ๆก็มีเสียง 'วูบ' ดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นอายพลังจิตอันมหาศาลและทรงพลังจนยากจะบรรยายระเบิดออกมาจากหอคอยหลิวหลี
กลิ่นอายนี้ช่างแข็งแกร่งและทรงพลังเหลือเกิน
แม้ว่ามันจะให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลอ่อนโยน แต่เจตจำนงอันไร้ขีดจำกัดที่แฝงอยู่ภายในนั้นกลับให้ความรู้สึกราวกับเป็นพลังอำนาจแห่งสวรรค์ที่กดทับลงมาสะกดทุกคนในพริบตา
ภายในรัศมีหลายร้อยลี้โดยมีหอคอยหลิวหลีเป็นศูนย์กลาง
ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็ต้องค้อมตัวลงต่ำโดยไม่รู้ตัว แม้แต่จักรพรรดิอัคคีเองก็ยังต้องย่อตัวลงและก้มหัวให้
ริมฝีปากของเขาสั่นระริก ขณะที่เอ่ยคำสองคำออกมาอย่างยากลำบาก
"อำนาจ…อำนาจแห่งจักรพรรดิ!"
โชคดีที่อำนาจแห่งจักรพรรดินั้นคงอยู่เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว ทุกคนจึงรีบเงยหน้าขึ้นมอง
สิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือ หอคอยหลิวหลีกลับมาเปล่งแสงสว่างอีกครั้ง
แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่ชั้นใดชั้นหนึ่ง ทว่าหอคอยหลิวหลีทั้งหลังกำลังสาดส่องแสงสีรุ้งอันวิจิตรตระการตาออกมา
ทันใดนั้น น้ำเสียงที่ราวกับดังมาจากดินแดนอันไกลโพ้น ก็ดังก้องกังวานลงมาจากฟากฟ้าดุจดั่งราชโองการจากสวรรค์
"หอคอยหลิวหลีเก้าชั้นที่ข้าสร้างขึ้น วันนี้ในที่สุดก็มีผู้ที่สามารถทะลวงผ่านได้จนครบทุกชั้น ช่างน่ายินดียิ่งนัก!"
"ข้าได้ทิ้งสมบัติล้ำค่า [ตราประทับเต๋าทะเลวิญญาณ] เอาไว้ที่ยอดหอคอย
นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป มันจะตกเป็นของผู้ท้าทายหอคอย เพื่อช่วยเหลือให้ผู้นั้นก้าวขึ้นสู่บัลลังก์จักรพรรดิได้รวดเร็วยิ่งขึ้น"
น้ำเสียงนี้ดูเหมือนจะเป็นการส่งกระแสจิตมาจากระยะทางหลายหมื่นลี้
เขาเพียงแค่ทิ้งคำพูดสั้นๆไว้สองประโยค จากนั้นก็เลือนหายไปจนหมดสิ้น
แต่ทว่า…ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากพลังจิตที่หลงเหลืออยู่ หรือเนื้อหาในคำพูดเหล่านั้น ต่างก็เป็นการประกาศให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความจริงข้อหนึ่ง
นั่นก็คือ...หลินจือเซี่ยไม่ได้ล้มเหลว!
เธอสามารถทะลวงผ่านชั้นที่เก้าได้สำเร็จ และยังได้รับสมบัติล้ำค่าระดับสวรรค์ที่จักรพรรดิวิญญาณมายาสมุทรทิ้งเอาไว้ให้อีกด้วย
ว่าที่จักรพรรดินีตัวจริงเสียงจริง ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว!
และในเวลานี้ ทุกคนที่อยู่บนลานกว้าง...ล้วนเป็นพยานในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ทั้งสิ้น!!!
"ดูนั่นสิ! อยู่นั่นไง!"
เสียงอุทานด้วยความตื่นเต้นดังขึ้น ทุกคนต่างแหงนหน้ามองขึ้นไปบนยอดหอคอย และได้เห็นหญิงสาวผู้มีบุคลิกเย็นชาและสง่างาม กำลังยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนนั้น
ในมือของเธอกำลำแสงแห่งสมบัติล้ำค่าเอาไว้
สายตาของเธอกวาดมองลงมายังเบื้องล่างด้วยท่วงท่าที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมี
จากนั้น ลำแสงแห่งสมบัติล้ำค่าก็ค่อยๆลอยขึ้นมา และหลอมรวมเข้าสู่ร่างกายของเธอ
จากนั้นเธอก็กระโดดลงมา และร่อนลงจอดบนพื้นดินอย่างนุ่มนวล
ชั่วพริบตานั้น ทุกคนต่างก็พร้อมใจกันแหวกทางให้เธออย่างลืมตัว สายตาของแต่ละคนเต็มไปด้วยความเคารพยำเกรง
หลินจือเซี่ย…ว่าที่จักรพรรดินี!
……
หลังจากที่กู่เยว่ซีร่อนลงจอดบนพื้น เธอก็เก็บซ่อนกลิ่นอายพลังของตัวเองเอาไว้ และกลับมาเป็นหญิงสาวผู้เยือกเย็นตามเดิม
เธอได้รับสมบัติล้ำค่า [ตราประทับเต๋าทะเลวิญญาณ] มาแล้วก็จริง…แต่ยังไม่ได้ทำการหลอมรวมมันเข้ากับร่างกาย ทำได้เพียงแค่เก็บมันเอาไว้ในตัวก่อนเท่านั้น
แต่ถึงกระนั้น เพียงแค่วินาทีที่สัมผัสกับตราประทับเต๋าทะเลวิญญาณ พลังจิตของเธอก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ทะลวงผ่านระดับสองขั้นปลาย และระดับสองขั้นสูงสุด จนก้าวเข้าสู่ระดับสามขั้นต้นได้ในรวดเดียว!
แน่นอนว่า พลังที่แท้จริงของ [ตราประทับเต๋าทะเลวิญญาณ] ไม่ใช่การยกระดับพลังจิตโดยตรงแต่เป็นการยกระดับ 'พรสวรรค์' ด้านพลังจิตต่างหาก
พรสวรรค์ด้านพลังจิตของกู่เยว่ซีเคยได้รับการเสริมแกร่งจากผลึกบำรุงวิญญาณมาแล้วครั้งหนึ่ง
หากเธอทำการหลอมรวม [ตราประทับเต๋าทะเลวิญญาณ] เข้าไปอีก พรสวรรค์ด้านพลังจิตของเธอก็จะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น จนถึงขั้นที่เรียกได้ว่าน่าสะพรึงกลัวเลยทีเดียว!
และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ เมื่อพรสวรรค์ด้านพลังจิตของเธอเพิ่มสูงขึ้น ความเร็วในการบ่มเพาะพลังจิตของเธอก็จะสามารถบดขยี้เจ้ายุงบ้าตัวนั้นได้อย่างราบคาบ!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ กู่เยว่ซีก็ปรายตามองไปยังทิศทางของคณะอสูรรับใช้ที่ฉู่เซิงอยู่แวบหนึ่ง
ไม่รู้ว่าเจ้ายุงนั่นกำลังทำอะไรอยู่ตรงนั้นกันแน่นะ?!
การที่ฉู่เซิงหลุดจากการควบคุมของเธอและแอบไปทำอะไรตามใจชอบในครั้งนี้ ทำให้กู่เยว่ซีรู้สึกโกรธเคืองไม่น้อยเลยทีเดียว
ในฐานะจักรพรรดินี เธอไม่เคยยอมแพ้ใครหน้าไหน แต่กลับต้องมาเสียหน้าให้กับอสูรพันธสัญญาของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า
ตอนที่ฉู่เซิงหลุดพ้นจากการควบคุมของเธอและหนีไปทำอะไรตามใจชอบ นั่นเป็นครั้งแรกเลยที่กู่เยว่ซีสัมผัสได้ถึงความพ่ายแพ้และความรู้สึกสูญเสียอย่างรุนแรง
และในขณะเดียวกัน ก็ยังมีความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกปะปนอยู่ด้วย
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงแอบสาบานกับตัวเองว่า หลังจากที่ได้ [ตราประทับเต๋าทะเลวิญญาณ]
มาแล้ว เธอจะต้องตั้งใจบ่มเพาะพลังอย่างหนัก เพื่อที่จะได้กลับมาบดขยี้เจ้ายุงนั่นให้จมดิน!
หึ คอยดูเถอะ ครั้งหน้าแกจะกล้าทำอะไรตามใจชอบอีกไหม
คิดจะเอา 'อสูรควบคน' งั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!
……
บนลานกว้าง สายตานับหมื่นคู่ล้วนจับจ้องมาที่กู่เยว่ซีเป็นตาเดียว
ในตอนนั้นเอง จักรพรรดิอัคคีก็เป็นคนแรกที่ก้าวออกมายืนอยู่ตรงหน้าเธอ
"คุณหลิน ขอแสดงความยินดีด้วยนะที่สามารถทะลวงผ่านหอคอยหลิวหลีได้สำเร็จจนได้รับความชื่นชมจากท่านจักรพรรดิ และยังได้รับสมบัติล้ำค่าระดับสวรรค์มาครอบครองอีกด้วย!"
กู่เยว่ซีปรายตามองจักรพรรดิอัคคีแวบหนึ่ง
ในชาติก่อน ผู้ชายคนนี้คือหนึ่งในแปดจักรพรรดิที่ถูกเธออัดจนหมอบราบคาบ หลังจากที่เธอก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิได้สำเร็จ...
ทว่าในชาตินี้ เธอไม่คิดจะทำแบบนั้นอีกแล้ว
เหตุผลแรกก็คือ ในชาตินี้เธอเดินทางมาที่เกาะฮ่องกงเร็วกว่ากำหนด
ด้วยระดับพลังการบ่มเพาะของเธอในตอนนี้ ยังไงก็เอาชนะเขาไม่ได้หรอก
เหตุผลที่สองก็คือ ในชาตินี้ เธออยากจะเปลี่ยนวิธีการใหม่ โดยการดึงเอาทรัพยากรและอำนาจของขั้วอำนาจต่างๆในเกาะฮ่องกงมาใช้ประโยชน์เพื่อตัวเอง
จุดประสงค์หลักที่กู่เยว่ซีเดินทางมาที่เกาะฮ่องกงมีอยู่สองข้อ
ข้อแรกคือเพื่อมาเอา [ตราประทับเต๋าทะเลวิญญาณ]
ส่วนข้อที่สองก็คือ…เพื่อจัดการกับตระกูลมู่!
ตระกูลมู่…มู่หลินหยวน
ผู้ชายคนนั้นเคยลอบโจมตีอสูรพันธสัญญาของเธอในดินแดนเร้นลับ แถมยังกล้ามาท้าทายและยั่วยุเธออีก…หมอนี่มันต้องตายสถานเดียว
ไม่อย่างนั้นมันอาจจะกลายเป็นรอยด่างพร้อยในเส้นทางการก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิของเธอได้
กู่เยว่ซีจะไม่มีวันยอมให้มีรอยด่างพร้อยแบบนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด
แม้เพียงแค่นิดเดียวก็ตาม!
ในตอนนี้ ด้วยความแข็งแกร่งของเธอ การจะไปต่อกรกับตระกูลมู่ ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบตระกูลใหญ่แห่งเกาะฮ่องกงนั้นยังห่างไกลเกินไปมาก
แต่ทว่า…เธออาจจะสามารถยืมมือขั้วอำนาจอื่นๆในเกาะฮ่องกง เพื่อจัดการกับตระกูลมู่ได้นี่นา!
สำหรับกู่เยว่ซีแล้ว การแก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย ไม่เคยมีอยู่ในหัวของเธอหรอก
กล้ามาเหิมเกริมต่อหน้าจักรพรรดินีผู้นี้งั้นเหรอ? งั้นแกก็เตรียมตัวลงนรกไปได้เลย
ด้วยเหตุนี้ เมื่อเห็นจักรพรรดิอัคคีเป็นฝ่ายเดินเข้ามาทักทายก่อน กู่เยว่ซีจึงพยักหน้ารับเบาๆ
"ท่านจักรพรรดิอัคคีเกรงใจเกินไปแล้วค่ะ"
สำหรับว่าที่จักรพรรดินีในอนาคต จักรพรรดิอัคคีย่อมอยากจะผูกมิตรด้วยอยู่แล้ว
ทว่าในขณะที่เขากำลังจะอ้าปากพูดต่อ จู่ๆก็มีน้ำเสียงอันทรงพลังและหนักแน่นดังมาจากบนลานกว้าง
ไม่สิ ไม่ใช่แค่เสียงเดียว!
"ตระกูลหนานกง หนึ่งในสิบตระกูลใหญ่แห่งเกาะฮ่องกง ขอแสดงความยินดีกับคุณหลินที่สามารถทะลวงผ่านหอคอยหลิวหลีได้สำเร็จ ในอนาคตจะต้องก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิได้อย่างแน่นอน!"
"ตระกูลเล่ย หนึ่งในสิบตระกูลใหญ่แห่งเกาะฮ่องกง ขอแสดงความยินดีกับคุณหลินที่สามารถทะลวงผ่านหอคอยหลิวหลีได้สำเร็จ ในอนาคตจะต้องก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิได้อย่างแน่นอน!"
"ตระกูลเย่ หนึ่งในสิบตระกูลใหญ่แห่งเกาะฮ่องกง ขอแสดงความยินดีกับคุณหลินที่สามารถทะลวงผ่านหอคอยหลิวหลีได้สำเร็จ ในอนาคตจะต้องก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิได้อย่างแน่นอน!"
"……"
"ตระกูลมู่ หนึ่งในสิบตระกูลใหญ่แห่งเกาะฮ่องกง ขอแสดงความยินดีกับคุณหลินที่สามารถทะลวงผ่านหอคอยหลิวหลีได้สำเร็จ ในอนาคตจะต้องก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิได้อย่างแน่นอน!"
………..