- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 159 : ถูกฝูงอสูรพันธสัญญาตั้งให้เป็นลูกพี่ซะงั้น??
บทที่ 159 : ถูกฝูงอสูรพันธสัญญาตั้งให้เป็นลูกพี่ซะงั้น??
บทที่ 159 : ถูกฝูงอสูรพันธสัญญาตั้งให้เป็นลูกพี่ซะงั้น??
บทที่ 159 : ถูกฝูงอสูรพันธสัญญาตั้งให้เป็นลูกพี่ซะงั้น??
"ทำลายสถิติแล้ว!"
"ชั้นที่เจ็ดถูกทำลายแล้ว!"
"สถิติถูกตีเสมอแล้ว!"
"ว่าที่จักรพรรดิคนใหม่ถือกำเนิดขึ้นแล้ว!"
เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงดังระงมไปทั่วบริเวณใต้หอคอยหลิวหลี!
การที่เหอเชียนเฟิงทำสถิติเทียบเท่าตำนานได้ในครั้งแรกก็ถือว่าน่าตกตะลึงมากพอแล้ว
แต่การที่มีใครอีกคนสามารถทำได้เป็นคนที่สองในเวลาไล่เลี่ยกัน ยิ่งเป็นเรื่องที่ชวนให้ตื่นตะลึงยิ่งกว่า!
นักศึกษาแลกเปลี่ยนที่ชื่อว่า 'หลินจือเซี่ย' คนนี้ เป็นยอดฝีมือมาจากไหนกันแน่!
ในเวลานี้ แม้แต่ในแววตาของจักรพรรดิอัคคีก็ยังฉายแววประหลาดใจ
เขาส่ายหน้าเบาๆ พลางเอ่ยขึ้นว่า
"ดูเหมือนว่าวันนี้ที่นี่จะมีแต่อัจฉริยะมารวมตัวกันสินะ"
"ไปกันเถอะ พวกเราไปรอรับว่าที่จักรพรรดิคนที่สองของวันนี้ที่ทางออกกันดีกว่า"
จักรพรรดิอัคคีรู้สึกสนใจขึ้นมาจริงๆ
ผู้ท้าทายหอคอยที่โผล่มาอย่างกะทันหันคนนี้ได้กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของทุกคนจนหมดสิ้น
ทว่าคำพูดของเขาก็เป็นการบ่งบอกนัยๆว่าหลินจือเซี่ย นักศึกษาแลกเปลี่ยนคนนั้น คงมาได้ไกลสุดแค่นี้แหละ
หลังจากผ่านชั้นที่เจ็ดและก้าวเข้าสู่ชั้นที่แปดได้ ผู้ท้าทายจะถูกสะกดด้วยพลังจิตอันมหาศาลในทันที
โดยปกติแล้วจะยืนหยัดอยู่ได้ไม่ถึงสิบวินาที ก่อนจะถูกตัดสินว่าล้มเหลวและถูกส่งตัวออกมาที่ทางออกโดยอัตโนมัติ
ขนาดเหอเชียนเฟิง แค่ก้าวเท้าเหยียบชั้นที่แปดก็ถูกส่งตัวออกมาแล้ว ส่วนตัวจักรพรรดิอัคคีเองก็เดินเข้าไปได้แค่สองก้าวเท่านั้น
ในขณะเดียวกัน คนอื่นๆก็มีความคิดเห็นตรงกับจักรพรรดิอัคคี ทุกคนต่างเชื่อว่ากู่เยว่ซีกำลังจะถูกส่งตัวออกมาในไม่ช้านี้
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความเคารพ พวกเขาจึงพากันเดินตามไปที่ทางออกของหอคอย เพื่อเตรียมต้อนรับการปรากฏตัวของหลินจือเซี่ย
แม้แต่เหอเชียนเฟิงเองก็ยังอดไม่ได้ที่จะเดินตามไปดูด้วย
……
ทว่า…สิบวินาที…ยี่สิบวินาที…หนึ่งนาทีผ่านไป...ที่หน้าประตูทางออกของหอคอยกลับยังไม่มีวี่แววของใครปรากฏตัวออกมาเลย
ทุกคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ความคิดหนึ่งเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของพวกเขา...
เป็นไปไม่ได้มั้ง?
คนคนนั้นสามารถทนอยู่ในชั้นที่แปดได้นานขนาดนี้เลยเหรอ?
หรือว่า…เธออาจจะทำลายสถิติได้?
ทะลวงผ่านชั้นที่แปด และก้าวขึ้นสู่ชั้นที่เก้าซึ่งไม่เคยมีใครเหยียบย่างไปถึงมาก่อน?!
พวกเขาอดไม่ได้ที่จะแหงนหน้าขึ้นมองดูด้านบนอีกครั้ง
แสงสว่างที่ชั้นแปดยังคงส่องประกายระยิบระยับ ไม่มีทีท่าว่าจะดับลงเลยแม้แต่น้อย
ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหว โพล่งถามขึ้นมา
"นี่พวกนายคิดว่า...หลินจือเซี่ยคนนี้จะทะลวงผ่านชั้นที่แปดไปได้จริงๆหรือเปล่า?"
ทันทีที่สิ้นเสียงนั้น ใครบางคนก็ตะโกนสวนขึ้นมาทันที
"ไม่มีทาง!"
"เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"
คนที่ตะโกนออกมาก็คือเหอเชียนเฟิงนั่นเอง
ในเวลานี้สภาพจิตใจของเขาเริ่มจะพังทลายลงทีละนิด
เหตุผลก็ง่ายนิดเดียว
เดิมทีค่ำคืนนี้ควรจะเป็นช่วงเวลาที่เขาได้เจิดจรัสที่สุดแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับถูกใครก็ไม่รู้มาแย่งซีนไปดื้อๆ
ถ้าแค่ทำสถิติเทียบเท่าก็ยังพอทน
แต่ถ้าเกิดยัยนั่นทำผลงานแซงหน้าและทำลายสถิติของเขาได้
ความยิ่งใหญ่ของเขาในวันนี้ก็คงกลายเป็นแค่ตัวประกอบฉากไปโดยปริยาย
เจอแบบนี้ใครจะไม่สติแตกบ้างล่ะ?
เหอเชียนเฟิงหวนนึกถึงตอนที่ตัวเองเดินไปแทรกคิวแล้วเห็นเด็กสาวหน้าตาเย็นชาคนนั้น
คือเธอคนนั้นงั้นเหรอ?
ดูหน้าตาก็แสนจะธรรมดา แค่บุคลิกดูดีนิดหน่อยเท่านั้นเอง
จะเป็นไปได้ยังไงที่ฉันแค่สุ่มเดินไปแทรกคิว ก็ดันไปแทรกคิวคนที่มีพรสวรรค์ฝืนลิขิตสวรรค์ยิ่งกว่าตัวเองเข้าพอดี?
เขาไม่กล้าเชื่อ และไม่อยากจะเชื่อด้วยซ้ำ
ถึงขนาดแอบคิดว่าตัวเองกำลังถูกใครวางแผนกลั่นแกล้งอยู่หรือเปล่า...
….
อาการหลุดมาดของเหอเชียนเฟิงดึงดูดสายตาของคนรอบข้าง
เขารีบตั้งสติและอธิบายแก้ต่างว่า
"ผะ…ผมแค่คิดว่าชั้นที่แปดมันไม่ได้ผ่านไปได้ง่ายๆหรอกครับ ขนาดท่านจักรพรรดิอัคคียังผ่านไปไม่ได้เลย แล้วหลินจือเซี่ยจะทำได้ยังไง!"
จักรพรรดิอัคคีปรายตามองเหอเชียนเฟิงแวบหนึ่ง
เขาย่อมมองทะลุถึงอารมณ์ความรู้สึกในใจของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี
ทว่าในตอนนี้ ความคิดเห็นของเขาก็ตรงกับเหอเชียนเฟิงเช่นกัน
"หึๆก็จริงอย่างที่ว่านั่นแหละ"
"การที่คนคนนี้สามารถยืนหยัดอยู่ในชั้นที่แปดได้นานขนาดนี้
ก็นับว่าน่ายกย่องและหาได้ยากยิ่งแล้ว อนาคตจะต้องก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิได้อย่างแน่นอน หรือเผลอๆอาจจะไปถึงระดับจักรพรรดิขั้นสูงสุดเลยก็เป็นได้"
"แต่ก็นั่นแหละ นี่คงเป็นขีดจำกัดของเธอแล้วล่ะ ความน่ากลัวของชั้นที่แปดน่ะ เป็นสิ่งที่พวกนายจินตนาการไม่ออกหรอก"
เมื่อน้ำเสียงเรียบๆของจักรพรรดิอัคคีดังขึ้น ทุกคนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างลึกซึ้ง
ก็แหงล่ะ ระดับหนึ่งในสิบสองจักรพรรดิแห่งเกาะฮ่องกงเป็นคนฟันธงเองเลยนะ จะพลาดได้ยังไง?
ทว่าในวินาทีนั้นเอง จู่ๆก็มีเสียงแหลมปรี๊ดที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงจนเสียงหลงดังแทรกขึ้นมา
"ระ…รีบดูนั่นเร็วเข้า!"
"ชะ…ชั้นที่เก้า มันสว่างขึ้นมาแล้ว!!!"
แกร่ก…
กรามของจักรพรรดิอัคคีถึงกับเเทบจะร่วงหล่นลงมา
แกช่วยสว่างก่อนที่ฉันจะพูดจบไม่ได้หรือไงฟะ?!
วินาทีต่อมา จักรพรรดิอัคคีถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าการที่ชั้นที่เก้าสว่างขึ้นมานั้นหมายความว่าอย่างไร
เขารีบเหาะทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที สายตาจับจ้องไปยังหอคอยหลิวหลีทะเลใจอย่างไม่กะพริบ
ในเวลานี้…
ชั้นที่เก้าของหอคอยหลิวหลีทะเลใจ กำลังสาดแสงสว่างเจิดจ้าตระการตาถึงขีดสุด!
แตกต่างจากแสงสีทองก่อนหน้านี้ แสงในครั้งนี้เป็นแสงเจ็ดสีซ้ำยังสาดส่องไปทั่วทุกทิศทางราวกับสปอตไลท์ที่ส่องสว่างไปทั่วผืนฟ้า
ประจวบเหมาะกับที่ตอนนี้เป็นเวลาพลบค่ำพอดี ลำแสงสีรุ้งแผ่กระจายออกไปราวกับร่มคันยักษ์ ครอบคลุมท้องฟ้าเหนือเกาะฮ่องกงเอาไว้ทั้งหมด
ทุกคนเพียงแค่แหงนหน้าขึ้นไป ก็สามารถมองเห็นแสงสว่างอันวิจิตรตระการตานี้ได้
ชาวเกาะฮ่องกงนับไม่ถ้วนต่างตกตะลึง
ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่านี่คือแสงอะไร ได้แต่หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายรูปด้วยความตื่นตาตื่นใจ
มีเพียงคนกลุ่มน้อยนิดเท่านั้นที่นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เเละใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงราวกับเห็นผี
…..
ในขณะนั้นเอง
ภายในตระกูลเกา ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบตระกูลใหญ่แห่งเกาะฮ่องกง…ชายชราคนหนึ่งจู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ
เขายื่นมือออกไปสัมผัสกับแสงสีรุ้งนั้น สีหน้าเต็มไปด้วยความสั่นสะท้าน
"แสงแห่งหลิวหลีปรากฏขึ้นแล้วงั้นหรือ…ผู้สืบทอดของท่านผู้นั้น กำลังจะปรากฏตัวแล้วใช่ไหม?"
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งเสียงสั่งการผ่านกระแสจิต
"เด็กๆเตรียมของขวัญ ตามฉันมุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัยเกาะฮ่องกง!"
ส่วนตระกูลอื่นๆในสิบตระกูลใหญ่ ต่างก็ถูกแสงนี้รบกวนและเริ่มเคลื่อนไหวรับมือกันยกใหญ่
……
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง
ภายในคณะอสูรรับใช้ ฉู่เซิงก็เงยหน้าขึ้นมาจากแผ่นหลังของแรดจอมพลัง และสังเกตเห็นแสงสีรุ้งบนท้องฟ้าเช่นกัน
"เอิ๊ก~ ยัยจักรพรรดินีนั่น ครั้งนี้เล่นใหญ่ไม่เบาเลยแฮะ"
"ดูท่าจะมีของดีปรากฏขึ้นซะแล้ว จะแวะไปแบ่งมาสักหน่อยดีไหมนะ?"
เพียงแค่ครึ่งวัน ฉู่เซิงก็สามารถสูบค่าพลังโลหิตจากป่าดิบชื้นจำลองแห่งนี้ไปได้มากกว่าสองพันแต้ม!
ทะลุเป้าที่คาดการณ์ไว้ไปไกลลิบ!
ตอนนี้พุงของเขากางป่องจนแทบจะสูบต่อไม่ไหวแล้ว
ไม่เอาดีกว่า ต้องกลับไปย่อยให้เสร็จก่อนแล้วค่อยว่ากันใหม่แวะไปดูด้วยว่าถ้าเจียดเวลาไปย่อยพลังพวกนี้จนเสร็จ จะได้แต้มวิวัฒนาการมาทั้งหมดเท่าไหร่!
ฉู่เซิงบินผละออกจากหลังของแรดยักษ์อย่างแสนเสียดาย
ตั้งใจจะกลับไปพักผ่อนในหุ่นรบแมลงสาบสักงีบ
ก่อนหน้านี้เขาเอาหุ่นรบแมลงสาบไปพรางตัวเป็นอสูรพันธสัญญาที่กำลังจำศีล แล้วแอบเอาไปซ่อนไว้ตรงขอบป่าจำลอง
แต่พอฉู่เซิงบินกลับมาใกล้ๆหุ่นรบแมลงสาบ เขาก็ถึงกับอ้าปากค้าาปากค้าง
ทำไมถึงมีสัตว์อสูรมารวมตัวกันเยอะขนาดนี้เนี่ย?
หมาป่าอัสนีม่วง, วานรยักษ์มารฟ้า, จิ้งจอกมายาแสง, มังกรปฐพีเกราะแตก...สัตว์อสูรแต่ละตัวกำลังยืนล้อมรอบหุ่นรบแมลงสาบเอาไว้แน่นขนัด!
เชี่ยเอ๊ย! ไอพวกนี้มันตัวที่โดนฉันสูบเลือดไปแล้วทั้งนั้นเลยนี่หว่า?!
หรือว่าหุ่นรบแมลงสาบมันมีกลิ่นอายของฉันติดอยู่ พวกมันก็เลยยกพวกมาแก้แค้น?
ในขณะที่ฉู่เซิงกำลังกังวลว่าหุ่นรบแมลงสาบสุดที่รักที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆจะถูกรุมยำจนเละเทะ เขากลับสังเกตเห็นว่า…สัตว์อสูรพวกนี้ไม่ได้ทำร้ายหุ่นรบแมลงสาบเลยสักนิด
ตรงกันข้าม พวกมันกำลังล้อมวงและหมอบกราบมันอย่างเอาเป็นเอาตายต่างหาก
หมาป่าอัสนีม่วงหมอบอยู่กับพื้น ส่ายหางดิกๆเหมือนลูกหมา
วานรยักษ์มารฟ้าคุกเข่าลงกับพื้นพลางก้มกราบปลกๆ...
แววตาของพวกมันไม่มีเคียดแค้นเลยสักนิด มีแต่ความปรารถนาและความเคารพเทิดทูนอย่างล้นหลาม!
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
ฉู่เซิงค่อยๆบินเข้าไปใกล้ สัมผัสถึงกลิ่นอายของสัตว์อสูรเหล่านี้…
เอ๊ะ สายเลือดของพวกมันเหมือนจะวิวัฒนาการขึ้นมานิดหน่อยนี่นา?
หรือว่าเป็นผลพวงจากกลิ่นอายของเพลิงนรกกลืนวิญญาณที่บังเอิญหลงเหลืออยู่?
และบนหุ่นรบแมลงสาบ ก็มีกลิ่นอายของเพลิงนรกกลืนวิญญาณติดอยู่ด้วย
สรุปก็คือ…พวกมันยกให้หุ่นรบแมลงสาบเป็นลูกพี่ แล้วก็มาอ้อนวอนขอให้ช่วยวิวัฒนาการสายเลือดให้งั้นสิ?!
เมื่อคิดได้ดังนั้น ดวงตาของฉู่เซิงก็เป็นประกายวาววับ!
งั้นก็หมายความว่า ตัวเขา…ไม่สิ 'หุ่นรบแมลงสาบโฉมใหม่'
มีโอกาสที่จะรวบรวมสัตว์อสูรทั้งหมดในที่นี้มาเป็นลูกน้องได้หมดเลยงั้นเหรอ?!
ความคิดสุดแสนจะชั่วร้าย ได้ก่อตัวขึ้นในหัวของฉู่เซิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!
………….