เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 159 : ถูกฝูงอสูรพันธสัญญาตั้งให้เป็นลูกพี่ซะงั้น??

บทที่ 159 : ถูกฝูงอสูรพันธสัญญาตั้งให้เป็นลูกพี่ซะงั้น??

บทที่ 159 : ถูกฝูงอสูรพันธสัญญาตั้งให้เป็นลูกพี่ซะงั้น??


บทที่ 159 : ถูกฝูงอสูรพันธสัญญาตั้งให้เป็นลูกพี่ซะงั้น??

"ทำลายสถิติแล้ว!"

"ชั้นที่เจ็ดถูกทำลายแล้ว!"

"สถิติถูกตีเสมอแล้ว!"

"ว่าที่จักรพรรดิคนใหม่ถือกำเนิดขึ้นแล้ว!"

เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงดังระงมไปทั่วบริเวณใต้หอคอยหลิวหลี!

การที่เหอเชียนเฟิงทำสถิติเทียบเท่าตำนานได้ในครั้งแรกก็ถือว่าน่าตกตะลึงมากพอแล้ว

แต่การที่มีใครอีกคนสามารถทำได้เป็นคนที่สองในเวลาไล่เลี่ยกัน ยิ่งเป็นเรื่องที่ชวนให้ตื่นตะลึงยิ่งกว่า!

นักศึกษาแลกเปลี่ยนที่ชื่อว่า 'หลินจือเซี่ย' คนนี้ เป็นยอดฝีมือมาจากไหนกันแน่!

ในเวลานี้ แม้แต่ในแววตาของจักรพรรดิอัคคีก็ยังฉายแววประหลาดใจ

เขาส่ายหน้าเบาๆ พลางเอ่ยขึ้นว่า

"ดูเหมือนว่าวันนี้ที่นี่จะมีแต่อัจฉริยะมารวมตัวกันสินะ"

"ไปกันเถอะ พวกเราไปรอรับว่าที่จักรพรรดิคนที่สองของวันนี้ที่ทางออกกันดีกว่า"

จักรพรรดิอัคคีรู้สึกสนใจขึ้นมาจริงๆ

ผู้ท้าทายหอคอยที่โผล่มาอย่างกะทันหันคนนี้ได้กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของทุกคนจนหมดสิ้น

ทว่าคำพูดของเขาก็เป็นการบ่งบอกนัยๆว่าหลินจือเซี่ย นักศึกษาแลกเปลี่ยนคนนั้น คงมาได้ไกลสุดแค่นี้แหละ

หลังจากผ่านชั้นที่เจ็ดและก้าวเข้าสู่ชั้นที่แปดได้ ผู้ท้าทายจะถูกสะกดด้วยพลังจิตอันมหาศาลในทันที

โดยปกติแล้วจะยืนหยัดอยู่ได้ไม่ถึงสิบวินาที ก่อนจะถูกตัดสินว่าล้มเหลวและถูกส่งตัวออกมาที่ทางออกโดยอัตโนมัติ

ขนาดเหอเชียนเฟิง แค่ก้าวเท้าเหยียบชั้นที่แปดก็ถูกส่งตัวออกมาแล้ว ส่วนตัวจักรพรรดิอัคคีเองก็เดินเข้าไปได้แค่สองก้าวเท่านั้น

ในขณะเดียวกัน คนอื่นๆก็มีความคิดเห็นตรงกับจักรพรรดิอัคคี ทุกคนต่างเชื่อว่ากู่เยว่ซีกำลังจะถูกส่งตัวออกมาในไม่ช้านี้

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความเคารพ พวกเขาจึงพากันเดินตามไปที่ทางออกของหอคอย เพื่อเตรียมต้อนรับการปรากฏตัวของหลินจือเซี่ย

แม้แต่เหอเชียนเฟิงเองก็ยังอดไม่ได้ที่จะเดินตามไปดูด้วย

……

ทว่า…สิบวินาที…ยี่สิบวินาที…หนึ่งนาทีผ่านไป...ที่หน้าประตูทางออกของหอคอยกลับยังไม่มีวี่แววของใครปรากฏตัวออกมาเลย

ทุกคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ความคิดหนึ่งเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของพวกเขา...

เป็นไปไม่ได้มั้ง?

คนคนนั้นสามารถทนอยู่ในชั้นที่แปดได้นานขนาดนี้เลยเหรอ?

หรือว่า…เธออาจจะทำลายสถิติได้?

ทะลวงผ่านชั้นที่แปด และก้าวขึ้นสู่ชั้นที่เก้าซึ่งไม่เคยมีใครเหยียบย่างไปถึงมาก่อน?!

พวกเขาอดไม่ได้ที่จะแหงนหน้าขึ้นมองดูด้านบนอีกครั้ง

แสงสว่างที่ชั้นแปดยังคงส่องประกายระยิบระยับ ไม่มีทีท่าว่าจะดับลงเลยแม้แต่น้อย

ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหว โพล่งถามขึ้นมา

"นี่พวกนายคิดว่า...หลินจือเซี่ยคนนี้จะทะลวงผ่านชั้นที่แปดไปได้จริงๆหรือเปล่า?"

ทันทีที่สิ้นเสียงนั้น ใครบางคนก็ตะโกนสวนขึ้นมาทันที

"ไม่มีทาง!"

"เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"

คนที่ตะโกนออกมาก็คือเหอเชียนเฟิงนั่นเอง

ในเวลานี้สภาพจิตใจของเขาเริ่มจะพังทลายลงทีละนิด

เหตุผลก็ง่ายนิดเดียว

เดิมทีค่ำคืนนี้ควรจะเป็นช่วงเวลาที่เขาได้เจิดจรัสที่สุดแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับถูกใครก็ไม่รู้มาแย่งซีนไปดื้อๆ

ถ้าแค่ทำสถิติเทียบเท่าก็ยังพอทน

แต่ถ้าเกิดยัยนั่นทำผลงานแซงหน้าและทำลายสถิติของเขาได้

ความยิ่งใหญ่ของเขาในวันนี้ก็คงกลายเป็นแค่ตัวประกอบฉากไปโดยปริยาย

เจอแบบนี้ใครจะไม่สติแตกบ้างล่ะ?

เหอเชียนเฟิงหวนนึกถึงตอนที่ตัวเองเดินไปแทรกคิวแล้วเห็นเด็กสาวหน้าตาเย็นชาคนนั้น

คือเธอคนนั้นงั้นเหรอ?

ดูหน้าตาก็แสนจะธรรมดา แค่บุคลิกดูดีนิดหน่อยเท่านั้นเอง

จะเป็นไปได้ยังไงที่ฉันแค่สุ่มเดินไปแทรกคิว ก็ดันไปแทรกคิวคนที่มีพรสวรรค์ฝืนลิขิตสวรรค์ยิ่งกว่าตัวเองเข้าพอดี?

เขาไม่กล้าเชื่อ และไม่อยากจะเชื่อด้วยซ้ำ

ถึงขนาดแอบคิดว่าตัวเองกำลังถูกใครวางแผนกลั่นแกล้งอยู่หรือเปล่า...

….

อาการหลุดมาดของเหอเชียนเฟิงดึงดูดสายตาของคนรอบข้าง

เขารีบตั้งสติและอธิบายแก้ต่างว่า

"ผะ…ผมแค่คิดว่าชั้นที่แปดมันไม่ได้ผ่านไปได้ง่ายๆหรอกครับ ขนาดท่านจักรพรรดิอัคคียังผ่านไปไม่ได้เลย แล้วหลินจือเซี่ยจะทำได้ยังไง!"

จักรพรรดิอัคคีปรายตามองเหอเชียนเฟิงแวบหนึ่ง

เขาย่อมมองทะลุถึงอารมณ์ความรู้สึกในใจของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี

ทว่าในตอนนี้ ความคิดเห็นของเขาก็ตรงกับเหอเชียนเฟิงเช่นกัน

"หึๆก็จริงอย่างที่ว่านั่นแหละ"

"การที่คนคนนี้สามารถยืนหยัดอยู่ในชั้นที่แปดได้นานขนาดนี้

ก็นับว่าน่ายกย่องและหาได้ยากยิ่งแล้ว อนาคตจะต้องก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิได้อย่างแน่นอน หรือเผลอๆอาจจะไปถึงระดับจักรพรรดิขั้นสูงสุดเลยก็เป็นได้"

"แต่ก็นั่นแหละ นี่คงเป็นขีดจำกัดของเธอแล้วล่ะ ความน่ากลัวของชั้นที่แปดน่ะ เป็นสิ่งที่พวกนายจินตนาการไม่ออกหรอก"

เมื่อน้ำเสียงเรียบๆของจักรพรรดิอัคคีดังขึ้น ทุกคนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างลึกซึ้ง

ก็แหงล่ะ ระดับหนึ่งในสิบสองจักรพรรดิแห่งเกาะฮ่องกงเป็นคนฟันธงเองเลยนะ จะพลาดได้ยังไง?

ทว่าในวินาทีนั้นเอง จู่ๆก็มีเสียงแหลมปรี๊ดที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงจนเสียงหลงดังแทรกขึ้นมา

"ระ…รีบดูนั่นเร็วเข้า!"

"ชะ…ชั้นที่เก้า มันสว่างขึ้นมาแล้ว!!!"

แกร่ก…

กรามของจักรพรรดิอัคคีถึงกับเเทบจะร่วงหล่นลงมา

แกช่วยสว่างก่อนที่ฉันจะพูดจบไม่ได้หรือไงฟะ?!

วินาทีต่อมา จักรพรรดิอัคคีถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าการที่ชั้นที่เก้าสว่างขึ้นมานั้นหมายความว่าอย่างไร

เขารีบเหาะทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที สายตาจับจ้องไปยังหอคอยหลิวหลีทะเลใจอย่างไม่กะพริบ

ในเวลานี้…

ชั้นที่เก้าของหอคอยหลิวหลีทะเลใจ กำลังสาดแสงสว่างเจิดจ้าตระการตาถึงขีดสุด!

แตกต่างจากแสงสีทองก่อนหน้านี้ แสงในครั้งนี้เป็นแสงเจ็ดสีซ้ำยังสาดส่องไปทั่วทุกทิศทางราวกับสปอตไลท์ที่ส่องสว่างไปทั่วผืนฟ้า

ประจวบเหมาะกับที่ตอนนี้เป็นเวลาพลบค่ำพอดี ลำแสงสีรุ้งแผ่กระจายออกไปราวกับร่มคันยักษ์ ครอบคลุมท้องฟ้าเหนือเกาะฮ่องกงเอาไว้ทั้งหมด

ทุกคนเพียงแค่แหงนหน้าขึ้นไป ก็สามารถมองเห็นแสงสว่างอันวิจิตรตระการตานี้ได้

ชาวเกาะฮ่องกงนับไม่ถ้วนต่างตกตะลึง

ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่านี่คือแสงอะไร ได้แต่หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายรูปด้วยความตื่นตาตื่นใจ

มีเพียงคนกลุ่มน้อยนิดเท่านั้นที่นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

เเละใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงราวกับเห็นผี

…..

ในขณะนั้นเอง

ภายในตระกูลเกา ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบตระกูลใหญ่แห่งเกาะฮ่องกง…ชายชราคนหนึ่งจู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ

เขายื่นมือออกไปสัมผัสกับแสงสีรุ้งนั้น สีหน้าเต็มไปด้วยความสั่นสะท้าน

"แสงแห่งหลิวหลีปรากฏขึ้นแล้วงั้นหรือ…ผู้สืบทอดของท่านผู้นั้น กำลังจะปรากฏตัวแล้วใช่ไหม?"

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งเสียงสั่งการผ่านกระแสจิต

"เด็กๆเตรียมของขวัญ ตามฉันมุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัยเกาะฮ่องกง!"

ส่วนตระกูลอื่นๆในสิบตระกูลใหญ่ ต่างก็ถูกแสงนี้รบกวนและเริ่มเคลื่อนไหวรับมือกันยกใหญ่

……

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง

ภายในคณะอสูรรับใช้ ฉู่เซิงก็เงยหน้าขึ้นมาจากแผ่นหลังของแรดจอมพลัง และสังเกตเห็นแสงสีรุ้งบนท้องฟ้าเช่นกัน

"เอิ๊ก~ ยัยจักรพรรดินีนั่น ครั้งนี้เล่นใหญ่ไม่เบาเลยแฮะ"

"ดูท่าจะมีของดีปรากฏขึ้นซะแล้ว จะแวะไปแบ่งมาสักหน่อยดีไหมนะ?"

เพียงแค่ครึ่งวัน ฉู่เซิงก็สามารถสูบค่าพลังโลหิตจากป่าดิบชื้นจำลองแห่งนี้ไปได้มากกว่าสองพันแต้ม!

ทะลุเป้าที่คาดการณ์ไว้ไปไกลลิบ!

ตอนนี้พุงของเขากางป่องจนแทบจะสูบต่อไม่ไหวแล้ว

ไม่เอาดีกว่า ต้องกลับไปย่อยให้เสร็จก่อนแล้วค่อยว่ากันใหม่แวะไปดูด้วยว่าถ้าเจียดเวลาไปย่อยพลังพวกนี้จนเสร็จ จะได้แต้มวิวัฒนาการมาทั้งหมดเท่าไหร่!

ฉู่เซิงบินผละออกจากหลังของแรดยักษ์อย่างแสนเสียดาย

ตั้งใจจะกลับไปพักผ่อนในหุ่นรบแมลงสาบสักงีบ

ก่อนหน้านี้เขาเอาหุ่นรบแมลงสาบไปพรางตัวเป็นอสูรพันธสัญญาที่กำลังจำศีล แล้วแอบเอาไปซ่อนไว้ตรงขอบป่าจำลอง

แต่พอฉู่เซิงบินกลับมาใกล้ๆหุ่นรบแมลงสาบ เขาก็ถึงกับอ้าปากค้าาปากค้าง

ทำไมถึงมีสัตว์อสูรมารวมตัวกันเยอะขนาดนี้เนี่ย?

หมาป่าอัสนีม่วง, วานรยักษ์มารฟ้า, จิ้งจอกมายาแสง, มังกรปฐพีเกราะแตก...สัตว์อสูรแต่ละตัวกำลังยืนล้อมรอบหุ่นรบแมลงสาบเอาไว้แน่นขนัด!

เชี่ยเอ๊ย! ไอพวกนี้มันตัวที่โดนฉันสูบเลือดไปแล้วทั้งนั้นเลยนี่หว่า?!

หรือว่าหุ่นรบแมลงสาบมันมีกลิ่นอายของฉันติดอยู่ พวกมันก็เลยยกพวกมาแก้แค้น?

ในขณะที่ฉู่เซิงกำลังกังวลว่าหุ่นรบแมลงสาบสุดที่รักที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆจะถูกรุมยำจนเละเทะ เขากลับสังเกตเห็นว่า…สัตว์อสูรพวกนี้ไม่ได้ทำร้ายหุ่นรบแมลงสาบเลยสักนิด

ตรงกันข้าม พวกมันกำลังล้อมวงและหมอบกราบมันอย่างเอาเป็นเอาตายต่างหาก

หมาป่าอัสนีม่วงหมอบอยู่กับพื้น ส่ายหางดิกๆเหมือนลูกหมา

วานรยักษ์มารฟ้าคุกเข่าลงกับพื้นพลางก้มกราบปลกๆ...

แววตาของพวกมันไม่มีเคียดแค้นเลยสักนิด มีแต่ความปรารถนาและความเคารพเทิดทูนอย่างล้นหลาม!

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

ฉู่เซิงค่อยๆบินเข้าไปใกล้ สัมผัสถึงกลิ่นอายของสัตว์อสูรเหล่านี้…

เอ๊ะ สายเลือดของพวกมันเหมือนจะวิวัฒนาการขึ้นมานิดหน่อยนี่นา?

หรือว่าเป็นผลพวงจากกลิ่นอายของเพลิงนรกกลืนวิญญาณที่บังเอิญหลงเหลืออยู่?

และบนหุ่นรบแมลงสาบ ก็มีกลิ่นอายของเพลิงนรกกลืนวิญญาณติดอยู่ด้วย

สรุปก็คือ…พวกมันยกให้หุ่นรบแมลงสาบเป็นลูกพี่ แล้วก็มาอ้อนวอนขอให้ช่วยวิวัฒนาการสายเลือดให้งั้นสิ?!

เมื่อคิดได้ดังนั้น ดวงตาของฉู่เซิงก็เป็นประกายวาววับ!

งั้นก็หมายความว่า ตัวเขา…ไม่สิ 'หุ่นรบแมลงสาบโฉมใหม่'

มีโอกาสที่จะรวบรวมสัตว์อสูรทั้งหมดในที่นี้มาเป็นลูกน้องได้หมดเลยงั้นเหรอ?!

ความคิดสุดแสนจะชั่วร้าย ได้ก่อตัวขึ้นในหัวของฉู่เซิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!

………….

จบบทที่ บทที่ 159 : ถูกฝูงอสูรพันธสัญญาตั้งให้เป็นลูกพี่ซะงั้น??

คัดลอกลิงก์แล้ว