เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 157 : ความปรารถนาของเหล่าสัตว์อสูร

บทที่ 157 : ความปรารถนาของเหล่าสัตว์อสูร

บทที่ 157 : ความปรารถนาของเหล่าสัตว์อสูร


บทที่ 157 : ความปรารถนาของเหล่าสัตว์อสูร

ในขณะเดียวกันนั้นเอง ณ ป่าดิบชื้นจำลองของคณะอสูรรับใช้

เจ้ายุงลายสวนตัวน้อยกำลังบินร่อนไปมาอย่างเงียบเชียบ เพื่อสอดส่องมองหาเหยื่อรายต่อไปของตน

"ยัยผู้หญิงคนนี้…กำลังทำอะไรอยู่เนี่ย?"

ฉู่เซิงบ่นพึมพำในใจด้วยความสงสัย

วินาทีที่กู่เยว่ซีก้าวเท้าเข้าไปในหอคอยหลิวหลี เขาก็สัมผัสได้ลางๆ ผ่านสายใยแห่งพันธสัญญาเลือดว่าดูเหมือนเธอจะหลุดเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีสนามพลังจิตอันลึกล้ำสุดหยั่งคาด

ด้วยระยะทางที่ห่างไกลกันเกินไป ทำให้เขาแทบจะไม่ได้ยินเสียงความคิดของเธอเลย...ไม่รู้เหมือนกันว่ายัยนั่นไปโผล่ที่ไหนกันแน่

ช่างเถอะ ปล่อยไปก่อนก็แล้วกัน ตอนนี้ขอมีความสุขกับมื้ออาหารของตัวเองก่อนดีกว่า!

ตั้งแต่ตอนที่กู่เยว่ซีไปยืนต่อคิวหน้าหอคอยหลิวหลีทะเลใจ ฉู่เซิงก็จัดการดูดเลือดสูบพลังปราณไปชุดใหญ่แล้ว

ไม่ว่าจะเป็นหมาป่าอัสนีม่วง, วานรยักษ์มารฟ้า, จิ้งจอกมายาแสง หรือแม้แต่มังกรปฐพีเกราะแตก ทุกตัวล้วนโดนฉู่เซิงสูบเลือดไปจนหมดสิ้น

ลองหลับตาจินตนาการดูสิเพื่อนๆว่าการได้กินบุฟเฟต์ระดับพรีเมียมมันรู้สึกยังไง?

กุ้งมังกรออสเตรเลีย, ปูอลาสก้า, เนื้อโกเบ, ซุปพระกระโดดกำแพง…ของอร่อยๆที่ปกติอยากกินแต่หาไม่ได้ มีให้เลือกละลานตาไปหมด กินได้ไม่อั้นตามใจชอบ

รู้สึกยังไงน่ะเหรอ? คงมีแค่คำเดียวที่หลุดออกมาจากปากนั่นก็คือ…โคตรฟิน!

แล้วถ้าเพิ่มเงื่อนไขว่า 'กินฟรี' เข้าไปอีกล่ะ?

ฟิน ฟิน ฟินโว้ยยย!

และนี่ก็คือความรู้สึกของฉู่เซิงในตอนนี้เลย

เขาถึงกับเลือกไม่ถูกเลยว่าจะดูดเลือดตัวไหนดี! ตั้งแต่เข้ามาในคณะอสูรรับใช้นี้ ฉู่เซิงก็กวาดค่าพลังโลหิตไปได้มากกว่าหนึ่งพันแต้มแล้ว เรียกได้ว่ากำไรบานเบอะ

แต่แค่นั้นมันยังไม่พอหรอก!

ไม่นานนัก ฉู่เซิงก็เล็งเป้าหมายใหม่ไปที่อสูรพันธสัญญาอีกตัวหนึ่ง!

มันคือสัตว์อสูรที่กำลังนอนพักผ่อนหลบมุมอยู่ในเงามืด...[เสือดำเงาสังหาร]

แกนี่แหละ!

เขากระพือปีกบินไปเกาะบนหลังของเสือดำเงาสังหารตัวนั้นอย่างเงียบเชียบ

อืม...จะเริ่มเจาะตรงไหนดีนะ?

เรื่องนี้มันต้องใช้ศิลปะกันหน่อย ซึ่งก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ฉู่เซิงได้เรียนรู้จากการดูดเลือดสัตว์อสูรมาหลายต่อหลายตัว

อย่างแรกเลย พวกจุดอ่อนไหวอย่างใบหน้า, ลำคอ, รักแร้, หรือขาหนีบ...ห้ามไปยุ่งเด็ดขาด

เพราะถ้าเจาะปุ๊บก็จะโดนจับได้ปั๊บ ทำให้การดูดเลือดต้องชะงักไป

อย่างที่สอง ต้องหลีกเลี่ยงจุดที่ศัตรูสามารถตบหรือโจมตีสวนกลับมาได้ง่ายๆ ถึงแม้ว่าการโจมตีเหล่านั้นจะทำอันตรายเขาไม่ได้ก็เถอะ แต่มันก็ทำให้การดูดเลือดต้องหยุดชะงักอยู่ดี

จากประสบการณ์ที่สั่งสมมา ฉู่เซิงจึงเดินไต่ไปตามหลังของเสือดำเงาสังหาร ก่อนจะเลือกจุดที่เหมาะเหม็งสำหรับการ 'ฝังเข็ม' ได้ในที่สุด นั่นก็คือบริเวณหลังคอของมันนั่นเอง

พวกสัตว์ตระกูลแมว โดยเฉพาะพวกแมวป่าขนาดใหญ่แบบนี้มักจะเอื้อมไปเกาหลังคอตัวเองได้ลำบาก

ตรงนี้แหละเหมาะสุด!

ฉู่เซิงไม่รอช้า รีบกางปากท่อดูดเลือดขนาดใหญ่ของตัวเองออก แล้วแทงทะลุผิวหนังของมันเข้าไปทันที

"ของฉันมันเล็กนิดเดียว ทนหน่อยนะ"

จ๊วบ~

[ติ๊ง! โฮสต์ดูดซับค่าพลังโลหิตได้ 28 แต้ม ค่าพลังโลหิตปัจจุบันคือ 8280...]

ด้วยทักษะการดูดเลือดที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ฉู่เซิงมักจะสามารถดูดเลือดไปได้สิบกว่าอึกโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำและต่อให้จะถูกจับได้ เขาก็ยังสามารถเกาะติดหนึบดูดเลือดต่อไปได้เรื่อยๆอยู่ดี

นี่แหละที่เรียกว่า…ปลิงดูดเลือดของแท้!

ในขณะที่ฉู่เซิงกำลังเพลิดเพลินกับการดูดเลือดอึกแล้วอึกเล่าอยู่นั้น

เขาหารู้ไม่เลยว่า สัตว์อสูรที่เพิ่งถูกเขาดูดเลือดไปก่อนหน้านี้กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นกับร่างกายของพวกมัน!

ณ ริมหนองน้ำแห่งหนึ่ง หมาป่าอัสนีม่วงที่เพิ่งถูกฉู่เซิงดูดเลือดไปเมื่อครู่กำลังหมอบราบอยู่กับพื้น พลางส่งเสียงคำรามต่ำๆออกมาด้วยความเจ็บปวดปนเปไปกับความตื่นเต้น

ภายในร่างกายของมัน สิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ในสายเลือดกำลังถูกชำระล้างให้บริสุทธิ์ด้วยเพลิงนรกกลืนวิญญาณสายเล็กๆที่หลงเหลืออยู่จากการดูดเลือดของฉู่เซิง

ตอนที่ฉู่เซิงดูดเลือดมัน เขาไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยเพลิงนรกกลืนวิญญาณเข้าไปหรอก แต่มันก็ยังคงมีกลิ่นอายหลงเหลือติดไปอยู่ดี

และกลิ่นอายที่หลงเหลืออยู่นี้เอง ที่กำลังทำหน้าที่ชำระล้างสิ่งสกปรกในสายเลือดของหมาป่าอัสนีม่วง

ด้วยความที่ไม่มีฉู่เซิงคอยควบคุม การที่เพลิงนรกกลืนวิญญาณแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย จึงสร้างความเจ็บปวดแสนสาหัส แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่สายเล็กๆก็ตาม

แต่ในขณะเดียวกัน หมาป่าอัสนีม่วงก็สัมผัสได้ถึงวิวัฒนาการทางสายเลือดของตัวเองอย่างชัดเจน!

ในเวลานี้ มันกำลังเจ็บปวดแต่ก็รู้สึกฟินไปพร้อมๆกัน!

แน่นอนว่าความรู้สึกฟินนั้นมีมากกว่า

ความรู้สึกปิติยินดีในจิตวิญญาณที่เกิดจากการวิวัฒนาการทางสายเลือดนั้น มันช่างสุขสมยิ่งกว่าการได้ฟัดกับหมาป่าตัวเมียถึงสามร้อยยกเป็นร้อยเท่าพันทวีเสียอีก

ดังนั้น ความเจ็บปวดจากเพลิงนรกกลืนวิญญาณเพียงน้อยนิดนี้ จึงไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลย

ทว่าในขณะที่หมาป่าอัสนีม่วงกำลังเพลิดเพลินอยู่นั้น จู่ๆมันก็รู้สึกได้ว่ากลิ่นอายอันร้อนระอุในร่างกายได้จางหายไปแล้ว

เชี่ย…ไร…วะเนี่ย?

ถ้าหมาป่าอัสนีม่วงพูดได้ มันคงจะพ่นคำด่าสามคำนี้ออกมาแน่ๆ

นี่มันอะไรกัน ชำระล้างสิ่งสกปรกในสายเลือดไปได้แค่ครึ่งเดียว วิวัฒนาการไปได้แค่กระจึ๋งเดียว แล้วก็หยุดงั้นเหรอ?!

ความรู้สึกค้างคานี้ทำเอาหมาป่าอัสนีม่วงอึดอัดไปทั้งตัวราวกับมีมดนับหมื่นตัวกำลังไต่ยั้วเยี้ยอยู่ตามตัว สัญชาตญาณความปรารถนาในการวิวัฒนาการ ทำให้มันกระหายที่จะทำมันต่อไปให้จบ!

กลิ่นอาย!

กลิ่นอายของเพลิงนรกกลืนวิญญาณที่อยู่ในร่างกายเมื่อครู่นี้เหมือนจะยังวนเวียนอยู่แถวๆนี้นี่นา!

ดวงตาของหมาป่าอัสนีม่วงเบิกกว้างเป็นประกาย!

แม้ว่าสัตว์อสูรระดับสามขั้นสูงสุดแบบมันจะไม่ได้มีสติปัญญาฉลาดล้ำเลิศเหมือนฉู่เซิง แต่มันก็มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ขั้นพื้นฐานเทียบเท่ากับเด็กอายุสิบขวบได้เลย

มันตระหนักถึงจุดสำคัญได้ในเสี้ยววินาที—

ขอเพียงแค่ตามหาต้นตอของกลิ่นอายนั้นให้เจอ มันก็จะสามารถชำระล้างสิ่งสกปรกในสายเลือดของตัวเองและวิวัฒนาการสายเลือดต่อไปได้!

"บรู๊วววว!"

หมาป่าอัสนีม่วงหอนออกมายาวเหยียด ดวงตาทั้งสองข้างทอประกายแสงสีม่วงเจิดจ้า

มันกระโจนพรวดขึ้นมา แล้วเริ่มออกตามหากลิ่นอายของเพลิงนรกกลืนวิญญาณในบริเวณนั้นอย่างบ้าคลั่ง

และในขณะเดียวกัน ไม่ได้มีแค่หมาป่าอัสนีม่วงตัวนี้เพียงตัวเดียวเท่านั้นที่เกิดอาการแบบนี้

ภายในคณะอสูรรับใช้ ไม่ว่าจะเป็นวานรยักษ์มารฟ้า, จิ้งจอกมายาแสง หรือมังกรปฐพีเกราะแตก

สัตว์อสูรเหล่านี้ที่เคยถูกฉู่เซิงดูดเลือดไป ล้วนตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันทั้งสิ้น

พวกมันบ้างก็โหนเถาวัลย์พุ่งทะยานไปตามต้นไม้ด้วความเร็วสูง

บ้างก็มุดลงไปเลื้อยอยู่ใต้ดิน หรือไม่ก็เคลื่อนไหววูบวาบราวกับภูตผี…โดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว

นั่นก็คือ ตามหาตัวตนที่ช่วยให้พวกมันวิวัฒนาการให้เจอ!

……

ณ มหาวิทยาลัยเกาะฮ่องกง ภายในคณะค่ายกล

ชั้นที่หนึ่งของหอคอยหลิวหลีทะเลใจเรืองแสงสว่างจางๆขึ้นมา

กู่เยว่ซีกำลังท้าทายหอคอยอยู่ด้านใน ทว่ากลับไม่มีใครสนใจเลยสักนิด

สายตาทุกคู่ด้านนอกหอคอย ต่างก็จับจ้องไปที่เหอเชียนเฟิงที่เพิ่งเดินออกมา

การทะลวงผ่านชั้นที่เจ็ดได้ ย่อมหมายความว่าเขาจะต้องก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิได้อย่างแน่นอน!

วินาทีที่เขาก้าวเท้าออกมาจากหอคอย สถานะของเหอเชียนเฟิงก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่ว่าที่ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยอีกต่อไปแล้ว

ในเวลานี้ แม้ว่าเหอเชียนเฟิงจะดูเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาโดยไม่ตั้งใจกลับแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ซึ่งกลิ่นอายนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับระดับการบ่มเพาะเลย แต่มันมาจากความมั่นใจและความหยิ่งทะนงที่ซ่อนอยู่ลึกๆในจิตใจต่างหาก

รอบกายของเขาเต็มไปด้วยผู้คนที่แห่กันเข้ามาห้อมล้อม ไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่รู้จัก ต่างก็พยายามจะเสนอหน้าให้เขาเห็นกันทั้งนั้น

ซึ่งรวมถึงพวกหลี่เหวินป๋อด้วย

ก่อนหน้านี้พวกเขาก็คิดว่าเหอเชียนเฟิงคนนี้เจ๋งเป้งแล้วนะ แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าเขาจะเจ๋งทะลุปรอทแตกได้ถึงขนาดนี้!

ให้ตายเถอะ นั่นมันระดับจักรพรรดิเชียวนะ ต่อให้อยู่ในเมืองหลวงก็ยังถือเป็นบุคคลระดับแนวหน้าที่มีหน้ามีตาในสังคมเลยล่ะ

"เฮ้อ ไม่รู้ว่าเมื่อกี้รุ่นพี่เหอจะจำพวกเราได้หรือเปล่านะ พวกเราอุตส่าห์ยอมให้เขาแทรกคิวเข้าไปก่อนแท้ๆ"

นักศึกษาหญิงแต่งหน้าจัดในกลุ่มมองไปยังเหอเชียนเฟิงด้วยดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับ

"หึๆฝันหวานไปเถอะ" โอวหยางหยุนเหอแค่นเสียงหัวเราะเยาะ

"เออ พูดถึงเรื่องแทรกคิว…ยัยหลินจือเซี่ยหายไปไหนแล้วล่ะ?"

"หลินจือเซี่ย? ใครวะ?"

"ก็คนที่มากับพวกเราไง เมื่อกี้เหมือนจะใกล้ถึงคิวของเธอแล้วนี่นา"

"อ๋อ ยัยนั่นนี่เอง ฉันก็เพิ่งนึกขึ้นได้ ไม่ได้ดูประวัติให้ดีก็เลยไม่รู้ชื่อ...เชี่ยเอ๊ย เหมือนยัยนั่นจะเข้าไปทดสอบในหอคอยแล้วว่ะ?"

หลี่เหวินป๋อหันขวับไปมอง ก็พบว่าชั้นที่หนึ่งของหอคอยหลิวหลีทะเลใจสว่างขึ้นมาแล้ว เห็นได้ชัดว่ามีคนเข้าไปด้านในแล้ว

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

"เข้าไปตอนที่กำลังชุลมุนแบบนี้มันจะมีประโยชน์อะไร? หรือคิดว่าตัวเองจะทำลายสถิติของเหอเชียนเฟิงได้งั้นเหรอ?"

"ช่างยัยนั่นเถอะ อยากทำอะไรก็ปล่อยไป"

พวกเขาก็คร้านจะไปใส่ใจกู่เยว่ซี จึงหันกลับไปเบียดเสียดกับฝูงชนต่อ

จู่ๆฝูงชนก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมา ก่อนจะแหวกทางออกเป็นช่อง

นั่นมัน...!

คณบดีคณะค่ายกล, จ้าวหงอู่!

คณบดีคณะผู้ใช้พลังจิต, หลี่ม่อหยวน!

คณบดีคณะฮวงจุ้ย, โจวเต๋อชาง!

คณบดีคณะผู้ใช้อาคม, ซูลิ่งอี๋!

และ…อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกาะฮ่องกง, ผู้บ่มเพาะระดับราชาขั้นสูงสุด...เฉินโส่วเจิ้ง!

……………

จบบทที่ บทที่ 157 : ความปรารถนาของเหล่าสัตว์อสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว