เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 372 : อสูรได้รับการเสริมพลังธาตุมืด – มหาสงครามอุบัติ! (1) (ฟรี)

Chapter 372 : อสูรได้รับการเสริมพลังธาตุมืด – มหาสงครามอุบัติ! (1) (ฟรี)

Chapter 372 : อสูรได้รับการเสริมพลังธาตุมืด – มหาสงครามอุบัติ! (1) (ฟรี)


รัชทายาทเผ่าเหมันต์อันเดรซึ่งอยู่ภายในลูกบอลน้ำแข็งซึ่งลอยอยู่ห่างออกไปนั้นส่งเสียงแผ่วเบาออกมา “ท่านพ่อสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามร้ายแรงที่ก่อตัวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ท่านจึงเกรงว่าโลกแห่งสรรพธาตุนั้นไม่ใช่สถานที่ที่สามารถอยู่ได้อีกต่อไป ยิ่งเมื่อท่านสวดภาวนาต่อทะเลสรรพธาตุหากแต่ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับท่านจึงยิ่งมั่นใจในการคาดเดาของท่าน”

“ทะเลสรรพธาตุ?” ทุกคนที่ได้ยินหัวข้อใหม่พลันอุทานออกมา

“เจตจำนงแห่งโลกสรรพธาตุ ปลายทางของทุกธาตุหลังจากสิ้นชีพก็คือทะเลแห่งสรรพธาตุ” หยวนถงเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

“ทะเลแห่งสรรพธาตุก็เหมือนมารดาแห่งธาตุทั้งปวงคล้ายคลึงกับพฤกษาแห่งภูผาและมหาสมุทรนั่นแหละ มีเพียงตัวตนแห่งธาตุที่ทรงพลังอย่างยิ่งยวดและมากพรสวรรค์เท่านั้นที่จะสามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของมันได้”

รัชทายาทอังเดรเอ่ยต่อ “หัวหน้าเผ่าทั้งสามของเผ่าเหมันต์ เผ่าจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์และเผ่ามารทมิฬนั้นตราบใดที่พวกเขาเหยียบย่างเข้าไปยังเขตแดนศักดิสิทธิ์ของเผ่าพันธุ์นั้นๆก็จักสามารถภาวนาเพื่อสนทนากับทะเลแห่งสรรพธาตุได้”

“ไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดีเยี่ยงไรทะเลแห่งสรรพธาตุก็จักตอบรับคำภาวนาอย่างไม่อิดออด”

“หากแต่พระบิดานั้นภาวนากว่าสิบครั้งแต่กลับไม่ได้รับการตอบรับ ท่านจึงคาดเดาว่าน่าจะมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นดังนั้นจึงเริ่มส่งตัวคนของเผ่าออกมาด้านนอก”

เย่อู่ชิวถามขึ้นด้วยความสับสน “ถ้างั้นทำไมต้องเป็นโลกเล่า?”

รัชทายาทอังคารยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “เผ่าเหมันต์ของพวกเราไม่ได้ชื่นชอบการขยายอาณาเขตเหมือนเผ่าวิญญาณศักดิสิทธิ์หรือเผ่ามารทมิฬ จำนวนของโลกที่พวกเราครอบครองนอกเหนือจากโลกแห่งสรรพธาตุนั้นสามารถนับได้ด้วยนิ้วมือข้างเดียวด้วยซ้ำ เส้นทางสู่โลกเองก็ถูกพบเข้าโดยบังเอิญ”

“หลังจากพระบิดาทราบว่าสถานที่แห่งนี้พอจะให้เผ่าเหมันต์ใช้ชีวิตอยู่ได้พระองค์ก็ตัดสินพระทัยส่งคนบางส่วนมาก่อนขณะที่คนที่เหลือนั้นยังคงออกตามหาโลกใบอื่นต่อไป”

พอจะอยู่ได้...

จอมพลสูงสุด หว่านโหยวซีและคนอื่นๆเบ้ปาก

นี่น่ะหรอโลกในสายตาพวกเอ็ง

“ตอนนี้ปัญหาก็คือเผ่าเหมันต์ของพวกนายมาที่นี่แต่เผ่ามารทมิฬเองก็ตามมาด้วยเหมือนกัน” จอมพลสูงสุดเอ่ยอย่างจนใจ

“นอกจากนี้ภาคีอัศวินแห่งความจริงเองก็มีเผ่าทรงพลังหนุนหลัง พวกนั้นเชื่อในเทพแห่งแสง ถ้าฉันเดาไม่ผิดก็น่าจะเป็นเผ่าวิญญาณศักดิสิทธิ์นั่นแหละใช่ไหม?”  หว่านโหยวซีเอ่ยต่อ

รัชทายาทอันเดรชะงักไปเล็กน้อยและพูดไม่ออกเป็นเวลานาน

“สายสัมพันธ์ระหว่างสามเผ่าพันธุ์นั้นยังดีอยู่ มันควรจะไม่มีการต่อสู้” หลังจากนั้นพักใหญ่เขาจึงเอ่ยออกมาในที่สุด

หลินเซวียนเอ่ยชี้นำอย่างตั้งใจ “พวกนายออกจากโลกแห่งสรรพธาตุมาปล้นชิงทรัพยากรจากโลกอื่นได้อยู่แล้ว ในเมื่อพวกนายทั้งสองฝ่ายยังไงก็เป็นคนของทะเลแห่งสรรพธาตุดังนั้นมันก็ไม่ควรจะเกิดการต่อสู้อยู่แล้วนี่”

“แต่ตอนนี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากเผ่าหมิงอู่ เมื่อรับรู้ว่าโลกและทรัพยากรมีน้อยลงและน้อยลงเรื่อยๆก็ยากจะรู้แล้วล่ะว่าจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นรึเปล่า”

จี้รู่เยว่เองก็เอ่ยออกมาเช่นกัน “เมื่อตอนที่เจ้ากำลังถือกำเนิดข้าถูกโจมตี หนึ่งในพวกนั้นครอบครองพลังธาตุมืดเข้มข้นซึ่งข้าเองก็บอกไม่ได้หรอกนะว่าพวกมันเล็งมาเป้ามาที่มนุษย์โลกหรือเผ่าเหมันต์”

รัชทายาทอันเดรเงียบไปอีกครั้ง

“ท่านพี่...ข้าคิดว่าพวกเขากล่าวถูกต้องแล้ว พวกเราควรจะระวังเผ่าวิญญาณศักดิสิทธิ์กับเผ่ามารทมิฬเอาไว้ให้มาก ท่านยังติดต่อกับพระบิดาได้อยู่หรือไม่? โปรดแจ้งเตือนแก่พระองค์ด้วย” สกาย่าเองก็เอ่ยออกมาอย่างอดรนทนไม่อยู่

อันเดรตอบอย่างหมดสิ้นหนทาง “ดวงวิญญาณของข้ามาถึงโลกแล้วข้าจึงไม่อาจติดต่อกับพระบิดาได้อีก”

วี๊ด!

ทันใดนั้นเองเสียงแจ้งเตือนแสบแก้วหูพลันดังขึ้นมา

หัวใจของจอมพลสูงสุดและนักสู้ขอบเขตที่9ต่างพากันดิ่งลงเหว

พริบตาต่อมาพวกเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของนักสู้ขอบเขตที่8ที่ดังมาจากกำแพงน้ำแข็ง

“ท่านจอมพล! มีอสูรจำนวนมากเข้าโจมตีครับ! อสูรพวกนี้แปลกมากพวกมันมีจุดสีดำขนาดใหญ่บนร่างด้วย!”

จอมพลสูงสุดสูดลมหายใจเข้าลึกๆคราหนึ่งและตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “ทุกคนขึ้นกำแพง! นักสู้ขอบเขตที่9ทั้ง6คนจะรับหน้าที่รับผิดชอบกำแพงแต่ละฝั่ง!”

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

จอมพลสูงสุด หว่านโหยวซีและคนอื่นๆต่างพากันปีนขึ้นไปด้านบนกำแพง

เมื่อมีนักสู้ขอบเขตที่9เป็นผู้นำเหล่านักสู้ขอบเขตที่8ของกองทัพขั้วโลกจึงพลันบังเกิดความมั่นใจขึ้นมา

หลินเซวียนเองก็ปีนขึ้นมาด้านบนกำแพงและมองไปเบื้องหน้าเช่นเดียวกัน

เมื่อมองไปยังเบื้องหน้าเขาก็พบกับฝูงอสูรจำนวนมากที่กำลังมุ่งหน้าตรงเข้ามาราวกับกำลังคลั่ง

เมื่อปรายตามองผ่านๆจะพบว่าอสูรเหล่านี้ไม่ได้แตกต่างจากอสูรทั่วๆไปภายในทุ่งหิมะเยือกแข็งแต่อย่างใด

หากแต่จากลองสังเกตอย่างตั้งใจจะพบว่าพวกมันทุกตัวล้วนมีจุดสีดำแปลกประหลาดอยู่บนร่าง

จุดสีแดงของอสูรบางตัวนั้นปรากฏบนหัว บางตัวก็ปรากฏบนหลังและบางตัวก็ปรากฏบนกงเล็บ

แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นล้วนแปลกประหลาดทั้งสิ้น

หลินเซวียนใช้สกิลเนตรรู้แจ้งตรวจสอบทันที

แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าชื่อของอสูรพวกนี้เปลี่ยนไป

ยกตัวอย่างเช่นจาก ‘หมาป่าเหมันต์’ กลายเป็น ‘หมาป่าเหมันต์ธาตุมืด’

อสูรเกือบทุกตัวนั้นล้วนมีคำว่า ‘ธาตุมืด’ อยู่ภายในชื่อทั้งสิ้น

“พวกมันทั้งหมดถูกเผ่ามารทมิฬครอบงำไปแล้ว” หัวใจหลินเซวียนดิ่งลงเหว

อีกฝ่ายไม่เพียงแต่มายังทุ่งหิมะเยือกแข็งเท่านั้นแต่ยังเตรียมตัวมาดีเสียด้วย

เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่เพียงแค่การสังหารอย่างฉับไว แม่นยำและไร้ปรานีเท่านั้น

เพราะถ้าหากมีโอกาสสังหารนักสู้ขอบเขตที่9ของกองทัพขั้วโลกหรือกองพลก่อสร้างได้พวกมันก็จะไม่สุภาพเช่นกัน

ภายในพายุหิมะห่างไกลออกไป

บนภูเขาสูงลูกหนึ่ง

ไซม่อน ชายชราจุดดำและหัวหน้าผู้บัญชาการกองอัศวินยืนอยู่ที่นี่และมองไปยังฝูงอสูรจำนวนมากที่กำลังเข้าโจมตีบ่อเหมันต์ขนาดใหญ่

ด้านหลังของพวกเขาคืออดัม บรูโน่และคนอื่นๆ

ไม่นานหลังจากนั้นพระสันตะปาปาองค์ใหม่ของภาคีเองก็ขึ้นมายังยอดภูเขาเช่นกัน

“ชาโดว์ไปไหนแล้ว?” ไซม่อนขมวดคิ้ว

พระสันตะปาปาองค์ใหม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงจนใจ “หมอนั่นบอกว่ามีอะไรบางอย่างที่สามารถยกระดับความแข็งแกร่งให้กับเขาได้ดังนั้นจึงตรงไปทางนั้นแล้ว ฉันรออยู่นานเขาก็ไม่มาซักทีดังนั้นจึงรุดหน้ามาก่อน”

ไซม่อนระเบิดเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธ “โง่เขลา! แผนการของพวกเราอีกแค่ก้าวเดียวก็ลุล่วงแล้ว ถ้าพวกเราสังหารสตรีชุดขาวกระบี่ดำคนนั้นและนักสู้ขอบเขตที่9ทั้ง3จากกองพลก่อสร้างได้นั่นก็หมายถึงชัยชนะครั้งใหญ่! แล้วทำไมในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้หมอนั่นถึงได้ปลีกตัวออกไปกัน?!”

พระสันตะปาปาองค์ใหม่ยักไหล่และพลันสังเกตเห็นว่ามีคนๆหนึ่งหายไปเช่นกัน

เขาเอ่ยถามออกมาอย่างขอไปที “แล้วหัวหน้าองค์กรอินเดียเล่า? เขาเองก็งี่เง่าเหมือนกับชาโดว์งั้นรึ?”

ไซม่อนทอดสายตายาวออกไป “เขาตายแล้ว ถูกสตรีชุดขาวสะพายกระบี่สีดำคนนั้นสังหารด้วยกระบี่สีดำนั่นแหละ”

พระสันตะปาปาสับสนยิ่งนัก “ตายง่ายงั้นเชียว?”

จบบทที่ Chapter 372 : อสูรได้รับการเสริมพลังธาตุมืด – มหาสงครามอุบัติ! (1) (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว