- หน้าแรก
- ข้ามีร่างอวตารในวันสิ้นโลก
- Chapter 367 : ยันต์อัสนีสี่สายทำลายล้างแจ็ค – ความตายของราชาสุริยัน(3) (ฟรี)
Chapter 367 : ยันต์อัสนีสี่สายทำลายล้างแจ็ค – ความตายของราชาสุริยัน(3) (ฟรี)
Chapter 367 : ยันต์อัสนีสี่สายทำลายล้างแจ็ค – ความตายของราชาสุริยัน(3) (ฟรี)
จอมพลพยักหน้าเห็นด้วย
ดูจากออร่าปราณดาบสีดำนั่นแล้วทำให้เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นชิน
มันน่าจะเป็นการโจมตีของสตรีชุดขาวกระบี่ดำผู้นั้นอย่างที่พวกเขาคิดไม่ผิดแน่
ถ้างั้นแล้วเสียงคำรามของอสูรนั่นเล่า? ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่มีอสูรที่สามารถเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดเช่นสตรีชุดขาวผู้นั้นได้โผล่มาในทุ่งหิมะเยือกแข็ง?
คนทั้งหกรู้สึกคันยิบๆในหัวใจและอยากจะเข้าไปดูการต่อสู้ใกล้ๆให้เห็นด้วยตาของตัวเองยิ่งนัก
อย่างไรก็ตามไม่นานนักกลับมีเงาร่างๆหนึ่งเดินออกมาจากพายุหิมะและตรงมายังพวกเขา
“ผู้อาวุโสจี้?” หว่านโหยวซีชะงักไปเล็กน้อยขณะจ้องมองดูร่างของผู้ที่กำลังเดินเข้ามา
คนผู้นั้นก็คือจี้รู่เยว่ที่สวมใส่ชุดสีขาวและกระชับกระบี่สีดำเอาไว้ในมือ
ร่างทั้งร่างของเธอไร้รอยขีดข่วนใดๆและสีหน้าเองก็ปลอดโปร่งในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตามกระบี่สีดำในมือของเธอกลับมีเลือดไหลหยดเป็นทาง
“เจ้าหนูสารเลวนั่นถูกข้าโจมตีจนบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว” จี้รู่เยว่เอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ
เมื่อครู่นั้นเธอสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลและแปลกประหลาดของอีกฝ่ายเธอจึงออกจากขอบเขตของบ่อเหมันต์ออกไปตามหาเขา
จอมพลถามขึ้นด้วยความสงสัย “ใครกัน?”
จี้รู่เยว่คิดอยู่ซักพักก่อนจะตอบออกมา “เมื่อตอนที่ข้าอยู่ในซากโบราณคุนหลุนก็เป็นเจ้าคนผู้นี้นี่แหละที่สั่งให้ปุถุชนเข้าโจมตีเมืองคุนหลุน”
ลู่ผิงไห่รู้ได้ทันที “อินเดีย!”
จี้รู่เยว่พยักหน้า “ใช่แล้วข้าจำชื่อสำนักของพวกมันมิได้แต่ก็น่าจะเป็นอินเดียดังว่า”
“ข้าตัดแขนของมันมาได้หนึ่งข้างดังนั้นจึงจดจำกลิ่นอายของมันได้”
“มันร่วมมือกับพวกมารทมิฬเข้าโจมตีข้าและพยายามจะช่วงชิงร่างกายของข้าเพื่อดูดซับพลัง”
จอมพล หว่านโหยวซีและคนอื่นๆที่ได้ยินดังนี้พากันสบตามองกันด้วยแววตาโกรธเกรี้ยวตกใจ
มารทมิฬ?
พวกนั้นมันไม่ใช่ขุมพลังเบื้องหลังขององค์กรผู้กู้โลกรึไง?
อินเดียกับองค์กรผู้กู้โลกร่วมมือกันส่งคนเข้ามายังทุ่งหิมะเยือกแข็งงั้นรึ? พวกมันเข้ามาแล้วจริงๆ?
“แต่ตอนนี้มันก็ควรจะหลบหนีหางจุกตูดไปแล้ว” จี้รู่เยว่ส่ายหัว
“ข้าจะงีบซักหน่อยดังนั้นถ้าไม่มีอะไรก็จงอย่าได้รบกวน” หลังจากกล่าวจบเธอก็เดินเข้าไปในรังลับที่อยู่ถัดจากบ่อเหมันต์และพักผ่อนอยู่ในห้องที่จอมพลจัดแจงเอาไว้ให้
“คนจากกองพลก่อสร้างของพวกนายคนนี้แข็งแกร่งมากจริงๆ” จอมพลเอ่ยปากชม
ก่อนหน้านี้เมื่อตอนที่พูดคุยกับหว่านโหยวซีและคนอื่นๆทำให้เขาได้รู้เกี่ยวกับจี้รู่เยว่มาบ้าง
หว่านโหยวซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “จอมพลพวกเราคงต้องเพิ่มการป้องกันขึ้นอีก การันตีไม่ได้เลยว่าองค์รกผู้กู้โลกจะลอบโจมตีพวกเราอีกทีเมื่อไหร่”
“ฉันเข้าใจ” จอมพลสูงสุดของกองทัพขั้วโลกพยักหน้า
เขารู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ดีนักแม้หากเอ่ยตามหลักเหตุและผลแล้วคนนอกไม่น่าจะลอบเข้ามาในทุ่งหิมะเยือกแข็งได้ก็ตาม
หากแต่คนขององค์กรผู้กู้โลกและอินเดียก้มาแล้วจริงๆแถมยังกระทั่งนำพาพวกมารทมิฬมาด้วย
...
อีกด้านหนึ่ง
ร่างของหัวหน้าองค์กรอินเดียนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นใกล้สิ้นชีพเต็มที
ตั้งแต่ช่วงเอวของเขาลงไปหายไปอย่างสิ้นเชิงและรอยตัดเองก็เรียบเนียนยิ่งนัก
ข้างกายของเขาคือไซม่อนเพียงคนเดียว
ส่วนพระสันตะปาปาองค์ใหม่ ชาโดว์และคนอื่นๆนั้นพวกเขามุ่งหน้าไปยังทิศทางอื่น
นักสู้ขอบเขตที่9เหล่านี้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหมายจะโอบล้อมจอมพลและคนอื่นๆจากสองทิศทาง
หัวหน้าองค์กรอินเดียกัดฟันเอ่ยออกมา “ข้าประมาทเกินไป!”
น้ำเสียงของเขาแตกต่างจากปกติเพราะแลฟังดูแล้วทั้งโบราณและทุ้มยิ่ง
ไซม่อนกวาดตามองบาดแผลของอีกฝ่ายโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว
แววตาของเขาสาดประกายแสงสีดำขลับออกมาแต่ก็ยังคงเอ่ยปากปลอบใจเขา “ไม่เป็นไรกระผมเข้าใจความสามารถของฝ่าบาทราชาสุริยันดี ท่านคงไม่ทันระวังตัวจริงๆ”
หัวหน้าองค์กรอินเดียพยักหน้า
ไซม่อนเอ่ยเสียงเนิบช้า “ฝ่าบาทราชาสุริยันยังมีวิธีฟื้นฟูตัวเองหรือไม่? ถ้าท่านไม่อาจฟื้นฟูได้เกรงว่าคงต้องพักอยู่ที่นี่แล้วแต่ถ้าเป็นแบบนี้พวกเราคงจะให้ของตามที่ตกลงกันไว้ไม่ได้”
หัวหน้าองค์กรอินเดียเริ่มกังวลขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น “ไม่! ข้าต้องได้ร่างของสตรีผู้นั้น ข้าสามารถฟื้นฟูกลับสู่จุดสูงสุดได้ทันทีแน่นอนหากได้กินนาง!”
ไซม่อนหรี่ตาลง “ตราบใดที่ท่านสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตกลับมาได้บางส่วนก็สามารถเข้าร่วมการต่อสู้ได้และพวกเราจะจดจำผลงานของท่านเอาไว้”
หัวหน้าองค์กรอินเดียที่ได้ยินเช่นนั้นพลันระเบิดเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธ “ตอนนี้ข้าคงช่วยได้จากวงนอกเท่านั้น”
ไซม่อนพลันกวาดตามองเข้าไปในดวงตาของหัวหน้าองค์กรอินเดีย
หลังจากนั้นพักใหญ่เขาก็หัวเราะออกมาเสียงแปลกแปร่ง
“ราชาสุริยันเจ้าใช้ไพ่ตายที่มีกับสตรีผู้นั้นไปหมดแล้วสินะ?” น้ำเสียงของเขาตอนนี้ฟังดูแหบแห้งและครุมเครือยิ่งราวกับเพิ่งจะเรียนรู้ภาษาของมนุษย์ได้ไม่นาน
หัวหน้าองค์กรอินเดียชะงักไปทันที “เจ้า...เจ้ามิใช่เจ้ามนุษย์เมื่อครู่”
ไซม่อนหัวเราะออกมาอีกครั้ง “แน่นอน...ถ้ามิเผยร่างจริงแล้วข้าจะเพลิดเพลินไปกับมื้ออาหารได้เยี่ยงไร?”
หัวหน้าองค์กรอินเดียตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ “พวกเราเป็นพันธมิตร! พวกเราคุยตกลงกันแล้ว!”
เครื่องหน้าของราชาสุริยันพลันปรากฏออกมาทาบทับบนใบหน้าของอีกฝ่าย
ใบหน้าอันแปลกประหลาดของทั้งสองนั้นทาบทับกันอย่างแปลกประหลาด
ควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากร่างของไซม่อนและก่อรูปขึ้นเป็นกรงขังกักร่างของหัวหน้าองค์กรอินเดียกับราชาสุริยันเอาไว้
“พันธมิตรรึ? พันธมิตรนั้นพร้อมจะถูกขายได้ทุกเมื่อ” เสียงหัวเราะแปลกหูดังออกมาจากภายในกรงขังสีดำทมิฬพร้อมกับเสียงกรีดร้องของหัวหน้าองค์กรอินเดียที่ค่อยๆเงียบลง