เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 326 : เผ่าสมุทรรุ่งโรจน์และดับสิ้น – โพชั่นชำระล้างขั้นสุดยอด (2)

Chapter 326 : เผ่าสมุทรรุ่งโรจน์และดับสิ้น – โพชั่นชำระล้างขั้นสุดยอด (2)

Chapter 326 : เผ่าสมุทรรุ่งโรจน์และดับสิ้น – โพชั่นชำระล้างขั้นสุดยอด (2)


ราวกับโลกทั้งใบเงียบสงัดลง

เมื่อเห็นเช่นนี้หัวใจหลินเซวียนจึงผ่อนคลายลง

เขาคว้าร่างของเทียนอวี้ไฉที่กำลังปิดตาขึ้นมาและพุ่งเข้าหาม่านพลังป้องกันเมืองในทันที

เมื่อมองกลับไปก็พบว่าม่านพลังตอนนี้กลับมาอาบไล้ไปด้วยแสงสว่างเจิดจ้าอันตรายยิ่งยวดที่เพียงแค่สัมผัสก็มากพอจะทำให้พวกเขาหายไปได้ทันทีอีกครั้งหนึ่งแล้ว

“ระยะเวลาสั้นๆแค่ห้าวินาทีเท่านั้นเอง ช่วงเวลานี้สั้นมากจริงๆถ้าเป็นนักสู้ทั่วๆไปที่ไม่ได้เข้าใจตัวหนังสือบนแผ่นหินคงจะไม่มีทางคาดเดาได้แน่” หลินเซวียนจดจำระยะเวลาได้ขึ้นใจ

แม้เขาจะไม่รู้ว่าในอนาคตมันจะเป็นประโยชน์หรือเปล่าแต่จดจำไว้ก็ไม่เสียหายอะไร

“นี่คือเมืองเขตราชวงค์!” หลินเซวียนมองไปรอบๆและสังเกตเห็นว่าสิ่งปลูกสร้างที่นี่นั้นสูงยิ่งกว่าเมืองเขตชั้นในมากนัก

เขาอดทอดถอนใจออกมาไม่ได้

ความเจ็บปวดที่ดวงตาของเทียนอวี้ไฉในตอนนี้ก็คล้ายว่าจะค่อยๆมลายหายไปแล้วและน้ำตาเองก็ไม่ได้ไหลออกมาแล้ว

เธอขยี้ตาเล็กน้อยก่อนที่ภาพเบื้องหน้าจะค่อยๆปรากฏ

เมื่อเห็นสิ่งปลูกสร้างที่เปลี่ยนไปอีกครั้งเธอก็แสดงสีหน้าตกตะลึงออกมา

“นายเข้ามาด้านในได้จริงๆหรอเนี่ย?!”

หลินเซวียนพยักหน้า “ฉันบอกไปแล้วไงว่าไม่เป็นอะไร ไม่เชื่อหรอ?”

เทียนอวี้ไฉหน้าแดงก่ำขึ้นมา

หลินเซวียนพูดถูก...ก่อนหน้านี้เธอไม่เชื่อจริงๆ

ตัวเธอนั้นเดิมทีมาจากทุ่งราบมหาสวรรค์

เหตุผลที่เธอสามารถหลบหนีมายังกองพลก่อสร้างพร้อมกับพิมพ์เขียวเครื่องกลจำนวนมากมายและกลายเป็นลูกศิษย์ของหว่านโหยวซีไปจนถึงกระทั่งได้เข้าร่วมกับกองพลก่อสร้างได้นั้น...แท้จริงแล้วต้องขอบคุณเรือที่ดาบพิษจัดแจงเอาไว้ให้

และดาบพิษผู้นั้นก็เป็นเพียงร่างแยกเท่านั้น

การกระทำทั้งหมดของดาบพิษอยู่ภายใต้การควบคุมของหลินเซวียนดังนั้นหากจะบอกว่าคนที่ช่วยเธอในเวลานั้นคือหลินเซวียนก็ไม่ผิดนัก

เทียนอวี้ไฉคราแรกยังไม่คุ้นเคยกับหลินเซวียนนักแต่ไม่นานก็ค่อยๆปรับตัวได้และความรู้สึกไม่คุ้นเคยก็สลายหายไปอย่างรวดเร็ว

“นี่มันเครื่องกลแปลกประหลาดอะไรกัน?!” เทียนอวี้ไฉมองไปรอบๆและพลันสังเกตเห็นเครื่องกลที่ดูคล้ายกับกล่องจดหมายซึ่งตั้งอยู่หน้าอาคารสองชั้น

หลินเซวียนอดหัวเราะออกมาไม่ได้

ยัยนี่ชอบเครื่องกลจริงๆแฮะ

“รูปแบบการส่งผ่านพลังงานแปลกประหลาดมาก...แต่ความสามารถในการส่งผ่านพลังงานกลับสูงมาก...แถมยังลดความสิ้นเปลืองระหว่างกระบวนการส่งผ่านอีกด้วย!”

“พระเจ้าช่วยช่างเป็นความคิดที่อัจฉริยะอะไรขนาดนี้!” เทียนอวี้ไฉจัดการคว่ำกล่องจดหมายจักรกลลงทันทีด้วยแววตาที่อัดแน่นไปด้วยความประหลาดใจ

“มันเอาไว้ทำอะไร?” หลินเซวียนถามอย่างขอไปที

เทียนอวี้ไฉคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยออกมา “ถ้าฉันเดาไม่ผิดมันน่าจะเป็นสิ่งที่คนยักษ์เหล่านี้ใช้ในการติดต่อสื่อสารกันเหมือนกับเครื่องมือสื่อสารของพวกเรา”

“ยังไงก็ตามทิ้งเครอื่งมือสื่อสารเอาไว้ที่ประตูแบบนี้มันค่อนข้างไม่สะดวกอยู่บ้าง ประสบการณ์ของผู้ใช้งานน่าจะตื้นเขินไปบ้างและจำเป็นต้องได้รับการพัฒนา” เธออดเอ่ยเพิ่มเติมขึ้นมาไม่ได้

หลินเซวียนยิ้มและเอ่ย “เมื่อพูดถึงเครื่องกลดูเหมือนจะพูดได้ทั้งวันเลยสินะ”

เทียนอวี้ไฉชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหน้าแดงขึ้นมาทันที “โทษทีนะ...ฉันไม่ได้ตั้งใจโอ้อวดหรืออะไรเพียงแต่ค่อนข้างรักเรื่องเครื่องกลเป็นพิเศษก็เท่านั้น...”

“ไม่เป็นไรๆ ฉันไม่คิดว่ามันมีอะไรไม่ดีอยู่แล้ว” หลินเซวียนส่งสัญญาณให้เธอพูดต่อ

“เครื่องกล หลอมสร้าง ปรุงยาและอื่นๆนั้นล้วนส่งผลต่อการต่อสู้ ตราบใดที่มันสามารถยกระดับความแข็งแกร่งได้มันก็ควรจะได้รับการพัฒนาและต่อยอด”

เทียนอวี้ไฉเอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุข “อย่างที่คิดจริงๆล่ะนะ ความคิดของนักสู้สายสนับสนุนมันเข้ากันดีจริงๆ!”

หลินเซวียนลูบจมูก “จริงๆแล้วฉันไม่ใช่นักสู้สายสนับสนุนหรอกนะ...”

“แต่ฉันคิดว่าเธอกับเย่อู่ชิวเหมือนกันมากเลยนะ เธอคนนั้นเองก็นับว่าเป็นสายสนับสนุนเหมือนกัน”

“เย่อู่ชิว?”

เทียนอวี้ไฉเอียงคอ “ค่อนข้างน่าประทับใจอยู่นะ”

หลังจากเงียบไปช่วงสั้นๆเทียนอวี้ไฉก็จัดการแยกส่วนกล่องจดหมายจักรกลจนแล้วเสร็จ

“อาวล่ะฉันจดจำโครงสร้างของมันได้แล้ว มีประโยชน์มากเลยบางทีในอนาคตอาจจะได้ใช้ก็ได้”

“ไปกันต่อเถอะๆๆ! คนยักษ์พวกนี้น่าจะต้องมีเครื่องกลที่ยอดเยี่ยมอยู่อีกไม่น้อยแน่ ฉันอยากจะเห็นมากกว่านี้อีก!” เทียนอวี้ไฉแหกปากขึ้นมา

หลินเซวียนกระแอมเบาๆ “ก่อนเข้ามาที่เมืองราชวงค์นี่มีใครบางคนเขาพูดว่ายังไงนะ? ไอหย๋าก็แค่เมืองของพวกคนเถื่อนจะมีอะไรให้ดู...ไม่ใช่รึไง?”

เทียนอวี้ไฉอับอายยิ่งนัก “ฉันถอนคำพูดก็ได้ ฉันอวดดีเกินไป...ทักษะด้านเครื่องกลของคนยักษ์เหล่านี้มีประโยชน์มากจริงๆ”

หลินเซวียนสาวเท้าไปเบื้องหน้าและเอ่ยออกมาอย่างสบายๆ “พวกเขาเรียกว่าเผ่าสมุทร”

“เผ่าสมุทร? ฉันจะจำเอาไว้” เทียนอวี้ไฉตามไปติดๆ

อย่างไรก็ตามหลังจากเดินมาได้เพียงไม่กี่ก้าวคนทั้งสองก็ต้องหยุดเดิน

หลินเซวียนจนใจยิ่งนัก

เทียนอวี้ไฉมองไปที่เหล่าเครื่องกลราวกับเธอกำลังมองหนุ่มหล่อก็ไม่ปาน

ดวงตาของเธอเปล่งประกายระยิบระยับและกระโจนเข้าใส่พวกมันอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง

เขาต้องเข้าไปลากเธอออกมาหากแต่หลังจากฉุดดึงฉุดลากกันมาเรื่อยๆนั้นพวกเขาก็ค่อยๆเข้าสู่เขตราชวงค์ของเมืองเขตราชวงค์โดยไม่รู้ตัว

ส่วนอาคารก่อนหน้านี้นั้นหลินเซวียนเดาว่าน่าจะเป็นบ้านของเหล่าขุนนาง

ราชวังนั้นแน่นอนว่าย่อมเป็นที่อยู่อาศัยของราชันย์สมุทร

“ในราชวังต้องมีเครื่องกลที่ดีกว่านี้แน่ ไปเถอะ! เข้าไปดูข้างในกัน!” เทียนอวี้ไฉเอ่ยอย่างไม่อดทน

หลินเซวียนยิ้มและตามไปติดๆ

หากแต่ยิ่งเขาเข้ามาลึกมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความไม่เท่าเทียมระหว่างคนชั้นบนกับคนชั้นร่างของเผ่าสมุทรมากขึ้นเท่านั้น

เครื่องกลอันเป็นเทคโนโลยีระดับสูงนั้นมีเพียงตระกูลราชวงค์เท่านั้นที่มีคุณสมบัติได้ใช้งานภายในเผ่าสมุทร

หลินเซวียนไม่เห็นร่องรอยของเครื่องกลใดๆเลยที่เขตเมืองชั้นนอกและชั้นใน

หลังจากเข้ามาในเขตเมืองราชวงค์เขาพบว่ากระทั่งเครื่องมือสื่อสารที่นี่ยังหาพบได้ทั่วไป

คนระดับสูงและระดับต่ำแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ไม่แปลกใจเลยที่ผู้อำนวยการเขตที่6ของเมืองชั้นนอกเขียนจดหมายลาตายไว้ว่าความรุ่งโรจน์ของเผ่าสมุทรดำเนินมาถึงทางตันแล้ว

กระทั่งต่อให้น้ำทมิฬจากทะเลดำไม่ปรากฏไม่นานเผ่าสมุทรก็คงล่มสลายลงด้วยตัวมันเอง

คนทั้งสองเดินเข้าสู่โถงกว้าง

อย่างไรก็ตามที่แห่งนี้นั้นมีห้องหับอยู่มากมายและพวกเขาก็ไม่รู้เลยว่าควรจะเริ่มที่ตรงไหน

ส่วนเทียนอวี้ไฉนั้นเธอไม่เข้าใจภาษาของเผ่าสมุทรหรือรู้ว่าห้องไหนมีเครื่องกลมากกว่ากันอยู่แล้ว

จบบทที่ Chapter 326 : เผ่าสมุทรรุ่งโรจน์และดับสิ้น – โพชั่นชำระล้างขั้นสุดยอด (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว