- หน้าแรก
- ฉันมีที่ดินหมื่นล้าน แต่กลับเอามาใช้ปลูกผัก
- บทที่ 580 ฉันคือนายน้อยตระกูลซ่ง
บทที่ 580 ฉันคือนายน้อยตระกูลซ่ง
บทที่ 580 ฉันคือนายน้อยตระกูลซ่ง
บทที่ 580 ฉันคือนายน้อยตระกูลซ่ง
ในขณะเดียวกัน ณ ห้องส่วนตัวข้างๆ
มีคนหนุ่มสาวหลายคนกำลังเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวในห้องส่วนตัวที่อยู่ติดกัน
“นายน้อยซ่ง ผมได้ยินเสียงในห้องข้างๆ เหมือนจะเป็นเสียงของคุณอันชูเซี่ยนะครับ”
คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนหนุ่มสาวทั้งสิ้น
ล้วนเป็นนายน้อยจากตระกูลใหญ่ในตงไห่
และนายน้อยซ่งที่พวกเขาพูดถึง ก็คือผู้นำของกลุ่มคนเหล่านี้
อายุไม่มาก ยังค่อนข้างหนุ่ม หน้าตาพอใช้ได้ แต่ดูจากสีหน้าก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นพวกคุณชายเสเพลที่หยิ่งยโสคนหนึ่ง
โดยปกติแล้ว กฎระเบียบของตระกูลซ่งนั้นเข้มงวดมาก การอบรมสั่งสอนลูกหลานในตระกูลตั้งแต่เด็กก็เข้มงวดมากเช่นกัน
แต่พูดตามตรง ทุกเรื่องย่อมมีข้อยกเว้น มีแกะดำอยู่หนึ่งหรือสองตัวเสมอ
ไม่ต้องพูดถึงตระกูลในท้องถิ่น แม้แต่จักรพรรดิในสมัยโบราณก็ยังให้กำเนิดอ๋องที่เอาแต่กินดื่มเที่ยวเล่นได้เลย
ในช่วงแรกตระกูลซ่งโกรธมาก พยายามอบรมสั่งสอนอย่างหนัก แต่ยิ่งควบคุมเขาก็ยิ่งทำตัวแย่ลง ในที่สุดก็ต้องปล่อยไปตามยถากรรม ตราบใดที่ไม่ก่อเรื่องใหญ่ ไม่ผิดกฎหมาย ก็ปล่อยให้ทำตามใจชอบ
นายน้อยซ่งก็สมกับชื่อเสียงคุณชายเสเพลของเขาจริงๆ เขาศัยชื่อเสียงของตระกูลตัวเองที่โด่งดังมาหลายปีทำเรื่องเลวร้ายไปไม่น้อย
แน่นอนว่า มันไม่ใช่พล็อตเรื่องน้ำเน่าเหมือนในนิยายแนวทหารรับจ้าง
ก็แค่คบหากับพวกคนดังในสังคม ชวนเน็ตไอดอลมาปาร์ตี้สองสามคน
คนหนึ่งให้ร่างกาย อีกคนหนึ่งให้เงิน ดั่งสำนวนโจวอวี๋โบยตีอุยกาย ฝ่ายหนึ่งเต็มใจตี อีกฝ่ายเต็มใจรับ
แต่ครั้งนี้นายน้อยซ่งกลับจริงจังขึ้นมา เพราะเมื่อสองเดือนก่อนเขาและเพื่อนสองสามคนไปเที่ยวต่างเมือง นายน้อยคนหนึ่งในท้องถิ่นได้กลายเป็นเพื่อนกับพวกเขา พอดีเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนคอนเสิร์ต จึงพาพวกเขาไปดูคอนเสิร์ต
ผลปรากฏว่าได้เห็นอันชูเซี่ยเข้า
ในตอนนั้นอันชูเซี่ยเป็นดาราดังแล้ว และโด่งดังไปทั่วประเทศ แต่รูปภาพและวิดีโอมีภาพลวงตาค่อนข้างมาก เพราะมีการแต่งหน้าและแต่งภาพ
แต่พอได้เห็นตัวจริงก็พบว่าอันชูเซี่ยแค่แต่งหน้าอ่อนๆ แต่กลับมีหน้าตาสวยมาก ทั้งหุ่นก็ยังเซ็กซี่สุดๆ
นายน้อยซ่งอดใจไม่ไหวในทันที
ตั้งแต่นั้นมาก็ไล่ตามอันชูเซี่ยอย่างบ้าคลั่ง แต่พูดตามตรง คนที่ไล่ตามอันชูเซี่ยมีเยอะเกินไป ทั้งนายน้อยจากเมืองหลวง ลูกชายเศรษฐีทั่วประเทศก็มีไม่รู้เท่าไหร่ นายน้อยซ่งคนนี้เทียบไม่ติดเลยด้วยซ้ำ
แต่ใครจะไปคาดคิดว่าวันนี้ออกมาทานข้าวข้างนอก อันชูเซี่ยกลับนั่งอยู่ห้องข้างๆ โอกาสดีๆ แบบนี้จะปล่อยไปได้อย่างไร?
“นายน้อยซ่ง ท่านไม่ต้องกลัว คุณปู่ของท่านเป็นผู้บริหารระดับสูงของกรมวัฒนธรรม ทั่วทั้งประเทศจีนจะมีสักกี่คนที่เทียบท่านได้”
“ใช่ๆ พวกคนรวยเหล่านั้นก็แค่ข่มขู่ได้เท่านั้นแหละ”
“นายน้อยซ่งทั้งหล่อทั้งมีความสามารถ บ้านก็รวย ท่านนี่แหละคือสามีในอุดมคติของคุณอันชูเซี่ยเลย”
ถึงแม้นายน้อยซ่งจะขาดความมั่นใจเล็กน้อย แต่ก็ทนไม่ไหวที่ลูกน้องคอยยกยอปอปั้น คนเราก็แบบนี้ พอถูกยอก็ลอย นายน้อยซ่งรู้สึกมั่นใจในตัวเองขึ้นมาทันที
พูดถูก นอกจากฉันแล้วใครจะคู่ควรกับอันชูเซี่ย ไม่มีใครเลย!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซ่งอวิ๋นไห่ก็ลุกขึ้นยืน: “พวกนายพูดถูก เพื่อความรัก ฉันจะพยายามให้ถึงที่สุด!”
ปรากฏว่านายน้อยซ่งคนนี้ไม่ใช่แค่ไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนที่ดี แต่ยังสมองขาดไปเส้นหนึ่งด้วย
“นายน้อยซ่ง ผมได้ยินว่าในห้องข้างๆ มีผู้ชายหนุ่มอยู่ด้วยนะครับ?”
คนที่แอบฟังอยู่ข้างกำแพงตั้งใจฟังอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พูดขึ้นอย่างระมัดระวัง
“อะไรนะ มีผู้ชายหนุ่มอยู่ด้วยงั้นเหรอ?!”
“ให้ตายสิ! ทนไม่ไหวแล้ว!”
นายน้อยซ่งเดิมทีก็รู้สึกหวั่นๆ อยู่แล้ว แต่พอได้ยินแบบนี้ก็รู้ว่าตัวเองทนต่อไปไม่ได้แล้ว ถ้าทนต่อไปผู้หญิงก็จะหลุดมือไปแล้ว เจ้าหมอนี่ก็ช่างมโนเก่งเสียจริง!
“ไป พวกนายไม่ได้อยากเจอดาราดังคนนี้มาตลอดหรอกเหรอ? วันนี้ฉันจะแนะนำให้พวกนายรู้จัก!”
“ว้าว! นายน้อยเก่งที่สุดเลย!”
“ฉันได้อานิสงส์จากนายน้อยแล้ว!”
“เดี๋ยวต้องถ่ายรูปสองสามใบไปอวดหน่อย!”
คนเหล่านี้ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน เดินตรงไปยังห้องส่วนตัวข้างๆ ก่อนหน้านี้ก็เคยบอกไปแล้วว่าที่นี่เป็นร้านอาหารส่วนตัว ชั้นบนเป็นห้องส่วนตัว มีเพียงสองห้องติดกัน ทันทีที่พวกเขาออกจากห้อง ก็ผลักประตูห้องของซูหมิงเปิดเข้าไปทันที ซูหมิงและอันชูเซี่ยกำลังคุยกันอยู่ ประตูก็เปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับมีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา
นายน้อยซ่งเห็นอันชูเซี่ยที่นั่งอยู่ตรงนั้นทันที ดวงตาของเขาก็เป็นประกายด้วยความประหลาดใจ: “อ๊ายา! คุณอัน ไม่คิดว่าจะเป็นคุณจริงๆ ด้วย! เราไม่ได้เจอกันนานแล้วนะครับ! ตั้งแต่ครั้งที่แล้ว ผมคิดถึงคุณมาก...”
นายน้อยซ่งพูดอย่างมีความสุข ลูกน้องได้ยินแล้วก็คิดในใจว่า นายน้อยของเรานี่เก่งจริงๆ เคยเจอคุณอันมาก่อนแล้ว!
แต่อันชูเซี่ยกระพริบตาด้วยความสงสัย เอียงศีรษะเล็กน้อยแล้วถามอย่างจริงจังว่า: “คุณเป็นใครคะ?”
“ฉัน...”
ถึงแม้ซ่งอวิ๋นไห่จะทึ่มไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้โง่เสียทีเดียว เขารู้สึกอับอาย พูดติดๆ ขัดๆ อยู่ครู่หนึ่ง กว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้: “ฮ่าๆๆ คุณอันนี่เป็นคนขี้ลืมจริงๆ นะครับ ผมชื่อซ่งอวิ๋นไห่ คุณลืมแล้วเหรอ?”
“จำไม่ได้ค่ะ”
“ครั้งที่แล้วที่คุณจัดคอนเสิร์ตที่เมืองหยุนเฉิง มีนักพัฒนาหลายคนเชิญคุณไปทานข้าว ผมก็อยู่ในนั้นด้วย...”
“จำไม่ได้ค่ะ”
“แล้วก็ครั้งที่คุณกำลังเซ็นลายเซ็นให้แฟนคลับข้างหลังเวที”
“จำไม่ได้ค่ะ”
“มีคนตะโกนเรียกชื่อคุณ...”
“อ๋อ ฉันนึกออกแล้ว”
“เห็นไหม? เห็นไหม? คุณอันนึกถึงฉันออกแล้ว!”
“คุณคือไอ้โรคจิตที่เดินเข้าไปในห้องน้ำหญิงแล้วยังแอบถ่ายรูปผู้หญิงคนอื่นคนนั้นใช่ไหมคะ?”
“ฉัน...”
ซ่งอวิ๋นไห่ถึงกับอึ้งไปเลย นี่มันน่าอายจริงๆ
ซ่งอวิ๋นไห่สูดหายใจเข้าลึกๆ ไม่ได้การแล้ว จะคุยแบบนี้ต่อไปไม่ได้ มันน่าอายเกินไป ฉันต้องเปลี่ยนเรื่องคุย สายตาของซ่งอวิ๋นไห่จึงไปตกอยู่ที่ซูหมิง!
“เอ่อ! ไม่ทราบว่าพี่ชายท่านนี้ชื่ออะไรครับ? เป็นคนตงไห่หรือเปล่า? ไม่ทราบว่าคุณรู้จักผมไหม ผมเป็นคนจากตระกูลซ่งแห่งตงไห่นะครับ”
ซ่งอวิ๋นไห่เมื่อมองดูแล้ว เด็กหนุ่มคนนี้ทั้งหนุ่มทั้งสูงทั้งหล่อ ถึงแม้ซ่งอวิ๋นไห่จะเป็นคนหยิ่งยโส แต่ในใจก็รู้ว่าอีกฝ่ายหล่อกว่าตัวเอง
ดังนั้นในใจจึงเกิดความอิจฉา หวังว่าจะสามารถใช้ฐานะและตำแหน่งของตัวเองกดดันซูหมิง ให้ซูหมิงถอยไปอย่างรู้ตัว
“ไม่เคยได้ยิน”
ซูหมิงส่ายหน้าอย่างงุนงง
“ฉัน...”
ซ่งอวิ๋นไห่แทบจะโกรธจนระเบิด ให้ตายเถอะ ฉันอุตส่าห์เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ผลปรากฏว่าพวกคุณสองคน คนหนึ่งจำไม่ได้ อีกคนไม่เคยได้ยินชื่อ
พวกคุณสองคนตั้งใจกวนประสาทหรือเตี๊ยมกันมาหรือไง?!
“หึ! บอกให้แกรู้นะไอ้หนู ฉันไม่สนว่าแกจะเป็นใครมาจากไหน แต่ฉันไม่กลัวแกหรอก ตระกูลซ่งของเราเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของตงไห่”
ซูหมิงเมื่อได้ยินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วมองหน้ากับอันชูเซี่ย ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น แม้แต่ซูชิวกับจางเชี่ยนเชี่ยนก็ยังงงๆ นี่มันยุคไหนแล้ว ยังมีตระกูลอันดับหนึ่งตระกูลอันดับสองอีกเหรอ คุณคิดว่ากำลังดูนิยายแนวทหารรับจ้างอยู่หรือไง?
แล้วก็ ต่อให้เป็นนิยายแนวทหารรับจ้างจริงๆ ต่อให้คุณเป็นตระกูลอันดับหนึ่งจริงๆ ตระกูลแบบนี้ในมือของพระเอก ไม่กลายเป็นตัวประกอบให้ตบเกรียนเล่นไปหมดแล้วหรือ?
[จบตอน]