- หน้าแรก
- ข้ามีร่างอวตารในวันสิ้นโลก
- Chapter 309 : มังกรสุริยันทำลายตัวเอง - ตกตายทั้งสองฝ่าย (3) (ฟรี)
Chapter 309 : มังกรสุริยันทำลายตัวเอง - ตกตายทั้งสองฝ่าย (3) (ฟรี)
Chapter 309 : มังกรสุริยันทำลายตัวเอง - ตกตายทั้งสองฝ่าย (3) (ฟรี)
หลินเซวียนลุกขึ้นยืนและกำลังจะเดินออกไปจากที่ซ่อนตัวหากแต่ในเวลานี้เองหัวหน้าองค์กรทุ่งราบมหาสวรรค์อย่างชาโดว์จู่ๆก็วิ่งกระโจนเข้าไปในประตูแสงและบินลงมาในเมืองบาดาล
เขาไม่ได้สนใจเหล่านักสู้ที่สู้กันอยู่บนชายหาดเลยแม้แต่น้อย
เขาสนใจเพียงนักสู้ขอบเขตที่9เท่านั้นเพราะนักสู้ขอบเขตที่8นั้นเขาสามารถสังหารได้อย่างง่ายดายดังนั้นเขาจึงไม่ใคร่สนใจนัก
ชาโดว์บินตรงลงไปยังเมืองบาดาลและหายเข้าไปด้านในนั้น
เพียงหลังจากที่เงาร่างของชาโดว์หายไปอย่างสมบูรณ์แล้วหลินเซวียนจึงค่อยๆเดินออกมาจากที่ซ่อนอย่างระมัดระวัง
ยังไงซะอีกฝ่ายก็เป็นถึงนักสู้ขอบเขตที่9เลเวลสูงสุด
ถ้าอีกฝ่ายต้องการจะฆ่าเขาจริงๆเขาก็ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงชะตากรรม
การปรากฏตัวของชาโดว์ดึงดูดดความสนใจของนักสู้คนอื่นๆเช่นเดียวกัน
ทั้งฮอลล์ โคโด หลี่เหว่ยกั๋วและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆของกองพลก่อสร้างรวมไปถึงไทรเดนท์ ตาเฒ่าอิวานและนักสู้ของกองทัพขั้วโลกเองก็ตกตะลึงไปตามๆกัน
ในเมื่อหัวหน้าของทุ่งราบมหาสวรรค์มาที่นี่นั่นก็หมายความว่านักสู้ของทุ่งราบมหาสวรรค์เองก็น่าจะกำลังหลั่งไหลเข้ามากันแล้ว
ขวัญกำลังใจของนักสู้จากองค์กรผู้กู้โลกพุ่งทะยานฟ้า
กำลังเสริมมาแล้ว!
หลินเซวียนยังคงไม่สนใจโลกและมองหามุกชมพูต่อไป
เขาไม่เคยเห็นเจ้าสิ่งนี้มาก่อนจึงทำได้เพียงอนุมานว่ามันน่าจะเป็นไข่มุกที่เปล่งแสงสีชมพูออกมา
ถ้าเขาอยากจะหามันให้เจอจริงๆก็ควรจะไม่ใช่เรื่องยากนัก
ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าสิ่งนี้ยังเป็นไอเทมใช้แล้วหมดไปด้วยและนักสู้ทุกคนที่คิดจะลงไปยังส่วนลึกของเมืองบาดาลเองก็จำเป็นต้องใช้มันดังนั้นจำนวนของมันก็ควรจะต้องมีไม่ใช่น้อย
แล้วก็เป็นดังคาด
หลังจากที่เขาลงมือช่วยเจ้าหน้าที่ของกองพลก่อสร้างสังหารนักสู้ขององค์กรผู้กู้โลกไปสองคนเขาก็สังเกตเห็นเปลือกหอยบนชายหาดเปลือกหนึ่งที่กำลังเรืองแสงสีแปลกประหลาดตาออกมา
เพียงกวาดตามองคราเดียวเขาก็รู้ทันทีว่าเจ้าสิ่งนั้นไม่ใช่เปลือกหอยธรรมดา
หลินเซวียนรีบวิ่งเข้าไปแงะฝาหอยทันที
ด้านในนั้นปรากฏไข่มุกสีชมพูซึ่งมีขนาดเท่ากับนิ้วก้อยและมีสิ่งสกปรกเจือปนอยู่เล็กน้อยดังคาด
หลินเซวียนจัดแจงล้างไข่มุก ยัดเข้าไปในปากและลองก้มหน้าลงไปในน้ำทะเลดู
เขาเปิดเปลือกตามอง สูดลมหายใจและเปิดปากดูแล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าเขาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนแม้จะอยู่ใต้น้ำและยังสามารถหายใจและพูดคุยได้ปกติ
อย่างไรก็ตามเสียงเวลาพูดคุยในน้ำนั้นจะดังกึกก้องกว่าเวลาอยู่บนบก “เจ้าไข่มุกชมพูนี่หน้าตาดูไม่ค่อยได้แถมยังมีสิ่งสกปรกเจือปนอยู่เยอะดังนั้นก็น่าจะใช้งานได้ไม่นานนัก คงต้องหาเพิ่มอีกไม่อย่างนั้นถ้าอยู่ใต้น้ำแล้วไข่มุกชมพูหมดขึ้นมาคงไม่ต่างอะไรจากตายไปแล้ว” หลินเซวียนออกตามหามุกชมพูต่อ
นอกจากนี้เขายังคอยสอดมือเข้าไปช่วยเจ้าหน้าที่ของกองพลก่อสร้างที่กำลังสู้กับนักสู้ขององค์กรผู้กู้โลกเป็นพักๆอีกด้วย
“เป็นไงบ้าง? ได้อะไรกันมาเท่าไหร่?” ชั่วโมงให้หลังหลินเซวียนก็มารวมตัวกับฮอล์ โคโดและคนอื่นๆอีกครั้ง
ฮอลล์กับโคโดยิ้มขม “พวกเรารวมๆแล้วเจอแค่16เม็ดเท่านั้นแบ่งกันแล้วยังไม่มากพออยู่ดี...แล้วนายล่ะ?”
“ห้า” หลินเซวียนเองก็ยิ้มขมขื่นออกมาเช่นเดียวกัน
ฮอลล์กล่าวต่อ “ฉันเพิ่งเจอกับสหายเก่าที่อยู่ที่เมืองบาดาลนี่มาสามปีเมื่อครู่มา เขากล่าวว่ามุกชมพูขนาดเท่านิ้วโป้งที่มีสิ่งเจอปนน้อยนั้นจะสามารถทำให้นักสู้ไปมาอย่างอิสระได้ในความลึกไม่เกิน300เมตรเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง”
หลินเซวียนพยักหน้า “นั่นก็ไม่เลวแล้วยังนานกว่าที่ผมคิดเอาไว้เยอะเลย”
ในตอนนั้นเองตาเฒ่าอิวานก็เดินเข้ามา
“กองทัพขั้วโลกเราเจอที่ดีๆเข้ามันอยู่ใต้แนวปะการังทางทิศตะวันออก บริเวณนั้นมีเปลือกหอยอยู่เยอะมากและเกือบทั้งหมดนั้นล้วนเปล่งแสงสีชมพูออกมา”
ดวงตาของหลินเซวียนเปล่งประกายขึ้นมาทันที
“ยังไงก็ตามแถวๆนั้นก็มีซากของพวกอสูรอยู่ไม่น้อยเกรงว่าคงมีอันตรายซุ่มซ่อนอยู่ทุกหนแห่ง” ตาเฒ่าอิวานเอ่ยเสียงเคร่งเครียด
“กลัวอะไรเล่า? พวกเรามีนักสู้ขอบเขตที่8เลเวล9ตั้งเยอะแยะแล้วจะมีกลัวศพอสูรทำไม?” โคโดเอ่ยเสียงภาคภูมิและถามต่อด้วยท่าทีสบายๆ
“ศพอสูรอะไรล่ะ?”
ตาเฒ่าอิวานปรายตามองเขาและเอ่ยเสียงเนิบช้า “อสูรขอบเขตที่9”
โคโด “....”
“ฉันว่าเราควรจะระมัดระวังตัวกันหน่อยก็ไม่เลว”
ฮอลล์กลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไปและระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
บรรยากาศรอบๆเป็นไปด้วยความครื้นเครงอีกครา
ถ้ามีอสูรขอบเขตที่9ตกตายที่นั่นจริงๆนั่นก็หมายความว่ามีอสูรที่ทรงพลังตัวอื่นที่สามารถสังหารอสูรขอบเขตที่9ได้ซ่อนตัวอยู่
การไปที่นั่นก็ไม่ต่างอะไรจากการไปหาที่ตาย “ถ้างั้นลองหาจุดอื่นดูกันเถอะครับ” ไทรเดนท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจนใจ
ฝูงชนแยกย้ายกันออกไปอีกครั้ง
หลินเซวียนครุ่นคิดอย่างหนักแต่ก็ตัดสินใจมุ่งหน้าตรงไปยังจุดที่ว่า