เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 302 : ปลอมตัว - ซ่อมค่ายกล (2) (ฟรี)

Chapter 302 : ปลอมตัว - ซ่อมค่ายกล (2) (ฟรี)

Chapter 302 : ปลอมตัว - ซ่อมค่ายกล (2) (ฟรี)


ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมหาค่ายกลสุริยันผลาญชีพถูกใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ อุณหภูมิของเมืองบาดาลก็จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากจนสามารถสะกดอสูรซ่อนใหญ่ที่เร้นกายอยู่ในทะเลและในผืนทรายได้

แต่ตอนนี้เมื่อมหาค่ายกลสุริยันผลาญชีพถูกทำลายลงไปก็ทำให้อุณหภูมิตกลงจนถึงจุดที่อสูรพอทานรับไหว

อสูรเหล่านี้ที่ใช้ชีวิตกันอยู่ในทะเลจึงพากันปีนขึ้นมาบนชายหาดและเข้าโจมตีเหล่านักสู้

เหตุผลที่หลินเซวียนยกขึ้นมาจึงนับว่าไม่มีอะไรผิดปกติ

ข้อสังเกตเดียวก็คือคนอื่นโชคร้ายเกินไปขณะที่เขาโชคดีเกินไปก็เท่านั้นจึงรอดมาได้

คนกว่าสามถึงสี่สิบคนตายและมีเพียงเขาที่รอดชีวิต

หัวหน้ากองย่อยถอนหายใจยาว “นี่แหละชีวิต...ช่างเถอะนายรอดมาได้ก็ดีแล้ว มาเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้และสังหารให้พวกดื้อด้านพวกนี้ให้เร็วที่สุดกันเถอะ”

โคลด์พยักหน้าและเอ่ยเสียงแผ่ว “จริงสิ ฉันมีวิธีทำลายค่ายกลสุริยันผลาญชีพแล้ว ให้นักสู้ส่วนหนึ่งมาคุ้มกันฉันที”

หัวหน้ากองย่อยที่ได้ยินเช่นนั้นก็มีท่าทีดีอกดีใจและรีบเอ่ยออกมาเสียงแผ่ว “ดี! ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยรีบเข้าไปทำลายมันได้เลย! พวกเราจะการันตีความปลอดภัยให้นายเอง!”

ฮอลล์กับโคโดและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆของกองพลก่อสร้างพลันรู้สึกหนักใจขึ้นมา

เมื่อต้องเผชิญกับศัตรูจำนวนมหาศาลเพียงนี้พวกเขาจึงตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาล

มาตอนนี้เมื่อมานักสู้ขอบเขตที่8ที่ดูแข็งแกร่งปรากฏตัวขึ้นมาอีกคนก็ยิ่งทำให้พวกเขากดดันขึ้นไปอีก

ข่าวดีเพียงอย่างเดียวก็คือกำลังเสริมของฝ่ายศัตรูนั้นมีเพียงคนเดียวไม่ใช่หลายสิบเหมือนดั่งเช่นที่คิด

“พวกเรายังยื้อไหว! รอก่อน! ตราบใดที่กำลังเสริมมาถึงพวกเราก็จะปลอดภัยแล้ว!” ฮอลล์ที่กำลังใช้เกราะแห่งแสงของเขาป้องกันสกิลของนักสู้ผู้หนึ่งตะโกนขึ้น

เจ้าหน้าที่ของกองพลก่อสร้างหลายคนที่ทั่วทั้งร่างนั้นเกลื่อนกล่นไปด้วยหลุมเลือดฝืนยืนปักหลักและพยายามป้องกันเอาไว้สุดชีวิต

หลินเซวียนควบคุมของโคลด์ให้เดินไปยังชายขอบของค่ายกลสุริยันผลาญชีพ

หัวหน้ากองย่อยจัดแจงนักสู้สองคนขององค์กรผู้กู้โลกให้กับเขาเพื่อคอยคุ้มกัน

คำกล่าวที่จี้รู่เยว่บอกกับเขาดังขึ้นมาในหัวของหลินเซวียน

เขาไม่จำเป็นต้องสนใจหากวงจรค่ายกลส่วนนอกถูกทำลาย

ถ้าวงจรค่ายกลภายในเสียหายก็สามารถนำวงจรภายนอกมาเติมเต็มในส่วนนี้ได้

ถ้าตัวหมากสีขาวในวงจรภายนอกถูกทำลายก็สามารถใช้หินแร่ธาตุไฟและไม้จิตวิญญาณธาตุไม้ผสมผสานกันเพื่อซ่อมแซมมันได้

นอกจากนี้ยังมีพระธาตุที่เขาได้มาจากเขาหลิงซานอีกด้วย

พระธาตุนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังธาตุไฟจำนวนมหาศาลและสามารถใช้ต่างแกนกลางของค่ายกลขนาดใหญ่ได้เลย

“ท่านโคลด์การจะทำลบายตัวหมากพวกนี้ยากมากเลยนะครับคุณจะทำได้จริงๆหรอ?” นักสู้ทางซ้ายถามเสียงต่ำ

“ใช่แล้ว หัวหน้าของพวกเราลงแรงไปตั้งมากถึงทำลายลงไปได้ตัวนึง” นักสู้ทางขวาเอ่ยอย่างสงสัยเช่นเดียวกัน

โคลด์แค่นเสียง “ไม่เชื่อฉันงั้นหรอ? ถ้างั้นก็ดูให้ดีๆ!”

คนทั้งสองหัวเราะออกมาอย่างกระอักกระอ่วนและไม่กล่าวสิ่งใดอีก

พวกเขาเห็นโคลด์นำหินบางอย่างที่ส่องประกายเจิดจ้าออกมาจากอุปกรณ์เก็บของ

จากนั้นเขาก็หยิบมีดขนาดเล็กออกมาและหักบางส่วนออกมา

จากนั้นเขาก็บดมันจนกลายเป็นผงและโรยมันลงบนค่ายกล

พริบตาต่อมาภาพที่น่าตะลึงก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของคนทั้งสอง

ค่ายกลมันกลับอ่อนโทรมลงในพริบตา

โคลด์สามารถจัดการกับค่ายกลได้อย่างง่ายดายอย่างที่เขาว่าจริงๆ

“นี่มัน...สิ่งมันหินวิเศษอะไรกันแน่?”

“พระเจ้าช่วย ท่านโคลด์ท่านกลับหาข้อมูลมาแล้วจริงๆ ผมได้ยินมาว่าเจ้าสิ่งนี้มันมีอยู่แค่ในซากโบราณสถานคุนหลุนของกองพลก่อสร้างเท่านั้น นับว่าเป็นของลึกลับทีเดียว”

นักสู้ทั้งสองคนตกตะลึงยิ่งนัก

โคลด์ยิ้มอย่างมั่นใจ “วิธีการนี้เรียกว่าห้าธาตุสั่นพ้องและสะกดข่มกันเอง พวกนายไม่เข้าใจหรอก”

เรื่องนี้นั้นเรียบง่ายมาก

พลังงานของค่ายกลสุริยันผลาญชีพนั้นคือไฟแต่ตัวหมากที่ถูกกลั่นสร้างขึ้นมาทุกตัวนั้นกลับมีธาตุแตกต่างกัน

ไม้สร้างไฟ

ถ้าอยากจะสำแดงพลังของธาตุไฟออกมาก็จำต้องได้รับการเกื้อหนุนจากธาตุไม้

และถ้าอยากจะได้รับธาตุไม้มหาศาลก็จำเป็นต้องได้รับการเกื้อหนุนจากธาตุน้ำ

นอกจากนั้นน้ำต้องพึ่งทอง ทองต้องพึ่งดินและดินต้องพึ่งไฟ

เช่นนี้แล้ววงจรห้าธาตุจึงจักสมบูรณ์

อย่างไรก็ตามส่วนประกอบของห้าธาตุพลังงานนั้นจำเป็นต้องรู้ซึ้งในระดับหนึ่ง

วงจรสุดท้ายคือไฟขณะที่ส่วนที่เหลือนั้นทำหน้าที่เป็นส่วนเสริมและไม่อาจให้พวกมันมีพลังเหนือวงจรหลักได้

นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่องการสะกดข่มกันและกันของธาตุและไม่อาจปล่อยให้ขั้วพลังตรงกันข้ามสองชนิดใกล้กันมากเกินไปอีกด้วย

เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นเพราะตัวหมากพวกนี้ของค่ายกลนี่เองที่แปลกประหลาดเสียใจคนภายนอกทำได้เพียงเกาหัว

ยิ่งไปกว่านั้นถ้าตัวหมากทนทานไม่พอก็อาจจะถูกปัจจัยภายนอกทำลายเอาได้ง่ายๆ

ดังนั้นจุดนี้จึงต้องถูกนับรวมไปเวลาสร้างค่ายกลด้วย

ยิ่งอีกฝ่ายอยากจะฝืนทำลายมากเท่าไหร่ก็ต้องยิ่งยากจะทำลายมากเท่านั้น

หลินเซวียนใช้วิธีการต้นตำหรับซึ่งเขาได้รู้มาจากจี้รู่เยว่

จุดที่โคลด์ยืนอยู่ตอนนี้คือตัวหมากที่อัดแน่นไปด้วยพลังธาตุน้ำ

ตราบใดที่นำไอเทมที่อัดแน่นไปด้วยพลังธาตุไฟมาโรยบริเวณขอบๆก็จะสามารถใช้ไฟต้านน้ำได้ไม่ยาก

เทียบกับการฝืนทำลายด้วยแรงแล้ววิธีการเช่นนี้ดีกว่ามาก

หัวหน้ากองย่อยที่มองเห็นภาพนี้ก็พลันดีใจยกใหญ่ “ดีๆๆ! โคลด์เจ้าหมอนี่มีความสามารถอยู่บ้างจริงๆ”

เมื่อฮอลล์กับโคโดเห็นภาพนี้หัวใจของพวกเขาก็พลันเต้นไม่เป็นส่ำ

นี่มันเลวร้ายแล้วสิ

กลับกลายเป็นว่ามีนักสู้ขององค์กรผู้กู้โลกที่รู้เกี่ยวกับค่ายกลเป็นอย่างดีอยู่ด้วย

ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปค่ายกลสุริยันผลาญชีพทั้งหมดคงจะถูกทำลายเป็นชิ้นๆเป็นแน่

“พวกเราต้องฆ่าหมอนั่น!” โคโดคำรามในลำคอ

“ฉันลงมือเอง!” หลังจากกล่าวจบเขาก็สังเวยพลังชีวิตบางส่วนเพื่อสร้างผึ้งพิษออกมาและให้มันบินเข้าหาโคลด์อย่างเงียบเชียบ

หลินเซวียนผู้ครอบครองห้าสัมผัสเชื่อมสวรรค์นั้นย่อมสังเกตเห็นการกระทำของโคโด

เขาไม่รู้เลยว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

นี่ผมเอง! ผมเองครับพี่! ตีผิดคนแล้ว!

แต่ค่ายกลสุริยันผลาญชีพนั้นยังไม่ถูกซ่อมแซมอย่างสมบูรณ์ดังนั้นเขาจะเผยตัวตอนนี้ไม่ได้

โคลด์แสร้งว่ามองไม่เห็นผึ้งพิษและเดินไปยังตัวหมากตัวถัดไป

ในเวลานี้เองผึ้งพิษก็ได้เข้าถึงตัวเขาแล้ว

ทันใดนั้นเองโคลด์ก็โหวกเหวกโวยวายออกมา

“อันตราย!” หลังจากกล่าวเช่นนั้นแล้วเขาก็ผงะถอยไป

เข็มพิษของผึ้งจิ้มไม่โดนเขาแต่กลับโดน...นักสู้ขององค์กรผู้กู้โลกอีกคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆเขาแทน

นักสู้ผู้นั้นรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่บริเวณลำคอและพลันล้มลงในชั่วพริบตา

จบบทที่ Chapter 302 : ปลอมตัว - ซ่อมค่ายกล (2) (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว