เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 615: ทดลองอาวุธต้นแบบ (ฟรี)

บทที่ 615: ทดลองอาวุธต้นแบบ (ฟรี)

บทที่ 615: ทดลองอาวุธต้นแบบ (ฟรี)


ฟิ้ววว~!

กลางอากาศ ลำแสงสีน้ำเงินพุ่งผ่านไปพร้อมหางยาวด้วยความเร็วสูงลิ่ว ก่อนจะพุ่งชนอะบอมิเนชันที่กำลังยกรถบรรทุกขึ้นสูงเตรียมจะฟาดออกไปในพริบตา

อึก~!

การโจมตีกะทันหันทำให้แขนของอะบอมิเนชันชะงักไปชั่วขณะ และรถบรรทุกที่ถูกยกขึ้นสูงก็ร่วงลงมากระแทกหัวเขาอย่างแรงทันที

เสียงดังสนั่น รถบรรทุกกระเด็นกลิ้งไปด้านข้าง ส่วนอะบอมิเนชันก้มมองแผลเล็ก ๆ บริเวณข้อศอก สีหน้าตกใจปนโกรธจัดปรากฏขึ้นทันที

“ไอ้แมลงสาบสกปรก ถ้ามีปัญญาก็มาสู้กับฉันตรง ๆ สิ!!!”

อะบอมิเนชันคำรามลั่น

แต่บาร์ตันไม่ใช่คนโง่ จะให้เขาไปสู้ประชิดกับศัตรูสายแทงก์แบบนี้ได้ยังไง?

ซ่อนตัวอยู่ไกล ๆ แล้วยิงธนูไม่ดีกว่าหรือไง?

ในเวลาเดียวกัน เงาร่างหนึ่งก็พุ่งเข้าประชิดอะบอมิเนชันจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับจังหวะที่ร่างนั้นกระโดดสูง แสงสีแดงวาบผ่านอากาศ เสียงเสียดสีคล้ายโลหะฉีกขาดดังแสบแก้วหู พร้อมเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด บริเวณท้ายทอยของเขาถูกเปิดเป็นแผลยาวกว่าสิบเซนติเมตร เลือดสีเขียวทะลักออกมาทันที

นาตาชาลงพื้นอย่างมั่นคง เธอมองคราบเลือดบนอาวุธในมือแล้วยิ้มบาง ๆ

“ทุกคน~! ฉันทำให้เขาบาดเจ็บได้แล้ว สร้างโอกาสให้ฉันเพิ่มหน่อย”

เธอแจ้งผ่านอุปกรณ์สื่อสาร

อีกด้านหนึ่ง โคลสันที่กำลังสู้จากระยะไกลก็ถืออาวุธรูปร่างประหลาดไว้ในมือ มันดูคล้ายปืน แต่แตกต่างจากอาวุธปืนบนโลกอย่างสิ้นเชิง อย่างแรกคือปากกระบอกที่ใหญ่ผิดปกติ ใหญ่พอจะยัดกำปั้นเข้าไปได้

“พลังงานฝั่งฉันชาร์จไป 70% แล้ว”

โคลสันพูด

เขาเหลือบมองแถบพลังงานข้างอาวุธ ตัวชี้เลื่อนไปถึงตำแหน่ง 70% แล้ว

“ถ่วงเวลาอีกหน่อย!”

อีกด้าน เมลินดาที่รับหน้าที่ประชิดเช่นกัน ตอนนี้สวมชุดต่อสู้สีดำ เธอเคลื่อนไหวว่องไวรอบตัวอะบอมิเนชัน หลบการโจมตีบ้าคลั่งของมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมใช้ใบมีดสีดำคมกริบในมือทิ้งรอยแผลตื้น ๆ ไว้ตามร่างของมัน

แต่แผลพวกนั้นยังไม่ทันมีเลือดซึมก็ปิดสนิทแล้ว

ชัดเจนว่าการโจมตีแบบนี้แทบไม่มีประโยชน์ นอกจากทำให้อะบอมิเนชันโกรธจัดยิ่งกว่าเดิม

พูดอีกอย่างคือ มีเพียงอาวุธสองเล่มในมือของนาตาชาเท่านั้นที่สมราคาสูงลิ่วของมัน สามารถสร้างบาดแผลที่เห็นได้ชัดกับอะบอมิเนชันได้จริง

แต่......

ก็แค่บาดแผลระดับผิวหนังเท่านั้น!

นอกจากสร้างความเจ็บปวดเล็กน้อยแล้ว บาดแผลนั้นก็สมานตัวในไม่กี่วินาที

แม้ความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองของอะบอมิเนชันจะเทียบฮัลค์ไม่ได้ แต่สำหรับนาตาชาที่ต้องการสร้างความเสียหายอย่างมีประสิทธิภาพ ความสามารถนี้ก็ทำให้เธอปวดหัวมากแล้ว

เพราะงั้น......

เธอต้องการเพื่อนร่วมทีมช่วยสร้างช่องว่างให้เธอมากกว่านี้!

ขณะที่เจ้าหน้าที่ชีลด์ทั้งสี่กำลังรวมทีมล้มบอส โจวหยาที่มาถึงสนามรบตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่ยังไม่ลงมือ ยังคงประเมินช่องว่างพลังระหว่างตัวเองกับอะบอมิเนชัน

“อย่างที่คิด พลังของไอ้ยักษ์นี่เหนือกว่าฉันอยู่ดี แต่ดูเหมือนมันจะไม่ค่อยคล่องตัว ด้านนี้ฉันยังพอมีข้อได้เปรียบ”

โจวหยาวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของอะบอมิเนชัน

แต่ถึงจะพูดแบบนั้น โจวหยาไม่ใช่สายลับมากประสบการณ์แบบนาตาชาหรือเมลินดา เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดที่แค่เห็นก็ชวนขนลุกแบบนี้ เธอก็ไม่แน่ใจว่าถ้าสู้จริง ๆ ตัวเองจะตกใจจนปฏิกิริยาช้าลงหรือเปล่า

ต้องรู้ไว้ว่า แม้พลังของอะบอมิเนชันจะด้อยกว่าฮัลค์ แต่หมัดหนึ่งก็หนักระดับหลายสิบถึงหลายร้อยตัน ด้วยพลังแบบนั้น กับร่างเล็ก ๆ ของเธอ แค่หมัดเดียวก็อาจทำให้นอนลุกไม่ขึ้นไปนาน

ถ้าพลาดโดนโจมตีเข้า โจวหยาไม่กล้านึกถึงผลลัพธ์เลย

เพราะแบบนี้ ถึงเธอจะมาถึงสนามรบนานแล้ว ก็ยังลังเลว่าจะลงมือดีไหม

เธอพร้อมจริง ๆ แล้วหรือยัง?

ในใจโจวหยาก็ยังไม่มั่นใจนัก!............

โจวหยาไม่ได้ตั้งใจซ่อนตัว ดังนั้นคนของชีลด์ก็สังเกตเห็นเธอตั้งนานแล้ว

แต่นิค ฟิวรี่จำได้ว่าเธอคือเจ้าของร้านเวทมนตร์ลึกลับคนนั้น จึงไม่ได้สั่งให้ใครเข้าไปติดต่อ

ตอนแรกนิค ฟิวรี่คิดว่าเธอมาที่นี่เพื่อจัดการอะบอมิเนชัน

แต่รอมานานแล้วอีกฝ่ายก็ไม่มีท่าทีจะลงมือ ทำให้นิค ฟิวรี่เริ่มงง

เขาไม่รู้เลยว่าเหตุผลที่โจวหยายังไม่ลงมือ เป็นเพราะเธอไม่มั่นใจในพลังตัวเอง และเพราะประสบการณ์ต่อสู้น้อย เลยกังวลและกลัวอยู่บ้าง

นิค ฟิวรี่กลับคิดว่าเจ้าของร้านเวทมนตร์คงมีแผนอะไรบางอย่าง และยังคงคาดเดาอยู่ในใจ

อีกด้านหนึ่ง คลาร์กที่ไม่ได้ปิดบังตัวตนเหมือนกัน ก็อยู่ภายใต้สายตาสังเกตของนิค ฟิวรี่

แต่เมื่อเทียบกับโจวหยาที่ใส่หน้ากากจนมองสีหน้าไม่ออก ความคิดของคลาร์กเดาได้ง่ายกว่าเยอะ เพราะเขายืนอยู่ตรงขอบดาดฟ้า ทำหน้าตาเหมือนมาดูโชว์ชัด ๆ

หมอนี่มาดูละครเฉย ๆ!

นิค ฟิวรี่สบถคำขึ้นต้นด้วย F อยู่ในใจหลายคำ แต่ก็ทำอะไรคลาร์กไม่ได้

ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือจัดการอะบอมิเนชันให้ได้!

ในฐานะผู้สังเกตการณ์ นิค ฟิวรี่มองออกชัดเจน แม้นาตาชากับคนอื่น ๆ จะกดอะบอมิเนชันไว้ชั่วคราว ไม่ให้มันสร้างความเสียหายเพิ่ม แต่พวกเขาเองก็ยังไม่สามารถกำจัดมันได้

แม้แต่นาตาชาที่มีพลังโจมตีแรงที่สุดในกลุ่ม ก็ทำได้แค่สร้างบาดแผลผิวเผินด้วยอาวุธในมือ

ความหวังเดียวจริง ๆ น่าจะอยู่ที่อาวุธในมือของโคลสัน!

เพียงแต่......

อาวุธนั้นยังเป็นแค่ต้นแบบทดลอง ประสิทธิภาพจริงยังไม่แน่ชัด ถ้าไม่ใช่สถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ นิค ฟิวรี่คงไม่ยอมให้อาวุธทดลองขึ้นสนามจริง

แต่ก็ไม่มีทางเลือก แม้ชีลด์จะรับมือเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเป็นประจำ ทว่าปกติเป็นเหตุการณ์ที่จัดการได้ง่ายกว่านี้

ไม่เหมือนอะบอมิเนชันตรงหน้าที่เกินขีดความสามารถพวกเขาไปแล้ว

จึงทำได้เพียงหยิบของที่ยังอยู่ในขั้นทดสอบออกมา หวังว่ามันจะสร้างปาฏิหาริย์ได้!

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ]

………

จบบทที่ บทที่ 615: ทดลองอาวุธต้นแบบ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว