เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 217 : ต้นกำเนิดแดนลับ – หัวใจมังกรซากศพ (4)

Chapter 217 : ต้นกำเนิดแดนลับ – หัวใจมังกรซากศพ (4)

Chapter 217 : ต้นกำเนิดแดนลับ – หัวใจมังกรซากศพ (4)


ยิ่งหลินเซวียนคิดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกอับจนมากเท่านั้น

ทำไมเขาถึงได้มีสกิลเกรดทองดำเยอะนักนะมาตอนนี้เลยเลือกยากขึ้นมาซะอย่างนั้น!

“น่าเสียดายที่เราไม่รู้ความสามารถของสกิลเหล่านี้หลังจากอัพเกรดคุณภาพของมันไม่อย่างนั้นก็คงจะดูทุกสกิลก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ”

หลินเซวียนคิดแล้วคิดอีกและสุดท้ายก็ยังคงเลือกสกิล [ร่างแยกขั้นสูง]

สกิลนี้ช่วยเขาได้เยอะมาก ถ้าเขาอัพเกรดไปไกลกว่านี้ก็อาจจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงเหนือจินตนาการขึ้นมาก็เป็นได้

“ถ้าฉันจำไม่ผิดรู้สึกว่าบนโลกใบนี้จะไม่มีสกิลเกรดเซียนเจ็ดสีปรากฏมาก่อน กระทั่งนักสู้ขอบเขตที่9เองอย่างมากก็มีเพียงสกิลเกรดทองดำเท่านั้น”

เขาจำเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจนเพราะเมื่อตอนที่อยู่ในเมืองเครนขาว แบล็คเคยเอ่ยเรื่องนี้กับเขา

คุณภาพของสกิลของนักสู้ขอบเขตที่9อย่างมากก็เพียงระดับทองดำเท่านั้นแต่ตัวแบล็คเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าจะยกระดับพวกมันขึ้นไปยังไง

หนังสือที่หลินเซวียนหาอ่านในกองพลก่อสร้างกับทุ่งราบมหาสวรรค์เองก็ไม่เคยแสดงให้เห็นเลยว่าปรากฏสกิลระดับเหนือกว่าเกรดตำนานทองดำขึ้นมาบนโลกมาก่อน

“ต้นกำเนิดแดนลับคือหนึ่งเดียวในโลกแล้วล่ะ!” หลินเซวียนเอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้นร้นปรี่

เขาควบคุมร่างของดาบพิษให้เดินเข้าไปสัมผัสกับหัวใจมังกรซากศพ

หัวใจมังกรซากศพพลันลดขนาดลงเหลือเท่ากำปั้นและตกลงมาในฝ่ามือของเขา

“ใช้งานหัวใจมังกรซากศพเพื่อเพิ่มระดับคุณภาพของสกิลร่างแยกขั้นสูง” หลินเซวียนพึมพำออกมา

ครืน!

ร่างทั้งร่างของดาบพิษระเบิดแสงเจ็ดสีออกมาซึ่งก็ถูกปกคุลมอยู่ภายใต้กลิ่นหอมกำจายที่ลอยฝุ้งอีกคำรบ

บนหน้าต่างค่าสถานะของหลินเซวียนตรงตัวหนังสือที่เขียนว่า ‘สกิลร่างแยกขั้นสูง’ เองก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ภายในเมืองหวังเซี่ยในเวลานี้พลันบังเกิดลำแสงสีรุ้งเจ็ดสีพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า!

ผีดิบทั้งหมดต่างถูกแสงสีรุ้งนี้สาดส่องจนต้องกรีดร้องออกมาและวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่งเนื่องจากถูกเผาไหม้

หัวหน้าองค์กรทุ่งราบมหาสวรรค์กับทาคุมิเองก้เห็นลำแสงนี้จากที่ไกลๆจึงเอ่ยออกมาด้วยความตกตะลึง “เกิดอะไรขึ้น?!”

หัวหน้าองค์กรตกตะลึงยิ่งนัก “ฉันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายน่าตะหนกจากเสาแสงนั่น”

เทียนอวี้ ทาคุมิเองก็ตกตะลึงเช่นกัน

“ไปดูกันเถอะ!”

หัวหน้าองค์กรโบกมือส่งสัญญาณให้ทาคุมิตามเขาไป

เมื่อคนทั้งสสองมาถึงก็พบว่าเสาแสงนั้นพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน

เทียนอวี้ ทาคุมิสะบัดมือเรียกหุ่นยนตร์สองตัวออกมาจากอุปกรณ์เก็บของและสั่งให้พวกเขาเริ่มขุดดินอย่างรวดเร็ว

หนึ่งเมตร ห้าเมตร ยี่สิบเมตร...อย่างไรก็ตามไม่ว่าพวกเขาจะพยายามขุดมากแค่ไหนแต่เสาแสงเจ็ดสีนั้นกลับอยู่ลึกลงไปเรื่อยๆ!

หัวหน้าองค์กรขมวดคิ้วมุ่น

...

คุกอสูร

เฒ่าอิวาน โคโดและฮอลล์ต่างนอนจมกองเลือดอยู่  ในตอนนี้พวกเขาใกล้จะสิ้นชีพกันเต็มที

หยินหูและลู่หลัวเองก็ถูกกระแทกร่างของปลิวกระเด็นออกไป หนึ่งในพวกเขานั้นเสียแขนไปขณะที่อีกคนก็เสียขา

ขายาวสลวยของลู่หลัวกระทั่งถูกกระแทกจนหัก

บรรยากาศภายในคุกอสูรในเวลานี้ค่อนข้างอึมครึมไม่น้อย

เดิมทีด้วยความช่วยเหลือจากเฒ่าอิวานและคนอื่นๆอีกสองคนนักสู้ของทุ่งราบมหาสวรรค์คนอื่นๆย่อมไม่อาจเข้ามายังคุกอสูรชั้นที่8ได้อย่างแน่นอน

หากแต่ยามาโมโตะ ชินจินั้นไม่ใช่คนโง่ที่สมองเต็มไปด้วยไขมัน

ทันทีที่เขาได้ยินเสียงสัญญาณเตือนดังเขาก็รีบรุดหน้ามาที่นี่ทันที

การโจมตีแรกของเขาบดขยี้ชุดเกราะแสงทองของฮอลล์จนแหลกละเอียด การโจมตีที่สองทำลายปราณเลือดที่โคโดเพิ่งจะดูดซับไป การโจมตีที่สามทำลายม่านพลังน้ำแข็งที่เฒ่าอิวานสร้างขึ้นมาจนแตกสลาย

“แกก็ยังมาช้าไปอยู่ดี...นักสู้ขอบเขตที่9ของกองพลก่อสร้างกำลังจะมาถึงแล้ว” อสูรโลหิตโคโดพ่นเลือดออกมาก่อนจะหัวเราะเสียงดังลั่น

ประตูแสงที่ถูกเปิดโดยกุญแจสุริยันนั้นได้เปิดออกจนสมบูรณ์แล้ว

ยามาโมโตะ ชินจิเองก็เตรียมพร้อมโจมตีเช่นกันเขาจึงจับจ้องมองไปที่ประตูแสงเขม็ง

ตราบใดที่มีคนก้าวออกมาเขาก็จะลงมือเต็มกำลังในทันที!

ต่อให้อีกฝ่ายเป็นนักสู้ขอบเขตที่9ผู้โด่งดังก็ต้องได้รับบาดเจ็บหนักแน่นอน!

ใครจะมากันลู่ผิงเจียงเหรอ? หรือลู่ผิงไห่? หรือจะเป็นหว่านโหยวซี? แต่คงไม่มีทางเป็นเย่หลี่เจียงแน่นอน แม้ว่าสตรีผู้นั้นจะเป็นถึงผู้นำหมายเลข1ของกองพลก่อสร้างแต่ก็ยากนักที่จะลงมือ

หลายครั้งหลายครั้งที่เธอนั้นใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการจัดการเรื่องสำคัญของกองพลก่อสร้าง

ถ้าเย่หลี่เจียงมาจริงๆยามาโมโตะ ชินจิก็เบาใจ

เขารู้สึกว่าเขาสามารถสะกดเย่หลี่เจียงในการต่อสู้ได้อย่างแน่นอน

ยามาโมโตะ ชินจิในเวลานี้อบอวลไปด้วยจิตสังหารข้นคลั่ก

เขาขมวดคิ้วมุ่นด้วยร่างกายที่กล้ามเนื้อทุกส่วนตึงเครียดเตรียมพร้อมโจมตีทุกเมื่อ

เงาร่างร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นภายในประตูแสงและเกือบจะเข้าเท้าผ่านเข้ามาเต็มที

ยามาโมโตะ ชินจิแค่นเสียงเยาะพร้อมกับเหวี่ยงฟาดคมดาบสีแดงเลือดลงไปอย่างดุดันไร้ปรานี!

ด้ววยดาบนี้ที่ดูราวกับจะนำมาซึ่งเสียงกรีดร้องของวิญญาณอาฆาตและเสียงคำรามของอสูรนับไม่ถ้วน ทุกคนในคุกอสูรชั้นที่8ต่างรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดเหนือประมาณเมื่อได้ยินเสียงฟาดฟันนี้

ประหนึ่งว่าศีรษะของพวกเขาถูกค้อนตะปูตอกก็ไม่ปาน!

“การโจมตีนี้ของฉันต่อให้แกไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัส!” ยามาโมโตะ ชินจิเต็มไปด้วยความมั่นใจล้นเหลือ

หากแต่เมื่อดาบนี้ถูกฟาดฟันออกไปอีกฝ่ายกลับเหยียดยื่นมือสีขาวบริสุทธิ์ออกมาเพียงเท่านั้น

ใจกลางฝ่ามือนั้นมีน้ำวนสีดำขนาดเล็กหมุนอยู่ เมื่อแสงดาบฟาดปะทะลงบนร่างของเธอก็พลันถูกดูดเข้าไปในน้ำวนสีดำนั่นในพริบตา

“ยามาโมโตะ ชินจิหลายปีผ่านมาแล้วแต่นายกลับไม่พัฒนาเลยแม้แต่น้อย” น้ำเสียงงามสง่าฟังดูเป็นผู้หญ่ดังออกมาจากประตูแสง

พริบตาต่อมาเย่หลี่เจียงสตรีผมขาวก็เดินออกมาอย่างช้าๆ

เธอชูมือขึ้นมาพริบตานั้นแสงดาบสีโลหิตที่ยามาโมโตะ ชินจิฟาดฟันออกมาพลันกลับกลายเป็นเล็กจิ๋ว

แสงดาบนี้ถูกน้ำวนสีดำพันธนาการเอาไว้อย่างแน่นหนาจนไม่อาจกระดุกกระดิกได้ไม่ว่าจะพยายามเช่นไรก็ตาม

สีหน้าของยามาโมโตะ ชินจิพลันเปลี่ยนไปแบบพลิกฟ้าคว่ำปฐพี

จบบทที่ Chapter 217 : ต้นกำเนิดแดนลับ – หัวใจมังกรซากศพ (4)

คัดลอกลิงก์แล้ว