เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 187 : ความตายของแฝดอสูร! (3)

Chapter 187 : ความตายของแฝดอสูร! (3)

Chapter 187 : ความตายของแฝดอสูร! (3)


นอกจากนี้เขายังใช้มันไปกับการป้องกันหอกเพลิงของชิมาดะ ริวยะอีกครั้ง นี่จึงเป็นครั้งสุดท้ายที่เหลือแล้ว

หากแต่ในเวลานี้เองเขากลับสังเกตเห็นรอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าของอีกฝ่าย

วิสัยทัศน์ของเขาพลันพร่ามัวและเงาร่างเบื้องหน้านั้นก็พลันมลายหายไป

หัวใจของอสูรโลหิตเต้นไม่เป็นจังหวะและรีบหมุนตัวไปด้านหลังตามสัญชาตญาณแต่ความเร็วของเขานั้นช้าเกินไป ดาบสั้นเล่มหนึ่งได้แทงเข้าใส่แผ่นหลังของเขาแล้ว!

ดาบสั้นเล่มนี้เจาะทะลวงรูบนหน้าอกของเขาที่ถูกชิมาดะ ริวยะสร้างเอาไว้และหมุนควงอย่างโหดเหี้ยม!

สกิล [ผนึกโลหิต] ทำงาน!

เป้าหมายติดสถานะพิษ! อัตราการโจมตีติดคริติคอลโดยรวมคือ100%!

คริติคอล! ความเสียหายจากการโจมตีคริติคอลทั้งหมด+920%!

ทันทีที่ดาบสั้นฟันลงไปอสูรโลหิตก็พลันรู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวความตายที่โอบล้อมรอบกายของเขาเอาไว้ขึ้นมา

ร่างทั้งร่างของเขาหนาวสั่นไปจนถึงกระดูกราวกับเนื้อหนังถูกลอกออกไป

ในเวลานี้เองตุ๊กตาไล่ฝนที่ห้อยอยู่บนเอวก็เขาก็พลันแตกสลายไม่มีชิ้นดี!

มาถึงตรงนี้อสูรโลหิตถึงพึ่งจะได้รับรู้ด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้งว่าถ้าไม่ใช่เพราะสมบัติช่วยชีวิตที่หัวหน้าองค์กรมอบให้กับเขาเขาคงตายไปแล้วหนหนึ่ง!

“มีไอเทมช่วยชีวิตเยอะจังแฮะ เป็นปัญหาจริงๆ” ดาบพิษพึมพำกับตัวเอง

เช่นเดียวกับตอนสังหารซาโต้ ฮารุกะ

ไอเทมที่มีความสามารถราวกับบัคพากันปรากฏขึ้นมาชิ้นแล้วชิ้นเล่า ตั้งแต่ใบไม้สีเหลืองที่สามารถป้องกันการโจมตีได้ น้ำกรดกรัดกร่อนอาวุธและตุ๊กตาไล่ฝนซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวตายตัวแทน

สมแล้วที่เป็นนักสู้ที่หัวหน้าองค์กรฝูมฝักมาอย่างดี อสูรโลหิตผู้นี้เองก็มีไอเทมช่วยชีวิตติดตัวเอาไว้เหมือนกัน

“แต่ก็ไม่เป็นไรก็แค่ฆ่าอีกรอบก็จบ”

ดาบพิษแค่นเสียงเยาะแล้วกระโจนเข้าใส่อีกครั้ง

อสูรโลหิตในที่สุดก็ตอบสนอง

เขาเผาผลาญพลังชีวิต30%ของตนเพื่อเปิดใช้งานสกิลที่ทรงพลังที่สุด

ในชั่วพริบตานั้นพายุคมมีดน่าสะพรึงก็พลันปรากฏขึ้นรอบกายของเขาและเข้าปกคลุมดาบพิษเอาไว้จนมิด!

“พี่เองก็ใช้สกิลนี้แล้วเหมือนกันสินะ...”

ขณะที่อสูรตะกละและชิมาดะ ริวยะกำลังสู้กันอยู่นั้นเขาก็พลันสังเกตเห็นพายุคมดาบสีแดงฉานที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า15เมตรพริบตานั้นหัวใจของเขาพลันสั่นสะท้านขึ้นมา

ชิมาดะ ริวยะเองก็สังเกตเห็นเช่นกันจึงอุทานออกมา “นั่นมัน... [พายุคมดาบ] จากเมืองหลสวของแดนต้นกก!”

ในฐานะของบุตรบุญธรรมของซาโต้ ทาเคะเขาย่อมเคยมาฝึกฝนที่แดนต้นกกแห่งนี้ตั้งแต่กลายเป็นนักสู้ขอบเขตที่7แรกๆ

เขารู้เกี่ยวกับภูเขาวัชระ แม่น้ำล้างทอง เมืองหวังเซี่ย เมืองหลวงแดนต้นกกและกระทั่งคุกอสูรเป็นอย่างดี

เขาเคยได้ประสบพบเจอกับพลังของสกิลนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง

เมื่อใช้งานสกิลนี้จำเป็นต้องเผาผลาญพลังชีวิตของผู้ใช้ตั้งแต่10จนถึง50%

หลังจากนั้นพายุคมดาบอันน่าสะพรึงจะก่อร่างขึ้นมารอบตัวผู้ใช้เป็นเวลาสามนาที

ยิ่งเผาผลาญพลังชีวิตมากเท่าไหร่ความกว้างของพายุคมดาบสีเลือดและความเสียหายก็จะยิ่งสูงเท่านั้น

ทุกสิ่งภายในขอบเขตของพายุคมดาบนี้จะถูกคมดาบขนาดจิ๋วนับไม่ถ้วนตัดเฉือนอย่างบ้าคลั่ง

ตามปกติแล้วสิ่งมีชีวิตทุกประเภทย่อมถูกหั่นจนกลายเป็นชิ้นเนื้อขนาดเล็ก

ชิมาดะ ริวยะเองก็เคยใช้สกิลนี้มาหนหนึ่ง

หากแต่สกิลประจำอาชีพของเขานั้นก็เผาผลาญพลังชีวิตอยู่แล้ว ถ้าเขาใช้สกิลนี้เพิ่มอีกคงจะไม่ใช่การสังหารศัตรูแต่เป็นการฆ่าตัวตายเสียมากกว่า

วิธีรับมือกับสกิลนี้นั้นมีอยู่

พายุคมดาบเป็นสกิลโจมตีวงกว้างที่มีความเร็วในการโจมตีสูง ความสามารถในการทำให้ติดสถานะเลือดออกสูงและมีความเสียหายต่ำ

ตราบใดที่อีกฝ่ายมีสกิลและอุปกรณ์สวมใส่ที่สามารถลดความเสียหายได้ก็จะลดความรุนแรงของสกิลไปได้อย่างมหาศาล

“โชคไม่ดีนักที่เจ้าหมอนั่นเป็นนักฆ่า นักฆ่าย่อมไม่มีทางเตรียมการรับมือกับสกิลแบบนี้เอาไว้แน่ๆ”

ชิมาดะ ริวยะส่ายหัว

ในความเป็นจริงแล้วเขาจดจำคนผู้นี้ได้ตั้งแต่มาถึงยอดเขาวัชระแล้ว

มู่เฉียงผู้นี้ครั้งหนึ่งเคยทำให้ซาโต้ ฮารุกะได้รับบาดเจ็บ

บิดาบุญธรรมของเขาสั่งการเอาไว้ว่าถ้าพบเจอคนผู้นี้หรือไอดะ เหมยเขาจะต้องสังหารพวกมันทิ้ง

นอกจากนี้เขายังตรวจสอบข้อมูลของมู่เฉียงแล้ว

อีกฝ่ายเป็นนักฆ่า100%

อย่างมากที่สุดก็อาจจะมีเรียนรู้สกิลประเภทน้ำแข็งเอาไว้บ้าง

นักสู้ประเภทนี้ย่อมไม่มีทางรอดมาจากพายุคมดาบสีเลือดได้แน่นอน

แทนที่จะกังวลเรื่องของมู่เฉียงเขาควรจะกังวลว่าจะรับมือกับสถานการณ์หลังจากมู่เฉียงตายยังไงเสียมากกว่า ถ้ามู่เฉียงตายก็จะไม่มีใครหยุดอสูรโลหิตแล้ว

อสูรโลหิตหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ตายซะ! ฉันแทบจะทนรอดูแกถูกหั่นเป็นชิ้นๆไม่ไหวแล้ว!”

เขายืนอยู่ใจกลางของพายุคมดาบสีแดงฉานซึ่งจุดที่เขายืนนั้นก็เปรียบได้กับตาพายุ

บริเวณนี้ปราศจากคมดาบแต่อย่างใดดังนั้นตัวเขาจึงปลอดภัยไร้เรื่องราว

ขณะที่ศัตรูของเขานั้นจะถูกคมดาบสีแดนฉานซึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงนับไม่ถ้วนโอบล้อมรอบกาย

อีกฝ่ายย่อมต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย

ขณะเดียวกันฮิราโนะ ยูติเองก็เบิกตากว้าง เขากำหมัดแน่นและสีหน้าเองก็เริ่มซีดเผือด

“มู่...มู่เฉียง!”

ดวงตาของเขาแดงก่ำและไม่กล้ามองดูฉากอันน่าสยดสยองนี้

หากแต่ในวินาทีนั้นเองอสูรโลหิตกลับเริ่มส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“ทำไม...ทำไมเลือดของฉันถึงลดลงเรื่อยๆ?! ฉันเป็นคนที่ใช้พายุคมดาบนะโว้ย!”

น้ำเสียงของอสูรโลหิตอัดแน่นไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ตัวเขายังไม่โดนโจมตีเลยแต่พลังชีวิตกลับลดลงราวกับน้ำตก!

เพียงพริบตาเดียวพลังชีวิตของเขาก็ลดลงแตะ10%แล้ว!

บวกกับเมื่อตอนที่สู้กับดาบพิษเมื่อครู่พลังชีวิตของเขาก็ลดต่ำลงมากแล้วจากผลของทั้งสถานะเลือดออกและสถานะติดพิษ

พลังชีวิตของเขาจึงลดลงเรื่อยๆใกล้จะ0%เต็มแก่!

น้ำเสียงแผ่วเบาของดาบพิษดังออกมาจากพายุคมดาบ! “ทำไมพลังชีวิตของนายถึงลดลงเรื่อยๆน่ะหรอ?”

“แน่นอนว่าเป็นเพราะ...”

ดวงตาของอสูรโลหิตเบิกกว้างคล้ายจะอยากได้ยินเหตุผล “เพราะ....”

“อั่ก!”

พลังชีวิตของอสูรโลหิตลดลงเหลือ0%!

ดวงตาของเขาเบิกโพรงด้วยความโกรธและร่างคนเองก็ค่อยๆทิ้งตัวลงบนพื้นด้วยด้วยท่าทีไม่ยินยอม!

“ฉันยังคิดหาข้ออ้างไม่ถูกเลยแล้วจะบอกนายยังไงดีล่ะ?”

หลินเซวียนสบถอยู่ในใจ

เขาไม่เคยคิดเลยว่าจู่ๆอสูรโลหิตจะเลือกใช้วิธีฆ่าตัวตายแบบนี้

หากแต่พายุคมดาบสีเลือดที่มีความกว้าง15เมตรของเขานั้นแม้จะดูน่าสะพรึงแต่ความเสียหายของมันก็ไม่เร็วเท่าอัตราการฟื้นฟูพลังชีวิตของเขาอยู่ดี

จบบทที่ Chapter 187 : ความตายของแฝดอสูร! (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว