เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 159 : วังวนทมิฬ - การสมรู้ร่วมคิดครั้งใหญ่

Chapter 159 : วังวนทมิฬ - การสมรู้ร่วมคิดครั้งใหญ่

Chapter 159 : วังวนทมิฬ - การสมรู้ร่วมคิดครั้งใหญ่


ยามาโมโตะเป็นคนระมัดระวังตัวมากคนนึง

เพื่อยกระดับความสามารถของ [มุกเวทย์มนตร์ผีดิบ] เขาจึงได้สังหารนักสู้ขอบเขตที่6มาแล้วกว่า25คน ที่ผ่านมาเขามักจะลอบสังหารอย่างลับๆและสังหารเพียงครั้งละคนเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นเขายังไม่เคยสังหารนักสู้ของหน่วยสืบราชการลับเลยดังนั้นเขาจึงไม่เคยทำให้หน่วยสืบราชการลับของเมืองโคซากะรู้ตัวเลยซักครั้ง

ตอนนี้เขาห่างจากเป้าหมายในการสังหารนักสู้ขอบเขตที่6 30คนเพียง5คนเท่านั้น

ดังนั้นครานี้เขาจึงวางแผนจะใช้โอกาสที่หมู่บ้านผีหิวโหยนั้นเกิดความวุ่นวายเพื่อสังหารนักสู้ขอบเขตที่6อีก5คนที่เหลือในคราวเดียวและเสริมพลังให้กับ [มุกเวทย์มนตร์ผีดิบ] ให้สมบูรณ์

เขาเป็นนักสู้ขอบเขตที่7และสามารถเทมผีหิวโหยให้มาช่วยสู้ได้ การจะสังหารนักสู้ขอบเขตที่6ทั้งหมดที่นี่นั้นก็เป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น

ยังไงซะเขาก็สามารถโยนความผิดทั้งหมดให้กับผีหิวโหยได้อยู่แล้ว หลังจากสังหารนักสู้ขอบเขตที่6เหล่านี้แล้วและทำลายศพของพวกเขา ทางหน่วยสืบราชการลับเองก็คงไม่อาจหาเบาะแสใดได้

นักสู้สตรีที่หลบซ่อนอยู่ในชั้นใต้ดินนั้นคือคนสุดท้ายแล้ว

ในเมื่อคนผู้นั้นได้เห็นทุกอย่างไปแล้วก็เป็นไปไม่ได้ที่ยามาโมโตะจะปล่อยเธอไป

อย่างไรก็ตามเจ้าหมอนี่ที่จู่ๆก็โผล่มามันโผล่มาจากไหนกัน?!

ศีรษะของยามาโมโตะอื้ออึงยิ่งนัก

ความคิดของเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“อย่าฆ่าฉันเลย ฉันจะให้ทุกอย่างที่นายต้องการเลยขอแค่ไว้ชีวิตฉันก็พอ”

ยามาโมโตะสูดลมหายใจเข้าลึกและเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก

ดาบพิษหัวเราะ “นายจะให้อะไรฉันบ้างล่ะ?”

ยามาโมโตะซึบาสกัดฟันเอ่ย “แก่นแท้2ล้าน อุปกรณ์เกรดสีทอง1ชิ้นและไข่มุกแดนลับ80เม็ด”

หลินเซวียนเบ้ปาก

เจ้าหมอนี่ยากจนจริงๆ

“เอาพวกมันทั้งหมดออกมาสิ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

ยามาโมโตะเอ่ยเสียงต่ำ “แต่ถ้านายยังคิดจะฆ่าฉันอยู่อีกล่ะ?”

ดาบพิษยิ้มอ่อน “ชีวิตของนายอยู่ในมือฉัน ฉันคือคนที่ตัดสินใจไม่ใช่นาย”

ยามาโมโตะเงียบไปซักพักก่อนจะเหยียดมือไปยังอุปกรณ์เก็บของอย่างช้าๆ

ดวงตาของดาบพิษเองก็จ้องเขม็งมาที่มือของเขาเช่นกัน

พริบตาต่อมาระเบิดควันก็พลันระเบิดออก

ดาบพิษพลันรู้สึกได้ว่าคนที่เขาจับเอาไว้นั้นหลุดมือออกไป

พริบตาต่อมายามาโฒโตะก็หลบหนีออกไปจากเขาได้ไกลกว่า10เมตร

ในเวลาเดียวกันเขาก็สั่งให้ผีหิวโหยทั้งสามตัวกระโจนเข้าไปหยุดดาบพิษเอาไว้

“คิดจะฆ่าฉันงั้นหรอ? ไว้ชาติหน้าเถอะ!”

ยามาโมโตะแค่นเสียงและหลบหนีไปโดยไม่แม้แต่จะหันหลังกลับมามอง

ปัง!

พริบตาต่อมาใบหน้าของเขากลับกระแทกเข้าใส่แผงอกแข็งกล้า

“นายนี่มีวิธีเอาตัวรอดเยอะดีนะ” ดาบพิษแสยะยิ้มเหี้ยม

มือของเขายกชูขึ้นก่อนจะเหวี่ยงดาบลงมา!

เลือดสาดกระเซ็น!

ติดสถานะพิษ ติดสถานะเลือดออก การโจมตีติดคริติคอล!

ดวงตาของยามาโมโตะเบิกกว้างด้วยความโกรธาขณะที่มือของเขาเองก็ยกขึ้นมากุมลำคอเอาไว้ก่อนจะล้มลงแน่นิ่งบนพื้น

ก่อนที่เขาจะตายเขายังไม่ทันได้เข้าใจด้วยซ้ำ

เพื่อรักษาชีวิต เขาถึงขั้นหาชุดเซ็ตที่เพิ่มพลังชีวิตเป็นพิเศษเลยทีเดียว

พลังชีวิตของเขาจึงสูงกว่าจอมเวทย์ทั่วๆไปถึงหนึ่งในสาม

กระนั้นแล้วเขาก็ยังถูกบุคคลเบื้องหน้าผู้นี้สังหารในพริบตา!

เจ้าหมอนี่มันเป็นสัตว์ประหลาดแบบไหนกันแน่...

หากแต่ในตอนที่ความคิดนี้แล่นขึ้นมาในหัว ความมืดก็ได้ปกคลุมทัศนวิศัยน์ของเขาแล้ว

ไอเทมสามชนิดหล่นลงมาจากร่างกายของเขา

แก่นแท้300000 ไข่มุกแดนลับ20เม็ดและมุกเวทย์มนตร์ที่ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์

“นี่คือมุกเวทย์มนตร์ผีดิบงั้นหรอ? หลังจากสังหารนักสู้ขอบเขตที่6จำนวน30คนความสามารถที่4ก็จะถูกปลดล็อค ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าหมอนี่พยายามจะไล่ฆ่าคนนัก”

ดาบพิษส่ายหัวและยัดของเหล่านี้ลงกระเป๋า

แม้มันจะไม่มากแต่ก็ถือว่าเป็นกำไร เขาไม่ยี่หระกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว

“ออกมาเถอะเธอปลอดภัยแล้ว”

ดาบพิษตะโกน

หลังจากนั้นสาวน้อยผู้หนึ่งก็คลานออกมาจากชั้นใต้ดินของบ้านด้วยร่างกายอันสั่นเทา

ใบหน้าของเจ้าหล่อนซีดเผือดและริมฝีปากเองก็ซีดไม่ต่างกัน

บนแขนและขาเองก็มีบาดแผลเกลื่อนกลาดดูเหมือนจะเกิดจากฝีมือของผีหิวโหย กล้ามเนื้อบริเวณใกล้เคียงกับบาดแผลเองก็เริ่มเน่าและส่งกลิ่นไม่ค่อยดีนัก

“ขอบ...ขอบคุณมากค่ะ!”

สาวน้อยสะอื้นออกมาเบาๆ

ดาบพิษปรายตามองและพบว่าสาวน้อยผู้นี้ดูดีไม่เบา

ถ้าไม่ใช่เพราะรูปลักษณ์ที่ค่อนข้างยุ่งเหยิงเพราะพึ่งจะผ่านสถานการณ์เลวร้ายมาและบาดแผลบนร่าง เธอผู้นี้ก็น่าจะงดงามยิ่งกว่านี้

เธอไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนกับนางฟ้าจากสวรรค์ เครื่องหน้าของเธอนั้นสามารถเรียกได้ว่าปราณีตหากแต่เพราะเหตุผลบางอย่างทำให้เมื่อมองดูเธอแล้วเกิดความรู้สึกสบายตาและให้ความรู้สึกเหมือนกับน้องสาวข้างห้องเสียมากกว่า

ดาบพิษเองก็ใช้สกิลตรวจสอบดูแล้ว

เทียนอวี้หลาน นักสู้เลเวล1ขอบเขตที่6

‘เทียนอวี้? อย่าบอกนะว่าเป็นบุตรีที่สูญหายของเทียนอวี้ ฟอร์เจอร์?’ หัวใจของหลินเซวียนปั่นป่วนขึ้นมา

ไม่มีทางน่า ร่างแยกของเขาที่พึ่งจะมาถึงทุ่งราบมหาสวรรค์และมาที่นี่เพื่อหาแต้มบุญแต่กลับพบกับบุตรีของรองหัวหน้าสาขาของทุ่งราบมหาสวรรค์เข้าเนี่ยนะ

หรือครานี้เขาจะได้ความดีความชอบจากรองหัวหน้ากันนะ?

“เธอชื่ออะไร? เดี๋ยวให้ฉันพาออกไปจากที่นี่แล้วกัน” ดาบพิษถาม

หญิงสาวกระซิบตอบ “ฉันชื่อ...หลาน รบกวนแค่ช่วยพาฉันออกไปก็พอค่ะ”

หลินเซวียนขมวดคิ้วเล็กน้อย สาวน้อยนางนี้กลับไม่ยอมบอกนามสกุลงั้นหรอ?

จะทำแบบนั้นได้ยังไง!

เขาอยากจะพาเธอกลับไปเพื่อเคลมผลงานนะ

ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมเผยชื่อแล้วเขาจะได้ผลงานได้ยังไง?!

คิดได้ดังนี้เขาก็ควบคุมดาบพิษให้อุทานออกมา “ทำไมเธอถึงดูคุ้นๆกัน? ฉันจำได้แล้วเธอคือ...”

หญิงสาวยิ้มขมและเอ่ยขึ้น “บุตรีคนโตของตระกูลเทียนอวี้มีชื่อว่าเทียนอวี้ไฉค่ะ ชื่อของฉันคือเทียนอวี้หลาน ฉันรับใช้ตระกูลเทียนอวี้มานานมากแล้วและเนื่องจากฉันทำผลงานได้ดีก็เลยได้สกุลเทียนอวี้มา”

หลินเซวียน “???”

สาวน้อยเผยสีหน้าน่าสังเวชออกมา “คุณหนูมักจะไม่ค่อยลงรอยกับท่านเจ้าตระกูลเทียนอวี้เท่าไหร่นัก หากมีโอกาสเธอก็มักจะหลบหนีออกไปและให้คนรับใช้อย่างพวกเรามาปลอมตัวเป็นเธอเพื่อเข้าสู่แดนลับต่างๆเพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้อื่น ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น”

กล่าวจบเทียนอวี้หลานก็ยิ้มแหยๆอีกครั้ง “ฉันเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าทำไมบุตรีคนโตของตระกูลเทียนอวี้ถึงได้อยากจะหลบหนีเสียทุกวัน ถ้าฉันเป็นเธอฉันคงจะอยากอยู่ในตระกูลตลอดไปมากกว่า”

ดาบพิษถอนหายใจ

เป็นเช่นนั้นจริง

บางคนก็เกิดในโรมและบางคนก็เกิดมาทรงพลัง

เทียนอวี้หลานคนนี้ต้องทำตามคำสั่งของบุตรีคนโตอยู่แล้วในฐานะของข้ารับใช้ เมื่อบุตรีคนโตหลบหนีออกมาอย่างลับๆเธอก็หมายให้คนรับใช้เหล่านี้แสร้งเป็นเธอและเข้าสู่แดนลับอันตรายๆหลายแห่งเพื่อคอยดึงดูดความสนใจจากคนของตระกูลเทียนอวี้

“ไปเถอะ ฉันจะส่งเธอออกไปจากที่นี่” ดาบพิษยื่นโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตให้กับอีกฝ่ายและแสดงท่าทีให้เธอตามเขาไป

เทียนอวี้หลานพยักหน้า

อย่างไรก็ตามหลังจากก้าวเท้าได้เพียงครึ่งก้าวดาบพิษกลับได้ยินเสียงต่อสู้ดังขึ้นเบื้องหน้า

ผีหิวโหยนั้นดูเหมือนจะถูกนักสู้ที่ทรงพลังบางคนสังหารอย่างรวดเร็วและไม่มีความสามารถมากพอจะตอบโต้ได้เลยด้วยซ้ำ

เมื่อมองผ่านสกิล [ตรวจจับขั้นสูง] เขาก็พบกับนักสู้ชุดดำสามคน

เขาขบคิดเล็กน้อยและพลันหนักใจขึ้นมา

เมื่อตอนที่มุราตะมอบภารกิจนี้ให้กับเขา อีกฝ่ายนั้นกระทั่งบอกว่านักสู้ขอบเขตที่7นั้นยุ่งมากและไม่มีเวลาจะมาที่หมู่บ้านผีหิวโหยแห่งนี้เพื่อช่วยคนหรอก

หากแต่คนที่อยู่เบื้องหน้าพวกนี้สามารถสังหารผีหิวโหยได้ในพริบตา พวกเขาน่าจะเป็นขอบเขตที่7ไม่ผิดแน่

ดาบพิษหันไปเอ่ยกับสาวน้อย “พวกนักสู้ของตระกูลเทียนอวี้แต่งตัวกันแบบไหน?”

เทียนอวี้หลานชะงักไปชั่วขณะ “ชุดสีขาวและมีลายปักษ์รูปนก”

ดวงตาของดาบพิษพลันสาดประกายคมกริบ “ไปซ่อนตัวที่ชั้นใต้ดินอีกรอบนึงก่อน พวกที่กำลังฆ่าผีหิวโหยอยู่ข้างหน้านี่ดูเหมือนจะไม่ใช่นักสู้จากตระกูลเทียนอวี้”

เทียนอวี้หลานพยักหน้าและรีบไปซ่อนตัวในทันที

ดาบพิษจัดการกับศพของยามาโมโตะอย่างรวดเร็วและรีบสวมใส่ผ้าคลุมแห่งเงาเพื่อเร้นกายในเงาในทันที

ไม่นานนักคนสามคนในชุดคลุมสีดำก็ฆ่าสังหารผีหิวโหยตลอดทางจนมาถึงกลางหมู่บ้าน

“แปลก ยามาโมโตะไปไหนแล้ว?”

“พวกเรานำเจ้าหมอนั่นเข้ามาในแดนลับแห่งนี้เพื่อสังหารทุกคนที่อาจจะเป็นเทียนอวี้ไฉแท้ๆ อย่าบอกนะว่าหมอนั่นมันไปแล้ว?”

“เป็นไปไม่ได้น่า สัญญาณที่ฉันทิ้งเอาไว้กับหมอนั่นบอกว่ามันยังอยู่ในแดนลับนี้แต่ไม่อาจระบุตำแหน่งได้นี่สิ”

“ตรวจสอบดูก่อนเถอะ เราต้องรีบปิดปากยามาโมโตะแล้วค่อยตามหาคนจากตระกูลเทียนอวี้นั่น”

คนชุดดำทั้งสามคนกระจัดกระจายกันออกค้นหาในทันที

เมื่อได้ยินบทสนทนาของพวกนั้นหลินเซวียนก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง

เทียนอวี้ไฉคือบุตรีคนโตของตระกูลเทียนอวี้ที่หลบหนีออกมา

คนชุดดำทั้งสามคนนี้หมายจะสังหารทุกคนที่ต้องสงสัยว่าเป็นเธอ

หลินเซวียนตกตะลึงยิ่ง

ใครบางคนกลับกล้าแตะต้องบุตรีของรองหัวหน้าทุ่งราบมหาสวรรค์ด้วยรึนี่?

“ถึงฉันจะพึ่งมาถึงแต่ดูเหมือนจะเอาตัวเองเข้ามาเอี่ยวกับเรื่องสมคบคิดเข้าแล้วสิ”

หลังจากประหลาดใจอยู่ช่วงสั้นๆ หลินเซวียนก็ตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย

ยังไงซะที่นี่ก็คือทุ่งราบมหาสวรรค์ ไม่ว่าคนเหล่านี้จะวางแผนสังหารกันยังไงก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา

เขาจะทำสิ่งที่อยากจะทำ

สิ่งที่ทำให้หลินเซวียนมีความสุขก็คือดูเหมือนเขาจะสามารถเข้าไปกวนน้ำให้ขุ่นยิ่งกว่าเดิมได้!

“นักสู้ขอบเขตที่7ทั้งสามคนนี้มีระดับอยู่ที่เลเวล6ขอบเขตที่7 เลเวล5ขอบเขตที่7และเลเวล4ขอบเขตที่7ตามลำดับ”

“เลเวล6ขอบเขตที่7เป็นนักฆ่า”

“คนที่เป็นเลเวล5นั่นเป็นจอมเวทย์”

“และเลเวล4เป็นนักรบ”

หลินเซวียนคาดคำนวณและเริ่มขยับเข้าใกล้จอมเวทย์

จอมเวทย์สุดเปราะบางที่มาพร้อมกับพลังโจมตีมหาศาลหากแต่พลังชีวิตต่ำตมย่อมง่ายที่จะจัดการที่สุดแล้ว

คนชุดดำทั้งสามเหล่านี้ล้วนมีระดับสูงทั้งสิ้น ถ้าเขาเผชิญห้นกับอีกฝ่ายพร้อมๆกันระดับความอันตรายก็อาจจะสูงเกินไปหน่อย

ดังนั้นอย่างน้อยก็ต้องเก็บไปซักคนนึงก่อน

“แปลก...มีผีหิวโหยตกตายไปเป็นจำนวนมาก แล้วยามาโมโตะอยู่ที่ไหนกัน?”

จอมเวทย์โน้มตัวลงตรวจสอบโดยไม่รู้เลยว่ามีอันตรายใหญ่หลวงกำลังคืบคลานมาจากทางด้านหลัง

พริบตาต่อมาพลันปรากฏมือข้างหนึ่งยื่นมาปิดปากและจมูกของเขาเอาไว้

มีดสั้นอาบยาพิษอันคมกริบเล็งแทงเข้าใส่หัวใจอของเขาอย่างรุนแรง

คริติคอล! ติดสถานะเลือกออก! ติดพิษ! คริติคอล!

จอมเวทย์ผู้นี้มีเวลาพอแค่เบิกตากว้างเท่านั้นหากแต่กลับไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงใดๆก็พลันถูกดาบพิษสังหารทิ้งไปในชั่วพริบตาเสียก่อน!

หลังจากสังหารคนผู้นี้แล้วดาบพิษก็หายตัวเข้าไปในความมืดแล้วค่อยๆย่องเข้าหานักรบ

เขาทำแบบเดียวกันและสามารถสังหารอีกฝ่ายได้ในพริบตาเดียวเช่นเดียวกัน

หลังจากสังหารไปสองคนติด ดาบพิษก็พึงพอใจยิ่งและลอบเข้าหาคนสุดท้ายที่เป็นนักฆ่า

อย่างไรก็ตามหนนี้อะไรๆกลับไม่ราบลื่นเหมือนครั้งก่อน

อีกฝ่ายเองก็มีสกิล [ตรวจจับ] เหมือนกัน

เมื่อดาบพิษอยู่ห่างจากเขาได้ห้าเมตร นักฆ่าผู้นี้ก็พลันใช้สัญชาตญาณเหวี่ยงการโจมตีไปทางด้านหลัง!

ดาบพิษยกดาบสั้นของเขาขึ้นมาป้องกันเอาไว้ในทันที

เคร้ง!

เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องไปทั่วทั้งหมู่บ้านผีหิวโหยที่ทั้งอึมครึมแลดูตายซากแห่งนี้

หากแต่กลับเป็นนักฆ่าผู้นี้ที่ต้องผงะถอยไปถึงเจ็ด-แปดก้าว

ดวงตาของเขาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง

คนผู้นี้แต่งตัวและมีลักษณะคล้ายกับนักฆ่าแท้ๆแต่ทำไมถึงได้ทรงพลังขนาดนี้?!

“หืม การรับรู้ไม่เลวเลยนี่ ถึงขั้นรู้ตัวว่าฉันกำลังย่อมาจากทางด้านหลังได้นี่ไม่ธรรมดาเลยนะ” ดาบพิษหัวเราะ

นักฆ่าผู้นั้นสูดลมหายใจเข้าลึก ในช่วงเวลาสั้นๆนี้เขาก็สัมผัสได้ถึงความแตกต่างของความแข็งแกร่งระหว่างเขากับอีกฝ่ายได้แล้ว

ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจ...ตะโกนขอความช่วยเหลือ!

“รีบมากันเร็วเข้า! มีคนโจมตีฉัน!”

หากแต่หลังจากตะโกนไปสหายสองคนของเขากลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ

นักฆ่าผู้นี้ตกตะลึงในคราแรกก่อนจะเริ่มหลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมา

ดาบพิษยิ้มและเอ่ยขึ้น “เอาเลยตะโกนเลย ต่อให้ตะโกนจนคอพังก็ไม่มีใครมาช่วยหรอก”

นักฆ่าคนนั้นกัดฟันแน่น

ต่อให้เขาเป็นคนงาก็ยังรู้อยู่ดีว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับสหายทั้งสองคนของเขาไปแล้วอย่างแน่นอน!

“ฉันจะฆ่าแก!”

นักฆ่าผู้นั้นหยิบเม็ดยาสีเลือดออกมาจากอุปกรณ์เก็บของและยัดเข้าไปในปาก

พริบตาต่อมากลิ่นอายของเขาก็พลันพุ่งทะยานขึ้นราวกับอสูรร้าย!

จบบทที่ Chapter 159 : วังวนทมิฬ - การสมรู้ร่วมคิดครั้งใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว