เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 122 : ฟังคำแนะนำของลุง - โพชั่นมันวุ่นวาย นายไม่มีทางเข้าใจได้หรอก!

Chapter 122 : ฟังคำแนะนำของลุง - โพชั่นมันวุ่นวาย นายไม่มีทางเข้าใจได้หรอก!

Chapter 122 : ฟังคำแนะนำของลุง - โพชั่นมันวุ่นวาย นายไม่มีทางเข้าใจได้หรอก!


ภายในถ้ำใต้ดินลึกกว่า700เมตร

ภายในที่แห่งนี้มีนักสู้ชาวอินเดียรวมตัวกันอยู่กว่า40คน หัวหน้าของพวกเขาเป็นนักสู้เลเวล9ขอบเขตที่8ซึ่งมีโค้ดเนมส์ว่าครุฑ

สปายวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและบอกเขาทุกอย่างที่พบเจอมา

ครุฑเข้าใจถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้และทำการมุ่งหน้าไปยังที่เกิดเหตุกับสปายผู้นั้นในทันที

เมื่อเห็นซากศพเหี่ยวแห้งกระจัดกระจาย ครุฑก็ขมวดคิ้วมุ่น

สัญชาตญาณของเขาบอกว่าเรื่องนี้มันไม่ได้ง่ายดายแบบนั้น

ทำไมจู่ๆวิญญาณถึงเข้าโจมตีที่ซ่อนตัวของนักสู้ชาวอินเดียล่ะ?

ความคิดแรกของเขาคือเรื่องนี้ต้องมีใครบางคนอยู่เบื้องหลัง!

อย่างไรก็ตามหลังจากตรวจสอบดูให้ดีแล้วกลับพบว่าไอเทมของผู้ตายนั้นดูเหมือนจะไม่ถูกแตะต้องเลย ที่สำคัญที่สุดก็คือกะโหลกคริสตัลเองก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม

ถ้ามีนักสู้ใช้วิธีการบางอย่างล่อวิญญาณเข้ามาโจมตีที่ซ่อนของนักสู้ชาวอินเดียจริงๆ ถ้างั้นคนผู้นั้นยังไงก็ย่อมไม่มีทางเมินไอเทมเกรดสีทองที่ตกอยู่บนพื้นอย่างแน่นอน!

หนังสือสกิลเกรดสีทอง อุปกรณ์และรูนทั้งหมดนี้ไม่ว่าจะสำหรับผู้ใดก็นับเป็นสมบัติทั้งสิ้น

นักสู้อ่อนแอบางคนบางทีอาจจะมีสกิลและอุปกรณ์เกรดสีทองแค่ชิ้นเดียวด้วยซ้ำ

ในความเป็นจริงแล้วคนที่แย่ยิ่งกว่านั้นและไม่มีเลยซักชิ้นเองก็มีอยู่เหมือนกัน

อย่างไรก็ตามบนพื้นตอนนี้กลับมีหนังสือสกิลและอุปกรณ์สวมใส่ตกเกลื่อนพื้นอยู่กว่า30ชนิด!

นอกจากนี้ยังมีไอเทมเกรดสีม่วงอีกกว่า60ชิ้น

ใครบ้างจะไม่ตาลุกวาว?

ใครบ้างจะไม่คว้าพวกมันไปหลังจากที่เห็น?

สปายข้างกายครุฑอดกลืนน้ำลายลงคอไม่ได้ พวกเขาแสร้งทำเป็นทรุดตัวลงเพื่อผูกเชือกรองเท้าหากแต่ความจริงแล้วกลับรีบเก็บไอเทมเกรดสีทองและยัดพวกมันเอาไว้ในอุปกรณ์เก็บของ

ครุฑเห็นทุกอย่างแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไร

คนนั้นยิ่งโลภก็ยิ่งมีประโยชน์

ถ้าคนผู้นั้นไม่ปรารถนาในอำนาจ เงินตราและสตรีถ้าเช่นนั้นในความคิดของเขาคนผู้นั้นก็คือคนที่น่าสะพรึงอย่างแท้จริง

ครุฑอุทานออกมา “ในที่ซ่อนนี้มีคนทั้งหมด28คนแต่กลับมีเพียง26ศพ หายไปไหนอีก2คน?”

ถ้าถูกสังหารโดยวิญญาณจริงร่างกายย่อมไม่ถูกทำลาย พวกมันจะจากไปหลังจากดูดกลินพลังชีวิตจากร่างของนักสู้จนสิ้นแล้ว

สปายเร่งเอ่ยออกมา “บางทีพวกนั้นอาจจะหลบหนีไปรึเปล่าครับ? พวกนั้นอาจจะไปตายระหว่างทางก็ได้”

ครุฑใช้สกิล ‘ตรวจสอบ’ ในทันที

นี่คือสกิลเสริมที่ดรอปจากแดนลับขอบเขตที่6ในอินเดีย มันมีความสามารถคล้ายคลึงกับ ‘ตรวจจับ’ หากแต่เป็นสกิลเรียกใช้งานที่มีระยะตรวจจับกว้างกว่ามาก

หลังงจากตรวจสอบดูอย่างดีกว่าสามรอบ ครุฑก็พลันพบว่ารอบๆตัวเขานั้นมีหลุมลึกอยู่ ภายในหลุมลึกนั้นเต็มไปด้วยฝูงของอสูรปิศาจขอบเขตที่7

เขาหยิบไฟฉายออกมาและส่องลงไปด้านล่างก่อนจะพบกับปากอันน่าสะพรึงจำนวนมาก

สปายเดินเข้ามา “ท่านครุฑขอรับเจ้าพวกนี้คือแมลงกินเนื้อ พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตประจำถิ่นของบรรพตเสี้ยววิญญาณและขึ้นชื่อว่ากินได้ทุกอย่าง”

“นักสู้ชาวอินเดียในที่ซ่อนนี้จึงใช้พวกมันเป็นถังขยะและโยนทุกอย่างที่เป็นขยะลงไป”

“แม้ว่าพวกมันจะดูดุร้ายแต่ถ้าจัดการกับพวกมันแบบนี้ก็จะปลอดภัยมาก ตราบใดที่พวกเราไม่ลงไปในหลุมพวกมันก็จะไม่เป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตี”

ครุฑชี้ไปที่เศษเสื้อผ้าที่ตกอยู่ข้างๆแมลงกินเนื้อ

“ตรงนั้นมีชิ้นส่วนเสื้อผ้าอยู่ นายคิดว่าเป็นของใคร?”

สปายผู้นี้มักจะมาส่งอาหารให้กับนักสู้ชาวอินเดียในที่ซ่อนแห่งนี้ในทุกๆหลายวัน เขาจึงคุ้นหน้าคุ้นตากับนักสู้ชาวอินเดียเหล่านี้มากกว่าครุฑเสียอีก

สปายมองตามและก็ดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ผมจำได้แล้ว เป็นเขา เขาคนนี้นี่แหละที่บอกให้ผมนำแกงกระหรี่มาเพิ่มเป็นพิเศษ”

ครุฑเอ่ย “ถ้าที่ซ่อนถูกพวกวิญญาณโจมตีถ้างั้นทำไมถึงมีเศษเสื้อผ้าไปตกอยู่ในปากของแมลงกินเนื้อได้? เรื่องนี้มันมีอะไรบางอย่างน่าสงสัย ฉันยังคาดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นฝีมือมนุษย์มากกว่า”

สปายยกมือขึ้นเกาหัว “ถ้างั้นพวกเราจะทำยังไงกันดีครับ?”

ครุฑลุกขึ้นยืนและเอ่ยเสียงเรียบ “รอ”

สปายเอ่ยถามด้วยความสับสน “รอ?”

ครุฑอธิบาย “ถ้าเป็นฝีมือมนุษย์จริงอีกฝ่ายก็ต้องโจมตีอีกครั้งแน่ ฉันจะให้นักสู้ในที่ซ่อนอื่นเตรียมตัวเอาไว้ พวกเราจะต้อง...จับมันให้ได้คาหนังคาเขา!”

สปายพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง “ท่านครุฑฉลาดมากเลยขอรับ!”

ทันใดนั้นเองสปายผู้นี้ก็พลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงรีบเอ่ยออกมา “ยังไงก็ตามครับท่าน เมื่อไม่นานมานี้มีนักสู้ขอบเขตที่8มายังโคโลนี่หมายเลข3 คุณเองก็น่าจะรู้จักเขา ตาแก่หัวดื้อนั่นน่ะ”

ครุฑเผยสีหน้าเยาะหยัน “หลี่เหว่ยกั๋ว? ฉันรู้เรื่องนี้ก่อนจะมาที่นี่อีก เจ้าหมอนั่นเสียขาไปข้างหนึ่งในเมืองบาดาลเนื่องจากแผนการของทุ่งราบมหาสวรรค์ หมอนั่นมาที่นี่ก็เพื่อพักฟื้นและคุ้มกันโคโลนี่หมายเลข3ไงล่ะ ไม่ต้องไปสนใจมันหรอก นักสู้ขอบเขตที่8เมื่อไม่มีขาแล้วฉันขอแค่สามกระบวนท่าก็ฆ่าได้แล้ว”

สปายพยักหน้ารับและโค้งคำนับให้อีกฝ่าย “หน่วยข่าวกรองของอินเดียเราทรงพลังมากจริงๆ!”

ครุฑมองมาที่เขาด้วยสายตาแปลกประหลาด “กองพลก่อสร้างเองก็ไม่ได้ปิดบังเรื่องนี้ ถ้าเรื่องนี้พวกเรายังไม่รู้ยังจะกล้าเรียกตัวเองว่าองค์กรขนาดใหญ่อีกรึ?”

สปาย “...”

หนนี้เหมือนว่าเขาจะเลียไม่สำเร็จ

“ยังมีอีกอย่างหนึ่งขอรับ ไม่นานมานี้มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นกับบรรพตเสี้ยววิญญาณ ผู้นำของโคโลนี่หมายเลข3ต้องการซื้อโพชั่นเป็นจำนวนมาก ผมวางแผนว่าจะชักชวนนักทำโพชั่นหลายๆคนให้เข้าร่วมกับเราและทำให้ราคาของโพชั่นดีดสูงขึ้นไปอีก! ด้วยวิธีการนี้พวกเราก็จะสามารถชิงแก่นแท้มาจากกองพลก่อสร้างได้เป็นจำนวนมาก! สิ่งนี้จะช่วยให้อินเดียของพวกเราได้เปรียบ!”

“ติดอยู่ที่ว่า...” สปายยิ้มกระอักกระอ่วน “แก่นแท้ที่กระผมมีมันไม่พอที่จะชักชวนนักทำโพชั่นเหล่านั้น”

ครุฑพยักหน้าเล็กน้อยและแลกเปลี่ยนแก่นแท้ให้กับอีกฝ่าย500000แก่นแท้  “ความคิดนี้ไม่เลว ฉันจำเป็นคนจ่ายแก่นแท้ให้เองไปจัดการได้เลย”

สปายพยักหน้ารับซ้ำๆ

...

โคโลนี่หมายเลข3 พื้นที่โซนตลาด

พื้นที่โซนตลาดนั้นเต็มไปด้วยแผงลอยเล็กๆจำนวนมากที่เหล่านักสู้มาตั้งแผงขายของกัน

บ้างก็ขายอุปกรณ์สวมใส่ของตน บ้างก็ขายแร่ บ้างก็ขายโพชั่นและบ้างก็พูดคุยเรื่องการแลกเปลี่ยนแก่นแท้และแต้มค่าประสบการณ์

เสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้นให้เห็นทุกหนทุกแห่ง

ทุกครั้งที่เขามาที่นี่หลินเซวียนจะรู้สึกราวกับว่ามาเดินตลาด เขาจะได้ยินเสียงของชายชราและสตรีต่อราคาอย่างสนุกสนาน

เขามายังจุดซื้อขายโพชั่น

จุดสำหรับซื้อขายโพชั่นและอุปกรณ์นั้นโดยรวมแล้วคล้ายๆกัน

พวกเขาจะตั้งแผงเอาไว้ด้านหน้าและด้านหลังแผงจะเป็นที่สำหรับทำโพชั่นและหลอมอุปกรณ์

ตามปกติแล้วเจ้าของแผงจะออกมาหลังจากมีคนตะโกนเรียกเท่านั้น

หลินเซวียนเดินไปรอบๆและพบว่ามีเจ้าของแผงขายโพชั่นอยู่ไม่มากันก ราวๆยี่สิบหรือมากกว่านิดหน่อยเห็นจะได้

โพชั่นที่ขายโดยนักทำโพชั่นทั้งยี่สิบกว่าๆคนเองก็ไม่ค่อยมีซ้ำกันเท่าไหร่ ทุกคนดูเหมือนจะขายโพชั่นที่แตกต่างกันออกไป

ในบรรดาร้านเหล่านี้มีเพียงร้านเดียวเท่านั้นที่ขายโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิต นักทำโพชั่นคนอื่นไม่สามารถสร้างโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตได้

หลินเซวียนลองถามดูว่าทำไมถึงไม่ทำโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตแต่นักทำโพชั่นเหล่านี้กลับส่ายหัว “ระดับของโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตที่มู่หยางทำนั้นดีมากและความสามารถเองก็ดีเช่นกัน พวกเราเทียบกับเขาไม่ได้ดังนั้นอย่าขายจะดีกว่า”

ทุกคนตอบแบบเดียวกัน

หลินเซวียนรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาเล็กน้อย

ใครคือมู่หยาง? เขาสามารถทำให้นักทำโพชั่นทุกคนส่ายหัวและยอมแพ้ได้เลยงั้นหรอ?

อย่าบอกนะว่าเป็นคนที่ได้รับอาชีพปรมาจารย์ยอดนักปรุงโพชั่น?

นักทำโพชั่นนั้นเป็นอาชีพเกรดสีฟ้า

ปรมาจารย์ยอดนักปรุงโพชั่นในทางกลับกันกลับเป็นถึงเกรดสีม่วง!

สกิลอาชีพของปรมาจารย์สุดยอดนักปรุงโพชั่นก็คือ : มีโอกาส25%ที่เกรดของโพชั่นทุกชนิดที่สร้างขึ้นมานั้นจะเพิ่มขึ้นหนึ่งระดับ

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือถ้าใช้วัตถุดิบเกรดสีขาวเพื่อทำโพชั่น โพชั่นที่ทำได้อย่างมากก็จะเป็นเพียงโพชั่นเกรดสีขาว

หากแต่ปรมาจารย์สุดยอดนักปรุงโพชั่นนั้นมีโอกาส25%ที่จะได้โพชั่นเกรดสีเขียวจากวัตถุดิบเกรดสีขาว

อาชีพนี้ค่อนข้างน่าประทับใจ

ยังไงซะอีกฝ่ายก็สามารถใช้วัตถุดิบเกรดสีขาวสร้างโพชั่นเกรดสีเขียวได้เชียวนะ

ยิ่งไปกว่านั้นความสามารถของสกิลนี้ยังส่งผลต่อวัตถุดิบเกรดสูงกว่านี้ได้อีกด้วย

กล่าวอีกอย่างก็คือ มีโอกาสถึง25%ที่จะสร้างโพชั่นเกรดสีทองได้จากการใช้วัตถุดิบเกรดสีม่วง!

ในเวลานี้เองจู่ๆหลินเซวียนก็สังเกตเห็นชายวัยกลางคนลักษณะน่าสังเวชยืนอยู่ข้างๆแผงลอยแห่งหนึ่ง อีกฝ่ายนั้นก็กำลังเลือกโพชั่นอยู่เช่นกัน

หากแต่เขาเพียงถามเกี่ยวกับพวกมันเท่านั้นไม่ได้ซื้อแต่อย่างใด

นักทำโพชั่นจึงโมโหยิ่งนักและเกือบจะไล่เขาไปให้พ้นๆ

คนผู้นี้คือหมาป่าเงิน

“ทำอะไรอยู่?” เขาเดินเข้ามายิ้มให้

หมาป่าเงินชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะหัวเราะออกมา “นายเองก็มาด้วยหรอเนี่ย? มาที่นี่เพื่อซื้อโพชั่นรึไง? นายดูไม่เหมือนคนที่ขาดแคลนโพชั่นเลยนะ”

หลินเซวียนตอบ “ไม่หรอกผมมาที่นี่เพื่อตรวจสอบตลาดเฉยๆ”

หมาป่าเงินยกมือขึ้นเกาหัว “นายคิดจะยื่นมือเข้ามาแบ่งชิ้นเนื้อด้วยงั้นหรอ?”

“พวกเรามีสัมพันธ์ที่ดีดังนั้นฉันขอพูดตรงๆ เมื่อวานฉันพบว่าโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตนั้นทำกำไรได้ดีมากแต่มาวันนี้ฉันได้รู้แล้วว่าแม้ราคาของโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตจะสูงแต่...มันกลับถูกผูกขาดโดยคนเพียงคนเดียว”

หลินเซวียนเอ่ยอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว “มู่หยาง?”

หมาป่าเงินพยักหน้ารับอย่างอับจน “ถูกต้อง ฉันได้ยินมาว่าเจ้าหมอนี่เป็นปรมาจารย์สุดยอดนักปรุงโพชั่น! เขาเชี่ยวชาญด้านการทำโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตและโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตขวดใหญ่ ดังนั้นนักทำโพชั่นทุกคนในโคโลนี่หมายเลข3จึงยอมแพ้ในการปรุงโพชั่นชนิดนี้และเลิกแข่งกับมู่หยางไปโดยปริยาย”

“นอกจากนี้นักทำโพชั่นหลายคนยังมีความสัมพันธ์อันดีกับมู่หยางอีกด้วย พวกเขารวมหัวกันเพื่อขึ้นราคาโพชั่นชนิดอื่นด้วยเช่นกัน! พวกนั้นกระทั่งเนรเทศนักปรุงโพชั่นที่ไม่เข้าร่วมกับพวกตนเลยด้วยซ้ำ!”

ลู่หยวนยิ้มและถามขึ้น “คุณไม่อยากแข่งกับพวกเขาหรอ?”

หมาป่าเงินยกมือขึ้นเกาหัว “ไม่ต้องพูดถึงแข่งกับมู่หยางหรอก ต่อให้แข่งกับนักทำโพชั่นทั่วๆไปฉันก็สู้ไม่ได้”

สีหน้าของเขาดูหมดอาลัยตายอยากยิ่งนัก “คนพวกนี้เลือกเปลี่ยนอาชีพเป็นนักทำโพชั่นและไม่ได้สนใจจะอัพเกรดสกิลการต่อสู้เลยซักนิด ในทางกลับกันฉันเป็นจอมเวทย์ธาตุและมีเพียงทักษะปรุงยาขั้นพื้นฐานเอง จะไปสู้ได้ยังไง?”

หลินเซวียนหัวเราะและเอ่ยออกมา “แต่ผมอยากจะแข่งนะ”

หมาป่าเงินไม่รู้แล้วว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “ฉันยอมรับนะว่านายปรุงโพชั่นแผลไฟไหม้กับโพชั่นต้านทานน้ำแข็งได้ดีมากแต่ในบรรพตเสี้ยววิญญาณมันไม่ได้มีวัตถุดิบสำหรับทำโพชั่นพวกนั้น ยิ่งไปกว่านั้นนายเองก็น่าจะรู้แล้วว่าอสูรที่นี่มีความสามารถในการต้านทานสายฟ้าต่ำไม่ใช่ไฟและหาได้ยากมากที่จะใช้เวทย์น้ำแข็ง”

“โพชั่นแผลไฟไหม้กับโพชั่นต้านทานน้ำแข็งนั้นไร้ประโยชน์ในบรรพตเสี้ยววิญญาณ ของที่ขายดีที่สุดคือโพชั่นแผลสายฟ้ากับโพชั่นต้านทานเวทย์มนตร์”

หมาป่าเงินวิเคราะห์สถานการณ์ของหลินเซวียนตรงๆ พร้อมกับกล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมา “โล่เอ๋ยฟังคำแนะนำของลุงเถอะ โพชั่นนั้นวุ่นวายนายไม่มีทางเข้าใจหรอก!”

สีหน้าของหลินเซวียนไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย

หมาป่าเงินไม่รู้แล้วว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

เมื่อเห็นสีหน้าของโล่วิญญาณเขาก็รู้แล้วว่าเขาเปลืองน้ำลายไปฟรีๆ

หมาป่าเงินกล่าวออกมาด้วยสีหน้าสิ้นหวัง “คนหนุ่มสาวทุกวันนี้หัวดื้อกันจริงๆ ฉันอยากจะเห็นเหมือนกันว่ามือใหม่อย่างนายจะแข่งกับพวกผู้เชี่ยวชาญได้ยังไง”

หลินเซวียนยิ้มอย่างลึกลับ “เดี๋ยวก็รู้”

หลังจากบอกลาหมาป่าเงินเขาก็กลับมายังที่พักของตน จากนั้นเขาก็เข้าไปในมิติส่วนตัวและเดินตรงมายังโต๊ะปรุงยาทั้งสามโต๊ะ

โต๊ะทำงานทั้งหมดในมิติส่วนตัวของเขานั้นถูกอัพเกรดจนเป็นเลเวล4เรียบร้อยแล้ว

หลังจากอัพเกรดโต๊ะทำงานขึ้นเป็นเลเวล4 ประสิทธิภาพการทำงานก็เพิ่มขึ้นถึง100% นอกจากนี้ยังมีโอกาสถึง10%ที่จะสร้างไอเทมเกรดสูงออกมาได้

เกรดสูงที่ว่านี้ก็คือเกรดสีฟ้าหรือสูงกว่า

ตอนนี้หลินเซวียนแค่ต้องเพิ่มโอกาส10%นี้ก็พอ

[การอัพเกรดโต๊ะทำงานจากเลเวล4ไปเลเวล5ใช้แก่นแท้10000แก่นแท้]

[เลเวล5ไปเลเวล6ใช้100000แก่นแท้]

[เลเวล6ไปเลเวล7ใช้1000000แก่นแท้]

หลินเซวียนมองดูข้อจำกัดและเดาะลิ้น

ตอนนี้เขามีแก่นแท้เก็บอยู่ไม่มากนัก ไม่คิดเลยว่าโต๊ะทำงานพวกนี้จะสวาปามแก่นแท้ของเขามากมายถึงขั้นนี้

อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นความสามารถของโต๊ะปรุงยาเลเวล5 เขาก็พลันเผยสีหน้าพึงพอใจออกมา

[โต๊ะทำงานเลเวล5 : ความเป็นไปได้ที่จะสร้างไอเทมเกรดสูงออกมาเพิ่มขึ้นเป็น20% และจำนวนของวัตถุดิบที่ใช้ลดลง20%]

“ถ้างั้นอัพเกรดโต๊ะปรุงยาเป็นเลเวล5ก่อนเลย ค่อยมาวุ่นวายกับโต๊ะหลอมอุปกรณ์ทีหลัง”

หลินเซวียนใช้30000แก่นแท้ไปกับมัน โต๊ะปรุงยาทั้งสามโต๊ะในมิติส่วนตัวของเขาพลันถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น มีกระทั่งกลิ่นหอมของพืชพรรณลอยออกมาจากตัวโต๊ะเลยด้วยซ้ำ

จบบทที่ Chapter 122 : ฟังคำแนะนำของลุง - โพชั่นมันวุ่นวาย นายไม่มีทางเข้าใจได้หรอก!

คัดลอกลิงก์แล้ว