เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 116 : การคาดเดาเกี่ยวกับถ้ำใต้ดิน

Chapter 116 : การคาดเดาเกี่ยวกับถ้ำใต้ดิน

Chapter 116 : การคาดเดาเกี่ยวกับถ้ำใต้ดิน


ถ้ำใต้ดินงั้นหรอ?

หลินเซวียนพยักหน้า ยังไงซะเขาก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว เขาย่อตัวนั่งยองๆลงด้านข้างๆและมองเหล่านักสู้พากันเปิดกล่องลึกลับ

บางคนก็เริ่มบ้าคลั่งและบางคนก็เริ่มซื้อทีละยี่สิบ สามสิบกล่องแล้วหลังจากไม่ได้อะไรเลยจากสิบกล่องแรก

หลิวเฉียงที่ยื่นมือออกไปรับแก่นแท้รู้สึกเพลิดเพลินยิ่งนัก รอยเหี่ยวย่นทุกจุดบนใบหน้าของเขาดูเหมือนจะเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขใจ

สิบนาทีให้หลัง

เงาร่างๆหนึ่งพลันปรากฏตัวขึ้นหน้าแผง

“หืม? ทำไมนายถึงอยู่ที่นี่ด้วยล่ะเนี่ย?” หญิงสาวผู้นั้นมองเห็นหลินเซวียนนั่งยองๆอยู่ข้างๆหลิวเฉียงจึงเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

หลินเซวียนเงยหน้ามองและพบว่าเป็นสตรีที่ไม่คุ้นตา เขามองดูดีๆอีกครั้งและจำได้ว่าเป็นเย่อู่ชิวนั่นเอง

“รู้จักกันงั้ยหรอ?” หลิวเฉียงถามขึ้นด้วยความสงสัย

หลินเซวียนพยักหน้า “เพื่อนน่ะ”

หลิวเฉียงหัวเราะและเอ่ยออกมา “ถ้างั้นฉันจะให้สหายของนายได้เลือกรังไหมศิลาไปซักก้อนแล้วกัน สาวน้อยเลือกไปซักก้อนสิ รังไหมศิลานี่เธอมีโอกาสจะได้อะไรก็ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สวมใส่ หนังสือสกิล รูน บางทีอาจจะสุ่มได้ก้อนที่มีไอเทมเกรดสีทองก็ได้นะ”

หลิวเฉียงเย้าเย่อู่ชิว

โอกาสที่จะเปิดได้ไอเทมเกรดสีทองนั้นต่ำมาก ดังนั้นโอกาสที่จะได้ไอเทมเกรดสืทองซักชิ้นจากรังไหมเพียงหนึ่งก้อนนั้นจึงต่ำเสียยิ่งกว่า

เย่อู่ชิวพยักหน้ารับราวกับคุ้นหน้าคุ้นตากับคนผู้นี้ดี สายตาของเธอกวาดมองไปยังกองรังไหมศิลาสีเหลืองดินและเลือกมาก้อนหนึ่งอย่างลวกๆ “ก้อนนี้แล้วกัน”

หลินเซวียนมองเข้าไปยังของที่อยู่ด้านในรังไหมศิลาแล้วทำหน้าเหยเก

เธอกลับเลือกก้อนที่มีไอเทมเกรดสีทองซึ่งเหลือเพียงก้อนเดียวออกมาได้จากรังไหมศิลาทั้งหมดที่เหลืออยู่

นักสู้รอบๆพากันส่งเสียงเชียร์

“หน้าใหม่อีกคนหนึ่งแล้ว”

“ถ้าเป็นเรื่องการเลือกรังไหมศิลายังไงก็ไม่มีใครเก่งไปกว่าฉันหรอก เธอมีโอกาส90%ที่จะได้ไอเทมเกรดสีเขียว ส่วนที่เหลืออีก10%นั้น...”

“ว่างเปล่าไงล่ะ!”

นักสู้เหล่านี้เสียเงินไปมหาศาลเนื่องจากกล่องลึกลับนี้ พวกเขาจึงพากันวนเวียนอยู่แถวนี้เพราะอยากจะเห็นคนอื่นล้มเหลวเหมือนตน เพื่อที่อย่างน้อยก็จะได้รู้สึกเหมือนได้ปลอบประโลมใจบ้าง

แม้ว่าโชคของพวกเขาจะไม่ดีนักแต่พวกเขาก็จะรู้สึกดีขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าโชคของผู้อื่นเลวร้ายยิ่งกว่า

หลิวเฉียงหัวเราะและเอ่ยออกมา “เจ้าพวกนี้นี่นะ แล้วถ้าสาวน้อยคนนี้เปิดได้ไอเทมที่เหนือกว่าเกรดสีฟ้าล่ะ?”

เขาส่ายหัวและทำการผ่าเปิดรังไหมศิลาในทันที

วิ้ง!

แสงสีทองอีกแล้ว!

เหล่านักสู้ที่รอรับชมการแสดงกันอยู่นั้นพลันติดสตั้นไปตามๆกัน

“ห่าอะไรเนี่ย!”

หลิวเฉียงเองก็ตกตะลึงเหมือนกัน

ไม่มีทางน่า

สตรีผู้นี้กลับได้ไอเทมเกรดสีทองจากการเลือกรังไหมศิลาแบบลวกๆเนี่ยนะ?

มือที่สั่นสะท้านของหลิวเฉียงค่อยๆนำของบางอย่างออกมาจากแสงสีทองนั้น - เป็นเข็มขัด

เย่อู่ชิวรับมันมาดูและดูความสามารถของมัน “ไม่เลวเลย ขอบคุณมากค่ะ”

หลิวเฉียงไม่รู้แล้วว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

สาวน้อยคนนี้ไม่ประหลาดใจเลยงั้นหรอ?

หรือเธอจะเคยเปิดกล่องลึกลับมาบ่อยแล้ว? ไม่ถูกต้องสิ เขาเปิดร้านอยู่ที่นี่มากว่าสองปีแล้วแต่ไม่เคยเห็นสาวน้อยนางนี้มาก่อนเลย

“เชี่ย! วันนี้แผงของเหล่าหลิวมีไอเทมเกรดสีทองหลุดมาตั้งสามชิ้น! ถ้ากระทั่งหน้าใหม่ก็ยังได้ไอเทมเกรดสีทองฉันก็ต้องได้เหมือนกัน! ยังไงซะฉันก็มีประสบการณ์มากกว่า!”

“น่าอิจฉาโว้ย เหล่าหลิวเอามาอีกสิบ!”

แสงสีทองนี้เป็นตัวกระตุ้นสำหรับนักสู้เจ็ดถึงแปดคนเหล่านั้นที่ไม่ได้ไอเทมแม้แต่ชิ้นเดียวเหล่านั้นยิ่งนัก พวกเขากัดฟันและวิ่งกลับมาเปิดกล่องลึกลับกันอย่างบ้าคลั่ง

แน่นอนว่าพวกเขาก็คงไม่ได้อะไรเหมือนเดิม

ยังไงซะหลินเซวียนก็รู้แต่แรกแล้วว่าในกองรังไหมศิลาที่เหลือนั้นมีไอเทมเกรดสีทองเหลืออยู่เพียงสองชิ้นคือที่เขากับเย่อู่ชิวได้ไป

ครึ่งชั่วโมงให้หลัง รังไหมศิลาทั้งหมดก็ถูกเปิดออก

นักสู้บางคนเสียแก่นแท้ไปกว่าหนึ่งแสนในการพนันหนนี้ พวกเขาทั้งหมดพากันหมดอาลัยตายอยากไปตามๆกัน

“ถึงเวลาปิดร้านแล้ว! ช่วงบ่ายนี้ชั้นไปหาของมาเติม พรุ่งนี้จะมีกล่องลึกลับมาให้พวกนายเปิดมากกว่านี้อีก!” หลิวเฉียงโบกมือลาเหล่านักสู้ด้วยท่าทีสุภาพยิ่งนัก

นอกจากนี้เขายังเก็บกวาดเศษดินสีเหลืองบนพื้นจนเกลี้ยง

“หนุ่มน้อยไม่ใช่ว่านายอยากจะรู้ว่ารังไหมศิลามาจากไหนหรอกรึ? ตามมาสิ” หลิวฉียงโบกมือแสดงท่าทีให้หลินเซวียนตามไป

เย่อู่ชิวถาม “พวกนายกำลังทำอะไรกันอยู่?”

หลินเซวียนยิ้มและเอ่ยออกมา “ที่มาของรังไหมศิลาไง ผมอยากจะไปดูซักหน่อย”

เย่อู่ชิวลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้ารับคำ “ถ้างั้นฉันจะไปด้วย ฉันเองก็ค่อนข้างสนใจรังไหมศิลาเหมือนกัน”

คนทั้งสองเดินตามเหล่าหลิวออกจากโคโลนี่หมายเลข3ไป หลังจากเดินมาได้ราวๆ20กิโลเมตรพวกเขาก็พบเข้ากับหลุมมืดสนิทขนาดใหญ่

หลุมของถ้ำนั้นอ้ากว้างราวกับปากขนาดมหึมา

ทันทีที่คนทั้งสองมาถึงพวกเขาก็พบกับนักสู้จำนวนมากที่พากันคลานออกมาจากด้านในหลุม

เมื่อเห็นคนทั้งสองพวกเขากลับไม่ประหลาดใจ หากแต่กลับพยักหน้าให้จากที่ไกลๆเป็นการทักทาย

“พื้นที่บริเวณนี้คือถ้ำธรรมชาติที่เกิดขึ้นมาจากบรรพตเสี้ยววิญญาณ มันแผ่ขยายไปทุกทิศทุกทางและเมื่อผ่านไปซักพักรังไหมศิลาก็จะก่อตัวขึ้นในอุโมงค์ใต้ดินนี้”

“พวกเขาเองก็น่าจะมาที่นี่เพื่อหารังไหมศิลาเช่นกัน ไม่นานมานี้มีพวกคนไม่คุ้นหน้ามาตามหารังไหมศิลากันเยอะขึ้นมาก ยิ่งไปกว่านั้นไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่เร็วๆนี้จำนวนของรังไหมศิลากลับลดลงไปกว่าครึ่ง คนรู้จักของฉันหลายคนเองก็บ่นว่าพวกเขาได้มาเพียงร้อยนิดๆเท่านั้นแม้จะสำรวจไปกว่าค่อนวันก็ตาม”

กล่าวจบเขาก็หันมาหาหลินเซวียน “หนุ่มน้อยเห็นว่านายช่วยฉันขายของนะฉันเลยพานายมาที่นี่ แต่ตรงนี้พวกเราคงต้องจากกันแล้ว ฉันจะแยกไปเก็บสินค้าของฉันก่อน”

หลิวเฉียงผิวปากและเตรียมจะลงไปใต้ดินอีกครั้ง ก่อนที่จะลงไปนั้นเขาก็ไม่ลืมหันมาเตือนพวกเขา

“ฉันคิดว่าพวกนายยังเด็กแล้วก็น่าจะพึ่งเลื่อนขั้นมาเป็นขอบเขตที่7ใช่ไหม? เร็วๆนี้พื้นที่ใต้ดินค่อนข้างอันตรายมาก มีหลายต่อหลายคนต้องสังเวยชีวิตไป ถ้าหากพวกนายลงไปแค่สองคนคงเป็นเรื่องยากไปหาคนมาเพิ่มอีกซักคนหรือสองคนจะดีกว่า”

หลินเซวียนและเย่อู่ชิวมองจนหลิวเฉียงหายลงไปใต้ดิน

เย่อู่ชิวถามขึ้น “คิดอะไรอยู่?”

หลินเซวียนตอบ “ในบรรดานักสู้ในบรรพตเสี้ยววิญญษณมีแต่คนคล้ายๆกันทั้งนั้น ผมคิดว่าพวกนักสู้ของอินเดียจน่าจะลอบเข้ามานานมากแล้ว”

“แต่คนพวกนั้นดูไม่เหมือนชาวตะวันออกอย่างเรา...นั่นก็หมายความว่าพวกนั้นไม่มีทางปรากฏตัวออกมาง่ายๆแน่ ถ้าเป็นแบบนั้นสถานที่ซ่อนตัวของพวกนั้นก็แน่นอนว่ามีจำกัด”

ดวงตาของเย่อู่ชิวเปล่งประกาย “ถ้ำใต้ดินคือสถานที่ที่เหมาะแก่การซ่อนตัวที่สุด”

หลินเซวียนพยักหน้า “พวกนั้นน่าจะซ่อนตัวอยู่ใต้ดินและปล่อยให้พวกสปายซื้อหาอาหารกับน้ำดื่มมาให้”

“หลิวเฉียงเองก็เพิ่งจะบอกอยู่เมื่อกี้ว่าจำนวนของรังไหมศิลาช่วงที่ผ่านมาลดลงไปมาก เป็นไปได้สูงว่านักสู้อินเดียพวกนั้นจะลอบค้นหามันอย่างลับๆ”

“นี่ยังอธิบายได้อีกด้วยว่าทำไมจำนวนผู้เสียชีวิตของนักสู้ที่มาเก็บรังไหมศิลาถึงเพิ่มขึ้น พวกนั้นน่าจะไปชนเข้ากับนักสู้ของอินเดียเหล่านั้นนี่แหละ”

เย่อู่ชิวพยักหน้าจริงจัง เธอคิดว่าการวิเคราะห์ของโล่วิญญาณนั้นแม่นยำมาก

“แล้วนายคิดจะทำอะไร? หรืออยากจะลงไปด้วยกันและพยายามหารังของพวกมัน?”

หลินเซวียนส่ายหัว “คุณก็รู้นี่ว่าผมมีสกิลผู้เลี้ยงอสูร”

เย่อู่ชิวนึกขึ้นได้ทันทีจึงเอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจ “ฉลาดมาก นายคิดจะส่งอสูรลงไปสำรวจสินะ?”

หลินเซวียนพยักหน้ารับ

แน่นอนว่าเขาโกหกเย่อู่ชิว

ทักษะผู้เลี้ยงอสูรไม่ได้ทรงพลังขนาดนั้นและยากยิ่งนักที่จะเทมอสูรปิศาจ

สกิลนั้นอย่างมากก็ทำให้สามารถสื่อสารกับอสูรเพื่อหาข้อมูลได้เท่านั้น

อย่างไรก็ตามด้วยสติปัญญาของอสูรปิศาจทั่วๆไปคิดหรอว่าจะได้ข้อมูลอะไรดีๆ?

หลินเซวียนแท้จริงแล้ววางแผนที่จะยึดร่างของอสูรและสำรวจถ้ำใต้ดินนี้ผ่านมุมมองของพวกมันต่างหาก

ขณะที่คนทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้น หลินเซวียนก็เหลือบไปเห็นอสรพิษเสี้ยวศิลาตนหนึ่งที่มุมหางตา มันบิดกายไปมาและเตรียมจะกระโจนลงสู่ถ้ำใต้ดิน

เขาทีเห็นจึงรีบตรงเข้าไปและเริ่มพูดคุยกับอสรพิษเสี้ยวศิลาตนนั้นอย่างเป็นกันเอง

การสื่อสารนั้นคือการปะทะด้วยร่างกายนั่นเอง

เมื่อได้ยินเสียงทุบตีกระทั่งเย่อู่ชิวก็ยังรับไม่ได้

ไม่ใช่ว่าพวกเขาควรจะคุยกันดีๆกับอสูรถึงจะสามารถสั่งการพวกมันได้ด้วยทักษะของผู้เลี้ยงอสูรหรอกเรอะ?

อย่างไรก็ตามวิธีการกระชับสัมพันธ์กับอสูรของหลินเซวียนทำให้เธอสับสนยิ่งนัก

หลินเซวียนกระหน่ำฟากค้อนเข้าใส่อีกฝ่ายและสังหารอสรพิษเสี้ยวศิลาเลเวล2ขอบเขตที่7ตนนี้ลงอย่างรวดเร็ว

จากนั้นเขาก็ยกเลิกหนึ่งในร่างอวตารที่อยู่ภายในภูเขาอัสนีร่วงและแทนที่ด้วยอสรพิษเสี้ยวศิลาตนนี้แทน

เย่อู่ชิวถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “การทุบตีเองก็ส่วนหนึ่งของการสื่อสารกับอสูรงั้นหรอ?”

หลินเซวียนแสยะยิ้ม “การสื่อสารฉันท์มิตรมันเก่าแล้ว ตอนนี้ผมมักจะใช้วิธีนี้นี่แหละในการกระชับความสัมพันธ์กับอสูร”

“ดูสิไม่ใช่ว่ามันดูเชื่องขึ้นเยอะเลยรึไง?”

เขาชี้ไปที่อสรพิษเสี้ยวศิลาที่อยู่ข้างเท้าซึ่งมีขนาดใหญ่เท่าแขนและยาวกว่าสองเมตร “หมุนไปมาสองรอบซิ”

อสรพิษเสี้ยวศิลาหมุนไปมาตามคำสั่งในทันที

“ขดตัวเป็นรูปหัวใจซิ”

หน้าท้องของอสรพิษเสี้ยวศิลายันพื้นเอาไว้และหัวกับหางก็ม้วนอย่างยากลำบากจนกลายเป็นรูปหัวใจ

เย่อู่ชิวตกตะลึงยิ่งนัก

โล่วิญญาณคนนี้มีทักษะการควบคุมอสูรดีมากจริงๆ

ในเวลานี้เองแสงพุทธะพลันสาดส่องขึ้นมาเหนือท้องฟ้าพร้อมกับเสียงฟ้าผ่าดังสนั่น

กลิ่นผงไม้จันทร์ลอยละล่อง

ท้องฟ้าดูเหมือนจะมืดลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปปล่า

นี่คือสัญญาณที่ท้องฟ้าบ่งบอกว่ากำลังจะมืดแล้ว

“ใกล้มืดแล้ว” เย่อู่ชิวเอ่ยเสียงเข้ม

“กลับกันก่อนเถอะแล้วค่อยมาใหม่พรุ่งนี้ เจ้าอสรพิษเสี้ยวศิลาตัวนี้จะหาคำตอบมาให้เองเมื่อถึงเวลานั้น” หลินเซวียนโบกมือ

หลังจากพวกเขาจากไป นักสู้คนอื่นๆที่กำลังเก็บรังไหมศิลาอยู่ใต้ดินเองก็พากันวิ่งหนีออกมาเช่นเดียวกัน

“วันนี้ท้องฟ้ามันมืดเร็วกว่าปกตินะ...” หลิวเฉียงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ดูราวกับถูกย้อมด้วยสีดำและรู้สึกตกตะลึงในใจ

...

โคโลนี่หมายเลข3

หลินเซวียนกลับมายังห้องชั่วคราวของตนเอง

คนทั้งหกมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารเพื่อหาซื้ออาหารและถือกลับมายังที่พัก พวกเขามารวมตัวกันอยู่ในห้องของไป๋ชิงเหอและพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องที่พบเจอระหว่างวัน

ไป๋ชิงเหอที่มักจะทำงานอย่างจริงจังอยู่ตลอดเป็นคนแรกที่พูดขึ้น “ฉันคุยกับสมาชิกเก่าแก่ของโคโลนี่หมายเลข3มาแล้ว พวกเขาบอกว่าช่วงที่ผ่านมานี้มาพวกหน้าใหม่ที่ไม่คุ้นหน้าโผล่มาเยอะจริงๆนั่นแหละ”

“ฉันได้รู้มาจากนักสู้หลายคนที่อยู่ที่นี่มาเป็นปีว่าท้องฟ้าดูเหมือนจะมืดเร็วขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้นยังมืดลงด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิมเยอะมาก” ระเบิดเพลิงเอ่ยเสียงเข้ม

หมาป่าเงินเอ่ยต่อ “ฉันไปรู้มาว่าโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตที่นี่ค่อนข้างหาได้ยาก พวกเราสามารถใช้โอกาสนี้สร้างกำไรก้อนโตได้!”

คนอื่นๆ “...”

แบล็คแค่นเสียง “ช่วยจริงจังหน่อยได้ไหม? ฉันบอกให้นายไปตรวจสอบว่ามีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นในโคโลนี่หมายเลข3รึเปล่า”

หมาป่าเงินแค่นเสียงตอกกลับเช่นกัน “แล้วฝั่งนายล่ะ?”

แบล็คหัวเราะและเอ่ยออกมา “ฉันไปรู้มาว่าเหล้าดีกรีหนักๆที่ถูกเคี้ยวโดยเจ้าของแผงลอยที่นี่อร่อยมาก พวกเขาใช้ผลไม้ของที่นี่ในการเคี่ยวพวกมัน”

คนอื่นๆ “...”

เย่อู่ชิวยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก “นายนี่เสพย์ติดเหล้าขั้นรุนแรงเลยนะ”

แบล็คหยิบขวดเหล้าออกมาและถามด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ “แล้วพวกนายล่ะ?”

หลินเซวียนกับเย่อู่ชิวบอกเล่าสิ่งที่พวกเขาได้ประสบและได้ยินมาในวันนี้

หนนี้ทุกคนพากันตื่นเต้นขึ้นมา

โดยเฉพาะกับแบล็ค ตัวเขานั้นเคยมาเก็บเลเวลที่บรรพตเสี้ยววิญญาณอยู่ช่วงหนึ่งจึงรู้ดีว่าพื้นที่ของถ้ำใต้ดินนั้นมีขนาดใหญ่โตเพียงใด

นั่นคือสถานที่ที่เหมาะแก่การซ่อนตัวที่สุดจริงๆ

“ถ้างั้นแล้วเอายังไงดีล่ะ? พรุ่งนี้จะไปดูไหม?” ไป๋ชิงเหอกล่าวตรงประเด็น

เย่อู่ชิวส่ายหัว “ภารกิจของเราคือซ่อนตัวและรอให้อินเดียเปิดฉากโจมตีจากนั้นค่อยกวาดพวกมันในครั้งเดียวเพื่อให้อีกฝ่ายนั้นได้รับความเสียหายมากที่สุด”

“พวกเราจะเผยตัวออกไปไม่ได้ พวกเราแค่ต้องยืนยันให้ได้ก็พอว่ามีพวกเขาซ่อนอยู่จริงๆ”

คนอื่นๆพยักหน้ารับทันที

เย่อู่ชิวมองไปที่หลินเซวียน “โล่วิญญาณใช้ทักษะของผู้เลี้ยงอสูรทำการเทมอสรพิษเสี้ยวศิลาเอาไว้แล้วและให้มันช่วยตรวจสอบสถานการณ์ภายในถ้ำใต้ดิน”

หมาป่าเงินประหลาดใจยิ่งนัก

โล่วิญญาณยิ่งมาก็ยิ่งเชี่ยวชาญในการใช้ทักษะผู้เลี้ยงอสูรมากขึ้นเรื่อยๆ

ในเวลานี้เองเสียงแจ้งเตือนแสบแก้วหูก็พลันดังขึ้นมาจากด้านนอก

“คลื่นอสูรจู่ๆก็บุกเข้ามา! นักสู้ทุกคนโปรดรีบปีนขึ้นไปบนกำแพงเมืองเดี๋ยวนี้!”

“ย้ำอีกครั้ง! เป็นคลื่นอสูรขนาดกลาง!”

จบบทที่ Chapter 116 : การคาดเดาเกี่ยวกับถ้ำใต้ดิน

คัดลอกลิงก์แล้ว