เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 104 : เปลี่ยนราชันย์แดนลับให้กลายเป็นร่างอวตาร

Chapter 104 : เปลี่ยนราชันย์แดนลับให้กลายเป็นร่างอวตาร

Chapter 104 : เปลี่ยนราชันย์แดนลับให้กลายเป็นร่างอวตาร


รอบๆราชันย์แดนลับนั้นมีอสูรที่มีเลเวลแตกต่างกันออกไปอยู่นับร้อยตัว

ในเวลานี้พวกมันทั้งหมดกำลังหลับพักผ่อนหรือไม่ก็เล่นกันอย่างเกียจคร้าน

พื้นที่ฐานสถานีไร้ภัยที่ฉู่เผิงเฉิงและพวกได้ทำการเคลียร์ได้แล้วเห็นได้ชัดเลยว่าในปัจจุบันถูกยึดครองไปเป็นที่เรียบร้อยและยังค่อนข้างอลหม่านมากทีเดียวเนื่องจากอสูรเหล่านี้

ธงที่ปักเอาไว้เป็นสัญลักษณ์เองก็ถูกพวกอสูรฉีกกระฉากจนกลายเป็นชิ้นๆเหลือไว้เพียงเสาเปล่าๆ

ราวกับว่าพวกมันได้กลิ่นคนแปลกหน้า อสูรที่หลับใหลกันอยู่รอบนอกจู่ๆก็พลันลุกพรวดและมองมาที่หลินเซวียน

“แผนการแอบอู้ดูเหมือนจะเป็นหมันแล้วสิ สุดท้ายแล้วดูเหมือนจะต้องสู้สินะ”

“ยังไงก็ตามราชันย์แดนลับนั้นเลเวล9ขอบเขตที่7ส่วนฉันเป็นแค่เลเวล1เท่านั้น การจะสู้กับมันน่าจะไม่ใช่เรื่องง่าย”

หลินเซวียนอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เขาหยิบอุปกรณ์สวมใส่ของตัวเองออกมาโดยกระชับโล่นักล่ามังกรเอาไว้ในมือซ้ายและค้อนโล่ราชันย์มังกรดินเอาไว้ในมือขวา

พริบตานั้นเองเขาพลันสังเกตพบว่ามีร่างอวตารร่างหนึ่งของเขาอยู่ใกล้ๆ

หลินเซวียนกระพริบตา

หลังจากการเลื่อนขั้นของภูเขาอัสนีร่วง ร่างอวตารของเขาก็ได้พยายามดูดซับสายฟ้าอย่างเต็มที่ เลเวลของพวกมันจึงทะยานจากเลเวล1ขอบเขตที่7ไปไกลริบ

ในตอนนี้ตัวที่เลเวลน้อยที่สุดคือเลเวล7ขอบเขตที่7และตัวที่มีเลเวลสูงที่สุดคือเลเวล9ขอบเขตที่7

บังเอิญเหลือเกินที่หนึ่งในร่างอวตารที่มีเลเวลสูงที่สุดอยู่ใกล้ๆบริเวณนี้พอดี

“การสู้กับราชันย์แดนลับสำหรับเราตอนนี้อาจจะยากไปซักหน่อยแต่ถ้าปล่อยให้ร่างอวตารสู้ก็อีกเรื่อง!”

หลินเซวียนทำการควบคุมร่างอวตารให้ตรงมาทางนี้

ราชันย์แดนลับที่หลับใหลอยู่ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของอสูรในระดับเดียวกัน มันพลันผุดลุกขึ้นยืนอย่างไม่สบายใจและคำรามลั่นไปยังทิศทางหนึ่งเพื่อเป็นการขมขู่

ครึ่งนาทีต่อมาสิงโตขนาดใหญ่ซึ่งมีส่วนสูงราว7เมตรเช่นกันก็กระโดดเข้ามาในครรลองสายตาของหลินเซวียน

สิงโตอัสนี - เลเวล9ขอบเขตที่7!

อสูรตนนี้คือร่างอวตารร่างแรกที่หลินเซวียนสร้างขึ้นมาหลังจากเข้าสู่ภูเขาอัสนีร่วง

ราชันย์แดนลับแสดงท่าทีราวกับว่ากำลังเผชิญกับศัตรูตัวฉกาจ ราชันย์แดนลับตนนี้คือหมาป่าอัสนีบาต กงเล็บคู่หน้าของมันในเวลานี้กำลังกดลงไปบนพื้นและขุดดินขึ้นมา

เสียงคำรามข่มขู่ในลำคอยังคงดังออกมาอย่างต่อเนื่อง

หากแต่สิงโตอัสนีกลับไม่หวาดเกรงและเดินเข้ามาหามันอย่างสบายๆ

ท่ามกลางอสูรเลเวล9ทั้ง2ตัว อสูรธรรมดาจำนวนไม่น้อยพากันมุดหัวหลบหางจนแทบจะฝังหัวลงบนพื้น พวกมันพยายามก้มหน้าก้มตาเพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกมันไม่ใช่ศัตรู

ราวกับว่าพวกมันต้องการให้การต่อสู้นั้นเป็นแค่การต่อสู้ระหว่างสองขาใหญ่เพียงเท่านั้น!

หลินเซวียนและระเบิดเพลิงเองก็ยืนดูอยู่ห่างๆ

ยังไงซะราชันย์แดนลับก็ยังคงเป็นราชันย์แดนลับ มันได้รับสิทธิพิเศษและเพลิดเพลินไปกับค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นถึง15%จากภูเขาอัสนีร่วง

หากเป็นการต่อสู้1-1จริงๆ สิงโตอัสนีย่อมเสียเปรียบอย่างถึงที่สุด

หากแต่นี่ไม่ใช่การต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่งแต่เป็นสามต่อหนึ่งโว้ย!

“ไม่สิเรายังมีอีกคนหนึ่งนี่หว่า”

ทันทีที่หลินเซวียนกล่าวจบเขาก็สร้างร่างแยกอีกร่างหนึ่งขึ้นมาและให้มันสวมใส่ชุดเซ็ตพิษร้าย จากนั้นร่างแยกนั้นก็ได้กลายเป็น ‘ดาบพิษ’

ยังไงซะแถวนี้ในตอนนี้ก็มีแค่เขาคนเดียว เขาก็แค่หยุดเสแสร้งและรีบๆจัดการปลิดชีพราชันย์แดนลับตนนี้ทิ้งซะก็พอ!

เมื่อเห็นคนสามคนและหนึ่งอสูรกำลังก้าวเข้ามาหามันทีละก้าวๆ ราชันย์แดนลับก็ผงะถอยอย่างต่อเนื่อง ท้ายที่สุดมันก็อดรนทนไม่ไหวจำต้องคำรามและเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตี

เป้าหมายของมันไม่ใช่โล่วิญญาณ ดาบพิษหรือสิงโตอัสนีหากแต่เป็นระเบิดเพลิง

สวมใส่ชุดคลุมเช่นนี้ทำให้เขาดูเปราะบางยิ่งนัก

ดูเหมือนอีกฝ่ายมันจะคิดว่าเขาเป็นลูกพลับบีบง่ายล่ะมั้ง?

“โชคร้ายหน่อยนะที่พวกเราไม่ใช่ลูกพลับแต่เป็นแผ่นเหล็กกันทุกคนเลย”

หลินเซวียนหัวเราะ

คิดจริงๆหรอว่าระเบิดเพลิงรังแกง่ายแค่เพราะเขาใส่ชุดคลุม?

ขออภัยด้วย ร่างแยกร่างนี้สืบทอดค่าสถานะ100%มาจากร่างหลักซึ่งก็ทำให้มีค่าความอดทนสูงถึง442แต้ม!

ทั้งสี่เข้าโจมตีพร้อมกัน!

โล่! เพลิง! พิษ! บวกกับสายฟ้า!

ในเวลาไม่ถึงสิบนาทีราชันย์แดนลับก็ล้มลงบนพื้นอย่างอ่อนแรงและส่งเสียงคร่ำครวญออกมา

ส่วนอุปกรณ์สวมใส่และหนังสือสกิลนั้นก็มีดรอปลงมาบ้าง โชคไม่ดีที่พวกมันล้วนเป็นเกรดสีขาวทั้งสิ้น เพียงเสี้ยวพริบตาเดียวพวกมันก็ถูกหลินเซวียนโยนใส่โต๊ะหลอมไอเทมจนสิ้น

“หืม..ศพไม่ได้ระเบิดเป็นระอองแสงงั้นหรอ”

หลินเซวียนประหลาดใจขึ้นมาเล็กน้อย เขาพบว่าศพของราชันย์แดนลับนั้นยังคงนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นไม่เหมือนกับราชันย์แดนลับในแดนลับระดับต่ำที่จะกลายเป็นจุดแสงและพุ่งเข้าสู่ร่างกายของนักสู้หลังจากที่พวกมันเสียชีวิต

เขาพลันบังเกิดความคิดขึ้นมา

“ถ้างั้นก็หมายความว่าแดนลับขอบเขตที่7ค่อนข้างแตกต่างจากแดนลับขอบเขตก่อนหน้าค่อนข้างมากทีเดียว”

“เมื่อไม่มีถ้ำอยู่ภายในแดนลับขอบเขตที่7ทำให้ราชันย์แดนลับสามารถท่องไปได้รอบๆ เข้ายึดครองภูเขาและผืนป่าได้ ร่างเองก็ไม่หายไปถึงแม้จะตายไปแล้วก็ตาม..น่าสนใจ”

หลินเซวียนพลันนึกขึ้นมาได้ว่าเขายังมีที่ว่างสำหรับร่างอวตารที่ยังไม่ได้ใช้เหลืออยู่

“ทำไมไม่ยึดร่างของราชันย์แดนลับตนนี้ล่ะ? ค่าสถานะของมันเองก็แข็งแกร่งมากทีเดียว”

หลินเซวียนก้าวออกไปและทำการชิงร่างของราชันย์แดนลับตนนี้เพื่อเปลี่ยนมันให้กลายเป็นร่างอวตารฝึกฝนร่างที่8

เมื่อเห็นว่าราชันย์แดนลับลุกขึ้นมาอีกครั้ง อสูรทั้งหมดก็พากันมองด้วยสายตาโง่งม

หลังจากสับสนอยู่ช่วงสั้นๆพวกมันก็พากันแสดงสีหน้าเคารพด้วยความจำยอม

แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่พวกมันก็ทำได้เพียงยอมศิโรราบเท่านั้น

ต่อต้านไปก็ไร้ประโยชน์

หลินเซวียนสั่งการราชันย์แดนลับ “บอกให้พวกมันย้ายก้นออกไปให้ไว นอกจากนี้ก็เอาพวกขยะไปให้หมดด้วย”

“พูดก็พูดเถอะทำไมพวกแกถึงกินทั้งเนื้อ กระดูกและขี้พร้อมกันล่ะเนี่ย? นี่มันเกินไปหน่อยล่ะมั้ง...รู้จักไหมสุขลักษณะน่ะ?”

ราชันย์แดนลับคำรามออกมาหลายครา เหล่าอสูรพากันจัดแจงและเคลื่อนย้ายกันออกไปจากฐานสถานีไร้ภัยในทันที

ในเวลาเดียวกันพวกมันก็เอาเศษอาหาร ซากอสูรและอุจาระไปด้วย

ไม่นานนักฐานสถานีไร้ภัยก็ถูกเก็บกวาดจนเกลี้ยงและกลายเป็นพื้นที่ว่างที่ทั้งราบเรียบและกว้างใหญ่

หลินเซวียนก้าวออกไปและจัดการเรียงรูนแห่งการปกปักษ์ลงที่จุดศูนย์กลางของพื้นที่ว่าง

ครืน!

ชั้นพลังงานสีฟ้ากระจายออกไปรอบทิศทางโดยมีรูนแห่งการปกปักษ์เป็นจุดศูนย์กลาง หลังจากกระจายออกไปเป็นชั้นพลังงานป้องกันสีฟ้าอ่อนที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ราว100เมตรมันก็หยุดลง

อสูรที่อ่อนแอต่างพากันรู้สึกหวาดกลัวและล่าถอยไปตามสัญชาตญาณ

ส่วนพวกอสูรที่แข็งแกร่ง พวกมันพากันคำรามข่มขู่ใส่ม่านพลังงานป้องกันสีฟ้าอ่อนและถึงขั้นพยายามโจมตีใส่เลยด้วยซ้ำ

แน่นอนว่าทันทีที่กงเล็บของพวกมันแตะลงบนม่านพลัง พวกมันก็จะถูกพลังงานมหาศาลจากม่านพลังสะท้อนกลับจนกงเล็บแตกหักในพริบตา!

“สมแล้วที่เป็นรูนแห่งการปกปักษ์ ได้ยินมาว่ามันเป็นไอเทมพิเศษที่หาได้จากซากโบราณคุนหลุนเท่านั้นไม่อาจหาได้จากแดนลับอื่นอีก สงสัยจริงๆว่าองค์กรอื่นที่ไม่มีทางเข้าถึงไอเทมพิเศษชิ้นนี้ได้จะจัดการกับแดนลับของพวกเขายังไง อย่าบอกนะว่าในแดนลับของพวกนั้นไม่มีสถานีไร้ภัย?”

หลินเซวียนจ้องมองดูลวดลายบนผิวของรูนแห่งการปกปักษ์และเดาะลิ้นด้วยความประหลาดใจ

“เอาล่ะภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว ได้เวลาเริ่มซักที!”

“ดูจากเวลาแล้วเราควรจะอู้ซักสามชั่วโมงก่อน!”

หลินเซวียนมีเครื่องมือสื่อสารอยู่ แน่นอนว่าเขาสามารถรายงานให้ฉู่เผิงเฉิงและคนอื่นๆทราบได้ทันทีว่าเขาทำการติดตั้งรูนแห่งการปกปักษ์เสร็จสิ้นแล้วและสามารถมุ่งหน้าไปยังยอดเขาหลักเพื่อสนับสนุนได้ตลอดเวลา

แต่นั่นก็เร็วไป

ถ้าเขาลงมือเร็วเกินไปคนอื่นจะสงสัยซะเปล่าๆ

ดังนั้นอู้ซักหน่อยคงดีกว่า

ในเวลาเดียวกัน นักสู้ขอบเขตที่74คนที่แยกกันออกไปทางทิศตะวันตกและทิศเหนือของภูเขาอัสนีร่วงเองต่างก็ได้พบกับราชันย์แดนลับเช่นกัน

ฉู่เผิงเฉิงและคนอื่นๆได้ทำการมาร์คตำแหน่งพื้นที่ของพวกราชันย์แดนลับเอาไว้บนแผนที่แล้วก็จริงแต่พวกเขามองข้ามปัญหาไปหนึ่งอย่าง อสูรภายในภูเขาอัสนีร่วงนั้นมีสัญชาตญาณในการไล่ตามสายฟ้าฟาดเนื่องจากพวกมันจะแข็งแกร่งขึ้นได้จากการดูดซับสายฟ้าเท่านั้น

จึงเป็นธรรมดาที่ราชันย์แดนลับจะนำพวกลูกน้องของมันออกจากอาณาเขตของตนและวนเวียนไปเรื่อยๆ

ราชันย์แดนลับเหล่านี้จึงมาตั้งรกรากอยู่ในป่าและยึดครองสถานีไร้ภัยเอาไว้

ไม่รู้เพราเหตุใดแต่พวกมันดูจะชอบพื้นที่เหล่านี้มากนัก

ในตอนนั้นเพื่อเลือกสถานที่สำหรับตั้งฐาน ฉู่เผิงเฉิงและพวกถึงขั้นนำพลั่วกับอุปกรณ์อื่นๆออกมาจัดการกับพื้นดินบริเวณที่ไม่สม่ำเสมอกันด้วยซ้ำ

พวกเขาคงไม่คิดแน่ว่าสิ่งที่พวกเขาทำจะถูกราชันย์แดนลับพวกนี้ยึดครองในชั่วพริบตา

มีเพียงนักสู้ขอบเขตที่7สองคนที่มุ่งหน้าลงใต้เท่านั้นที่ไปถึงฐานทิศใต้ได้อย่างปลอดภัย

ฐานทิศใต้นั้นไม่มีราชันย์แดนลับอยู่มีเพียงอสูรไม่กี่สิบตัวเท่านั้น

ระดับสูงที่สุดก็เป็นเพียงเลเวล3ขอบเขตที่7เท่านั้น

สติปัญญาของอสูรพวกนี้ค่อนข้างต่ำ พวกเขาทั้งสองคนจึงเริ่มวางแผนในการจัดการกับพวกมัน

พวกเขาทำการล่ออสูรออกมาทีละน้อยและพาพวกมันออกไปห่างๆก่อนจะร่วมมือกันสังหารพวกมัน

แน่นอนว่าการทำเช่นนี้ใช้เวลาค่อนข้างนาน

หลังจากผ่านไปกว่าชั่วโมงก็มีเพียงโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงที่ไปทางทิศตะวันออกเท่านั้นที่สามารถจัดตั้งรูนแห่งการปกปักษ์ได้สำเร็จ

นักสู้ขอบเขตที่7ทั้ง4คนที่มุ่งหน้าไปทางตะวันตกและทางเหนือเจอเข้ากับปัญหาใหญ่

แล้วพวกเขาควรจะทำยังไงดี?

พวกเขาแต่ละคนเป็นเพียงเลเวล2ขอบเขตที่7เท่านั้น พวกเขาจะสู้กับราชันย์แดนลับเลเวล9ขอบเขตที่7ที่มีลูกน้องอีกเป็นร้อยได้ยังไง?

หรือจะให้ใช้หัวสู้?

นักสู้ขอบเขตที่7ทั้ง4คนคิดแล้วคิดอีกจนหัวแทบแตก สุดท้ายจึงตัดสินใจหลีกเลี่ยงศัตรูไปก่อนเป็นการชั่วคราว

หลังจากกลับมาถึงพื้นที่ปลอดภัยพวกเขาก็หยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาและติดต่อกับนักสู้ที่อยู่บนยอดเขาหลัก

“อะไรนะ? ฐานถูกราชันย์แดนลับยึดครอง?”

ฉู่เผิงเฉิงรู้สึกคันเขี้ยวยิ่งนักเมื่อได้ทราบข่าว

ราชันย์แดนลับพวกนั้นสงสัยจะหน่ายความตาย

พวกเขาอุส่าห์จัดการหน้าดินจนเรียบเพื่อเตรียมสร้างสถานีไร้ภัย แต่พวกเขายังไม่ทันได้สร้างกลับถูกพวกมันเข้ายึดครองเสียแล้ว?

ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่ใช่แค่หนึ่ง สองในสี่ฐานถูกราชันย์แดนลับยึดครองไปแล้ว

แล้วอีกสองล่ะ?

ฉู่เผิงเฉิงรีบติดต่อไปยังคนอื่นๆในทันที

ในเวลานั้นเองสายฟ้าสีม่วงเส้นหนาพลันฟาดผ่าลงมาจากท้องฟ้าทางทิศของยอดเขาหลักของภูเขาอัสนีร่วง

เปรี้ยง!

คลื่นเสียงน่าสะพรึงกวาดผ่านไปทั่วภูเขาอัสนีร่วง

เสียงดังสนั่นแสบแกวหูพลันดังออกมาจากเครื่องมือสื่อสาร

ในเวลาเดียวกันตัวเครื่องมือสื่อสารเองก็พลันปรากฏควันสีขาวลอยฟุ้ง

ฉู่เผิงเฉิงรีบโยนมันทิ้งทันทีก่อนจะสบถออกมา “เครื่องมือสื่อสารมันทำงานผิดปกติ!”

เพื่อให้สามารถสื่อสารกันได้ทันทีเครื่องมือสื่อสารของคนอื่นๆจึงถูกเก็บเอาไว้บริเวณเอว ในเวลานี้เครื่องมือสื่อสารของพวกเขาเองก็รวนขึ้นมาเช่นเดียวกันทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือกได้แต่ต้องทิ้งพวกมันไปอย่างจำยอม

“ฉันกังวลขึ้นมาเล็กน้อยแล้วสิ...” เย่อู่ชิวขมวดคิ้ว

ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าสายฟ้าที่ผ่าลงมาจากภูเขาอัสนีร่วงจะมีผลคล้ายกับสนามแม่เหล็กไฟฟ้า วงจรไฟฟ้าของเครื่องมือสื่อสารถึงขั้นถูกเผาเลยทีเดียว

เช่นนี้แล้วนอกจากนักสู้ทั้ง25คนบนยอดเขาหลักที่ยังอยู่รวมกัน นักสู้ขอบเขตที่7อีก8คนที่กระจัดกระจายอยู่รอบๆก็คงต้องพึ่งตัวเองแล้ว

นี่ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับพวกเขาเลย

เลเวลของนักสู้ขอบเขตที่7ทั้ง8คนนั้นรวมไปถึงโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงไม่ได้สูงมากนัก พวกเขาทั้งหมดล้วนมีเลเวลราวๆเลเวล1-เลเวล3เท่านั้น

ถ้าไปเจอกับฝูงอสูรเข้าคงมีโอกาสสูงมากที่จะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น!

ยิ่งไปกว่านั้นจากข่าวที่นักสู้ทั้ง4คนจากทางตะวันตกและทางเหนือส่งมาให้ คนอื่นๆอีกสองกลุ่มเองก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเจอเข้ากับราชันย์แดนลับ

สิ่งนี้ยิ่งทำให้เรื่องมันเลวร้ายขึ้นไปอีก

เซี่ยงเทียนซิวเกาหัว “ในเมื่อโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงสามารถจัดการกับหุ่นเชิดของหัวหน้าองค์กรทุ่งราบมหาสวรรค์ลงได้พวกนั้นก็น่าจะพอมีฝีมืออยู่บ้าง ไม่ต้องไปกังวลขนาดนั้นหรอก”

แบล็คจ้องเขม็งไปที่เขาและเอ่ยสวนออกมาทันควัน “ฉัแนะนำให้พวกเราส่งคนไปช่วยพวกเขาในทันที ถ้าราชันย์แดนลับยังไม่ออกจากฐานพวกเราก็ทำได้เพียงยอมแพ้เลือกฐานจุดอื่นแทน”

เย่อู่ชิว หมาป่าเงิน ไป๋ชิงเหอและคนอื่นๆพยักหน้า

ไม่นานนักนักสู้4จาก25คนก็ถูกเลือกและรีบมุ่งหน้ากระจายกันออกไปทั้ง4ทิศทางของภูเขาอัสนีร่วง

แบล็คคือคนที่รับหน้าที่ไปสนับสนุนโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิง

“ขออย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นเลย” แบล็คพึมพำและใช้สกิลเพื่อเร่งความเร็วมุ่งหน้าตรงไปทางฝั่งทิศตะวันออกของภูเขาอัสนีร่วงให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้

จบบทที่ Chapter 104 : เปลี่ยนราชันย์แดนลับให้กลายเป็นร่างอวตาร

คัดลอกลิงก์แล้ว