เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 68 : เริ่มบทเรียนของอาจารย์แบล็ค

Chapter 68 : เริ่มบทเรียนของอาจารย์แบล็ค

Chapter 68 : เริ่มบทเรียนของอาจารย์แบล็ค


ในบ้านแห่งหนึ่งภายในเมืองเครนขาว

“โล่วิญญาณที่นี่คือบ้านของนายในอนาคต”

ลู่หลัวมาถึงที่บ้านหลังนี้พร้อมกับหลินเซวียนที่มาในชุดเกราะเต็มยศ

หลินเซวียนมองไปรอบๆและรู้สึกว่าบ้านหลังนี้ก็ไม่เลว มันมีห้องถึงสามห้องและมีห้องโถงใหญ่อีกหนึ่งห้อง นอกจากห้องนอนหลักและห้องนอนห้องที่สองแล้ว ห้องที่สามก็คือยิม ภายในนี้นั้นมีทั้งบาร์เบลล์และอุปกรณ์ยิมอื่นๆครบครัน

นอกจากนี้ยังมีอ่างอาบน้ำ โถส้วมและน้ำกับไฟ เรียกได้ว่าแตกต่างจากหอพักเดี่ยวขององค์กรเจอร์มินอลอย่างสิ้นเชิง

“ไม่เลว ฉันชอบมาก” น้ำเสียงที่จงใจเอ่ยให้แหบแห้งของหลินเซวียนดังออกมาจากใต้ชุดเกราะ

ลู่หลัวลังเลไปชั่วครู่ “…ยังไงก็ตามนายคิดจะอาศัยอยู่ที่นี่กับหลินเซวียนแล้วก็ระเบิดเพลิงจริงๆงั้นหรอ?”

หลินเซวียนเอ่ยตอบ “แปลกตรงไหน? ฉันเป็นเพื่อนกับพวกเขา สหายที่ดีย่อมต้องรู้จักแบ่งปันกันสิ”

ลู่หลัว “การที่ผู้ชายสามคนมาอาศัยอยู่รวมกันนี่มันค่อนข้าง...ช่างมันเถอะ ในเมื่อนายต้องการแบบนั้นฉันก็จะไม่พูดอะไรแล้วกัน ฉันอยู่ข้างๆนี้ถ้านายมีปัญหาอะไรที่แก้ไม่ตกก็มาหาฉันได้เลย”

หลินเซวียนชี้ไปที่บ้านอีกหลังที่อยู่ติดกัน

หลินเซวียนพยักหน้าเล็กน้อย

ลู่หลัวส่งรูนเกรดสีทองให้เขาไป5ชิ้น “นี่รูนเกรดสีทองห้าก้อนที่นายต้องการ ฉันไปหามาแล้วตามที่นายขอ พูดตรงๆว่ากินแรงไปไม่น้อยเลย”

เธออดอิจฉาไม่ได้จริงๆ

ถ้าเธอต้องการรูนเกรดสีทองมากขนาดนี้จริงๆคงต้องเก็บเงินนานพอสมควร

หลินเซวียนรับรูนทั้งห้าชิ้นมาและพยักหน้าให้กับเธอเล็กน้อย

ในบรรดารูนทั้งห้านั้น สองในห้าคือ ‘อัสนีสลายความมืด’ อีกสองในห้าคือ ‘หนึ่งเดียวกับดาบ’ และส่วนสุดท้ายคือรูนเดี่ยว ‘อำนาจเวทย์มนตร์’ ซึ่งจะเพิ่มพลังเวทย์ให้กับผู้ใช้ เมื่อฝังมันลงในถุงมือมันจะเพิ่มขีดจำกัดพลังเวทย์ให้อีก20%

เช่นนี้แล้วก็เท่ากับว่าเซ็ตรูนหนึ่งเดียวกับดาบและอัสนีสลายความมืดนั้นครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว

“ส่วนนี่คือบัตรเครดิตของกองพลก่อสร้างเรา ใบนี้ของนายส่วนใบนี้ของระเบิดเพลิง นายเป็นคนนำข้อมูลมาส่งแถมยังป้องกันกำแพงเมืองทิศตะวันออกให้พวกเราอีกเลยได้รับแต้มบุญ1000แต้ม ส่วนระเบิดเพลิงที่ป้องกันกำแพงทิศตะวันตกนั้นมีแต้มบุญ500แต้ม”

ลู่หลัวส่งบัตรสีแดงสองใบให้กับเขา

หลินเซวียนกวาดสายตามองและพบว่าบัตรนี้เองก็เป็นอุปกรณ์ชนิดพิเศษคล้ายๆกับปลอกคอของนักกู้ซาก แต่นอกจากเป็นบัตรเก็บตังค์แล้วก็ไม่ได้มีความสามารถพิเศษอื่นใดอีก

“อย่าแย่งแต้มบุญของระเบิดเพลิงล่ะ!” ลู่หลัวเตือน

หลินเซวียนส่ายหัว “ฉันกับระเบิดเพลิงเป็นสหายที่ดีต่อกัน! ทำไมถึงมองฉันเป็นคนแบบนั้น?”

“ยังไงก็ตามฉันต้องใช้แต้มบุญเท่าไหร่ถึงจะเข้าแดนลับมหึมาที่อยู่ในการควบคุมของกองพลก่อสร้างได้?”

ลู่หลัวยกนิ้วขึ้น “300แต้มต่อครั้ง ทุกครั้งที่นายเข้าไปจะอยู่ได้3วัน”

หลินเซวียนลูบคาง “นั่นค่อนข้างจะเยอะเลยนะ”

“วิธีได้แต้มบุญนั้นมีอยู่หลายทาง นอกจากแต้มบุญที่ได้จากการต่อสู้ครั้งใหญ่ๆแล้วก็ยังสามารถหาได้จากการขายไอเทมระดับสูงให้กับกองพลก่อสร้างด้วย”

“หรือนายจะออกไปแดนรกร้างและกวาดล้างอสูรเพื่อแต้มบุญก็ได้เหมือนกัน” ลู่หลัวเอ่ยอย่างสบายๆ “ยังไงก็ตามแต้มบุญที่ได้จากการสังหารอสูรนั้นค่อนข้างน้อย”

ดวงตาของหลินเซวียนเปล่งประกาย “ถ้างั้นถ้าอสูรบุกเมืองเครนขาวแล้วฉันฆ่าพวกมันได้ล่ะ?”

ถ้าเขาล่ออสูรให้มาโจมตีเมืองเครนขาวและสังหารพวกมันก่อนที่พวกมันจะมาถึงไม่ใช่ว่านั่นคือการสร้างผลงานครั้งใหญ่หรอกหรือ? ลู่หลัวเงยหน้าจ้องเขาเขม็ง “อย่าแม้แต่จะคิดวิธีอันตรายๆแบบนั้นเชียว”

หลินเซวียนกระแอมเล็กน้อย “คำถามสุดท้าย แบล็คอยู่ไหน? ฉันอยากจะถามเขาเกี่ยวกับเรื่องอาชีพซักหน่อย”

“อยู่ที่บ้านนายนี่แหละ” น้ำเสียงราบเรียบและเสียงกระดกเหล้าดังขึ้น

หลินเซวียนหันไปมองและพบว่ามีเงาร่างในชุดคลุมสีดำนั่งอยู่บนโซฟา คนผู้นี้ถือขวดเหมาไถเอาไว้ในมือและดื่มมันอย่างสนุกปาก

“เข้ามาได้ยังไงเนี่ย?” หลินเซวียนสับสน

แบล็คชี้ไปที่ชั้นสอง “ทางหน้าต่างไง”

หลินเซวียน “...คุณรู้เกี่ยวกับเรื่องอาชีพมากแค่ไหน?”

แบล็คยิ้ม “ฉันรู้เกือบทุกอย่างที่นายอยากจะรู้นั่นแหละ”

ลู่หลัวโบกมือ “ถ้างั้นพวกคุณก็คุยกันไปแล้วกัน ยังมีนักสู้ขององค์กรเจอร์มินอลอีกมากที่เลือกยอมแพ้ฉันเลยมีงานต้องสะสางอยู่เพียบ”

พริบตาต่อมาภายในบ้านก็เหลือเพียงแบล็คและหลินเซวียนเท่านั้น

แบล็คดื่มเข้าไปอีกอึกใหญ่และกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว “หลังจากนักสู้ขอบเขตที่6กลายเป็นนักสู้ขอบเขตที่7พวกเขาจำต้องเผชิญกับปัญหาในการเลือกอาชีพ”

“อาชีพนั้นแบ่งออกเป็นสี่ประเภทใหญ่ตามค่าสถานะทั้งสี่ด้าน : ความอดทน , พละกำลัง , พลังจิตวิญญาณ , ความเร็ว”

“นอกจากนี้อาชีพนั้นยังแบ่งออกเป็นอาชีพระดับต่ำ อาชีพระดับกลางและอาชีพระดับสูงอีกด้วย ซึ่งก็สอดคล้องกับระดับของนักสู้ขอบเขตที่7 ขอบเขตที่8และขอบเขตที่9ตามลำดับ ทุกครั้งที่นายเลื่อนขั้นนายจะได้สกิลอาชีพ เนื่องจากมันคือสกิลอาชีพดังนั้นแก่นแท้ที่จำเป็นต้องใช้ในการเพิ่มระดับของมันนั้นจึงจะน้อยกว่าสกิลอื่นกว่าครึ่ง”

แบล็คเอ่ยต่อ “อาชีพพื้นฐานจากสี่ค่าสถานะหลักแบ่งออกเป็นนักรบเกราะหนัก นักรบ จอมเวทย์และนักฆ่า”

หลินเซวียนคิดหนัก “ถ้างั้นก็หมายความว่ามีอาชีพอื่นนอกจากอาชีพพื้นฐานด้วยสินะครับ?”

แบล็คดีดนิ้ว “แน่นอนยกตัวอย่างเช่นแฝดอสูรที่ถูกพวกเราไล่จนหนีไปเมื่อคืน จากที่พวกเรารู้ทั้งสองคนนั้นมีอาชรพเป็นฆาตกร แม้ว่าจะไม่เห็นข้อมูลทั้งหมดของอีกฝ่ายแต่พวกเราก็พอจะคาดเดาได้คร่าวๆว่าน่าจะเป็นอาชีพระดับล้ำค่าสีม่วง ไม่อย่างนั้นคงเป็นไปไม่ได้หรอกที่ทางที่ราบมหาสวรรค์จะปล่อยให้พวกมันนำไอเทมล้ำค่าอย่างตะเกียงอรหันต์วิญญาณติดตัวมาด้วย”

หลินเซวียนเลิกคิ้ว “เข้าใจแล้ว อาชีพเองก็แบ่งออกเป็นอาชีพระดับธรรมดาสีขาว ไม่ธรรมดาสีเขียว หายากสีฟ้า ล้ำค่าสีม่วงและไร้ที่ติสีทองเหมือนกันสินะ”

“แต่คุณยังไม่ได้บอกผมเลยนะว่าจะได้อาชีพมาได้ยังไง”

หลินเซวียนยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก

ในเมื่ออาชีพแบ่งออกเป็นหลายเกรดแล้วเขาจะได้อาชีพที่มีเกรดสูงสุดได้ยังไงล่ะ?

ถ้าเขาได้เพียงอาชีพเกรดธรรมดาสีขาวไม่ใช่ว่าจะทำให้ค่าสถานะอันทรงพลังของเขาสูญเปล่าหรอกรึ?

“อสูรขอบเขตที่6ทุกตัวจะมีโอกาสดรอปม้วนคัมภีร์อาชีพแต่อัตราการดรอปนั้นต่ำมาก ยิ่งไปกว่านั้นยิ่งเกรดสูงเท่าไหร่โอกาสดรอปก็ยิ่งต่ำลงไปอีก กองพลก่อสร้างเคยทำการทดลองเรื่องนี้มาแล้วและพบว่าอัตราการดรอปของม้วนคัมภีร์อาชีพเกรดทั่วไปสีขาวนั้นมีอยู่เพียง1%เท่านั้น ส่วนเกรดไม่ธรรมดาสีเขียวนั้นคือ1ในพัน ส่วนคัมภีร์อาชีพที่ระดับสูงกว่านี้ไม่เคยดรอปเลยในการทดลองดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะคาดเดาอัตราการดรอป”

“นอกจากนี้ม้วนคัมภีร์อาชีพที่ดรอปลงมายังเป็นการดรอปแบบสุ่มโดยไม่อิงกับตัวแดนลับเลยซักนิด ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆก็ยกตัวอย่างเช่น ม้วนคัมภีร์ที่ดรอปจากถ้ำพิษเสื่อมสลายก็อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพิษเลยแต่กลับสามารถดรอปม้วนคัมภีร์อาชีพได้ทุกรูปแบบ”

แบล็คยิ้ม

หลินเซวียนที่ได้ยินก็พลันถอนหายใจโล่งอก

กลับกลายเป็นว่ากระทั่งอสูรขอบเขตที่6ก็ยังมีโอกาสดรอปม้วนคัมภีร์อาชีพ เขากังวลและคิดว่าตัวเองต้องออกไปเสี่ยงโชคอีกรอบซะแล้ว

แบล็คดูสับสนไม่น้อย “นายดูผ่อนคลายไม่น้อยเลยนี่”

หลินเซวียนพยักหน้ารับ “ในเมื่อคุณเคลียร์ข้อสงสัยให้ผมแล้วก็เป็นธรรมดาที่ผมจะรู้สึกผ่อนคลาย”

แบล็คเรอออกมา “ถ้างั้นฉันไปก่อนแล้วกัน นอกจากนี้ฉันจะขอพาโจวเฟิงไปด้วย”

ร่างของเขาหายไปในพริบตา เมื่อเขาปรากฏตัวออกมาอีกครั้งเขาก็คว้าร่างของชายหนุ่มที่อยู่บนชั้นสองติดมือมาด้วยแล้ว

ชายหนุ่มผู้นี้คือบุตรชายของหมาป่าเงินผู้จัดการหมายเลข2 - โจวเฟิงนั่นเอง

แบล็คคว้าคอของโจวเฟิงด้วยมือเพียงข้าวเดียวและยกเขาขึ้นไว้บนอากาศ หากแต่โจวเฟิงกลับท่าทีไม่พอใจเลยซักนิดแต่กลับดิ้นไปดิ้นมาด้วยความสุขด้วย

“ไอดอล! ไม่เจอกันตั้งนาน! เพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นช่วงที่ผ่านมานี้ผมเลยฝึกฝนอย่างหนักเชียวนะ!”

หลินเซวียน “...เข้ามาได้ยังไง?”

“ทางหน้าต่างไง”

“เรียนรู้เร็วเนอะ?”

เมื่อครู่หลินเซวียนเพ่งสมาธิไปที่การฟังแบล็คอธิบายเรื่องอาชีพมากเกินไปและไม่ได้ให้ความสนใจกับรอบๆเลย เจ้าสารเลวโจวเฟิงนี่ก็คงมุดเข้ามาตอนนั้นนั่นแหละ

“เวลาไล่ตามไอดอลนี่ดูมีแรงกระตุ้นดีนี่ ถ้าคราวหน้าแอนมุดเข้ามาแล้วโล่วิญญาณกำลังแก้ผ้าอยู่จะทำยังไง?” แบล็คเอ่ยเสียงเรียบ

แววตาของโจวเฟิงเปล่งประกายเร่าร้อน “หืม...เรื่องดีๆแบบนั้นจะเกิดขึ้นงั้นหรอ?”

แบล็ค “...ดูเหมือนฉันต้องให้พ่อของนายสอนบทเรียนให้นายบ้างแล้วสิ”

หลินเซวียน “...ไปเถอะๆ รีบๆโยนเจ้าหมอนี่ออกไปซักที”

หลังจากส่งคนทั้งสองจากไปหลินเซวียนก็ถนอหายใจโล่งอกออกมา

ในที่สุดก็เงียบซักที

หลังจากสลัดองค์กรเจอร์มินอลออกไปได้เขาก็ได้กลายเป็นสมาชิกภายนอกของกองพลก่อสร้างและเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ซักที!

“ก้าวแรกของเราคือการเอาอาชีพเกรดสีทองมาครอบครองและฟาร์มเลเวลในถ้ำพิษเสื่อมสลาย!” ดวงตาของหลินเซวียนสว่างวาบ

จบบทที่ Chapter 68 : เริ่มบทเรียนของอาจารย์แบล็ค

คัดลอกลิงก์แล้ว