เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 43 : เมืองหนาม – พบเจอลู่หลัว

Chapter 43 : เมืองหนาม – พบเจอลู่หลัว

Chapter 43 : เมืองหนาม – พบเจอลู่หลัว


แดนลับขอบเขตที่5 – ภูเขาปิศาจชั้นต่ำ

หลังผ่านประตูแสงเข้ามาหลินเซวียนก็พบกับยอดเขาที่ตั้งตะหง่านสูงเลยหมู่เมฆ

ยอดเขานั้นสูงกว่า900เมตรและแบ่งออกเป็น9ชั้น ในทุกๆ100เมตรจะมีหนึ่งชั้น ถ้ำของพวกราชันย์แดนลับจะตั้งอยู่ที่ด้านบนสุด

อสูรในภูเขาปิศาจชั้นต่ำนั้นมีหลากหลายคุณสมบัติไล่ไปตั้งแต่กายภาพ เวทย์มนตร์ ไฟ สายฟ้า น้ำแข็งและพิษ

ตามข้อมูลที่ได้มาจากทางองค์กรทำให้หลินเซวียนทราบว่าไอเทมที่ดรอปจากอสูรภายในภูเขาปิศาจชั้นต่ำนั้นดีเยี่ยมทุกชิ้น

ไอเทมค่าสถานะนั้นมี แผงคอหมาป่าสายลม (ความเร็วในการเคลื่อนที่+1%) , เขี้ยวหมู (ความเร็วในการโจมตี+1%) , เปลือกไม้เก่าแก่ (อัตราการบล็อกการโจมตี+1%) , และรากป่าน (ความเร็วในการฟื้นฟูพลังงาน+1%)

ส่วนหนังสือสกิลนั้นมีตรวจสอบระดับสูงซึ่งเป็นสกิลติดตัวที่ทำให้สามารถสัมผัสเป้าหมายได้หลายเป้าหมายภายในรัศมี100เมตร

ย่องเบา - สกิลติดตัวที่ลดการตรวจจับลงได้30%

กายาหนามขั้นสูง – สกิลติดตัวซึ่งจะเพิ่มความเสียหายจากการสะท้อนถึง60%

ระเบิดเพลิง – สกิลเรียกใช้งานและเป็นสกิลโปรดของเหล่าจอมเวทย์ไฟ

หอกน้ำแข็ง – สกิลเรียกใช้งานที่ผสมผสานทั้งการโจมตีทางกายภาพและความเสียหายธาตุน้ำแข็ง

นอกจากนี้ก็ยังมีสกิลอย่างกายาอสูรซึ่งเป็นสกิลติดตัวที่จะเพิ่มความเสียหายเวทย์มนตร์และค่าต้านทานเวทย์มนตร์ +10%

นอกจากนี้ยังมีไอเทมประเภทอุปกรณ์อีกหลายชนิดที่สามารถดรอปได้ ยังไงก็ตามกลับไม่มีอุปกรณ์สวมใส่ชนิดใดเลยในภูเขาปิศาจชั้นต่ำที่เหมาะกับหลินเซวียน ชุดเซ็ตส่วนใหญ่ของแดนลับนี้เหมาะกับนักธนูหรือจอมเวทย์มากกว่า

ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือภูเขาอสูรปิศาจนั้นมีแร่หายากอยู่เป็นจำนวนมาก!

แร่ในถ้ำหินยักษ์นั้นไม่อาจเติมเต็มความต้องการของหลินเซวียนได้อีกต่อไป ตอนนี้คงถึงเวลาแล้วที่หลินเซวียนจะต้องลบกิ้งก่ากลืนทองออกจากหนึ่งในสล็อตของร่างอวตารและใช้สล็อตนั้นกับอสูรภายในภูเขาปิศาจชั้นต่ำแทน

เมื่อหลินเซวียนมาถึงเขาก็บังเอิญเห็นว่าเหวินเซี่ยงเองก็กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อสำรวจแดนลับอยู่เช่นกัน

“โล่วิญญาณ บังเอิญจริงๆ” เหวินเซี่ยงที่พึ่งจะสังหารหมาป่าอสูรโลหิตด้วยหมัดอันทรงพลังของเขาก่อนจะยกมือขึ้นปาดเหงื่อเอ่ยทัก

หลินเซวียนพยักหน้ารับเล็กน้อยและเดินตามเส้นทางคดเคี้ยวของภูเขาขึ้นไปด้านบนโดยไม่คิดจะหยุดอยู่ที่ความสูงระดับต่ำเลยแม้แต่น้อย

เหวินเซี่ยงลูบปาก “โล่วิญญาณก็ยังคงทะเยอทะยานเหมือนเดิม!”

หลินเซวียนยังคงมุ่งหน้าต่อไป หลังจากมาถึงชั้นที่ความสูง700เมตรเขาก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าจำนวนและความแข็งแกร่งของอสูรเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

เขาทำการลบกิ้งก่ากลืนทองออกจากการเป็นร่างอวตารในทันทีและลงมือสังหารอสูรสองตัวที่มีค่าสถานะดีเยี่ยมภายในภูเขาปิศาจชั้นต่ำ จากนั้นเขาก็เปลี่ยนให้พยัคฆ์เลือดอสูรและงูเหลือมเลือดอสูรกลายเป็นร่างอวตารร่างใหม่ของเขา

[พื้นที่ในปัจจุบัน : ภูเขาปิศาจชั้นต่ำชั้นที่7 (3700เหรียญทั่วไป/นาที , 18500แต้มค่าประสบการณ์/นาที]

เช่นนี้แล้วในปัจจุบันก็เท่ากับว่าเขามีร่างอวตารฝึกฝนอยู่หกร่าง สี่ในหกนั้นอยู่ที่ทุ่งราบเพลิงผลาญซึ่งเป็นแดนลับขอบเขตที่4และสองนั้นอยู่ในภูเขาปิศาจชั้นต่ำ – แดนลับขอบเขตที่5

เขาจำเป็นต้องใช้แต้มค่าประสบการณ์ทั้งหมด4.5พันล้านแต้มเพื่ออัพเลเวลจากเลเวล1เป็นเลเวล9ขอบเขตที่5

ถ้ารวมเวลาที่ต้องใช้ไปกับการอัพเกรดสกิล อุปกรณ์และชิ้นส่วนรูนให้กลายเป็นเลเวล9ด้วย ระยะเวลาโดยรวมคงแทบจะไม่อาจจินตนาการได้

“ยังไงก็มีองค์กรเจอร์มินอลอยู่ด้วยถือได้ว่าปลอดภัยมาก ไม่ต้องรีบก็ได้”

“รอจนกว่าจะได้หนังสือสกิลทั้งหมดของทุ่งราบเพลิงผลาญมาก่อนแล้วค่อยยกเลิกร่างอวตารฝึกฝนที่อยู่ที่นั่นทิ้งให้หมด”

เขาจำเป็นต้องใช้หนังสือสกิลเกรดสีขาวทั้งหมด16เล่มเพื่อผสานพวกมันให้กลายเป็นหนังสือสกิลเกรดสีทองเพียงเล่มเดียว

ในเมื่อความสามารถในการฟาร์มของเขานั้นไร้ขีดจำกัด หลินเซวียนย่อมไม่อยากจะปล่อยทิ้งไว้ให้เสียดายภายหลัง

จากนั้นหลินเซวียนก็เดินกลับทางเดิม

เมื่อเขากลับมาถึงชั้นที่1ก็พบกับเหวินเซี่ยงที่ยังคงสังหารหมาป่าเลือดอสูรอยู่ที่นี่

“เอ๋? นายจะไปแล้วหรอ?” เขาประหลาดใจยิ่งนัก

หลินเซวียนพยักหน้า “ฉันว่าฉันทะเยอทะยานเกินไปหน่อย เมื่อกี้ไปได้แค่300เมตรก็ได้รับบาดเจ็บซะแล้ว”

เหวินเซี่ยงเอ่ยปลอบ “ไม่เป็นไรหรอกๆ ถ้างั้นก็ไปพักผ่อนเถอะ”

หลังจากบอกลาเหวินเซี่ยง หลินเซวียนก็หาสถานที่ร้างผู้คนและเปลี่ยนอุปกรณ์สวมใส่ของโล่วิญญาณออกกลับมาเป็นนักกู้ซากแดนรกร้างที่ทำตัวต่ำติดดินและระแวดระวังไปเสียทุกเรื่องตามปกติ

“มิติส่วนตัวตอนนี้ค่อนข้างคับแคบแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเรายังมีเหรียญทั่วไปตุนเอาไว้ตั้งเยอะ ได้เวลาอัพไซส์ซักที”

หลินเซวียนใช้เหรียญทั่วไปเป็นจำนวนเพื่อเปลี่ยนมิติส่วนตัวอย่างพลิกฟ้าคว่ำดิน

[มิติส่วนตัว : เลเวล6]

[ความจุ : 400 ลูกบากศ์เมตร]

[โต๊ะหลอมไอเทม : โต๊ะที่1 (ปัจจุบันกำลังหลอมแร่ , โต๊ะที่2 (ปัจจุบันกำลังหลอมอุปกรณ์) , โต๊ะที่3 (ปัจจุบันกำลังหลอมรูน)]

[โต๊ะสร้างไอเทม : โต๊ะที่1 (ไม่ได้ใช้งาน) , โต๊ะที่2 (ไม่ได้ใช้งาน) , โต๊ะที่3 (ไม่ได้ใช้งาน)]

[โต๊ะสังเคราะห์ไอเทม : โต๊ะที่1 (ไม่ได้ใช้งาน , คลิ๊กเพื่อตรวจสอบรายการที่สามารถสังเคราะห์ได้]

[โต๊ะหลอมโอสถ : โต๊ะที่1 (ไม่ได้ใช้งาน) , คลิ๊กเพื่อตรวจสอบรายการยาที่สามารถปรุงได้]

ณ ปัจจุบันโต๊ะทำงานทั้งหมดล้วนเป็นเลเวล3แล้วทั้งสิ้นซึ่งก็เพิ่มค่าประสิทธิภาพถึง50%

โต๊ะทำงานเลเวล4จะเพิ่มค่าประสิทธิภาพถึง100%หากเทียบกับโต๊ะเลเวล1 เพื่ออัพเกรดโต๊ะเลเวล3เป็นเลเวล4จำเป็นต้องใช้เงิน1ล้านเหรียยทั่วไป

หลินเซวียนยกระดับโต๊ะทำงานทำหมดให้กลายเป็นเลเวล4ภายในลมหายใจเดียว

“เอาล่ะๆได้เวลาเพิ่มประสิทธิภาพแล้ว!”

ครึ่งเดือนต่อมา - ช่วงกลางคืน

หลินเซวียนส่งร่างแยกออกไปและมุ่งหน้าไปยังเมืองหนาม

ครั้งล่าสุดที่เขามาที่นี่เขาทำเพียงแค่มองจากที่ไกลๆเท่านั้นและไม่ได้เข้าไปภายในตัวเมือง

ยังไงก็ตามครั้งนี้เขาวางแผนว่าจะเข้าไปดูเสียหน่อย บางทีเขาอาจจะได้ข้อมูลอะไรดีๆมาจากคนเหล่านี้ก็เป็นได้

ยังไงเสียร่างกายนี้ที่เขาได้มาก็มีแต่ความทรงจำน่าสังเวชเพียงเท่านั้น

ตั้งแต่ภัยพิบัติอสูรเข้าทำลายเมืองทะเลสาบตะวันออก หลินเซวียนคนเก่าก็รั้งอยู่ในเมืองทะเลสาบตะวันออกมาโดยตลอดและไม่มีความคิดที่ออกไปยังโลกภายนอกเลย

เนื่องจากการมีอยู่ของพวกอสูรที่เตร่ไปเตร่มาอยู่ในแดนรกร้างการคมนาคมทั้งหมดจึงถูกตัดขาดและข้อมูลเองก็หาได้ยากยิ่ง

หลินเซวียนสวมใส่ชุดคลุมสีดำเช่นคราวก่อน ใบหน้าของเขาถูกปกปิดเอาไว้โดยหน้ากากและไม่มีใครสามารถรับรู้ตัวตนของเขาได้แน่นอน

คนอื่นๆรับรู้จากลักษณะภายนอกของเขาเพียงว่าคนผู้นี้ไม่ใช่คนที่น่าข้องแวะด้วยเพียงเท่านั้น

หลินเซวียนเดินเข้าไปในเมืองหนาม

ยังไงก็ตามเขากลับสัมผัสได้ถึงสายตาไม่เป็นมิตรจำนวนมากรอบกายได้อย่างชัดเจน

หลินเซวียนเรียกใช้งานสกิลตรวจสอบเพื่อตรวจสอบคนของเมืองหนามทีละคนๆ หน้าต่างข้อมูลของคนพวกนี้เผยความลับทั้งหมดออกมาให้เขาเห็น ทุกๆสิ่งนั้นชัดเจนราวกับกระจกใส

ในตอนที่เขากำลังคิดอยู่ก็พบว่านักสู้ส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่นั้นมีเพียงขอบเขตที่0กับขอบเขตที่1เท่านั้น

กระทั่งนักสู้เลเวล9ขอบเขตที่1เองก็มีน้อยมาก

ยังไงก็ตามเมื่อเขาเห็นเงาร่างร่างหนึ่งที่บริเวณมุมถนนมันกลับทำให้อารมณ์ของเขาสั่นคลอน

เพราะคนผู้นี้คือลู่หลัว!

ร่างของลู่หลัวในตอนนี้ปกคลุมอยู่ภายใต้เสื้อคลุมสีน้ำตาลตัวโคร่ง ตัวเสื้อคลุมนั้นเต็มไปด้วยฝุ่นดินและใครก็ตามที่ไม่รู้ก็มักจะมองว่าเธอเป็นเพียงผู้อพยพทั่วไปเท่านั้น

“ลู่หลัวมาทำอะไรที่นี่? หรืออยากจะลองหาประสบการณ์แบบคนทั่วไปดูบ้าง?” หลินเซวียนสับสนยิ่งนัก

จากนั้นเขาก็สัมผัสได้ว่าลู่หลัวกำลังมองมาที่เขาด้วยสกิลตรวจสอบของเจ้าหล่อน

ยังไงก็ตามค่าสถานะของหลินเซวียนที่แสดงให้เห็นนั้นล้วนถูกปลอมแปลงมาเป็นอย่างดี มันไม่ได้ทรงพลังหรืออ่อนแอจนเกินไปนัก

ในสายตาของลู่หลัวเขาเป็นเพียงนักสู้เลเวล1ขอบเขตที่3ที่มีค่าสถานะทั่วๆไปเท่านั้น

หลินเซวียนคิดไปคิดมาก็วางแผนว่าจะหาที่นั่งซักหน่อย

“เฮ้ยไอ้คนนอก ที่นี่คือเมืองหนามดังนั้นถ้าอยากจะอยู่ที่นี่นายก็ต้องจ่ายเงินมา!” นักสู้สามคนเดินมาทางเข้าด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร

หลินเซวียนถอนหายใจ อีเว้นท์ที่ต้องมีคนเข้ามาหาเรื่องแบบนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องปกติ หลินเซวียนถามออกไป “เท่าไหร่?”

นักสู้คนนั้นแลบลิ้นเลียริมฝีปากและมองไปว่าหลินเซวียนคือปลาใหญ่ตัวหนึ่ง “หนึ่งพัน..ไม่สิ...หนึ่งหมื่นเหรียญ!”

อีกฝ่ายเป็นเพียงนักสู้เลเวล3ขอบเขตที่1และมีเงินเก็บอยยู่เพียง900เหรียญเท่านั้น

ถ้าเขารีดเงินจากเจ้าแกะอ้วนนี่ได้ก็คงไม่เลว

หลินเซวียนพยักหน้า “เข้ามาใกล้ๆสิฉันจะได้เทรดให้”

นักสู้คนนั้นแสยะยิ้มและเดินเข้าหาเขาโดยไม่ระแวดระวังแม้แต่น้อย

พริบตาต่อมาบริเวณฝ่ามือของหลินเซวียนก็พลันมีอุณหภูมิร้อนจัดหลั่งไหลออกมาและเจาะทะลวงหน้าอกของนักสู้คนนั้นในชั่วพริบตา หน้าอกของอีกฝ่ายถูกเผาไหม้จนกลายเป็นรูกลวงโปร่งใส

ดวงตาของอีกฝ่ายเบิกกว้างและล้มลงแน่นิ่ง

นักสู้ที่อยู่รอบๆผงะถอยหลังด้วยความหวาดกลัว

อีกฝ่ายสามารถสังหารนักสู้เลเวล3ขอบเขตที่1ได้ในชั่วพริบตา

คนนอกผู้นี้มันเป็นสัตว์ประหลาดแบบไหนกันแน่?

จบบทที่ Chapter 43 : เมืองหนาม – พบเจอลู่หลัว

คัดลอกลิงก์แล้ว