เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 41 : ราตรีนั้นมืดมิดสายลมนั้นรุนแรง

Chapter 41 : ราตรีนั้นมืดมิดสายลมนั้นรุนแรง

Chapter 41 : ราตรีนั้นมืดมิดสายลมนั้นรุนแรง


เหวินเซี่ยงยิ้มและเอ่ยขึ้น “ทุกๆคนการสำรวจเสร็จสิ้นแล้ว ได้เวลากลับกันแล้วล่ะ”

เหล่านักสู้ทุกคนพยักหน้ารับ

ราชันย์แดนลับมากประสบการณ์การทั้งหมดถูกกำจัดลงแล้ว ประตูแสงของแดนลับก็สามารถเคลื่อนย้ายได้ซักที เป้าหมายของพวกเขาลุล่วงแล้ว

ทุกๆคนพากันตบเท้าออกจากแดนลับทุ่งราบเพลิงผลาญและพบว่าผู้จัดการหมายเลข2กับแบล็คนั้นกำลังตีกันอยู่

ผู้จัดการหมายเลข2กล่าว “ทำไมนายถึงชอบทำให้ฉันขายหน้านัก? ฉันไล่นายออก!”

แบล็ค “โอ้..อึกๆๆ...”

ผู้จัดการหมายเลข2ย้ำ “นายถูกไล่ออกแล้ว!”

แบล็ค “อ่าฮะ..อึกๆๆ...”

ผู้จัดการหมายเลข2หมดคำจะพูดในทันที

แบล็ค “เอิ๊ก...อะไรกัน? ไม่มีอะไรจะพูดต่อแล้วรึไง? ในฐานะของนายจ้างกล้าดียังไงถึงได้มาอารมณ์เสียใส่คนคุ้มกัน! ฉันจะลงโทษนาย!”

“ในเมื่อวันนี้นายอารมณ์เสียใส่ฉันถ้างั้นเริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้ไปเหรียญทั่วไปที่นายต้องมอบให้ฉันทุกอาทิตย์จะต้องเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า”

ผู้จัดการหมายเลข2 “...อย่ามาตลก ถ้าทำแบบนั้นฉันก็ไม่มีจะกินพอดี”

แบล็คเอ่ย “ถ้างั้นฉันก็จะไม่เป็นคนคุ้มกันให้นายแล้ว ไม่กี่วันก่อนหมายเลข3เองถึงขั้นเคยแอบคุยกับฉันโดยหวังว่าจะให้ฉันไปเป็นคนคุ้มกันให้กับเขาเชียวนะ”

ผู้จัดการหมายเลข2เอ่ยอย่างมั่นใจ “มิตรภาพระหว่างเรามันย่อมหนักแน่นดุจหินผาอยู่แล้ว”

พันธมิตรระหว่างพวกเขานั้นไร้ทางแตกแยก เช่นนี้แล้วมันจะถูกวัตถุพวกนั้นทำให้พังทลายได้ยังไง?

แบล็ค “อะไรนี่เพิ่งจะรู้วิธีใช้เหตุผลรึไง?”

ผู้จัดการหมายเลข2 “เออ...เอาตามที่นายว่าก็ได้”

แบล็คพยักหน้า “อึกๆๆ....มันก็ควรต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว นายจ้างจะมาบอกให้คนคุ้มกันทำนั่นทำนี่ได้ยังไง?”

คนอื่นๆ “...”

ผู้จัดการหมายเลข2กระแอมเบาๆและกลับมามีท่าทีสุขุมนุ่มลึกเหมือนเช่นเดิม

“พวกนายออกมากันแล้วรึ? เร็วกว่าที่ฉันคิดเอาไว้เยอะทีเดียว”

“เหวินเซี่ยงถ้าไม่มีอะไรผิดคาดน่าจะเป็นนายสินะที่พานักสู้คนอื่นๆเข้าไปสังหหารราชันย์แดนลับมากประสบการณ์น่ะ? กลับไปแล้วฉันจะตบรางวัลให้”

เหวินเซี่ยงยิ้มอย่างอับจน “ไม่ใช่ผมครับแต่เป็นโล่วิญญาณ เขาเป็นคนที่จัดการกับราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ทั้งหมดเพียงลำพัง” ดวงตาของผู้จัดการหมายเลข2เบิกกว้าง

“ล้อเล่นรึเปล่า?”

เหวินเซี่ยงเองก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน “ผมก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน”

เมื่อมองไปที่โล่วิญญาณที่มีทีท่าสงบนิ่ง ผู้จัดการหมายเลข2ก็พลันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความพึงพอใจ

“ดี ดีมาก ดีมากๆ! โล่วิญญาณนายทำได้ดีมาก!”

“แบล็คปิดประตูแสงซะ พวกเราจะกลับไปที่ฐานกัน!”

ผู้จัดการหมายเลข2สะบัดมือด้วยท่าทีกระตือรือร้นยิ่ง

แบล็คเดินไปหยุดข้างๆประตูแสงและยกมันขึ้นมาอย่างสบายๆ ประตูแสงถูกเขายกเอาไว้ด้วยมือเดียวราวกับไม่มีอะไร

หลินเซวียนคิดหนักทันทีเมื่อเห็นภาพนี้

ใครๆก็สามารถเก็บประตูแสงได้งั้นหรอ? หรือมีเพียงขอบเขตที่7ขึ้นไปเท่านั้น

ถ้าไม่ใช่นักสู้ระดับแบล็คใครจะทำได้?

หนึ่งวันให้หลังข่าวอันน่าสะเทือนขวัญก็แผร่กระจายไปทั่วทั้งฐานขององค์กรเจอร์มินอล

ข่าวนั้นว่ากันว่าเหวินเซี่ยง โล่วิญญาณ ลู่หลัวและนักสู้ขอบเขตที่4อีกหลายคนตามผู้จัดการหมายเลข2ไปเพื่อสำรวจแดนลับแห่งใหม่อย่างทุ่งราบเพลิงผลาญ

ในการสำรวจครั้งนี้ราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ทั้ง9ตัวของทุ่งราบเพลิงผลายถูกโล่วิญญาณเพียงคนเดียวสังหารจนสิ้น! นี่คือสถิติระดับประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ขององค์กรเลยก็ว่าได้

โล่วิญญาณคนเดียวจัดการกับราชันย์แดนลับมากประสบการณ์9ตัวเพียงลำพัง!

ผู้อพยพและนักกู้ซากทุกคนต่างอยากจะเข้าหาโล่วิญญาณเพื่อเลียแข้งเลียขาเขา

หากแต่แม้จะตามหาทั่วทั้งเมืองทะเลสาบตะวันออกแล้วพวกเขาก็ไม่อาจหาตัวของโล่วิญญาณพบอยู่ดี

ราตรีนั้นมืดมิดและสายลมเองก็รุนแรง

หลินเซวียนบังเอิญไปพบเข้ากับซากบ้านธรรมดามากๆหลังหนึ่งภายในเมืองทะเลสาบตะวันออก

“ใช้สกิลร่างแยกทิ้งร่างแยกเอาไว้ที่นี่เพื่อดูว่ารอบๆเมืองทะเลสาบตะวันออกมันอันตรายขนาดไหนแล้วกัน”

เมื่อเขาได้สกิลร่างแยกมาก่อนหน้านี้มันมีระดับเพียงเกรดสีฟ้าเท่านั้น ตอนนั้นมันสามารถสร้างร่างแยกที่มีค่าสถานะเพียง20%จากร่างหลักและยังอยู่ได้แค่30นาทีเท่านั้น

หากแต่ตอนนี้หลังจากเขาอัพเกรดมันจนสุดสกิลร่างแยกนี้ก็เลื่อนเป็นเกรดสีทอง ตอนนี้เขาสามารถสร้างร่างแยกที่มีค่าสถานะเท่ากับร่างหลักได้เป็นเวลาถึง3ชั่วโมง

“ให้อุปกรณ์ของจอมเวทย์เอาไว้แล้วกันจะได้ใช้โอกาสนี้ลองทดสอบอุปกรณ์กับรูนที่พึ่งได้มาด้วย”

หลินเซวียนค่อนข้างคาดหวังกับมันเอาไว้สูงมาก

พิมพ์เขียวอุปกรณ์เกรดสีทองที่ได้มาจากลู่หลัวคือหนังสือเวทย์มนตร์ที่เหมาะกับจอมเวทย์

...

[ชื่อ : ตำราเพลิงผลาญ]

[ระดับ : เลเวล9ขอบเขต4]

[คุณภาพ : ไร้ที่ติสีทอง]

[ข้อจำกัดของอุปกรณ์ : พลังจิต 70]

[ความสามารถ : พลังจิต+5]

[ความสามารถที่2 : ความเร็วในการฟื้นฟูพลังเวทย์+15% , อัตราการใช้มานาเมื่อใช้เวทย์ไฟ-10% , ความเสียหายจากเวทย์ไฟ+60%]

แม้ว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้จะไม่ใช่ชุดเซ็ตแต่ความสามารถในฐานะของอุปกรณ์แยกชิ้นนั้นก็ยังทรงพลังอยู่ดี หลินเซวียนชอบมันยิ่งนัก

ไม่นานนักเงาร่างสีดำที่คลุมร่างด้วยชุดคลุมสีดำก็ออกเดินมุ่งหน้าตรงไปยังส่วนเหนือของเมืองทะเลสาบตะวันออกอย่างรวดเร็ว

หนึ่งกิโลเมตร สองกิโลเมตร สามกิโลเมตร...

ร่างแยกของหลินเซวียนแทบจะไม่เจออุปสรรคใดๆเลย อสูรทั้งหมดที่พบเจอระหว่างทางล้วนอ่อนแอยิ่งนักเป็นเพียงขอบเขตที่1 สองหรือสามเท่านั้น

เขาสามารถระเบิดพวกมันจนกลายเป็นฝุ่นได้ทันทีด้วยบอลเพลิงลูกเล็กๆ

สี่กิโลเมตร ห้ากิโลเมตร หกกิโลเมตร...

ระดับของอสูรที่ร่างแยกพบเจอค่อยๆสูงขึ้นเป็นขอบเขตที่2 สามและสี่

เวทย์มนตร์ที่ร่างแยกใช้เองก็เปลี่ยนจากบอลเพลิงลูกเล็กๆไปเป็นบอลเพลิงขนาดปกติและสกิลวงแหวนเพลิงในที่สุด

ยังไงก็ตามต้องขอบคุณสกิล ‘ราชันย์ปิศาจแห่งความโกรธ’ และรูน ‘ให้เพลิงชำระล้างทุกสิ่ง’ กับ ‘คลื่นสีชาด’ โดยแท้ที่ทำให้ความเสียหายจากเวทย์ไฟของเขาสูงจนน่าพรั่นพรึง กระทั่งอสูรบางตัวที่มีค่าต้านทานไฟสูงลิบก็ยังทานรับไม่ไหวและตายลงหลังจากถูกโจมตีเพียงสองครั้ง

หลินเซวียนโยนเวทย์ออกไปตลอดทาง ความเร็วในการฟื้นฟูมานาของเขารวดเร็วมากและอัตราการใช้มานาจากการใช้สกิลเองก็ค่อนข้างต่ำมากเช่นกัน

เขาสามารถใช้สกิลหนึ่งได้ในทุกๆไม่กี่วินาทีซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมยิ่งนัก

สถานที่ที่เขาผ่านไปทั้งหมดจะหลงเหลือเพียงซากร่างดำถ่าน

ในที่สุดเขาก็มาถึงเมืองเล็กๆที่กลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้วแห่งหนึ่ง

เมืองเล็กๆเมืองนี้ไม่มีประตูสู่แดนลับดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่จะไม่มีองค์กรใดมาตั้งรกรากที่นี่

เมื่อปราศจากองค์กรใดๆก็ย่อมไม่มีผู้อพยพมารวมตัวกัน

นี่คือแดนสวรรค์สำหรับอสูรโดยแท้

ร่างแยกของหลินเซวียนเดินไปบนถนนอย่างสบายๆ เหม่อมองไปยังร้านค้าที่ถูกทิ้งร้างบนถนนสองฝากฝั่งและถอนหายใจออกมา

“เมืองนี้น่าจะเป็นเมืองไป๋สุ่ยที่อยู่ถัดจากเมืองทะเลสาบตะวันออก มันเป็นแค่เมืองทั่วๆไปเท่านั้นแหละมีขนาดเล็กมาก”

หุ่นลองเสื้อด้านในหน้าต่างร้านขายเสื้อฟ้ายังคงสวมใส่ชุดแต่งงานสีดำเหมือนเช่นเคย

โฆษณามอสหนังวัวบนเสาร์ออกอากาศก็ยังคงไม่ล่วงลงมาแม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว

หลินเซวียนอดขบคิดไม่ได้ว่าไอ้ป้ายโฆษณานี่มันใช้กาวอะไรกันนะ ทำไมถึงได้ติดแน่นทนนนานนัก?

นอกจากนี้เขายังเห็นร้านขายหนังสือที่วางขายหนังสือหมวดหมู่การสอบเข้ามหาวิทยาลัย หนังสือสอบเข้านี้มีอยู่ทุกประเภท กระทั่งถึงตอนนี้เขาก็ยังคงมองเห็นร่องรอยของความเจริญรุ่งเรืองในยุคสมัยหลายสิบปีก่อนได้ไม่ยาก

โฮก!

จู่ๆเสียงคำรามอันน่าตกตะลึงของอสูรก็พลันดังขึ้น

หลินเซวียนมองตามที่มาของเสียงและพบกับอสูรเสือหน้าตาดุร้ายที่มีลำตัวยาวกว่าหกเมตรตัวหนึ่งยืนอยู่ที่สุดปลายถนน

มันคืออสูรเลเวล6ขอบเขตที่5 - เสือตาห้อย

เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมาจากแดนลับไหน

เสือดุร้ายตัวนี้จู่ๆก็พลันกระโจนเข้าใส่เขาพร้อมๆกับสายลมเหม็นคาวคละคลุ้งสายหนึ่งที่ตีเข้าที่ใบหน้าของหลินเซวียน

หลินเซวียนเหยียดมือออก ทันใดนั้นพลันปรากฏวงแหวนเพลิงขนาดมหึมาขึ้นมาขับไล่เสือตาห้อยจนต้องกระโดดหลบหนีห่างออกไป

ขนบนร่างของมันเกิดประกายไฟขึ้นในทันที

หลินเซวียนเหยียดมือออกอีกครั้ง เพียงพริบตาเดียวบอลเพลิงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราวหนึ่งเมตรก็พลันก่อร่างและพุ่งทะลวงผ่านร่างของเสือตาห้อยซึ่งยังคงลอยอยู่กลางอากาศในชั่วพริบตาทิ้งเอาไว้เพียงรูขนาดใหญ่บนหน้าท้องของมัน

เลือดและเนื้อสาดกระจาย

บอลเพลิงไม่ได้หมดสิ้นพลังเพียงเท่านั้นแต่ยังลอยไปกระแทกเข้ากับรถประจำทางผุพังที่อยู่ด้านหลังอีกด้วย นอกจากนี้มันยังระเบิดใส่ร้านหนังสือที่ขายหนังสือแนะนำการสอบเข้าจนทำให้กระจกภายในร้านแตกกระจายจนหมด หลังจากหนังสือจำนวนมากถูกเผาจนเป็นเถ้าถ่านบอลเพลิงจึงหายไปในที่สุด

หลินเซวียนหยิบอุปกรณ์เกรดสีขาวที่อีกฝ่ายดรอปเอาไว้ขึ้นมาจากร่างของเสือตาห้อยและโยนมันใส่โต๊ะหลอมอุปกรณ์ภายในมิติส่วนตัวอย่างลวกๆ

เมื่อเห็นพลังทำลายล้างอันน่าตกตะลึงนี้เขาก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

“กระทั่งบอลเพลิงยังสร้างความเสียหายได้ระดับนี้ ถ้าเราได้เวทย์ไฟที่แข็งแกร่งๆมาจะไม่ระเบิดตึกได้เลยหรอ?”

หลินเซวียนคิดจะโยนบอลเพลิงออกไปอีกเพื่อเติมเต็มความปรารถนาในการทำลายล้างของตัวเอง

หากแต่ในเวลานี้เองสกิล ‘ตรวจจับ’ ของเขาพลันเกิดปฏิกิริยา พริบตานั้นเขาพลันสัมผัสได้ถึงคนบางคนที่อยู่ห่างออกไปจากเขาราวหนึ่งร้อยเมตร

“มีคนอยู่ที่นี่ เอาเป็นว่าเก็บอุปกรณ์เข้ามิติส่วนตัวแล้วยกเลิกร่างแยกก่อนแล้วกัน” หลินเซวียนยกเลิกร่างแยกทันที

ร่างแยกของเขาพลันหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับระเหยไปในอากาศ

จบบทที่ Chapter 41 : ราตรีนั้นมืดมิดสายลมนั้นรุนแรง

คัดลอกลิงก์แล้ว