เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 32 : นักสู้กิตติมศักดิ์

Chapter 32 : นักสู้กิตติมศักดิ์

Chapter 32 : นักสู้กิตติมศักดิ์


วันคืนผันผ่าน

ย่างก้าวของหลินเซวียนไม่เคยเปลี่ยน หลังจากพักผ่อน10ชั่วโมงเขาก็จะทำงานเป็นเวลา10นาที เรียกได้ว่าเขาค่อนข้างขยันทีเดียว!

ด้วยประสิทธิภาพในการสังหารที่สูงลิบทำให้คะแนนของเขาแตะระดับ500,000แต้มในวันสุดท้าย นี่หมายความว่าเขาได้ทำลายรังยุงพิษรุนแรงไปถึง25รังและสังหารยุงพิษรุนแรงไปกว่า25,000ตัวเพียงลำพัง

ส่วนอันดับที่สองอย่างโม่หยวนนั้นแม้จะพยายามอย่างหนักก็ได้มาเพียง120,000แต้มด้วยความยากเย็น หลังจากนั้นแต้มของเขาก็ไม่เพิ่มขึ้นอีกเลยไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด

เมื่อเห็นจำนวนตัวเลขอันน่าหวาดหวั่นในอันดับของโล่วิญญาณ เหล่านักสู้ต่างหนังหัวชาหนึบและทำอะไรไม่ได้นอกจากบ่นออกมา

“หืม? กลิ่นเหม็นที่ลอยอยู่ในอากาศเหมือนว่าจะหายไปแล้ว ดูเหมือนน้ำในบึงจะไม่เน่าเสียอีกต่อไปแล้วสินะ” จู่ๆหลินเซวียนก็รู้สึกได้ว่ากลิ่นเหม็นที่มักจะติดจมูกของเขาอยู่ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้จางหายไป

ในเวลานี้เองกำไลข้อมือของเขาพลันสั่นขึ้นมาเบาๆ

“น้ำในบึงยุงพิษกลับสู่สภาพเดิมแล้ว ทุกคนโปรดกลับมาที่หอประชุมของฐานทัพด้วย” ข้อความบรรทัดหนึ่งเด้งขึ้นมาเหนือตารางอันดับ

“ได้เวลากลับแล้วสิ”

หลินเซวียนพยักหน้าเล็กน้อย

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเขาได้รวบรวมเซ็ตหมอพิษทั้งสามส่วนได้จนครบแล้ว

ในระหว่างนี้โต๊ะสร้างรูนของเขาก็สร้างรูนขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและสร้างรูนอีกสองส่วนของเซ็ตรูนโอสถวิญญาณแห่งความตายออกมาได้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน

เขาได้ทุกอย่างที่ควรจะได้จากบึงยุงพิษมาหมดแล้ว อย่างเดียวที่เขาขาดไปในตอนนี้คือแต้มค่าประสบการณ์

ตราบใดที่เขาเพิ่มระดับนักสู้แล้วครั้งหน้าที่เขาปรากฏตัวที่นี่ก็จะถึงเวลาท้าทายราชันย์แดนลับมากประสบการณ์

หลินเซวียนย่างเท้าเข้าไปในประตูแสงและหวนกลับมายังหอประชุมของฐานทัพองค์กรเจอร์มินัล

เบื้องหน้าเขามีนักสู้หลายคนที่กลับมาก่อนแล้ว

เมื่อโม่หยวนเห็นเงาร่างอันคุ้นเคยที่ถูกปกปิดเอาไว้ภายใต้ชุดเกราะสีดำ ในใจของเขาก็บังเกิดควารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาลึกอย่างอดไม่ได้

เชี่ย...เจ้าหมอนี่ไม่ต่างอะไรจากพวกขี้โกงเลยซักนิด!

หลินเซวียนกวาดตามองไปรอบๆและพบว่านักสู้หลายต่อหลายคนนั้นมีท่าทีสลดหดหู่และไร้ซึ่งจิตวิญญาณ

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเทียบกับจำนวน68คนเมื่อตอนขาเข้าไปแล้วมีเพียง59คนเท่านั้นที่กลับมาได้

เห็นได้ชัดเลยว่ามีบางคนที่เสียชีวิตลงในบึงยุงพิษ

บางทีคนเหล่านั้นอาจจะทำอะไรเกินตัวและบุกไปยังพื้นทีที่พวกตนไม่ควรจะย่างกรายเข้าไปก็เป็นได้

หรืออาจจะเป็นเพราะพวกนั้นดึงดูดความเกลียดชังจากยุงพิษมากเกินไปก็ได้เหมือนกัน

ไม่ว่าแบบไหน ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะตายยังไงหลินเซวียนก็คงไม่มีทางหาคำตอบได้ ถ้ามองจากมุมมองของเขาหลินเซวียนก็รู้สึกอิจฉาคนเหล่านี้อยู่เหมือนกัน

‘อยากรู้นะเนี่ยว่าเวลาถูกยุงพิษจำนวนนับไม่ถ้วนรุมโจมตีมันจะรู้สึกยังไง? มันต้องรู้สึกตื่นเต้นมากแน่ๆ โชคไม่ดีเลยที่เราไม่เจอสถานการณ์แบบที่ว่าเลยซักครั้ง’ หลินเซวียนลูบปากด้วยความคาดหวัง

ผู้จัดการหมายเลข2และหมายเลข3ปรากฏตัวขึ้นพร้อมๆกัน

ใบหน้าของผู้จัดการหมายเลข2แทบจะซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ไม่มิด

มุมปากของเขาฉีกกว้างจนเกือบจะถึงรูหู

ส่วนหมายเลข3ยังคงมีสีหน้าเย็นชาเช่นเดิมเพียงแต่มันดูเย็นชาและน่าเกลียดกว่าที่ผ่านมาก็เท่านั้น

แบล็คกระซิบเสียงเบา “ภาพลักษณ์”

มาถึงตรงนี้ผู้จัดการหมายเลข2จึงได้สติ เขากระแอมออกมาเบาๆและกลับมามีท่าทีสุขุมเหมือนอย่างเคย

เขายิ้มและเอ่ยออกมา “นักสู้ทุกคนทำได้ดีมาก ในปรากฏการณ์การเสื่อมสภาพของน้ำในบึงหนนี้พวกนายได้จัดการกับยุงพิษและรังของพวกมันไปมากมาย องค์กรพึงพอใจกับเรื่องนี้ยิ่งนัก”

“โดยเฉพาะโล่วิญญาณ!” กล่าวถึงตรงนี้เขาก็ชี้มาที่เงาร่างที่ถูกปกปิดเอาไว้ภายใต้ชุดเกราะสีดำ

“เขาคนเดียวจัดการกับรังของยุงพิษรุนแรงไปถึง25รังและสังหารพวกมันไปกว่า25,000ตัว! ทุกๆคนปรบมือให้กับเขาด้วย!”

ผู้จัดการหมายเลข2ปรบมือเป็นคนแรกอย่างกระตือรือร้น

ไม่นานนักเหล่านักสู้ก็ปรบมือตาม

“จากผลงานที่โล่วิญญาณทำเอาไว้ให้กับองค์กรคราวนี้ หลังจากพูดคุยกันเองระหว่าง3ผู้จัดการแล้วพวกเราจึงตัดสินใจมอบตำแหน่ง ‘นักสู้กิตติมศักดิ์’ ให้แก่เขา เขาสามารถเข้าและออกบึงยุงพิษ ถ้ำด้ายขดและภูเขาอสูรชั้นต่ำได้เฉกเช่นเดียวกับนักสู้คนอื่นๆ” ผู้จัดการหมายเลข2เอ่ยเสียงดังสนั่น

นักสู้ทุกคนที่ได้ยินต่างติดสตั้นไปตามๆกัน

โม่หยวนพูดไม่ออกแล้ว

แม้จะมีฐานะเป็นหมาป่าเดียวดายแต่โล่วิญญาณกลับได้อำนาจในการเข้าสู่แดนลับอย่างอิสระเช่นเดียวกับพวกเขา

ผู้จัดการหมายเลข3เอ่ยออกมาช้าๆ “แน่นอนว่าโล่วิญญาณไม่ถือว่าเป็นนักสู้ขององค์กรอย่างเป็นทางการ ทุกครั้งที่เขาเข้าและออกจากแดนลับภารกิจของเขาจะยากกว่านักสู้ปกติ1.5เท่า ยิ่งไปกว่านั้นโล่วิญญาณยังจะไม่ได้รับเหรียญทั่วไปซึ่งเป็นรางวัลที่องค์กรมอบให้กับนักสู้คนอื่นๆอีกด้วย”

มาถึงตรงนี้โม่หยวนและคนอื่นๆถึงถอนหายใจออกมาได้บ้าง

แบบนี้ค่อยดีหน่อย

ถ้าภารกิจของโล่วิญญาณเหมือนกับพวกเขาและยังสามารถเข้าออกแดนลับระดับ3ขึ้นไปได้อย่างอิสระแถมยังได้เหรียญทั่วไปเป็นรางวัลอีก ถ้างั้นอีกฝ่ายก็ไม่ต่างอะไรจากนักสู้ขององค์กรเลย

หลินเซวียนเองก็พยักหน้าเช่นกัน

นี่แหละสถานะที่เขาต้องการ เขาไม่ต้องการรางวัลอย่างอื่นอยู่แล้ว

ผู้จัดการหมายเลข2เอ่ยตามหลังมาติดๆ “ในเมื่อโล่วิญญาณทำผลงานเอาไว้ได้ดีมากในครั้งนี้พวกเราจึงตัดสินใจจะมอบรางวัลเป็นเขาเลือกไอเทมเกรดล้ำค่าสีม่วงไปได้ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ หนังสือสกิลหรือรูนก็ตาม”

คนอื่นๆที่อยู่รอบๆพากันส่งเสียงฮือฮา

ดวงตาของโม่หยวนเต็มไปด้วยความอิจฉา

ไอเทมเกรดล้ำค่าสีม่วง!

จนถึงตอนนี้ตัวเขายังมีมันอยู่เพียงแค่ชิ้นเดียวเท่านั้นซึ่งมันถูกมอบให้โดยผู้จัดการหมายเลข3เมื่อตอนที่เขาเข้าร่วมครั้งแรก

ส่วนนักสู้ขอบเขตที่3คนอื่นๆนั่นยิ่งไม่คู่ควรกล่าวถึง พวกเขาไม่มีทางหาไอเทมเกรดล้ำค่าสีม่วงมาครอบครองได้แน่นอน

วิธีที่จะได้ไอเทมเกรดสีม่วงนั้นมีสองทางเท่านั้น หนึ่งคือรั้งอยู่ในแดนลับเป็นเวลานานเพื่อสังหารอสูรโดยหวังว่าอัตราการดรอป0.01%นั้นสวรรค์จะเป็นใจ

ไม่อย่างนั้นก็ต้องเก็บรวบรวมเหรียญทั่วไปและแลกเปลี่ยนมันกับแผนกโลจิสติกขององค์กร

เทียบกับอย่างแรกแล้วอย่างหลังนั้นเห็นได้ชัดเลยว่าง่ายกว่ามาก

นักสู้ทุกคนจึงมักจะประหยัดอดออมเพราะอยากจะนำเงินไปแลกกับอุปกรณ์ หนังสือสกิลหรือรูนเกรดล้ำค่าสีม่วง

เมื่อใดที่พวกเขาได้มาความแข็งแกร่งของพวกเขาก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล!

ลู่หลัวเองก็อยู่ที่นี่ด้วย เจ้าหล่อนเองก็ค่อนข้างตกใจเล็กน้อยเหมือนกันเมื่อได้ยิน

ผู้จัดการหมายเลข2ให้ค่าโล่วิญญาณสูงมากจริงๆ

เมื่อได้ยินเกี่ยวกับของรางวัลตัวหลินเซวียนกลับไม่มีท่าทีอะไรมากนัก

ก็แค่ไอเทมเกรดล้ำค่าสีม่วง สำหรับนักสู้คนอื่นๆเกรดล้ำค่าสีม่วงอาจจะหายากมากก็จริง

จากนั้นเขาก็ทำเพียงแค่กระแอมเบาๆและตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ขอบคุณมาก”

โม่หยวนแทบจะเป็นบ้าแล้ว

เชี่ย!

นั่นมันไอเทมเกรดล้ำค่าสีม่วงเลยนะเว้ย!

เจ้าหมอนี่ไม่มีท่าทีสนใจเลยซักนิด!

เมื่อเห็นท่าทีถ่อมตนของโล่วิญญาณ ผู้จัดการหมายเลข2ก็ยิ่งพึงพอใจขึ้นไปอีก

นี่แหละ! คนที่เขาประเมินค่าไว้สูงควรจะเป็นแบบนี้!

ก็แค่ไอเทมเกรดสีม่วงจะตื่นเต้นอะไรกันนักหนา?

ถ้าเป็นไอเทมเกรดไร้ที่ติสีทองเขาก็คงตื่นเต้นอยู่บ้าง

การต่อสู้ในบึงยุงพิษสิ้นสุดลงตรงนี้ นักสู้ต่างกระจัดกระจายแยกย้ายกันออกไป

เรื่องราวการต่อสู้อันน่าตกตะลึงของโล่วิญญาณในบึงยุงพิษแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในหมู่นักกู้ซากหรือกระทั่งผู้อพยพ

ในตอนนี้ ‘โล่วิญญาณ’ ผู้นี้ที่พวกเขาเอ่ยถึงได้เดินมาถึงแผนกโลจิสติกขององค์กรกับผู้จัดการหมายเลข2แล้ว

เนื่องจากผู้จัดการหมายเลข2เป็นคนพามาจึงไม่มีใครกล้าหยุดพวกเขา หลินเซวียนเดินไปเดินมารอบๆชั้นวางอุปกรณ์ สกิล รูนและไอเทมค่าสถานะภายในแผนกโลจิสติกทำให้สายตาของเขากว้างไกลขึ้นไปอีก

คำคำเดียวที่พอจะอธิบายความร่ำรวยขององค์กรเจอร์มินัลได้ก็คงต้องบอกว่า – เหลือกินเหลือใช้!

ที่นี่มีไอเทมทุกประเภทหลากหลายระดับ

ตราบใดที่มีเหรียญทั่วไปมากพอก็สามารถซื้อได้ทุกอย่าง

ยังไงก็ตามเนื่องจากอัตราการดรอปของไอเทมค่าสถานะนั้นค่อนข้างต่ำ ราคาของพวกมัจึงค่อนข้างสูงพอสมควร

ส่วนวัตถุดิบเลื่อนขั้นที่ดรอปจากราชันย์แดนลับมากประสบการณ์นั้นเนื่องจากพวกมันล้วนเป็นเกรดสีทองจำนวนที่มีจึงน้อยจนน่าสังเวช

ผู้จัดการหมายเลข2สังเกตเห็นสายตาของเขาจึงเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม “ทุกๆคนต่างก็อยากได้ของพวกนี้กันทั้งนั้น ตามปกติแล้วหลังจากพวกมันถูกวางขายบนโซนไอเทมค่าสถานะมันก็มักจะถูกแลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว”

จบบทที่ Chapter 32 : นักสู้กิตติมศักดิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว