เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 26 : หยางเว่ยลงมือ

Chapter 26 : หยางเว่ยลงมือ

Chapter 26 : หยางเว่ยลงมือ


ความสามารถของแหวนตราสัญลักษณ์มังกรคือเพิ่มความแข็งแกร่งของสกิลประเภทเวทย์มนตร์ สกิลเวทย์มนตร์นั้นแตกต่างจากสกิลธาตุ แหวนตราสัญลักษณ์มังกรนี้เพิ่มความแข็งแกร่ง20%ของสกิลเวทย์เพียงอย่างเดียว

ความสามารถของแกนผลเบอรี่พลาสม่าที่แห้งเหี่ยวคือเพิ่มพลังทำลายของสกิลสายฟ้าและลดการใช้มานาของสกิลสายฟ้าลง

ส่วนรูน ‘อัสนีสลายความมืด’ เองก็เป็นรูนสำหรับเพิ่มความแข็งแกร่งของสกิลธาตุสายฟ้าเช่นกัน

ของเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องกล่าวให้มากความ

หลินเซวียนครึ่งนึงก็ประหลาดในแต่อีกครึ่งนึงก็รู้สึกอับจนอยู่บ้าง ‘ไร้ประโยชน์ทั้งนั้นแต่ก็ยังดีที่อีกฝ่ายดรอปวัตถุดิบสำหรับเลือดขั้นมาครบ5ชิ้นพอดี!’

“ยังไงก็ตามรูนเกรดไร้ที่ติสีทองนี้เก็บเอาไว้ก่อนแล้วกัน บางทีในอนาคตเราอาจจะคิดเรื่องที่จะกลายเป็นผู้ใช้สายฟ้าขึ้นมาก็ได้”

“แต่ของที่อยากได้ที่สุดดันไม่ได้ ไม่ได้สิเราต้องเอามันมาให้ได้”

สิ่งที่หลินเซวียนต้องการมากที่สุดคือสกิล ‘เปลือกพฤกษาบรรพกาล’ ซึ่งดูจากชื่อสกิลแล้วเป็นสกิลสายป้องกันแน่นอน

ในฐานะของนักสู้ที่พึ่งจะตั้งไข่ การเพิ่มอัตราการรอดชีวิตนี่แหละสำคัญที่สุด

เขาจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับพลังป้องกันของตัวเองเป็นอันดับแรก!

“รอราชันย์แดนลับตัวต่อไปเกิดเลยแล้วกัน”

หลินเซวียนรออยู่หลายนาทีกว่าราชันย์แดนลับตัวที่สองจะปรากฏ ยังไงก็ตามหนนี้บอสที่โผล่ออกมากลับเป็นพฤกษาเปลือกเหมันต์

“ราชันย์พฤกษาเปลือกเหมันต์งั้นหรอ? ขอดูสกิลหน่อยซิ...เชี่ยไม่มีสกิลเปลือกพฤกษาบรรพกาลเหรอวะเนี่ย?”

หลินเซวียนส่ายหัวไปมา หลังจากสังหารราชันย์แดนลับตนนี้ลงแล้วเขาก็เฝ้าคอยต่อไป

พริบตาหลังจากนั้นราชันย์พฤกษากรีดร้องก็ปรากฏกาย

หลังจากใช้สกิลตรวจสอบตรวจดูข้อมูลของมันแล้วเขาก็พบว่าเจ้าตัวนี้มีสกิลเปลือกพฤกษาบรรพกาลอยู่ด้วย ยังไงก็ตามสกิลนี้กลับไม่ดรอปลงมาหลังจากที่เขาสังหารมันลงได้

“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าฉันจะไม่ได้มันมา!”

หลินเซวียนมุ่งมั่นที่จะเอาสกิลนี้มาให้ได้ นี่เป็นเพราะว่าถ้าเขาเอามันมาไม่ได้ตอนนี้ในอนาคตที่เลเวลและขอบเขตเขาสูงกว่านี้ก็ยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้

แม้ว่าร่างอวตารฝึกฝนของเขาจะแข็งแกร่งแต่ก็ไม่อาจท้าทายราชันย์แดนลับได้อยู่ดี

ยังไงซะด้วยนักกู้ซากจำนวนมากที่จับตามองอยู่ เขาคงไม่อาจส่งร่างอวตารเข้าไปในถ้ำของราชันย์แดนลับได้แน่ๆ ถ้าทำเช่นนั้นร่างอวตารของเขาคงได้ถูกจับและนำไปผ่าเป็นชิ้นๆเพื่อวิจัยแน่นอน

หลินเซวียนรอคอยต่อไป “ฉันจะฟาร์มต่อไปเรื่อยๆ ยังไงก็ไม่เหนื่อยมากอยู่แล้ว”

ด้านนอกถ้ำ หยางเว่ยที่นั่งรอมาเกินชั่วโมงแล้วเริ่มมีสีหน้าไม่สู้ดี

บอสในถ้ำนั้นถูกเปลี่ยนไปแล้วหลายครั้ง

ตั้งแต่ราชันย์พฤกษาพลาสม่าไปจนถึงราชันย์พฤกษาเปลือกเหมันต์จากตอนนี้ก็มาเป็นราชันย์พฤกษากรีดร้อง!

แล้วทำไมเจ้าโล่วิญญาณถึงยังไม่โผล่หัวออกมาซักที?!

ในฐานะที่รอคอยนั้นอารมณ์ในใจของหยางเว่ยก็สวิงไปสวิงมา

โล่วิญญาณผู้นี้สมคำล่ำรือ

คนผู้นี้ทรงพลังมาก

ที่นี่คือแดนลับขอบเขตที่2แท้ๆแต่โล่วิญญาณกลับสามารถสังหารราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ลงได้ก่อนจะสังหารเพิ่มอีกสองตัว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังสังหารพวกมันเพียงลำพังอีกด้วย

ตอนนี้ก็ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่มีทีท่าว่าจะพักเลยซักนิด เขาคงรออยู่ในถ้ำนั่นพื่อให้ราชันย์แดนลับตัวต่อไปเกิดใหม่

ถ้าคนที่นี่พลังรบเช่นนี้เข้าสู่องค์กรจริงๆและกลายเป็นนักสู้ขององค์กรก็คงจัดได้ว่าเป็นระดับหัวกระทิชั้นยอด

หยางเว่ยยังคงรอต่อไป

หลินเซวียนเองก็ยังคงฟาร์มราชันย์แดนลับต่อไป

สุดท้ายเขาก็ได้หนังสือสกิลเปลือกพฤกษาบรรพกาลมาครอบครอง

“วัตถุดิบเองก็มีพอแล้ว ทำไมไม่เลื่อนขั้นไปขอบเขตที่3มันซะตรงนี้เลยล่ะ?” หลินเซวียนหัวเราะ

ตราบใดที่เขาปักโล่ทั้งสองลงไปในพื้นดินต่อให้อีกฝ่ายเป็นราชันย์แดนลับก็ไม่อาจทะลวงการป้องกันของเขาได้อยู่ดี

“เลื่อนขั้น!”

หลินเซวียนแตะไปที่สัญลักษณ์ลูกศรบนหน้าต่างข้อมูลของตัวเอง

วัตถุดิบเลื่อนขั้นจากราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ทั้ง5ชิ้นแปรเปลี่ยนเป็นละอองแสงและพุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขา

เช่นเดียวกับครั้งก่อน วัตถุดิบเลื่อนขั้นของราชันย์แดนลับมากประสบการณ์นั้นเพิ่มค่าสถานะของเขาทั้งหมด+3แต้ม โดยรวมแล้วเท่ากับว่าค่าสถานะทั้งหมดของเขาเพิ่มขึ้นมาอย่างละ15แต้ม

เพียงไม่กี่นาทีหลินเซวียนก็เลื่อนขั้นจากนักสู้เลเวล9ขอบเขตที่2มาเป็นขอบเขตที่3แล้ว

สถานะของเขาในตอนนี้คือ : ความอดทน 144 , พละกำลัง 62 , พลังจิต 63 , ความเร็ว 58

“ความรู้สึกเวลาแข็งแกร่งขึ้นนี่รู้สึกดีมากจริงๆ ได้เวลากลับไปพักผ่อนแล้วมั้งเนี่ย” หลินเซวียนหันกายเดินออกจากถ้ำ

ในเวลาเดียวกันนี้ที่ด้านนอกถ้ำ หยางเว่ยยังคงรออยู่ตลอด ก้นของเขาชาด้านจนไม่รู้สึกอะไรแล้วและเขาก็ทนไม่ไหวต้องยืนขึ้นมานวดก้นหลายต่อหลายครั้ง

ในเวลานี้เองหลินเซวียนก็เดินออกมาพอดี เขายิ้มให้กับหยางเว่ยที่กำลังลูบก้นของตัวเองอยู่

แววตาของพวกเขาดูกระอักกระอ่วนไม่น้อย

หากแต่ผู้ดูแลก็คือผู้ดูแล หยางเว่ยข่มความอับอายนี้ลงและเอ่ยออกมา “โล่วิญญาณ! ฉันมาที่นี่วันนี้เพื่อยื่นคำขาด นายต้องเลือกแล้วว่าจะเข้าร่วมกับองค์กรเจอร์มินัลหรือจะออกจากเมืองทะเลสาบตะวันออก!”

นักกู้ซากที่อยู่รอบๆซึ่งกำลังเข้าคิวอยู่หน้าถ้ำเองก็พากันหยุดต่อคิวและเหยียดหัวมองมาทางนี้กันอย่างบ้าคลั่ง

นักกู้ซากบางคนก็เคารพโล่วิญญาณ บางคนก็รักปักใจอยู่กับองค์กรแบบถอนตัวไม่ขึ้นและบางคนก็แค่อยากดูเรื่องสนุกๆเท่านั้น

เมื่อเห็นเช่นนี้นักกู้ซากจากเขตCก็รีบวิ่งไปบอกลู่หลัวในทันที

ลู่หลัวที่กำลังเสาะหาไอเทมเพิ่มค่าสถานะในทะเลราชันย์พฤกษาอยู่รีบรุดหน้ามาที่นี่ทันทีที่ได้ข่าว

ยังไงก็ตามหลังจากได้ยินคำกล่าวของหยางเว่ยหลินเซวียนกลับอดหัวเราะออกมาไม่ได้

ต่อให้ผู้จัดการหมายเลข3ที่สูงส่งผู้นั้นจะรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าเขายังไงอีกฝ่ายก็ไม่มีทางลงมือด้วยตัวเองแน่นอน หยางเว่ยผู้นี้คงจะวางแผนใช้โอกาสนี้เพื่อเลียแข้งเลียขาผู้จัดการหมายเลข3เป็นแน่

ยังไงก็ตาม...ตัวเขาก็ยังไม่ดีพอจะทำงานนี้อยู่ดี

หลินเซวียนใช้สกิลตรวจสอบและรับรู้ค่าสถานะของหยางเว่ยในทันที

เขาเป็นนักสู้ขอบเขตที่4ที่มีค่าความอดทน 35 , พละกำลัง 25 , พลังจิต 79และความเร็ว25

อุปกรณ์สวมใส่เองก็ไม่ได้น่าประทับใจอะไรนัก บนตัวเขามีไอเทมเกรดล้ำค่าสีม่วงอยู่เพียงสองชิ้นเท่านั้นส่วนที่เหลือเป็นเกรดหายากสีฟ้า

ส่วนสกิลนั้นแย่ยิ่งกว่า เขามีสกิลเกรดสีม่วงเพียงหนึ่งสกิลและที่เหลือเป็นเกรดสีฟ้าทั้งหมด

หลินเซวียนแอบปรายตามองไปที่รูนบนอุปกรณ์สวมใส่ของอีกฝ่าย ‘เชี่ยไม่มีรูนเกรดสีม่วงเลยซักชิ้น เป็นสีฟ้าล้วนๆ’

ยิ่งไปกว่านั้นทั้งหมดอุปกณณ์ สกิลและรูนต่างก็ยังไม่เลเวลอัพเลยซักชิ้น ชิ้นที่มีระดับสูงที่สุดมีระดับเพลงเลเวล7ขอบเขตที่3เท่านั้นยังไม่เลื่อนขั้นเป็นขอบเขตที่4แต่อย่างใด

เมื่อมองไปที่ค่าสถานะของตัวเองเทียบกับอีกฝ่ายแล้วหลินเซวียนก็รู้สึกพึงพอใจยิ่งนัก

ตัวเขาเห็นๆกันอยู่ว่าเป็นเพียงเลเวล1ขอบเขตที่3แต่กลับเทียบได้เลยกับหยางเว่ยที่เป็นนักสู้เลเวล1ขอบเขตที่4

ต่อให้เขายังไม่เลื่อนขั้นความแตกต่างระหว่างทั้งสองฝ่ายก็ไม่ได้มากมายอะไรอยู่ดี

ในเวลานี้เองลู่หลัวก็ได้มาถึงแล้วและมองเห็นเงาร่างของทั้งหยางเว่ยและโล่วิญญาณ

เจ้าหล่อนสาวเท้าเข้าไปหาทั้งสองคนด้วยสีหน้าเย็นชา

ยังไงก็ตามเจ้าหล่อนก้าวเท้าไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็พลันสังเกตเห็นนักสู้ชุดดำนั่งอยู่บนม้านั่งหินและดื่มเบียร์สิงฆ์ดาวอย่างสบายอารมณ์

“ทำไมคุณไม่หยุดพวกเขาล่ะ?” ลู่หลัวถามเสียงเบา

นักสู้ชุดดำหัวเราะ “โล่วิญญาณผู้นี้แข็งแกร่งกว่าที่เธอคิดเยอะ เธอต้องเชื่อมั่นในตัวเขาสิ”

“ยิ่งไปกว่านั้นจริงๆแล้วฉันหวังว่าหยางเว่ยจะกดโล่วิญญาณเอาไว้ได้ด้วยซ้ำ ถ้าเป็นแบบนั้นฉันจะได้มีโอกาสยื่นมือเข้าไปช่วย เช่นนี้อีกฝ่ายจะได้ติดหนี้น้ำใจ”

ลู่หลัว “....”

“พวกนั้นเริ่มกันแล้ว” นักสู้ชุดดำยื่นเบียร์สามชนิดให้กับลู่หลัว “เลือกอันที่ชอบไปสิ”

ลู่หลัวรับขวดเบียร์เสวี่ยฮวามาและจิบไปหลายอึกก่อนจะเบนความสนใจไปที่การต่อสู้

“บอลเพลิงยักษ์!”

“กรดกัดกร่อน!”

“แส้สายฟ้าห้าครั้งต่อเนื่อง!”

“แท่งน้ำแข็ง!”

เสียงของหยางเว่ยดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สกิลทุกประเภทที่เขามีถูกกระหน่ำเข้าใส่โล่วิญญาณ

เปลวเพลิงสีแดง สายฟ้าสีฟ้า พิษสีเขียว น้ำแข็งสีขาว...

ต้องกล่าวว่าสกิลธาตุของหยางเว่ยนั้นมีหลากหลายยิ่งนัก

ยังไงก็ตามหลังจากใช้สกิลไปชุดใหญ่ พลังเวทย์ของหยางเว่ยก็ลดลงไปเกือบหนึ่งในสามแต่โล่วิญญาณกลับยังคงยืนหน้านิ่ง

โล่นักล่ามังกรและค้อนโล่ราชันย์มังกรดินของเขายังคงทนทายาดประดุจดั่งปราการเช่นเดิม ชุดเกราะสีดำบนร่างของเขาเองก็ดูเหมือนจะดูดซับทุกการโจมตีเอาไว้

“หืม? กำลังรอคูลดาวน์สกิลอยู่รึไง? อยากให้ฉันรอไหม?” น้ำเสียงแหบแห้งของโล่วิญญาณดังออกมาจากใต้ชุดเกราะ

หยางเว่ยที่ได้ยินพลันโกรธเกรี้ยวจนใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงลำคอ

จบบทที่ Chapter 26 : หยางเว่ยลงมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว