เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 23 : กระโดดลงสู่ใจกลางคลื่นอสูร

Chapter 23 : กระโดดลงสู่ใจกลางคลื่นอสูร

Chapter 23 : กระโดดลงสู่ใจกลางคลื่นอสูร


“เชี่ย...เจ้าหมอนี่หนีไปก่อนเวลาเลยงั้นหรอเนี่ย?”

“พวกเรากันกำแพงตะวันออกต่อไปไม่ไหวแล้ว ถอยกันเถอะ”

นักกู้ซากและเหล่าผู้อพยพต่างพากันกังวลและไม่กล้าจะลุยต่อ

ถ้าพวกเขาสู้ต่อสุดท้ายก็คงไม่พ้นต้องกลายเป็นอาหารของพวกอสูรเป็นแน่

ถ้าหนีไปตอนนี้และกลับไปยังเขตฐานขององค์กรก็อาจจะยังมีโอกาสรอด

ระหว่างตายตรงนี้เลยหรือไปตายเอาดาบหน้าไม่ว่าใครก็คงตอบได้ว่าแตกต่างกันเพียงใด

ในเวลานี้เองเงาร่างสองร่างก็พลันปรากฏตัว

“โล่วิญญาณมาแล้ว!” หนึ่งในทั้งสองคนนั้นตะโกนออกมา

หลินเซวียนที่ไปสวมใส่ชุดเกราะมารู้สึกแปลกๆในใจ

‘รู้สึกแปลกดีแฮะที่ต้องไปเรียกตัวเองมาเป็นกำลังเสริมแบบนี้’

เขาวิ่งไปที่เพิงและหาที่รกร้างไร้ผู้คนเพื่อเปิดใช้งานสกิลร่างแยกเพื่อสร้างร่างแยกขึ้นมา

ตอนนี้คนที่สวมใส่ชุดเกราะอยู่คือร่างหลักของเขาและคนที่ตะโกนออกมาเมื่อครู่คือร่างแยก

ทุกๆคนหันไปมองตามสัญชาตญาณและเห็นเงาร่างอันคุ้นตา

หน้ากากปิศาจ โล่สีดำขลับและชุดเกราะเต็มตัว

ทั้งหมดนี้ทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยอย่างน่าเหลือเชื่อ ไม่ใช่ว่าคนผู้นี้คือดาวดวงใหม่อย่างโล่วิญญาณหรอกหรือ?!

ดวงตาของซุนจื่อเกาเบิกกว้าง “เชี่ย..หลินเซวียนนายกลับรู้จักกับโล่วิญญาณจริงๆด้วย! นายไม่เคยบอกฉันเลยนะ!”

“ใช่แล้วๆ ไม่คิดเลยว่านายจะซ่อนเอาไว้ดีขนาดนี้! บอกฉันทีซิว่านายเข้าไปรู้จักกับโล่วิญญาณได้ยังไง?”

นักกู้ซากที่รู้จักกับเขาเดินเข้ามาและเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “เฮ้ๆๆ นายช่วยถ่ายรูปฉันกับโล่วิญญาณให้หน่อยได้ไหม? ฉันเคารพเขามาตลอดเลยแหละ!”

หลินเซวียนย่างเท้าขึ้นไปบนกำแพงเมืองและต่อยลิ้นของคางคกยักษ์จนปลิวกระเด็นออกไป จากนั้นเขาก็สบถออกมา “นี่มันใช่เวลามาคุยอะไรแบบนี้รึไง?!”

สีหน้าของอีกฝ่ายพลันรู้สึกผิดขึ้นมา “โทษทีๆ ฉันตื่นเต้นเกินไปหน่อย”

หลินเซวียนตะโกน “คอยคุ้มกันฉันที!”

กล่าวจบโล่วิญญาณผู้นั้นก็กระโดดลงจากกำแพงสูงแปดเมตรลงไปยังคลื่นอสูรเบื้องล่าง!

“เฮือก...” ดวงตาของซุนจื่อเกาเบิกกว้างจนเผลอกลืนน้ำลาย

“พี่ชายโล่วิญญาณอย่าได้ฆ่าตัวตายแบบนั้น!”

“เชี่ยเอ๊ย...แบบนี้เขาจะรอดได้ยังไง?”

นักกู้ซากเองก็พากันตกตะลึงไม่ต่างกัน

เพื่อต้านทานคลื่นอสูรโล่วิญญาณถึงขั้นกระโดดลงไปโดยตรง จิตวิญญาณเช่นนี้ช่างยิ่งใหญ่อะไรปานนั้น?

“เอ่อ...ดูเหมือนโล่วิญญาณจะยังสบายดีอยู่นะ...” หนึ่งในนักกู้ซากพลันเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นว่าโล่วิญญาณไม่ได้ถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆอย่างที่คาด

กลับกันเสียด้วยซ้ำ โล่วิญญาณกลับยังคงยืนนิ่งอย่างสงบ

โล่ขนาดมหึมาทั้งสองอันของเขาดูราวกับกำแพงเมืองอันกล้าแกร่ง ทั้งหนักแน่นและไม่อาจสั่นคลอน

ไม่เพียงเท่านั้นแต่ทันทีที่อสูรขอบเขตที่0กระโจนเข้ามาและปะทะเข้ากับโล่ขนาดมหึมานั่น ร่างกายของพวกมันก็จะแตกระเบิดออกราวกับพุ่งเข้าชนกับกำแพงดาบ

อสูรขอบเขตที่1อย่างมากก็ปะทะได้สามถึงสี่ครั้งก่อนที่ร่างกายจะระเบิดออกไม่ต่างกัน

ในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจก็มีอสูรกว่ายี่สิบตัวแล้วที่ล้มลงอยู่รอบตัวของโล่วิญญาณ!

หลินเซวียนเองก็กังวลอยู่เหมือนกันในตอนแรกและค่อนข้างประหม่าว่าพวกมันจะทะลวงการป้องกันของเขาได้หรือเปล่า ยังไงซะจำนวนของพวกมันก็มีไม่ใช่น้อย

ยังไงก็ตามไม่นานเขาก็พบว่าเป็นเขาที่กังวลเกินเหตุ

แม้ว่าอสูรพวกนี้จะมีจำนวนมากแต่ค่าสถานะของพวกมันล้วนต่ำเตี้ยเลี่ยดิน

ยิ่งไปกว่านั้นค่าสถานะของพวกมันยังจัดอยู่ในระดับทั่วๆไปเท่านั้นเทียบกับเขาไม่ได้เลยซักนิด ยังไงซะเขาก็คือคนที่ลงค่าสถานะอิสระส่วนใหญ่ไปกับค่าความอดทน

ผลลัพธ์นั้นทำให้อสูรขอบเขตที่0 1และ2จำนวนมากไม่อาจทะลวงการป้องกันของเขาได้

ยังไงก็ตามความเสียหายจากการสะท้อนจากสกิลของเขาและโล่นักล่ามังกรกลับเป็นฝ่ายสังหารพวกมันลงอย่างรวดเร็ว

ยิ่งไปกว่านั้นหลินเซวียนยังได้ครอบครองชิ้นส่วนสุดท้ายจากสามส่วนของเซ็ตรูน ‘ชุบทอง’ แล้วด้วย

ในช่วงที่ผ่านมาโต๊ะหลอมอุปกรณ์ในมิติส่วนตัวของเขานั้นทำงานอยู่ตลอดเวลา ท้ายที่สุดเขาจึงได้รูนส่วนที่สามของเซ็ตรูนชุบทองมาแล้ว

...

[ชื่อ : ชุบทอง (1/2/3)]

[เลเวล : เลเวล9ขอบเขตที่2]

[เกรด : สีทอง (ไร้ที่ติ)]

[ข้อจำกัดในการใช้งาน : โล่ที่มีระดับเหนือกว่าขอบเขตที่2]

[ความสามารถที่1 : พลังชีวิต+12%]

[ความสามารถที่2 : การโจมตีใดๆก็ตามที่ปะทะเข้ากับอุปกรณ์ที่ฝังรูนนี้เอาไว้จะมีโอกาสติดคริติคอลลดลง-80%]

[ความสามารถที่3 : การโจมตีใดๆก็ตามที่ปะทะเข้ากับอุปกรณ์ที่ฝังรูนนี้เอาไว้จะทำให้ผู้ใช้ฟื้นฟูพลังชีวิตได้25หน่วย]

...

เพื่อยกระดับรูนเขาจึงต้องใช้ค่าประสบการณ์ไปไม่น้อย เพื่อยกระดับอุปกรณ์เขาก็จำเป็นต้องใช้แก่นอุปกรณ์ไปมหาศาล หลังจากกลายเป็นนักสู้ขอบเขตที่2แล้วหลินเซวียนก็เพิ่มระดับของสกิล อุปกรณ์และรูนของเขาขึ้นมาเป็นขอบเขตที่2อย่างรวดเร็ว

ตอนนี้เซ็ตรูนชุบทองทั้งหมดถูกฝังเอาไว้ในโล่นักล่ามังกรแล้ว

ความสามารถของเซ็ตรูนชุบทองนั้นดีที่สุดยามต้องเผชิญกับอสูรจำนวนมาก

การโจมตีจากอสูรขอบเขตที่1ไม่เพียงแต่ไม่อาจทำให้เขาบาดเจ็บเท่านั้นแต่ยังฟื้นฟูพลังชีวิตของเขาแทนเสียอีก

หลินเซวียนมีความสุขยิ่งนัก “เยี่ยมมาก!”

“แบบนี้เราก็ชนกับพวกอสูรขอบเขตที่3พวกนั้นได้แบบตรงๆแล้ว!”

เขากระชับค้อนโล่ราชันย์มังกรดินเอาไว้ในมือแน่นและฟาดเข้าใส่กลุ่มอสูรเบื้องหน้าจนพวกมันกลายเป็นเนื้อบดก่อนที่เขาจะพุ่งเข้าใส่คางคกยักษ์

เขาใช้สกิลตรวจสอบดูแล้วเมื่อครู่ คางคกยักษ์ตัวนี้เป็นแค่อสูรขอบเขตที่3ทั่วๆไปเท่านั้น ค่าสถานะของมันเรียงลำดับตามนี้ ความอดทน31 , พละกำลัง41 , พลังจิต33และความเร็ว25

ยิ่งไปกว่านั้นค่าสถานะของอีกฝ่ายยังถูกสกิล ‘อำนาจของราชันย์แดนลับมากประสบการณ์’ ของเขากดข่มอีกด้วย

ค่าสถานะของอีกฝ่ายจึงไมอาจเทียบกับค่าสถานะของเขาได้เลย

คางคกยักษ์ทั้งตกใจและกราดเกรี้ยวเมื่อเห็นว่านักสู้เผ่ามนุษย์ผู้นี้กลับกล้าท้าทายคลื่นอสูรเพียงลำพัง ลิ้นที่เต็มไปด้วยน้ำลายของมันพุ่งกรีดอากาศจนบังเกิดเสียงลมหวีดหวิวและตรงมายังตำแหน่งปากของหลินเซวียน

หลินเซวียนแค่นเสียงแต่กลับเดินเข้าหาโดยไม่คิดจะหยุดเลยแม้แต่น้อย

เคล้ง!

ลิ้นขนาดใหญ่ปะทะเข้ากับโล่นักล่ามังกร ไม่เพียงแต่ไม่อาจทำให้โล่กระเด็นได้เท่านั้นแต่ลิ้นของมันกลับฉีกขาดและบังเกิดเลือดสาดกระจาย

คางคกยักษ์ดึงลิ้นกลับเพราะความเจ็บปวดแต่กลับถูกหลินเซวียนคว้าลิ้นเอาไว้และใช้แรงดึงกลับนั้นส่งร่างของเขาเข้าประชิดตัวอีกฝ่ายในชั่วพริบตา

จากนั้นเขาก็เงื้อค้อนโล่ราชันย์มังกรดินขึ้นและฟาดลงไปเต็มแรง!

ปัง!

ผิวหนังและเลือดเนื้อของคางคกยักษ์ถูกหวดจนเสียรูปพร้อมๆกับเลือดที่สาดกระจายออกมาจากร่างกาย!

มันเปล่งเสียงกรีดร้องน่าสังเวชออกมา

อสูรขอบเขตที่3ที่อยู่ใกล้ๆเร่งรุดเข้ามาช่วยเหลือมันในทันที

เพียงเสี้ยวพริบตาหลินเซวียนก็ถูกอสูรขอบเขตที่3นับสิบกลุ้มรุมเสียแล้ว นอกจากนี้ยังมีอสูรขอบเขตที่3อีกหลายตัวที่กำลังตรงมาทางนี้

หลินเซวียนเปิดใช้งานสกิลทั้งหมดและยังใช้สกิลประจำเซ็ตจ้าวเหนือหัวเพื่ออัญเชิญมดทหารห้าตัวออกมาช่วยอีกด้วย

ค่าสถานะของมดทหารเหล่านี้อยู่ที่50%จากค่าสถานะของเขา กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือค่าความอดทนของพวกมันคือ42 พละกำลัง20 พลังจิต20และความเร็ว18

ค่าสถานะนี้ดูแล้วอ่อนแอกว่าอสูรขอบเขตที่3อยู่เล็กน้อยแต่ก็ทรงพลังกว่าอสูรขอบเขตที่2มากนัก

ยิ่งไปกว่านั้นหลินเซวียนยังสามารถเปลี่ยนชนิดของมดทหารได้ตามใจอีกด้วย หนนี้เขาเลือกให้ทั้งห้าตัวนั้นเป็นมดทหารแดงเพลิง

กรดพิษของมดแดงเพลิงนั้นส่งผลต่ออสูรจากแดนลับเมืองบาดาลได้อย่างร้ายกาจ

นักกู้ซากและผู้อพยพบนกำแพงเมืองเองต่างก็เห็นภาพอันตระการตานี้เช่นเดียวกัน

อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนเข้าจู่โจมโล่วิญญาณประดุจดั่งคลื่นสาดซัดแต่โล่วิญญาณกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง ไม่ว่าคลื่นนั้นจะรุนแรงและน่าหวาดผวาเพียงใดเขาก็ยังคงหนักแน่นดุจหินผา!

“ยอดเยี่ยมอะไรขนาดนี้...หมาป่าเดียวดายทรงพลังได้ถึงขั้นนี้จริงๆหรือนี่?” ซุนจื่อเกาตกตะลึงและประหลาดใจในเวลาเดียวกัน

“ฉันติดสินใจแล้ว ฉันจะออกจากองค์กรพรุ่งนี้และกลายเป็นหมาป่าเดียวดาย!”

“ฉันด้วยๆ! ฉันไม่อยากจะอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว!”

ร่างแยกของหลินเซวียนได้ยินคำกล่าวทั้งหมดนี้และส่งมันกลับไปยังร่างหลัก

หลินเซวียนที่อยู่ใจกลางคลื่นอสูรอดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้

ถ้านักกู้ซากพวกนี้ไปเป็นหมาป่าเดียวดายจริงๆ ไม่เกินสามถึงห้าวันก็คงถึงฆาตแล้ว

จบบทที่ Chapter 23 : กระโดดลงสู่ใจกลางคลื่นอสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว