เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 20 : เขาตัวคนเดียวแต่พวกเรามีตั้งสาม! พวกเราได้เปรียบ!

Chapter 20 : เขาตัวคนเดียวแต่พวกเรามีตั้งสาม! พวกเราได้เปรียบ!

Chapter 20 : เขาตัวคนเดียวแต่พวกเรามีตั้งสาม! พวกเราได้เปรียบ!


หลินเซวียนปรายตามองนักกู้ซากทั้งสามคนและเปิดใช้งานสกิลตรวจสอบที่เขามี

สกิลตรวจสอบของเขาตอนนี้อยู่ในระดับเลเวล3ขอบเขตที่2แล้วแถมยังเป็นเกรดสีทองอีกด้วย เขาสามารถตรวจสอบได้ทั้งระดับ ค่าสถานะ สกิลและอุปกรณ์สวมใส่ของนักสู้ในขอบเขตเดียวกัน

หลังจากมองดูแล้วหลินเซวียนก็อดหัวเราะเยาะออกมาไม่ได้

ค่าสถานะพวกนี้มันอะไรกันนะ?

คนทั้งสามพัฒนาไปในทิศทางคล้ายๆกัน สองในสามนั้นมุ่งเน้นไปที่พละกำลังและอีกคนมุ่งเน้นไปทางด้านความเร็ว ยังไงก็ตามพวกนั้นกลับไม่กล้ายัดค่าสถานะที่ได้มาทั้งหมดลงกับตัวเองเหมือนกับที่หลินเซวียนทำ กลับกันคนพวกนี้ตัดสินใจลงแต้มที่มีไปกับค่าสถานะอื่นที่เหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ค่าสถานะที่สูงที่สุดของคนทั้งสามอยู่ที่ 54 56และ51แต้มตามลำดับแต่ค่าความอดทนของหลินเซวียนนั้นสูงถึง85แต้มไปแล้ว

นี่แค่ค่าสถานะพื้นฐานเท่านั้น หากรวมกับค่าสถานะที่ได้จากอุปกรณ์และสกิลอีกความแตกต่างก็จะยิ่งกว้างขึ้นไปอีก

“ไม่คิดเลยว่าตัวเราจะห่างไกลจากนักสู้ทั่วๆไปขนาดนี้แล้ว สมใจดี” หลินเซวียนยิ้มอย่างมีความสุข

นักกู้ซากร่างสูงผอมเอ่ย “กำลังจะตายแท้ๆยังจะหัวเราะอีกงั้นหรอ?”

นักกู้ซากร่างอ้วนเอ่ยสำทับ “โล่วิญญาณพวกเรารอแกอยู่นี่มานานแล้ว”

นักกู้ซากตาเดียวเองก็พูดขึ้นเช่นกัน “พวกเรามีทางเลือกให้แกสองทาง หนึ่งสู้กับพวกเราสามคนเพียงลำพัง สองเข้าร่วม...”

หลินเซวียนเอ่ยขัดคอทันที “ข้อหนึ่งนั่นแหละ”

พอกล่าวจบเขาก็ยืนปักหลักลงบนพื้นพร้อมกับกระชับโล่นักล่ามังกรและโล่ค้อนราชันย์มังกรดินเอาไว้มั่นในมือ

นักกู้ซากทั้งสามคนหัวเราะออกมาด้วยท่าทีขุ่นเคือง

นักกู้ซากร่างสูงผอมเอ่ย “โล่วิญญาณแกนี่โอหังยิ่งกว่าที่ฉันคิดซะอีกนะ”

นักกู้ซากที่อยู่ภายในสถานีไร้ภัยต่างพากันถอนหายใจไปตามๆกัน

“นี่มันไม่ดีแล้วสิ หรือโล่วิญญาณจะเกิดอีโก้ขึ้นมาหลังจากท้าทายราชันย์แดนลับมาได้หลายต่อหลายตัว?”

“นอกจากโล่วิญญาณจะมีพลังต่อสู้ระดับสัตว์ประหลาดไม่เช่นนั้นอย่างมากเขาก็สู้ได้แค่สองคนเท่านั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะรับมือคนทั้งสามได้เพียงลำพัง”

“แถมยังใช้โล่ตั้งสองอันด้วย! เขาคิดจริงๆหรือว่าโล่สองอันมันจะช่วยป้องกันการโจมตีจากคนสามคนได้น่ะ?”

ในเวลานี้เองเสียงย่ำเท้าก็ได้ดังขึ้น

เป็นโจวเฟิงที่เดิมทีควรจะวนเวียนอยู่ที่แดนลับขอบเขตที่1อย่างรังมดอสูรแต่เมื่อได้ยินข่าวการปรากฏตัวของโล่วิญญาณเขาก็รีบมาทันที

เขามองดูนักกู้ซากทั้งสามคนที่กำลังล้อมกรอบไอดอลของตัวเองเอาไว้

‘ทำยังไงดีนะ?!’

เขาคิดอยากจะตะโกนหยุดคนเหล่านั้นหากแต่มีมือข้างหนึ่งมาดึงเขาเอาไว้เสียก่อน

นักสู้ชุดดำดึงเขามาอยู่ข้างกายและเอ่ยบอก “อย่าส่งเสียง ดูไปก่อน”

โจวเฟิงชะงักไป

เขารู้จักคนผู้นี้ คนผู้นี้มักจะอยู่ข้างกายบิดาของเขาเสมอและยากนักจะที่ปรากฏกาย

“คุณจะลงมือต่อเมื่อเขาตกอยู่ในอันตรายเท่านั้นสินะ?” โจวเฟิงคาดเดาได้ทันที

นักสู้ชุดดำพยักหน้ารับ

“เข้าใจแล้วแต่คุณต้องสัญญากับผมก่อนว่าจะไม่ปล่อยให้ไอดอลของผมได้รับบาดเจ็บ เขาเพิ่งจะมาถึงทะเลราชันย์พฤกษาและพยังไม่ได้ยั่วยุใครเลยแต่นักกู้ซากสามคนนี้กลับกระโดดออกมาสร้างปัญหาให้กับเขาแล้ว” โจวเฟิงพึมพำ

นักสู้ชุดดำหัวเราะในลำคอและเอ่ยด้วยน้ำเสียงยากจะคาดเดา “นับตั้งแต่ที่เขาโด่งดังขึ้นมาก็ได้เป็นการยั่วยุองค์กรเจอร์มินัลแล้ว”

แทบทุกคนไม่ได้หวังเลยว่าโล่วิญญาณจะชนะ

พวกเขาเชื่อว่าด้วยความแข็งแกร่งของโล่วิญญาณ ถ้าสู้กัน1-1โอกาสสูงถึง90%ที่เขาจะชนะ ต่อให้สองคนรุมก็อาจจะไร้เทียมทาน

หากแต่หนึ่งต่อสามน่ะหรือ? น่าขัน กลับบ้านไปล้างเนื้อล้างตัวนอนดีกว่า

มีเพียงนักสู้ขอบเขตที่3เท่านั้นที่สามารถจัดการกับนักสู้ขอบเขตที่2สามคนได้อย่างง่ายดาย

นักสู้ในขอบเขตเดียวกันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำเช่นนี้ได้

ยังไงก็ตามการต่อสู้นี้กลับทำให้พวกเขาประหลาดใจตั้งแต่เริ่ม

โล่วิญญาณยืนนิ่งไม่ไหวติง การโจมตีของนักกู้ซากทั้งสามคนที่โถมเข้าใส่เขาดูราวกับไร้ตัวตนและถูกโล่ยักษ์นั่นขวางกั้นเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์

ไม่เพียงเท่านั้นแต่นักกู้ซากทั้งสามยังได้รับบาดเจ็บจากการสะท้อนกลับอีกด้วยทำให้พลังชีวิตของพวกเขาลดลงอย่างรวดเร็ว

“เชี่ยเอ๊ย...แมร่งเป็นความเสียหายจริงนี่หว่า!” นักกู้ซากร่างผอมสูงก่นด่า

อุปกรณ์สวมใส่งั้นหรอ? หรือเป็นความสามารถจากสกิล? นักกู้ซากร่างอ้วนพึมพำอยู่ในใจ

“การโจมตีของฉันเจาะการป้องกันของมันไม่ได้เลยงั้นหรอ?” นักกู้ซากตาเดียวตกตะลึงยิ่งกว่าผู้ใด

ลู่หลัวเดิมทีคิดจะเข้าไปหยุดการต่อสู้แต่กลับต้องเห็นว่าโล่วิญญาณยังปลอดภัยไร้เรื่องราวแต่เป็นฝ่ายคนทั้งสามแทนที่กำลังเหงื่อแตกและพลังชีวิตลดลงอย่างบ้าคลั่ง

“โล่วิญญาณคนนี้แข็งแกร่งกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ซะอีก” ความสนใจของเจ้าหล่อนเพิ่มมากขึ้นจนผมหางม้าของเจ้าหล่อนแกว่งไกวไปมาขณะที่สายตาก็จับต้องมองดูการต่อสู้อย่างสนอกสนใจ

แปดนาทีให้หลัง

หลินเซวียนมองดูหลอดพลังชีวิตของตนเอง ‘ยังเต็มอยู่’

และพอมองไปที่คนทั้งสาม ‘ดูเหมือนใกล้จะตายกันแล้ว’

คนพวกนั้นได้รับบาดเจ็บทั้งใจและกายจากความสามารถของโล่นักล่ามังกร มันสามารถท้อนความเสียหายจริงและทำให้อีกฝ่ายติดสถานะบาดเจ็บสาหัสได้ พลังชีวิตของคนทั้งสามจะไม่อาจฟื้นฟูได้ตามธรรมชาติและทำได้เพียงใช้โพชั่นเพื่อฟื้นฟูเท่านั้น

ยังไงก็ตามโพชั่นนั้นใช่ว่าอยากจะหาก็หาได้ มีเพียงนักสู้ที่มีสกิล ‘ทำยา’ เท่านั้นที่สามารถปรุงขึ้นมาได้

สิ่งนี้ยังทำให้เห็นอีกด้วยว่ากำลังผลิตโพชั่นเหล่านี้นั้นค่อนข้างต่ำและมีเพียงพวกนักสู้ระดับสูงเท่านั้นที่มีในครอบครอง

คนทั้งสามเองก็มีโพชั่นฟื้นฟูแต่พวกมันล้วนเป็นไพ่ตายสำหรับช่วยชีวิตจะให้เอามาใช้ง่ายๆได้ยังไง?

“ยังอยากสู้ต่อไหม?” หลินเซวียนถามด้วยท่าทีเกียจคร้าน

นักกู้ซากทั้งสามอยากจะร้องไห้ยิ่งนัก

พวกเขาไม่เคยเห็นการป้องกันระดับนี้มาก่อนเลยในชีวิต

กระทั่งราชันย์มังกรดินสิบตัวเองก็ต้านทานเขาไม่ไหวหรอกมั้ง?

“ไม่แล้ว...พี่ชายโล่วิญญาณพวกเราสามคนจะทำเป็นว่าไม่เห็นคุณก็แล้วกัน” นักกู้ซากร่างผอมสูงหยุดมือและรีบเอ่ยออกมา

ถ้าสู้กันต่อความเสียหายจริงจากการสะท้อนคงฆ่าพวกเขาจนตายเรียบแน่

พวกเขาจะเป็นคนกลุ่มแรกเลยแหละที่ ‘ฆ่าตัวตาย’

นักกู้ซากคนอื่นๆที่มามุงดูความสนุกพบว่าคนทั้งสามหนีหางจุกตูดไปแล้ว

หลังจากวันนี้เป็นต้นไปสถานะของโล่วิญญาณภายในใจของพวกเขาก็จะยิ่งสูงส่งขึ้นไปอีก

“โล่วิญญาณสุดยอดมาก!”

“โล่วิญญาณไม่คิดเข้าร่วมกับองค์กรเจอร์มินัล! นายคือฮีโร่ในดวงใจของพวกเรา!”

“หมาป่าเดียวดายแล้วยังไง หมาป่าเดียวดายที่พึ่งความพยายามของตัวเองก็ยังสามารถก้าวล้ำนำองค์กรขนาดใหญ่ได้!”

แววตาของโจวเฟิงเปล่งประกายระยิบระยับ “ไอดอลของฉันเก่งขนาดนี้เชียว?”

นักสู้ชุดดำเองก็ไม่ค่อยพอใจนัก เขาอุส่าห์รอยื่นมือช่วยหากโล่วิญญาณตกอยู่ในสถานการณ์ขับคันเพื่อให้อีกฝ่ายเกิดความประทับใจ แต่โอกาสนั้นกลับไม่เคยมีเลยตั้งแต่ต้นจนจบ

ลู่หลัวยิ้มกว้างและอดกำหมัดแน่นไม่ได้ “ดีมาก!”

หลังจากจัดการคนทั้งสามแล้วหลินเซวียนก็เดินจากไปภายใต้สายตายื่นชมของเหล่านักกู้ซากจำนวนมาก

จากนั้นเขาก็เปลี่ยนชุดเป็นชุดเดิมและกลับไปที่องค์กรเจอร์มินัลตามปกติ

...

ครึ่งเดือนให้หลังร่างอวตารฝึกฝนของหลินเซวียนได้เริ่มฝึกที่เขตที่4ของทะเลราชันย์พฤกษาแล้ว

“สกิลนี้ไม่เลวเลย”

หลินเซวียนจ้องมองหน้าปกหนังสือสกิลที่มีชื่อว่า ‘เทคนิคร่างแยก’ และเกิดความสนใจขึ้นมา

ความสามารถของสกิลนี้คือสามารถสร้างร่างแยกที่มีค่าสถานะ20%ของร่างต้นขึ้นมาได้ ร่างแยกนั้นจะอยู่ได้30นาทีและร่างหลักสามารถควบคุมร่างแยกได้

“เรียนเลย! บางทีอาจจะได้ใช้ซักวัน”

นอกจากนี้หลินเซวียนยังคงเพิ่มระดับให้คนทั่วๆไปเห็นอีกด้วย ตอนนี้ระดับที่คนภายนอกเห็นของเขาอยู่ที่เลเวล9ขอบเขตที่0แล้ว หลังจากร่วมทีมกับซุนจื่อเกาและคนอื่นๆในการท้าทายราชันย์แดนลับของถ้ำหินยักษ์แล้ว เขาก็ทำการ ‘เลื่อนขั้น’ เป็นนักสู้ขอบเขตที่1 ยิ่งไปกว่านั้นระดับในองค์กรของเขายังเพิ่มเป็นหกดาวแล้วด้วย

ในช่วงที่ผ่านมานี้มีนักกู้ซากคนแล้วคนเล่ารอบกายของหลินเซวียนที่ตกตายในแดนลับ ยังไงก็ตามหลินเซวียนยังคงรอดมาตลอด

ไม่เพียงแต่รอดได้เท่านั้นเขายังกระทั่งเลื่อนขั้นเป็นนักสู้ขอบเขตที่1ได้อีกด้วย

ตัวอย่างอันดีนี้ทำให้นักกู้ซากหลายๆคนเกิดแรงบันดาลใจ

ใบหน้าของผู้ดูแลเขตBหยางเว่ยมืดครึ้มลงเรื่อยๆ

ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยส่งลูกสมุนไปก่อปัญหาให้หลินเซวียน

หากแต่นักกู้ซากเหล่านั้นหาตัวหลินเซวียนไม่พบเลยซักครั้งหรือถ้าไม่งั้นก็มักจะถูกกิ้งก่ากลืนทองโจมตีโดยไร้เหตุผล

“โมโหโว้ย เป็นถึงผู้ดูแลแท้ๆแต่กลับทำอะไรนักกู้ซากคนนึงไม่ได้” หยางเว่นสบถ

ในเวลานี้เองเสียงแจ้งเตือนพลันดังขึ้น แสงแจ้งเตือนสีแดงส่องสว่างไปทั่วห้องพัก หอประชุมและพื้นที่อื่นๆ

น้ำเสียงนิ่งเรียบของผู้จัดการหมายเลข1ดังผ่านทางวิทยุ

“กลุ่มอสูรปิศาจกำลังมุ่งมาตรงมายังเมืองทะเลสาบตะวันออก จากการคำนวนคาดว่ามันจะมาถึงฝั่งตะวันออกของเมืองในอีกเจ็ดชั่วโมง ผู้ดูและนักกู้ซากทุกคนจงรีบมุ่งหน้าไปยังกำแพงเมืองเขตตะวันออกของเมืองทะเลสาบตะวันออกเพื่อวางแผนการรับมือทันที!”

จบบทที่ Chapter 20 : เขาตัวคนเดียวแต่พวกเรามีตั้งสาม! พวกเราได้เปรียบ!

คัดลอกลิงก์แล้ว