เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 17 : รวบรวมเซ็ตจ้าวเหนือหัว – เลื่อนขั้นสู่ขอบเขตที่2

Chapter 17 : รวบรวมเซ็ตจ้าวเหนือหัว – เลื่อนขั้นสู่ขอบเขตที่2

Chapter 17 : รวบรวมเซ็ตจ้าวเหนือหัว – เลื่อนขั้นสู่ขอบเขตที่2


ในเวลานี้เองเงาร่างที่ถูกปกคลุมเอาไว้ภายใต้ชุดเกราะก็ได้วิ่งผ่านพวกเขาไปด้วยความเร็วสูงส่งผลให้มดงานอัสนีม่วงและมดทหารอัสนีจำนวนมากที่ขวางทางกระเด็นกระดอนออกไป

เมื่อมดอสูรเหล่านี้ชนเข้ากับร่างของอีกฝ่ายก็ราวกับพวกมันชนเข้ากับปังตอสับหมู ร่างเละแหลกเหลวในชั่วพริบตา

หัวหน้าทีมอุทานออกมา “แปลกมากฉันรู้สึกคุ้นกับแผ่นหลังนั่นเหลือเกิน”

สมาชิกทีมที่เหลืออีกสามคนกระพริบตาปริบๆ “นั่นดูเหมือนโล่วิญญาณเลยนะ”

ดวงตาของหัวหน้าทีมเบิกกว้าง “เข้าคิดจะไปลุยกับราชินีมดอัสนีม่วงที่รังของพวกมดอัสนีม่วงต่อเลยงั้นหรอ?”

สมาชิกทีมอีกสามคนหันหน้ามองกัน หมดคำจะพูด

โล่วิญญาณผู้นี้ไม่จำเป็นต้องพักเลยรึไง?

สิบนาทีให้หลังโจวเฟิงก็วิ่งผ่านพวกเขาไป “ไอดอลรอผมด้วย!”

ไม่นานนักร่างของหลินเซวียนก็เดินทอดน่องเข้าไปในถ้ำของราชินีมดอัสนีม่วง

ราชินีตัวนี้ก็หน้าตาน่าเกลียดไม่ต่างอะไรไปจากราชินีมดโลหะและราชินีมดแดงเพลิงเลยซักนิด

หลินเซวียนเปลี่ยนไปใส่อุปกรณ์เซ็ตใหม่ที่คล้ายคลึงกับเซ็ต ‘ปราการเปลวเพลิง’ ที่พวกมดทหารแดงเพลิงดรอป เซ็ตนี้คือ ‘ปราการอัสนี’ ซึ่งดรอปจากมดทหารอัสนีม่วงและให้ค่าป้องกันสายฟ้าที่สูงถึง60%

กระบวนการต่อสู้นั้นก็เป็นไปอย่างน่าเบื่อไม่ต่างอะไรจากการต่อสู้กับราชินีมดแดงเพลิง

ไม่นานนักราชินีมดอัสนีม่วงก็ล่วงหล่น

ยังไงก็ตามหนนี้เขาโชคไม่ดีนัก ราชินีมดแดงเพลิงไม่ดรอปเซ็ตจ้าวเหนือหัวที่เขาต้องการลงมา

“โชคไม่ดีเลยแฮะ ถ้างั้นก็ลุยต่ออีกซักหลายยกหน่อยแล้วกัน”

หลินเซวียนสะบัดมืออย่างไม่แยแสและนั่งลง

หลังจากนั้นหลายนาทีให้หลัง มดสืบพันธ์ตัวหนึ่งก็ถูกเลือกให้กลายเป็นราชินีมดอัสนีม่วงตัวใหม่และปรากฏกายขึ้นในถ้ำ

หลินเซวียนปรายตามองและพบว่าค่าสถานะของมันต่ำกว่าคนละระดับเลยถ้าเทียบกับตัวก่อนหน้า การสังหารมันจึงง่ายดายยิ่งกว่าเดิม

หลังจากสังหารราชินีมดอัสนีม่วงไปห้าตัวติดในที่สุดสิ่งที่เขาต้องการก็ดรอปลงมา

“ราชินีมดโลหะดรอปกระโหลกโลหะ ราชินีมดแดงเพลิงดรอปผ้าคลุมเพลิงผลาญ ส่วนราชินีมดอัสนีม่วงนี่ก็ดรอปเกราะไหล่อัสนีม่วง ตอนนี้ก็เหลือแค่ชิ้นส่วนจากราชินีมดพิษวารีและราชินีมดเหมันต์”

หลินเซวียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ภายใต้สายตาตกตะลึงของนักสู้จำนวนมาก ร่างของเขาเดินจากออกไปจากรังของมดอัสนีม่วงและตรงไปยังรังของพวกมดพิษวารีอย่างรวดเร็ว

หลังจากสังหารราชินีมดพิษวารีไป19ตัวและราชินีมดเหมันต์ไป35ตัวเขาก็ได้เข็มขัดพิษร้ายและเกราะอกเหมันต์มาตามลำดับ

เช่นนี้ก็เท่ากับว่าเขารวบรวมชุดเซ็ต ‘จ้าวเหนือหัว’ ได้สำเร็จแล้ว

“โหดมาก ไม่แปลกเลยที่ตำนวนนี่วนเวียนอยู่ในเรื่องเหล่าของพวกนักสู้มาโดยตลอด ด้วยชุดเซ็ตจ้าวเหนือหัวนี่ผู้สวมใส่จะกลายร่างเป็นตัวแทงค์ชั้นยอดในพริบตา นักสู้ที่อยู่แนวหลังสามารถกระหน่ำโจมตีได้อย่างไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเลย!”

หลินเซวียนทอดถอนใจ

เอ็ฟเฟ็คต์ของชุดเซ็ตเป็นดังนี้ –

[1.ค่าป้องกันทุกค่า+30%]

[2.อัตราต้านทานสถานะเชิงลบทุกชนิด+50%]

[3.พลังชีวิตเพิ่มขึ้น100%]

[4.เอ็ฟเฟ็คการรักษาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว]

[5.ได้รับสกิลประจำชุดเซ็ต [กองทัพมดอสูร] - สามารถอัญเชิญมดทหาร5ตัวที่มีค่าสถานะ50%ของผู้ใช้ออกมาได้ตลอดเวลา มดทหารจะถูกนับคูลดาวน์ในการอัญเชิญหลังจากเสียชีวิตและจะฟื้นคืนชีพได้อีกครั้งในอีก5นาที]

ยิ่งไปกว่านั้นนี่ยังเป็นเพียงเอ็ฟเฟ็คต์ของชุดเซ็ตเท่านั้น ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นเองก็มีความสามารถสองชนิดที่แตกต่างกันไป

หลังจากสวมใส่ชุดเซ็ตจ้าวเหนือหัวนี้ หลินเซวียนก็รู้สึกราวกับว่าตัวเขากลายเป็นจ้าวเหนือหัวที่แท้จริงซึ่งไร้เทียมทานราวกับภูผา ยังไงซะต่อให้ไม่ทำอะไรเลยเขาก็ยังทรงพลังมากอยู่ดี

เทียบกับความตื่นเต้นของหลินเซวียนแล้ว เหล่านักสู้ภายในสถานีไร้ภัยของรังมดอสูรกลับแตกตื่นยิ่งกว่า

กัปตันของทีมฟายอิ้งคุนเผิงกลืนน้ำลายอึกใหญ่และกล่าวออกมาเสียงดัง “พี่น้องทั้งหลายฉันลองนับดูแล้วนะ โล่วิญญาณฆ่าราชินีมดโลหะไป1ตัว ราชินีมดแดงเพลิง1ตัว ราชินีมดอัสนีม่วง5ตัว ราชินีมดพิษวารี19ตัวและราชินีมดเหมันต์35ตัว ในบรรดาบอสเหล่านั้นมี5ตัวที่เป็นราชันย์แดนลับมากประสบการณ์และอีก46ตัวเป็นราชันย์แดนลับปกติ ยิ่งไปกว่านั้น...เขายังสู้เพียงลำพังตลอดมาและแทบจะไม่ได้พักผ่อนเลย”

ภายในสถานีไร้ภัยพลันเงียบสงัด

“เจ้าหมอนี่เป็นยอดมนุษย์ไม่ใช่รึไงเนี่ย?”

“โล่วิญญาณพาฉันไปด้วยสิ ฉันเป็นแฟนคลับอันดับหนึ่งของคุณเลยนะ!”

“เจ้าหมอนี่เป็นคนจริงดิ? ไม่ใช่ว่าเป็นเอเลี่ยนที่แอบเข้ามาปะปมอยู่บนโลกหรอกนะ?”

“ทำไมพอเทียบกันแล้วฉันเหมือนกลายเป็นหมูไปเลย? พวกเราสี่คนเคยเข้าสู้กับราชันย์แดนลับทั่วๆไปแต่กลับถูกทุบตีเหมือนหมูหมา!”

หลังจากเงียบไปชั่วครู่เหล่านักสู้ก็ระเบิดเสียงออกมา

พวกเขารู้สึกว่าการที่โล่วิญญาณปรากฏตัวบนโลกใบนี้ก็เพื่อสร้างความอับอายให้พวกเขา

นักสู้ชุดดำดื่มไม่ลงอีกต่อไป

เขาส่งข้อความไปหาผู้จัดการหมายเลข2อย่างจริงจัง

เนื้อหานั้นยาวจนน่าประหลาดใจถ้าเทียบกับอุปนิสัยของเจ้าตัว

“...นี่คือข้อมูล ในสายตาของฉันเขาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแต่เป็นไพ่ตายที่ควรค่าแก่การบ่มเพาะและทุ่มเททรัพยากรให้ ยิ่งไปกว่านั้นด้วยความเร็วในการเติบโตของเขาใช้เวลาไม่ถึงสามปีคงกลายเป็นนักสู้ขอบเขตที่4ได้แบบไม่มีปัญหา”

ผู้จัดการหมายเลข2ประหลาดใจยิ่งนัก

เขาไม่เพียงประหลาดใจกับผลการต่อสู้ของโล่วิญญาณและสายตาอันเฉียบแหลมของบุตรชายเท่านั้นแต่ยังประหลาดใจด้วยที่นักสู้ชุดดำคนนั้นส่งข้อความมายาวเหยียดแบบนี้

“ฉันเข้าใจสถานการณ์แล้ว ติดตามโล่วิญญาณไปก่อนอย่าพึ่งแสดงท่าที ให้เงินเขาไปเพื่อสร้างสัมพันธ์ก่อน”

“ว่าแต่ทำไมจู่ๆถึงช่างจ้อขึ้นมา? นายไม่ใช่คนแบบนี้นี่”

นักสู้ชุดดำตอบกลับ “ไม่ใช่เรื่องของนาย”

ผู้จัดการหมายเลข2 “...”

เมื่อหลินเซวียนเดินออกมาจากถ้ำของราชินีมดเหมันต์ นักสู้ชุดดำก็เดินเข้ามาทักทาย “สวัสดีโล่วิญญาณ”

หลินเซวียนชะงักไป ไม่ใช่ว่าเจ้าคนผู้นี้คือคนที่พยายามสอดส่องค่าสถานะของเขาเมื่อตอนอยู่ที่รังมดโลหะหรอกหรือ?

“มีอะไรรึเปล่า? ฉันไม่สนใจจะร่วมทีมกับใครหรอกนะ”

นักสู้ชุดดำส่ายหัว “นี่เงิน”

หลินเซวียนยิ่งตกตะลึงเข้าไปใหญ่

วันนี้มันบ้าบออะไรกันวะเนี่ย? ทำไมถึงได้มีเงินมาให้เงินเขาเยอะนัก? เงินของคนพวกนี้มันงอกเงยขึ้นมาจากต้นไม้รึไง?

“ฟรีด้วย อยากได้ไหม?” นักสู้ชุดดำกล่าวเสียงเรียบ

“แน่นอนสิ”

หลินเซวียนได้รับเงินจำนวน 150,000เหรียญที่ชายนักสู้ชุดดำโอนให้ในทันที

“รับไปซะ ในอนาคตพวกเราจะต้องได้เจอกันอีกแน่” หลังจากกล่าวจบเขาก็จากไปอย่างรวดเร็ว

เขายังต้องรีบไปช่วยโจวเฟิงที่ถูกพวกมดเหมันต์จำนวนไม่น้อยลุมร้อมอีก เจ้าเด็กสารเลวนั่นสนใจแต่เรื่องไล่ตามโล่วิญญาณจนไม่ประมาณตน ตอนนี้เลยถูกพวกอสูรปิศาจเข้ารุมล้อม

แน่นอนว่าไม่ตายหรอกแต่ก็คงต้องนอนติดเตียงไปซักพัก

หลินเซวียนมองแผ่นหลังที่กำลังจากไปของคนผู้นี้ เขารู้สึกว่าคนผู้นี้ลึกลับยิ่งนักแต่ก็ไม่ได้สนใจจะสอดเรื่องชาวบ้านซักเท่าไหร่

ตราบใดที่เขาแข็งแกร่งพอเขาก็ทำลายได้ทุกอย่าง จะแผนการหรือลูกไม้ย่อมไร้ค่าไร้ราคา

หลินเซวียนจากไปภายใต้สายตาอิจฉาและชื่นชมของเหล่านักสู้และมาปรากฏกายอีกครั้งที่ถ้ำลับภายในชั้นหกของถ้ำหินยักษ์

“ถึงเวลาแล้ว ได้เวลาเลื่อนขั้นเป็นขอบเขตที่2ซักที!”

หลินเซวียนวางวัตถุดิบเลื่อนขั้นจำนวนมากลงเบื้องหน้า

หลังจากสังหารราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ พวกมันหนึ่งตัวจะดรอปวัตถุดิบเลื่อนขั้นอย่างน้อยหนึ่งชิ้นเสมอ หลังจากสังหารราชินีมดทั้ง5ไปเขาจึงได้วัตถุดิบเลื่อนขั้นมา5ชิ้นพอดี

เอ็ฟต์เฟ็คของวัตถุดิบทั้ง5นั้นเหมือนกันทุกอย่าง

[หลังจากเลื่อนขั้นค่าสถานะทั้งหมด+3แต้มและได้รับสกิลติดตัว [อำนาจแห่งราชันย์แดนลับมากประสบการณ์] ]

ถ้ามีสกิลนี้อยู่แล้วเอ็ฟต์เฟ็คของมันก็จะทรงพลังขึ้น

ถ้าหลินเซวียนใช้วัตถุดิบทั้งห้านี้ในการเลื่อนขั้นค่าสถานะทั้งหมดของเขาก็จะเพิ่มขึ้นมาอย่างละ15แต้ม!

“เริ่มการเลื่อนขั้น”

หลินเซวียนแตะไปที่สัญลักษณ์รูปลูกศรบนหน้าต่างข้อมูล

ร่างของของเขาทำการดูดกลืนวัตถุดิบเลื่อนขั้นทั้งห้าที่วางอยู่เบื้องหน้าโดยอัตโนมัติ

พลังงานมากมายหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาและผสานเข้ากับแขนขา กระดูกและอวัยวะของเขา

กล้ามเนื้อของเขาคำรามลั่นและเลือดเองก็เดือดพล่าน!

หลังจากผ่านความรู้สึกแสนสบายช่วงสั้นๆร่างกายของหลินเซวียนก็เริ่มผ่อนคลาย

ตอนนี้ค่าสถานะพื้นฐานของเขาเปลี่ยนแปลงไปดังนี้ : ความอดทน93 พละกำลัง47 พลังจิต48 ความเร็ว43

สกิลติดตัวอย่าง [อำนาจแห่งราชันย์แดนลับมากประสบการณ์] เองก็เปลี่ยนจาก-8%เป็น-15%

“รู้สึกดีจริงๆ ตอนนี้ก็พอจะมีพลังในระดับนึงแล้วน่าจะพอเอาตัวรอดในโลกอันแสนอันตรายใบนี้ที่มีแต่อสูรปิศาจเดินไปเดินมาได้บ้างแล้ว” หลินเซวียนถอนหายใจยาว “จากนี้ก็ได้เวลาไปยังแดนลับถัดไปเพื่อหาร่างอวตารฝึกฝนร่างใหม่ซักที”

จบบทที่ Chapter 17 : รวบรวมเซ็ตจ้าวเหนือหัว – เลื่อนขั้นสู่ขอบเขตที่2

คัดลอกลิงก์แล้ว