เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 6: โล่นักล่ามังกร

Chapter 6: โล่นักล่ามังกร

Chapter 6: โล่นักล่ามังกร


“ไหนขอดูหน่อยซิ...ต้องใช้แท่งเหล็กเมฆา50แท่ง แท่งทองแดงภูเขา35แท่งแล้วก็มิลธิลอีก3แท่ง...เรามีครบหมดแล้วตอนนี้สามารถสร้างออกมาได้เลย”

หลินเซวียนยิ้มอย่างยินดี

เขาบังเอิญมีวัตถุดิบทั้งหมดที่จำเป็นต้องใช้สำหรับสร้างของที่อยู่ในพิมพ์เขียวแผ่นนี้พอดี

แท่งมิลธิลหลอมได้จากแร่มิลธิลที่จะปรากฏออกมาหลังจากชั้นที่7ของถ้ำหินยักษ์เป็นต้นไปเท่านั้นและยังถือว่าหาได้ยากมาก

ถ้ามันถูกนำไปแลกเปลี่ยนที่สถานีไร้ภัย แท่งมิลธิลเพียงก้อนเดียวก็คงกอบโกยเหรียญทั่วไปได้นับพัน

หลังจากได้รับใบสั่งสร้างอุปกรณ์ โต๊ะสร้างอุปกรณ์ก็เริ่มทำการสร้างในทันที

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

เตาหลอมทำการหลอมเหล็กและค้อนก็เคลื่อนไหวโดยตัวมันเอง หลังจากเหล็กถูกตีซ้ำๆหลายพันครั้ง ในที่สุดโล่หนาหนักสีดำขลับขนาดยักษ์ที่เพียงแค่พื้นผิวก็มากพอจะป้องกันร่างกายทั้งตัวของผู้ใช้ได้แล้วก็ได้ปรากฏออกมา

...

[ชื่อ : โล่นักล่ามังกร]

[เลเวล : เลเวล9ขอบเขต0]

[เกรด : สีม่วง(ล้ำค่า)]

[ข้อจำกัดในการสวมใส่ : ความอดทน 20 , พละกำลัง 18]

[ความสามารถที่1 : ความอดทน+4 , ความอดทน+5%]

[ความสามารถที่2 : ต้านทานกายภาพ+45% , ต้านทานเวทย์+25% , ต้านทานสายฟ้า+40% , ความเร็วในการฟื้นฟูพลังงาน-10%]

[ความสามารถที่3 : ทุกครั้งที่โดนโจมตีจะสะท้อนความเสียหายให้กับอีกฝ่าย50หน่วยความเสียหายจริงและทำให้เป้าหมายติดสถานะ ‘บาดเจ็บสาหัส’ เป็นเวลา5วินาที (หมายเหตุ : สถานะบาดเจ็บสาหัสจะทำให้เป้าหมายไม่สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตตามธรรมชาติได้ เป้าหมายจะฟื้นฟูได้ผ่านการใช้ยาเท่านั้นแต่ความสามารถในการฟื้นฟูจะลดลง50%]

[คำอธิบาย : โล่ขนาดยักษ์ที่ทำออกมาเพื่อล่ามังกรโดยเฉพาะ ยังไงก็ตามในหลายๆครั้งมันมักจะถูกใช้เพื่อจัดการกับราชันย์ไร้นามบางตัวเสียมากกว่า ดังนั้นอีกชื่อหนึ่งของมันจึงถูกเรียกว่าโล่นักล่าไร้นาม]

...

หลินเซวียนยิ้มแต้

ด้วยโล่ยักษ์อันนี้ความปลอดภัยของเขาก็เพิ่มขึ้นมาอีกระดับ

เขากระชับโล่เอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้างเพื่อทดสอบและพบว่าด้วยค่าสถานะของเขาตอนนี้เขาสามารถใช้โล่นักล่ามังกรนี้ได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว

“ตอนนี้เราทรงพลังขนาดไหนแล้วล่ะเนี่ย? ลองไปลองดูที่ชั้นสิบดีไหมนะ?”

หลินเซวียนเคยลองมาแล้วครั้งหนึ่ง ด้วยความแข็งแกร่งของเขาเขาสามารถท่องไปได้ทั่วทั้งชั้น9ของถ้ำหินยักษ์ อสูรปิศาจทั้งหมดล้วนไม่อาจทำลายการป้องกันของเขาได้เลย

ตอนนี้เขาจึงวางแผนจะมุ่งหน้าไปยังชั้นสิบ

บนชั้นสิบมีราชันย์แดนลับอยู่ทั้งหมดสิบตัว หลินเซวียนจึงตัดสินใจจะเลือกลองท้าทายตัวที่ง่ายที่สุดดูก่อน

เขาทำการสวมใส่หน้ากากปิศาจเพื่อปิดบังใบหน้าและเดินมาจนถึงปากทางเข้าชั้นสิบ

ยังไงก็ตามเขากลับพบว่าราชันย์แดนลับทุกตนในตอนนี้ล้วนมีคนกำลังท้าทายอยู่ ปาร์ตี้ ปาร์ตี้นักกู้ซากเหล่านี้ทำลังท้าทายพวกมันอยู่ในรังของพวกมัน

บนชั้นที่สิบนั้นมีกฏพิเศษอยู่ข้อหนึ่ง เมื่อมีปาร์ตี้ใดกำลังทำการท้าทายราชันย์แดนลับอยู่ปาร์ตี้อื่นจะถูกพลังงานพิเศษบางอย่างขวางกั้นเอาไว้ พวกเขาจำเป็นต้องรอให้ปาร์ตี้ก่อนหน้าเสร็จสิ้นการต่อสู้ก่อนซึ่งก็คล้ายกับระบบห้องบอสในเกมออนไลน์

ด้านหน้าทุกถ้ำล้วนมีคิวต่อยาวเป็นหางว่าว

ในทุกๆถ้ำล้วนมีปาร์ตี้อย่างน้อยห้าปาร์ตี้ต่อแถวรออยู่ ทุกถ้ำที่ว่านี้รวมไปถึงถ้ำของราชันย์คางคกเพลิง , ราชันย์อสรพิษเพลิง , และราชันย์กิ้งก่าหินผา...

มีเพียงหน้าถ้ำของราชันย์มังกรดินเท่านั้นที่ว่างเปล่า

หลินเซวียนเองก็ได้ยินสิ่งที่พวกนักกู้ซากซึ่งกำลังต่อคิวอยู่คุยกับเกี่ยวกับปาร์ตื้ที่เข้าไปท้าทายราชันย์มังกรดินด้วยเช่นกัน

“ทีมไหนมันใจกล้าหน้าโง่ถึงขั้นกล้าไปท้าทายราชันย์มังกรดินวะ?”

“จะใครล่ะ? ก็ทีมเงาเมฆาของโจวเฟิงไง พวกนั้นประกาศมาตั้งนานแล้วว่าพวกตนจะเข้าโจมตีราชันย์มังกร”

“ครึ่งปีที่ผ่านมานี้ยังไม่เคยมีใครท้าทายมันสำเร็จมาก่อนเลย พูดตามตรงพวกนั้นจองหองเกินไปหน่อยนะที่คิดว่าตัวเองจะท้าทายมันได้”

“ทีมที่เข้าท้าทายราชันย์มังกรดินถ้าไม่ตายก็ต้องได้รับบาดเจ็บหนัก หนนี้การที่ทีมเงาเมฆาจะรอดมาได้ทุกคนคงยาก”

“นั่นไม่ใช่เรื่องของเรา เจ้าหมอนั่นมีพ่อเป็นผู้จัดการนี่หว่า ไม่ใช่ว่านักกู้ซากอีกสามคนของทีมเงาเมฆาเองก็เล่นไปกับเจ้าหมอนั่นด้วยรึไง? เพราะงั้นมันไม่ใช่เรื่องของเราแน่นอน”

โจวเฟิง?

หลินเซวียนหวนนึกไปและนึกขึ้นมาได้ทันควัน

คนผู้นี้เองก็เป็นคนขององค์กรเจอร์มินอลแต่ตัวเขาไม่ใช่นักกู้ซากแต่เป็นบุตรของผู้จัดการ

ระดับชั้นขององค์กรเจอร์มินอลแบ่งออกเป็นผู้จัดการระดับสูง ผู้ดูแลระดับกลางและนักกู้ซากแดนรกร้างระดับต่ำ

ผู้จัดการคือตัวตนระดับสูงขององค์กร ความแข็งแกร่ง เงินตราและสถานะของพวกเขาล้วนสูงลิ่ว

หลังจากถอนหายใจเมื่อนึกถึงเบื้องหลังของอีกฝ่ายขึ้นมาได้หลินเซวียนก็ไม่คิดจะคิดให้มากความอีก

ด้านนอกนั้นราชันย์มังกรดินถือได้ว่าไม่ค่อยมีชื่อเสียงนัก หลินเซวียนจึงไม่รู้ว่ามันทรงพลังขนาดนั้นและยังไม่อยากจะเข้าท้าทายราชันย์มังกรดินนัก

ไม่กี่นาทีให้หลังถ้ำของราชันย์คางคกเพลิงก็พลันเกิดการกระเพื่อมและปาร์ตี้ปาร์ตี้หนึ่งเดินออกมาพร้อมกับอาการบาดเจ็บทั่วร่างแต่กลับมีใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข

ก่อนที่หลินเซวียนจะทันได้ก้าวขาออกไปก็มีอีกหนึ่งปาร์ตี้กุลีกุจอเข้าไปเสียก่อน

นักสู้ที่อยู่รอบๆที่เบียดตัวเข้าไปไม่ทันพลันก่นด่าออกมา

หลินเซวียนลูบปากไปมาก ดูเหมือนว่าเขาจะนึกอะไรบางอย่างได้

เขาทุบตีคนพวกนี้ไม่ได้!

ทุกอย่างเป็นอย่างที่ขาคิด ทันทีที่ปาร์ตี้ปัจจุบันเสร็จสิ้นการโจมตีราชันย์อีกปาร์ตี้หนึ่งที่รอมานานก็จะเตรียมตัวพุ่งเข้าไป

หลินเซวียนเบียดเข้าไปไม่ได้แน่

“รอแล้วกันรอต่อไปเรื่อยๆ...” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงอับจน

ในเวลานี้เองเสียงการต่อสู้อย่างรุนแรงก็พลันดังออกมาจากถ้ำของราชันย์มังกรดิน

ทีมสี่คนที่ประกอบไปด้วยแทงค์ถือโล่ นักดาบ นักธนูและหมอกำลังเข้าท้าทายราชันย์มังกรดิน

ราชันย์มังกรดินที่มีขนาดความยาวนับสิบเมตรและร่างกายที่สูงใหญ่ราวแปดเมตรกำลังอาละวาดอย่างสนุกสนาน สำหรับนักสู้แล้วอีกฝ่ายก็ไม่ต่างอะไรไปจากขุนเขาย่อมๆที่เคลื่อนที่ได้

หนังของมันนั้นหนาจนน่าพรั่นพรึง  เมื่อลูกธนูหรือดาบปะทะเข้าไปกลับสร้างความเสียหายได้เพียงเลขหลักเดียวเท่านั้น

กระทั่งต่อให้คนพวกนั้นใช้สกิลก็เพิ่มความเสียหายได้แค่ไม่กี่เท่า ดูแล้วน่าหงุดหงิดใจไม่น้อย

โฮก!

ราชันย์มังกรดินส่งเสียงคำรามดังสนั่นออกมา สกิลยิงต่อเนื่องที่นักธนูกำลังจะใช้พลันถูกขัดเอาไว้เพราะเจ้าตัวต้องยกมือขึ้นมาปิดหู

ราชันย์มังกรดินสบโอกาสใช้โอกาสนี้พุ่งเข้าหาอีกฝ่าย

นักสู้ถือโล่ที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดถูกส่งลอยกระเด็นออกไป เขาพ่นเลือดออกมาและหน้าอกเองก็ยุบยวบจนน่าหวาดกลัว

ราชันย์มังกรดินยกขาหน้าขึ้นสูงและเหยียบลงมาอย่างดิบเถื่อน

นักดาบที่อยู่ข้างๆนั้นพอจะว่องไวอยู่บ้าง เขาคว้าร่างของนักสู้ถือโล่และพุ่งตัวหลบออกไป ยังไงก็ตามถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่ขาขวาของนักสู้ถือโล่ก็ยังคงถูกราชันย์มังกรดินเหยียบจนเละอยู่ดี

“เชี่ยเอ๊ย ฮีลเร็ว! อะไรนะฮีลไม่ได้? นี่แกลืมเอายาฟื้นฟูพลังเวทย์มาอีกแล้วหรอ? ฉันจะฆ่าแก!”

นักดาบก่นด่าออกมาด้วยความไม่พอใจ

“พี่โจวไม่ใช่ว่าผมไม่ได้เอายามา ผมซื้อยาน้ำขวดใหญ่มาตั้งห้าขวดแถมยังซื้อขวดเล็กมาอีกตั้งสิบห้าแต่ตอนนี้ใช้ไปหมดแล้ว!” หมอที่ยืนอยู่แนวหลังของกลุ่มซึ่งคอยใช้สกิลฟื้นฟูอยู่ตลอดแสดงสีหน้าขมขื่นและรู้สึกไม่พอใจนัก

“ห่ารากเอ๊ย...!” พี่โจวสบถออกมาด้วยความโมโห “ถอยๆๆ พวกเราสู้กับราชันย์มังกรดินต่อไม่ไหวแล้ว”

เขาหยิบอะไรบางอย่างที่ส่งกลิ่นเหม็นซึ่งได้มาจากแผนกจัดเก็บและโยนออกไปด้านหลังก่อนจะวิ่งหนีออกไปพร้อมกับชายถือโล่

ราชันย์มังกรดินที่ได้กลิ่นเหม็นหืนนี่พลันแสดงท่าทีราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูร้ายกาจ มันไม่ให้ความสนใจกับนักสู้ทั้งสี่คนอีกต่อไปและหันไปโจมตีสิ่งของส่งกลิ่นเหม็นที่ว่าแทน

มาถึงตอนนี้ในที่สุดคนทั้งสี่ก็หลบหนีออกไปและกลับมายังชั้นเก้าของถ้ำหินยักษ์ได้สำเร็จ

“โชคดีที่ยังเหลือกองขี้จากขี้ของราชินีมดอยู่ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงเอาชีวิตรอดออกมาไม่ได้แน่ๆ”

พี่โจวถอนหายใจ

กองขี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากของเสียของราชินีมดขอบเขตที่1จากแดนลับรังมดอสูร นักกู้ซากค้นพบว่าสิ่งนี้ส่งผลต่ออสูรปิศาจที่มีระดับต่ำกว่าขอบเขตที่2และสามารถเบี่ยงเบนความสนใจจากพวกมันได้

นักดาบผู้นั้นคือโจวเฟิงและคนอื่นๆอีกสามคนเองก็คือนักกู้ซากขององค์กร เนื่องจากนิสัยที่คล้ายๆกันของพวกเขาพวกเขาจึงมารวมตัวกันและตั้งปาร์ตี้ที่มีชื่อว่าเงาเมฆาขึ้นมา

ของเสียของราชินีมดนั้นเป็นพ่อของเขาที่มอบเอาไว้ให้ นักสู้ทั่วๆไปไม่มีทางมีสิ่งนี้ในครอบครองแน่นอน

“อาการบาดเจ็บของเสี่ยวหลิวค่อนข้างสาหัส คงทำได้แค่กลับไปยังสถานีไร้ภัยเท่านั้นแล้ว” หมอประจำทีมป้อนยาฟื้นฟูพลังชีวิตให้กับชายถือโล่แต่อีกฝ่ายก็ยังคงไม่พ้นขีดอันตราย

โจวเฟิงพยักหน้า “กลับก่อนก็ดี พวกเราจะกลับมาอีกครั้งหลังจากอาการบาดเจ็บของเขาฟื้นฟูแล้ว คนอื่นๆจะว่ายังไงก็ช่างมัน”

คนทั้งสามช่วยกันแบกชายถือโล่และเดินออกไปจากถ้ำของราชันย์มังกรดิน

วิ้ง! วิ้ง! วิ้ง!

นักกู้ซากจำนวนมากมารวมตัวกัน พวกเขาส่วนใหญ่เผยรอยยิ้มละโมบโลภมากออกมาหากแต่เพราะสถานะของโจวเฟิงพวกเขาจึงไม่กล้าลงมือทำอะไรและทำได้เพียงลอบกระซิบกระซาบกันเท่านั้น

“คิดว่าการท้าทายพวกราชันย์แดนลับมันเป็นเรื่องง่ายๆรึไง? คนบางกลุ่มมันก็ทะเยอทะยานเกิ๊น”

“ค่าสถานะทั้งหมดของอีกฝ่าย+30%และมีสกิลเกรดสีม่วงตั้งสามสกิล พวกนายนี่ยังกล้าท้าทายราชันย์แดนลับแบบนี้อีกเนอะ”

“เห็นมีอีกคนถือโล่อันใหญ่ๆอยู่นี่ บางทีพวกนายก็ลองไปรวมทีมกับเจ้าหมอนั่นดูก็ได้นะ”

สีหน้าของโจวเฟิงมืดครึ้มและกราดเกรี้ยว

ยังไงก็ตามเมื่อเขาได้ยินว่ามีอีกคนที่ถือโล่เหมือนกันเขาก็อดมองไปทางนั้นไม่ได้

ตรงจุดที่ว่าคือนักสู้คนหนึ่งที่สวมใส่หน้ากากปิศาจสีดำและแบกโล่ขนาดใหญ่เอาไว้

โล่ขนาดใหญ่จนน่าพรั่นพรึงนั่นทำให้คนที่เห็นสัมผัสได้ถึงความรู้สึกปลอดภัยอย่างแรงกล้าเพียงแค่จ้องมอง

โจวเฟิงอดสงสัยเกี่ยวกับคนผู้นี้ขึ้นมาไม่ได้

นักสู้ที่ปราศจากปาร์ตี้นั้นส่วนใหญ่มักจะมีความแข็งแกร่งสูงล้ำ ไม่ก็มีสัมผัสเป็นเลิศหรือว่องไวเกินต้าน

คนผู้นี้เห็นได้ชัดเลยว่าไม่มีปาร์ตี้แต่กลับเลือกที่จะใช้โล่ หรือเขาคิดจะใช้โล่นั่นค่อยๆบดอสูรจนตาย?

โจวเฟิงลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยถามออกมา “พี่ชายอยากมาร่วมทีมกับเราไหม?”

หลินเซวียนปฏิเสธออกไปทันควัน

จบบทที่ Chapter 6: โล่นักล่ามังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว