- หน้าแรก
- สืบทอดกิจการหนี้สามสิบล้าน สู่แหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก
- ติดหนี้สามสิบล้าน 525 ทางสามแพร่งอสูร
ติดหนี้สามสิบล้าน 525 ทางสามแพร่งอสูร
ติดหนี้สามสิบล้าน 525 ทางสามแพร่งอสูร
ติดหนี้สามสิบล้าน 525 ทางสามแพร่งอสูร
แต่นั่นเป็นเพียงภาพลวงตา
กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
ผู้ที่อยู่หน้าสุดคอยเป็นทัพหน้าคือ ‘ผู้นำทาง’ สมาชิกทั้ง 5 คนของหน่วยย่อยฉวี่เซิ่ง
ตรงกลางคือนักท่องเที่ยวธรรมดา
เขาอดไม่ได้ที่จะกลอกตาบน
ทหารประเทศ D
คนคนนั้นมองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นนักศึกษาเพิ่งจบใหม่ ขนเพิ่งจะขึ้นครบด้วยซ้ำ จ้องเขาไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมา?
หลี่ฉยงคิดเช่นนี้ ก็เห็นความเร็วในการเดินของฝูงชนช้าลง ถึงทางแยกสามแพร่งแล้ว
ทางซ้ายคือเส้นทางเถาวัลย์มาร
ตรงกลางคือป่าหินวายุคลั่ง
และทางขวาคือเส้นทางหินหนัก
ถนนทั้งสามสาย หลินหานได้รับสิทธิ์โหมดนรกหมดแล้ว ขอเพียงเขาต้องการ ยกเว้นเส้นทางหินหนักแล้ว อีกสองเส้นทางที่เหลือหลังจากเข้าไป ทุกคนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับเขาจะต้องถูกบังคับให้เปิดโหมดความยากระดับเดียวกันทั้งหมด
ฮ่าฮ่า
ก็ต้องดูว่าพวกเขาจะเลือกอย่างไรแล้ว
นักท่องเที่ยวเก่าแก่ย่อมไม่ลังเล ก่อนจะปีนเขา พวกเขาตัดสินใจไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะไปที่ไหน
หน่วยย่อยฉวี่เซิ่งกลับรู้สึกลำบากใจ
รวมหลี่ฉยงด้วยเป็นหกคน จะบุกทะลวงไปทางเดียวเลยดีไหม
ถ้าพวกเขาเลือกแค่ทางเดียว พวกชาวต่างชาติจะตามเขาไปไหม
“แบ่งไปทางละสองคนเถอะ ทางนั้นเขาคงจัดการตัวเองได้”
มีคนกระซิบขึ้นมาประโยคหนึ่ง แล้วเงยหน้าเดินไปทางหนึ่ง
“ก็แค่ปีนเขา ข้างหน้าสนุกดีก็จริง แต่...”
คำพูดของเขาทำให้คนอื่น ๆ วางใจลงเปลาะหนึ่ง
อย่าลืมสิว่าพวกเขาทำอาชีพอะไร?
ฝ่าด่านแค่นี้ยังไม่ถือว่าง่ายดายอีกหรือ?
พวกเขาแยกย้ายกันไป ทีมชาวต่างชาติก็มีความคิดตรงกัน
คนประเทศ E กลับชอบความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทูนหัวที่เถิกไปด้านหลัง
หลินหานรู้สึกสนุกขึ้นมา เป้าหมายหลักของเขาคือการพุ่งเป้าไปที่...
งั้นก็ไปกันเถอะ~
คนของหน่วยย่อยฉวี่เซิ่งสองคนเดินนำเข้าไปก่อน ตามด้วยกลุ่มคน
หลินหานรั้งท้าย เขาไม่รีบร้อน แต่กลับลุกนั่งอยู่กับที่...
เข้าไปก็คือโหมดนรกแล้ว ถึงแม้เขาจะไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์อะไร แต่ประสบการณ์ในที่แห่งนี้ เขากล้าเรียกตัวเองว่าติดอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว
รอจนกระทั่งทั่วทั้งร่างเปลี่ยนเป็น...
ในเวลาเดียวกัน พวกชาวต่างชาติที่เดินเข้าไปในเส้นทางเถาวัลย์มารแล้ว...
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! นี่มันอะไรกันเนี่ย!”
“เหลือเชื่อจริง ๆ...”
“ตรงนี้ก็มีผลึกด้วย!”
“น่าสนใจดีนี่~”
“เวรเอ๊ย! รากไม้นี่พันตัวฉันแล้ว!”
กลุ่มชาวต่างชาติติดหล่มอยู่บนพื้นเถาวัลย์มาร ภายใต้ร่มเงาของเรือนยอดไม้ที่บดบังแสงอาทิตย์ พวกเขากำลังดิ้นรนอย่างยากลำบาก
“ไอ้ของพวกนี้มันจงใจเล่นงานฉันหรือเปล่าเนี่ย?”
ไอ้หนุ่มประเทศ Y คนหนึ่งบ่นอย่างไม่พอใจ เท้าขวาของเขาจมลงไปในเถาวัลย์เป็นครั้งที่สามแล้ว
หรือจะพูดอีกอย่างคือ การจะดิ้นหลุดออกมาได้นั้นต้องใช้ทักษะสักหน่อย มิฉะนั้น...
เขารู้สึกไม่ดี ทหารคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่นัก
รูปร่างกำยำในตอนนี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิด
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ไอ้พวกสวะ!”
ร่างหนึ่งพุ่งผ่านไป ทำให้ทหารประเทศ M จ้องมองด้วยความโกรธแค้น
ผู้ที่เคลื่อนไหวอย่างพลิ้วไหวไปตามเถาวัลย์คือทหารประเทศ D คนหนึ่ง ไม่รู้ว่าอยู่เหล่าทัพไหน แต่ท่วงท่าของเขาสง่างาม พลิ้วไหวและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังระเบิด แม้จะไม่แน่ว่าจะสามารถ...
“เดนนิส! แกคอยดูเถอะ!”
“ลูก้า ตัวใหญ่ไปจะมีประโยชน์อะไร? ฉันต่อให้แก 1 นาทีเลย”
ด้านหลังของเขามีชาวต่างชาติตามมาอีกสองสามคน สายตาของพวกเขาเปล่งประกาย รู้สึกเหมือนได้กลับคืนสู่ป่าดงดิบอย่างบอกไม่ถูก
“รีบเข้า! คนประเทศหัวอยู่ข้างหน้าแล้ว!”
เส้นทางเถาวัลย์มาร ก้าวผิดหนึ่งก้าวก็ผิดไปหมดทุกก้าว ช่องว่างถูกดึงให้ห่างออกไป
เพียงแค่เข้าไปได้สามนาที ก็แบ่งแยกกลุ่มกันอย่างชัดเจนแล้ว
คนดวงซวยรั้งท้ายอยู่...
“รีบดึงฉันหน่อย!”
“ข้างล่างมีตัวอะไรมาจับฉัน!!”
“แหล่งท่องเที่ยวประเทศหัวบ้าเอ๊ย! เมื่อกี้ที่สแกนข้อมูลของพวกเราต้องเป็นเพราะจงใจเล่นงานฉันแน่ ๆ!”
เพื่อนร่วมทีมที่เข้ามาช่วยหัวเราะเยาะอย่างไม่เกรงใจ
“ไอ้สวะเอ๊ย แกกินฟิชแอนด์ชิปส์มากไปล่ะสิ! ทำไมพวกนั้นถึงไม่โดนเล่นงานล่ะ? แกดวงซวยเกินไปหรือเปล่า?”
“ตดสิ! ดึงเบา ๆ หน่อย! ก้นฉันติดแล้ว!”
“...”
กลุ่มตรงกลางคือทหารประเทศ M หนึ่งคนและทหารประเทศ D หนึ่งคน ยังมีนักท่องเที่ยวธรรมดาอีกสองคนและทหารประเทศหัวอีกหนึ่งคน
ตอนนี้พวกเขากำลังเดินโซเซไปมา คนประเทศหัวกัดริมฝีปาก ดึงข้อเท้าออกมา พลางครุ่นคิดถึงจุดวางเท้าจุดต่อไปอย่างรวดเร็ว
อย่าลนลาน!
ห้ามลนลานเด็ดขาด!
เสียงของเจ้าหน้าที่ข้อมูลในหูฟังดังขึ้นอย่างเยือกเย็นและสงบนิ่ง
[ทำไมพวกคุณถึงไม่เช่าโคมไฟดอกไม้? ฉันบอกไปตั้งหลายครั้งแล้วว่าต้องทำตามคู่มือ...]
[สังเกตให้ดี เส้นทางเถาวัลย์มารแบ่งความยากออกเป็นสามช่วง ตอนนี้คุณน่าจะใกล้ถึงช่วงที่สองแล้ว เถาวัลย์บนพื้นจะขยับตัวเล็กน้อย จุดวางเท้าต้องระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น]
[อย่าฝืนทำ อินเทอร์เน็ตบอกว่าเส้นทางช่วงนี้ต้องอาศัยความเร็วในการตอบสนอง คุณแค่ทรงตัวให้มั่นคงก็พอ]
ฉินหัวผู้มีผิวหยาบกร้านกัดฟันกรอด
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากทรงตัวให้มั่นคง เขาแค่ไม่อยากถูกพวกทหารต่างชาติเหล่านั้นตามทันก็เท่านั้น
ล้วนเป็นทหารเหมือนกัน หากเขาถูกคนอื่นแซงหน้าในถิ่นของตัวเอง มันก็น่าขายหน้าเกินไปแล้ว!
“ฟู่ว...”
เขาปรับลมหายใจอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันสังเกตว่าแสงสว่างจู่ ๆ ก็มืดลงไปเล็กน้อย
กลุ่มที่อยู่หน้าสุด มีคนน้อยที่สุด
หรือจะพูดอีกอย่างคือ มีทหารน้อยที่สุด
มีทหารประเทศหัวเพียง 1 คน ทหารประเทศ D หนึ่งคน และทหารประเทศ M ที่กำลังจะตามมาทัน
เพราะคนอื่น ๆ อีกสิบกว่าคนที่กำลังปีนป่ายไปพร้อมกับรอยยิ้ม ล้วนเป็นนักท่องเที่ยวธรรมดาของแหล่งท่องเที่ยว!
“เวรเอ๊ย...”
เดนนิสที่อุตส่าห์ตามมาทันสบถคำหยาบในใจ หรือว่าความเข้าใจของเขาจะมีปัญหา?
กลุ่มชาวบ้านธรรมดาพวกนี้ หากอยู่ข้างนอกเขาสามารถล้ม 5 คนได้ภายใน 30 วินาที ทำไมพอมาอยู่ที่นี่ถึงได้แข็งแกร่งกันขนาดนี้?
กระโดดไปมา ตัวเบาหวิวยังกับลิงเลยโว้ย?!
ขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้น ก็เห็นผู้หญิงมีกล้ามมัดผมคนหนึ่งเดินแซงเขาไป แถมยังบ่นอย่างรังเกียจ...
“ตัวก็ตั้งใหญ่แต่ไม่ยอมเดินไปข้างหน้า เกะกะขวางทางจริง ๆ...”
?
เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ หันไปมองข้างหน้าอีกครั้ง
หน้าสุดคือทหารประเทศหัวคนนั้นกับแอบบี้จากประเทศ M
สองคนนี้เหมือนจะบ้าไปแล้ว...
“ลิงใช่ไหม พวกเขาต้องเป็นลิงแน่ ๆ ใช่ไหม?”
ด้านหน้าสุด กู่จิ้งจวินส่งเสียงร้องด้วยความตื่นเต้น เกาะกิ่งไม้แกว่งตัวไปอีกฝั่งเพื่อหลบหลุมขนาดใหญ่ รู้สึกสะใจสุด ๆ
มิน่าล่ะถึงเรียกเขามา!
สิ่งที่เขาถนัดที่สุดก็คือการรบพิเศษในป่า! ภูมิประเทศเล็ก ๆ แบบนี้สำหรับคนอื่นอาจจะยากขึ้นเป็นสองเท่า แต่สำหรับเขาแล้วมันก็เหมือนได้กลับบ้านนั่นแหละ~
ทิ้งห่างพวกมันให้ขาดลอยไปเลย!
ไม่ไกลจากกู่จิ้งจวิน ชายหญิงวัยรุ่นสองสามคนกำลังก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ วางเท้าลงบนตำแหน่งที่ปลอดภัยอย่างแม่นยำ สายตาสอดส่องรอบทิศทาง หูคอยฟังเสียงรอบด้าน ประสานงานกันอย่างรู้ใจ
ตอนนี้พวกเขากำลังมองไปที่กู่จิ้งจวินด้วยสีหน้าพูดไม่ออก
“คนคนนั้นกำลังทำตัวกร่างอะไรอยู่?”
“อาจจะเพิ่งเคยมาครั้งแรก เลยตื่นเต้นไปหน่อยมั้ง...”
“เขาดูพอใจกับความเร็วระดับนี้มากเลยนะ...”
“น่าเสียดายที่วันนี้ทีม A ไม่ได้มา ไม่อย่างนั้นคงทำให้พวกเขาได้เปิดหูเปิดตาบ้างแล้ว พรืด~”
“หัวหน้าเสี่ยวอวี้ข้อเท้าพลิก คาดว่าครั้งหน้าที่พวกเขามาคงเป็นโหมดนรกแล้วล่ะ จิ๊~”
เด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงอิจฉา
“คนที่ผ่านโหมดนรกได้อย่างสมบูรณ์แบบบนรายนามสวรรค์ดูเหมือนจะยังมีไม่ถึงร้อยคนเลยมั้ง... ผ่านมาตั้งนานแล้วเพิ่งจะมีแค่นี้ ภูเขาว่านหยวนนี่เป็นราชาแห่งการคุมคะแนนจริง ๆ...”
“ฉันก็อยากลองสัมผัสดูสักครั้งเหมือนกันว่าโหมดนรกมันเป็นยังไง?”
“ได้ยินมาว่าน่ากลัวมาก ฉันไม่กล้าหรอก...”
“โย่วโฮ่ว~~~~”
เสียงหัวเราะดังกังวานขัดจังหวะพวกเขา ทหารประเทศ M คนหนึ่งกระโดดตัวลอย คว้าเถาวัลย์ที่ห้อยลงมา แกว่งตัวไปดักหน้ากู่จิ้งจวิน พลางหัวเราะอย่างโอหัง
“พละกำลังของพวกแกก็งั้น ๆ แหละ~ สู้...”
เพียะ!!!
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ท้องฟ้าก็มืดลงกว่าเดิม
ทหารประเทศ M ที่วินาทีก่อนยังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ถูกเถาวัลย์ที่เหวี่ยงมาจากไหนก็ไม่รู้ ฟาดกระเด็นไปราวกับถูกแส้ฟาด
ห่างออกไปร้อยเมตร หลินหานยืนอยู่ตรงทางเข้า สัมผัสได้ถึงสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเลือนราง เขายิ้มอย่างเบิกบานใจ
ปู่มาแล้ว!