- หน้าแรก
- ยอดระบบเส้าหลิน ผิดศีลแล้วไร้พ่าย!
- ระบบผิดศีล 280 เก้าเส็ง
ระบบผิดศีล 280 เก้าเส็ง
ระบบผิดศีล 280 เก้าเส็ง
ระบบผิดศีล 280 เก้าเส็ง
“หากพวกเจ้าแน่จริงก็จงสับข้าเป็นหมื่น ๆ ชิ้นเสียเถิด หากปล่อยให้ข้าหนีรอดไปได้ วันหน้าข้าจะกลับมาคิดบัญชีทวงแค้นคืนทั้งต้นทั้งดอกอย่างแน่นอน!”
ตั้งมิกทุบเข้าที่เอวของอสูรหมาป่าไปพลางด่าไปพลางว่า
“เอะอะก็พ่นสำนวนออกมาเป็นชุด เจ้าจะไปสอบจอหงวนหรืออย่างไร?”
ตั้งมิกถีบเปรี้ยงเดียวจนอสูรหมาป่ากระเด็นไปไกลสามจั้ง อสูรหมาป่าร้องโหยหวน
“ข้าคือหมาป่าหอนจันทราผู้สูงศักดิ์ เป็นเสาหลักในอนาคตของเผ่าหมาป่า เจ้าบังอาจลงมือลงเท้าไล่ล่าข้าไม่ลดละ เผ่าหมาป่าของข้ามีผู้กล้ามากมาย หากล่วงเกินพวกเรา วันหน้าเจ้าต้องมีเคราะห์เลือดตกยางออกแน่!”
ตั้งมิกยิ้มอย่างดูแคลน
“สภาพดำเมี่ยมเป็นตอตะโกเช่นเจ้าเนี่ยนะ จะเป็นหมาป่าหอนสวรรค์ได้?”
อสูรหมาป่าไม่ยอมแพ้ พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น ใช้กรงเล็บเลิกขนที่หน้าท้องขึ้น
“เจ้าช่างตาถั่วเสียจริง ดูนี่ ขนสีขาวบริสุทธิ์ไร้ตำหนิของข้า!”
จะว่าไปแล้ว ภายใต้ขนสีดำของอสูรหมาป่าตัวนั้น กลับมีขนสีขาวราวกับหิมะซ่อนอยู่จริง ๆ
ตั้งมิกพลันกระจ่างแจ้ง
“อ้อ มิน่าเล่ารูปร่างถึงได้ใหญ่โตแต่ฝีมือกลับต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ที่แท้ก็ยังไม่ใช่สัตว์ประหลาดโบราณนี่เอง”
หมาป่าหอนจันทราคือเผ่าราชันในหมู่หมาป่า เป็นสัตว์ประหลาดโบราณชั้นเลิศ บรรพบุรุษสายตรงของมันคือสัตว์ประหลาดบรรพกาลนามว่าเซ่าเทียนข่วน
หมาป่าและสุนัขเดิมทีเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน ตำนานกล่าวว่าก่อนที่เซ่าเทียนข่วนจะยอมรับเสี่ยนเซิ่งเจินจวินเอ้อร์หลางเป็นเจ้านาย มันมีนามว่า ‘หมาป่าหอนสวรรค์’
และขนทั่วร่างของหมาป่าหอนจันทรานั้นขาวสะอาดดุจแสงจันทร์จริง ๆ
ตั้งมิกมองปราดเดียวก็รู้ว่าอสูรหมาป่าตัวนี้ได้กระตุ้นสายเลือดโบราณในกาย และเริ่ม ‘วิวัฒนาการ’ ไปสู่การเป็นหมาป่าหอนจันทรา
นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้อสูรหมาป่าตัวนี้สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับอสูรวิญญาณได้
เพราะโดยปกติแล้วสัตว์ประหลาดทั่วไปจะมีพรสวรรค์ไปถึงเพียงระดับมหาอสูร (ระดับหวนปฐพี) เท่านั้น
เมื่อถูกตั้งมิกฉีกหน้ากากคำลวง อสูรหมาป่าก็ดูจะกระอักกระอ่วนยิ่งนัก
“เหตุใดเจ้าถึงล่วงรู้ไปเสียทุกเรื่องเช่นนี้?”
ตั้งมิกกล่าว “ข้าก็ไม่ได้รู้ไปเสียทุกเรื่องหรอก ข้าแค่รู้ว่าต่อให้เจ้าจะเป็นหมาป่าหอนจันทราจริง ๆ แต่หากตอนนี้ไม่ยอมขอขมาข้า เจ้าได้กลายเป็นหมาป่าย่างทั้งตัวแน่”
อสูรหมาป่ากล่าวอย่างทระนง
“เผ่าหมาป่า แค้นต้องชำระ ไม่มีวันยอมแพ้!”
ตั้งมิกจัดระเบียบถุงมือหมึกพันธนาการเล็กน้อย
“ข้าชื่นชมเจ้านะ ปากแข็งดีจริง ๆ”
ท่ามกลางป่าเขา เสียงโหยหวนของอสูรหมาป่าดังต่อเนื่องอยู่ประมาณหนึ่งจิบชา
จากนั้น
เบื้องหน้าผลองุ่นเถาพฤกษา อสูรหมาป่าหมอบลงกับพื้นอย่างว่าง่าย พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงอู้อี้ว่า
“ข้าชื่อเก้าเส็ง เก้าที่แปลว่าสุนัข เส็งที่แปลว่าเศษอาหาร”
เซี่ยเหยาเกออดขำไม่ได้
“เจ้าใช้สำนวนเปรียบเทียบได้ไร้ที่ติจริง ๆ”
เก้าเส็งเงยหน้าขึ้น
“ท่านแม่ของข้าบอกว่า มนุษย์แม้จะอ่อนแอแต่พวกเขาก็ฉลาดนัก แม้แต่หมาป่าเจ้าเล่ห์ก็ยังมีเล่ห์เหลี่ยมไม่เท่ามนุษย์ ดังนั้นต้องเรียนรู้จากมนุษย์ให้มากจะได้ฉลาดขึ้น สำนวนเหล่านี้ท่านแม่เป็นคนสอนข้า นางสอนให้ข้าพูดภาษามนุษย์ วันหน้าหากเจอคนที่อ่อนแอก็ให้จับตัวมาสอนความรู้ให้ข้า หากเจอคนที่แข็งแกร่งจะได้ขอขมาได้สะดวก”
ตั้งมิกทั้งขำทั้งสงสาร
“ท่านแม่ของเจ้านี่ช่างมองการณ์ไกลจริง ๆ แต่เหตุใดนางถึงตั้งชื่อนี้ให้เจ้าเล่า?”
เก้าเส็งตอบตามตรง
“ท่านแม่บอกว่า ทางฝั่งมนุษย์มีธรรมเนียมว่าตั้งชื่ออัปมงคลจะเลี้ยงง่าย แต่ภายหลังข้าถึงได้รู้ว่าท่านแม่ตั้งให้เพียงชื่ออัปมงคลแต่ไม่ได้ตั้งชื่อจริงให้ ข้าจึงมีเพียงชื่อเก้าเส็งนี้ชื่อเดียว”
ตั้งมิกทอดถอนใจ
“ท่านแม่ของเจ้าช่างเป็นหมาป่าที่ฉลาดล้ำเลิศจริง ๆ...”
ตั้งมิกไม่ได้ถามว่าแม่ของเก้าเส็งอยู่ที่ใด
ดูจากท่าทางของเก้าเส็งแล้ว หากแม่ของมันยังอยู่ มันคงไม่ยอมสยบเร็วถึงเพียงนี้
เก้าเส็งน้ำตาคลอเบ้า
“น่าเสียดายที่ท่านแม่จากไปเร็วเกินไป ยังสอนไม่ทันจบก็ลงหลุมไปเสียแล้ว”
ตั้งมิกเอ่ยถาม
“ตอนนั้นท่านแม่ไม่ได้สอนเจ้าหรือว่า หากสู้ไม่ได้ให้หนีไป?”
เก้าเส็งกล่าว “สอนขอรับ แต่ท่านแม่ยังสอนอีกว่า หมาป่าไม่ใช่สุนัขจิ้งจอก หมาป่าต้องมีความทระนง มีคุณธรรมน้ำมิตร มีความกล้าหาญ หากเอาแต่หวาดกลัวและหนีเอาตัวรอด ย่อมไม่อาจทำการใหญ่ได้ ในฐานะจ่าฝูง หากปกป้องลูกน้องไม่ได้คือไร้ความสามารถ หากทิ้งลูกน้องหนีไปคือไร้คุณธรรม หมาป่าเกิดมาต้องอยู่อย่างมีความหมาย!”
คำพูดอันหนักแน่นของเก้าเส็งทำเอาตั้งมิกและเซี่ยเหยาเกอมองหน้ากันไปมา
ผ่านไปครู่ใหญ่ตั้งมิกจึงตอบกลับว่า
“ท่านแม่ของเจ้าคือหมาป่าที่มีระดับความคิดสูงส่งที่สุดเท่าที่ข้าเคยได้ยินมาเลย”
เก้าเส็งกล่าว “ขอบคุณที่ชมท่านแม่ของข้า แม้นางจะไม่ได้ยินแล้ว แต่หากวันหน้าข้าตายไปได้พบท่านแม่ ข้าจะบอกนางให้”
ตั้งมิกประหลาดใจ
“เหตุใดเจ้าถึงคิดเรื่องความตายเสียแล้วเล่า?”
เก้าเส็งชะงักไป
“เจ้ามนุษย์สองขา เจ้าไม่ได้จะย่างข้ากินหรอกหรือ?”
ตั้งมิกกล่าว “ก็เคยคิดเช่นนั้น แต่เห็นว่าท่านแม่ของเจ้าสั่งสอนมาดี ข้าเลยเริ่มจะเสียดายขึ้นมาบ้างแล้ว”
เก้าเส็งรีบหดก้นหนีทันที
“ไม่ได้นะ! ข้าเป็นตัวผู้! ไม่ได้เด็ดขาด! อ๊าก!”
เก้าเส็งเพิ่งจะกล่าวจบ ก็ถูกตั้งมิกถีบกระเด็นไปไกลสามจั้ง
“ข้ายังไม่คิดอกุศลเท่าเจ้าเลย!”
เซี่ยเหยาเกอที่อยู่ด้านข้างขำจนแทบจะหายใจไม่ทัน
ในวังหลวงหรือในเมืองเหยากวง ไม่มีเรื่องตลกขบขันเช่นนี้ให้เห็นเลย
เก้าเส็งหมอบอยู่บนพื้นพลางพึมพำว่า
“ก็เจ้าบอกเองว่าเสียดายข้า หากไม่ใช่ว่าหลงใหลในเรือนร่างของข้าแล้วจะเป็นอันใดได้? ข้าช่างหล่อเหลาสง่างาม องอาจผ่าเผยเสียจริง แม้แต่มนุษย์ยังมาหลงรักข้า!”
ตั้งมิกคิดไม่ถึงเลยว่านอกจากเก้าเส็งจะชอบใช้สำนวนแล้ว ยังมีความหลงตัวเองอีกด้วย
ตั้งมิกตวาดว่า
“เข้ามานี่!”
เก้าเส็งส่ายหัวไปมา
“มนุษย์เป็นมีดหมาป่าเป็นเนื้อ หมาป่าอยู่ใต้หมัดย่อมต้องก้มหัว เป็นเรื่องของโชคชะตา หมาป่ามิอาจขัดขืน”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว...”
ในที่สุดเซี่ยเหยาเกอก็ไม่สนใจกิริยาขององค์หญิงใหญ่อีกต่อไป นางหมอบลงกับพื้น มือหนึ่งกุมท้อง อีกมือหนึ่งทุบพื้นรัว ๆ หัวเราะจนตัวสั่นไปหมด
รูปร่างของเซี่ยเหยาเกอนั้นดีเยี่ยมจริง ๆ ท่าหมอบนี้ทำให้ตั้งมิกมองเห็น ‘ส่วนโค้งเว้า’ อันอวบอิ่มช่วงล่างได้อย่างชัดเจน
เมื่อเห็นเก้าเส็งเดินเข้ามา ตั้งมิกก็รีบเบือนหน้าหนี เซี่ยเหยาเกอเองก็ลุกขึ้นยืนตรง แต่หน้าอกยังคงกระเพื่อม เห็นได้ชัดว่ากำลังกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ
ตั้งมิกตั้งสติแล้วเอ่ยถามว่า
“เก้าเส็ง เจ้าเต็มใจจะยอมรับข้าเป็นหัวหน้าหรือไม่?”
เก้าเส็งเบิกตาสุนัข...
เบิกตาหมาป่าทั้งสองข้างจนกลมโต
“อันใดนะ? ข้าคือหมาป่าหอนจันทรา จะให้ยอมรับเจ้าเป็นหัวหน้า? วันหน้าข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใดในฝูงหมาป่า?”
ตั้งมิกลูบคาง
“หากยอมรับข้าเป็นหัวหน้า เจ้าจะได้เป็นหมาป่าหอนจันทราที่แท้จริง หากไม่ยอม ก็จะเป็นหมาป่าย่าง ข้าไม่ชอบบังคับใคร มีสองทางให้เจ้าเลือกเอง”
“ยังมีทางให้เลือกอีกหรือ?”
เก้าเส็งครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวอย่างจริงจังว่า
“ข้านึกถึงคำพูดหนึ่งของมนุษย์ขึ้นมาได้”
ตั้งมิกถาม “คำใด?”
เก้าเส็งกล่าว “ข้าอาจจะไม่ใช่มนุษย์ แต่เจ้าน่ะมันสุนัขตัวจริงเลย”
ตั้งมิก “...”
เซี่ยเหยาเกอหมอบลงทุบพื้นอีกครั้ง
“ไม่ไหวแล้วไม่ไหวแล้ว หลวงจีนน้อย เจ้ากับเก้าเส็งนี่ตลกเกินไปแล้ว โอ๊ย ท้องของข้า...”
ตั้งมิกกล่าวอย่างรำคาญว่า
“ท้องเป็นอันใด? ตั้งครรภ์หรืออย่างไร?”
เดิมทีเซี่ยเหยาเกอคิดจะโต้กลับ แต่เพราะมันตลกเกินไปนางจึงหัวเราะจนพูดไม่ออก
ตั้งมิกหันไปมองเก้าเส็ง
“แล้วสรุปเจ้าจะยอมรับหรือไม่?”
เก้าเส็งครุ่นคิด
“เจ้าทำให้ข้าเป็นหมาป่าหอนจันทราได้จริงหรือ?”
ตั้งมิกกล่าว “เจ้าฉลาดถึงเพียงนี้ หากพบว่าข้าหลอกลวง เจ้าก็ค่อยกลับคำเสียก็ได้นี่”
ดวงตาของเก้าเส็งเป็นประกาย
“เอ้อ เจ้าพูดถูก!”
กล่าวจบ เก้าเส็งก็หมอบลงกับพื้น
“โฮ่ง ๆ เก้าเส็งคารวะหัวหน้า!”
ตั้งมิกถาม “เหตุใดเสียงเห่าถึงเปลี่ยนไปเล่า?”
เก้าเส็งกล่าวอย่างจริงจังว่า
“ยอมรับหัวหน้าแล้วก็ต้องเป็นสุนัข สุนัขก็ต้องเห่าเช่นนี้มิใช่หรือ?”
เซี่ยเหยาเกอเพิ่งจะตั้งสติได้ พอได้ยินเก้าเส็งพูดเช่นนั้นก็นั่งพิงต้นไม้หัวเราะจนตัวสั่นอีกครั้ง
ตั้งมิกเกาศีรษะอันโล่งเตียนของตนเอง
“ช่างเถิด ตามใจเจ้าแล้วกัน ท่านแม่สอนเจ้าว่าอย่างไร หัวหน้าควรปฏิบัติต่อลูกน้องอย่างไร?”
เก้าเส็งกล่าว “คุ้มครองลูกน้อง เมตตาลูกน้อง กินเนื้อแล้วโยนกระดูกให้ลูกน้อง!”
ตั้งมิกถาม “แล้วลูกน้องควรปฏิบัติต่อพี่ใหญ่อย่างไร?”
เก้าเส็งตอบ “พี่ใหญ่สั่งคำใดก็เป็นคำนั้น สั่งให้ทำสิ่งใดก็ต้องทำสิ่งนั้น!”
ตั้งมิกพบว่าเก้าเส็งตัวนี้ช่างเป็นของล้ำค่าจริง ๆ!
แท้จริงแล้วเฉิงหวงอาเหลียนได้ส่งกระแสเสียงลับบอกตั้งมิกถึงวิธีปลุกสายเลือดโบราณของเก้าเส็งแล้ว
สัตว์ประหลาดที่มีความคิดเที่ยงตรงและมีพรสวรรค์เช่นนี้ รับมาเป็นลูกน้องและทุ่มเทแรงกายขัดเกลาเสียหน่อยก็นับว่าคุ้มค่า
“ตกลง!”
ตั้งมิกบิดขี้เกียจแล้วสั่งการว่า
“เจ้าจงเฝ้าผลองุ่นเถาพฤกษาไว้ที่นี่ก่อน ข้าอาจจะไม่อยู่สักสองสามวัน”
เก้าเส็งลุกขึ้นยืน
“หัวหน้าจะไปที่ใด? ให้ข้าส่งลูกสมุนหมาป่าไปช่วยเสริมบารมีให้ท่านดีหรือไม่!”
“ไม่ต้องหรอก ช่วยอันใดไม่ได้”
ตั้งมิกมองเซี่ยเหยาเกอแล้วกล่าวเบา ๆ ว่า
“ฝ่าบาท ไปกันเถิด”
เซี่ยเหยาเกอกล่าว “รอเดี๋ยว ข้าขอพักก่อน หัวเราะจนเจ็บท้องไปหมดแล้ว”
“ระดับตระหนักฟ้าระยะสูงสุดอย่างท่านเนี่ยนะจะหัวเราะจนเจ็บท้อง ข้าละยอมใจจริง ๆ”
ตั้งมิกดึงแขนเซี่ยเหยาเกอแล้วพานางทะยานร่างจากไปไกล
เก้าเส็งกล่าวด้วยความเลื่อมใสว่า
“ว้าว ไม่ใช่สัตว์ปีกแต่กลับบินได้ หัวหน้าช่างเป็นยอดคนจริง ๆ ข้าเป็นลูกน้องนับว่าไม่เสียที!”
ทางฝั่งตั้งมิก พาเซี่ยเหยาเกอวิ่งมาไกลกว่ายี่สิบลี้ จึงค่อยบอกแผนการขั้นต่อไปให้นางฟัง
“อันใดนะ? เจ้าจะเก็บพืชวิญญาณระดับต่ำหรือ?”
เซี่ยเหยาเกอชูจานเข็มทิศค้นสมบัติขึ้น
“เข็มทิศหมุนไม่หยุดเช่นนี้จะหาได้อย่างไร?”
ตั้งมิกกล่าวอย่างมั่นใจว่า
“ข้ามีแผนการอันแยบยล ตามข้ามาก็พอ”
เซี่ยเหยาเกอสงสัย
“ไม่ถูกสิ การเดินทางครั้งนี้เจ้าต้องมาช่วยข้าทำธุระ เหตุใดตอนนี้กลายเป็นข้าต้องตามเจ้าไปเสียแล้ว?”
ตั้งมิกกล่าว “ท่านก็บอกเองว่าแผนที่นั้นหาไม่ได้ในเวลาอันสั้น ไม่ต้องรีบร้อนหรอก เก้าเส็งคงจะกินพืชวิญญาณพิเศษบางอย่างเข้าไปถึงได้กระตุ้นสายเลือดโบราณ แต่รากฐานมันยังไม่มั่นคง จึงต้องใช้พืชระดับต่ำมาช่วยบำรุงเสียหน่อย”
เซี่ยเหยาเกอถาม “ในเมื่อเจ้ารับมันเป็นลูกน้อง เหตุใดถึงไม่ทำพันธสัญญา?”
ตั้งมิกก็อยากทำ แต่อาเหลียนจะยอมหรือ?
ระดับไหนกัน ถึงจะมาใช้เจ้านายคนเดียวกับข้า!
ดังนั้นตั้งมิกจึงตอบว่า
“เรื่องพันธสัญญาไม่จำเป็นหรอก ด้วยนิสัยของมัน ต่อให้ไม่ทำพันธสัญญาก็ไม่ต่างกัน”
เซี่ยเหยาเกอพยักหน้า
“นั่นสินะ เฮ้อ มิน่าเล่าไต้ซือเซิ่นหย่วนถึงยอมลำบากเพื่อหมาป่าตัวเดียวถึงเพียงนี้”
ตั้งมิกกล่าว “ภิกษุผู้น้อยเป็นเพียงสามเณรน้อยผู้เขลาเบาปัญญาในโลกโลกีย์ มิอาจเทียบกับฝ่าบาทได้ หากฝ่าบาทต้องการทำพันธสัญญา เพียงฮ่องเต้มีราชโองการ สัตว์ประหลาดโบราณย่อมถูกนำมาถวายถึงที่”
เซี่ยเหยาเกอกล่าวอย่างเศร้าสร้อยว่า
“เฮ้อ ข้าอยากทำพันธสัญญากับอสูรกลืนเหล็ก แต่ยากนัก เผ่าอสูรกลืนเหล็กมีความสัมพันธ์อันดีกับราชวงศ์ของข้า แต่พวกเขาไม่มีวันยอมทำพันธสัญญาแน่นอน”
ตั้งมิกนึกถึงเผ่าแพนด้า กั่วล่าย จ้วงจ้วงผู้เป็นพ่อ และผู้อาวุโสใหญ่แพนด้า
เผ่าแพนด้าก็นับเป็นเผ่าสัตว์ประหลาดที่ควรค่าแก่การคบหา
“เจ้านาย ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือห่างไปหนึ่งลี้ มีพืชวิญญาณเจ้าค่ะ”
อย่าลืมว่าไม่ใช่แค่เข็มทิศค้นสมบัติ แต่อาเหลียนในฐานะสัตว์ประหลาดบรรพกาลย่อมมีความรู้สึกไวต่อพืชวิญญาณยิ่งนัก
ที่ใดมีพืชวิญญาณระดับต่ำ เข็มทิศอาจจะหมุนวน แต่อาเหลียนสามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจน
ตั้งมิกเริ่มแยกแยะทิศทาง
“ตะวันตกเฉียงเหนือ? อาเหลียน เจ้าหลงทิศหรือเปล่า?”
อาเหลียนพึมพำว่า
“ไม่ใช่ตะวันตกเฉียงเหนือหรือ? หรือตะวันตกเฉียงใต้? ช่างเถิด เจ้านาย ตามข้ามาก็พอ”
ตั้งมิกยิ้มเจื่อน
“หลงทิศจริง ๆ ด้วย”
ตั้งมิกและอาเหลียนมีพันธสัญญาต่อกัน จึงสามารถสัมผัสตำแหน่งของนางได้
เมื่อมีอาเหลียนช่วย ทุกอย่างก็ง่ายดายขึ้น
ต้องยอมรับว่าดินแดนที่ยังไม่ถูกบุกรุกนั้นอุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก พืชวิญญาณในป่าไร้กังวลแม้จะไม่ถึงกับมีอยู่ทุกหย่อมหญ้า แต่เดินไปเพียงครู่เดียวอาเหลียนก็สามารถพบเจอได้หนึ่งต้น
ตั้งมิกและเซี่ยเหยาเกอใช้เวลาสองวัน เก็บพืชวิญญาณได้ทั้งหมด 24 ต้น
แม้จะไม่ใช่พืชระดับเลิศล้ำ แต่สำหรับเก้าเส็งแล้วนับว่ามีประโยชน์ยิ่งนัก
และในเวลานี้ เบื้องหน้าผลองุ่นเถาพฤกษา โลหิตได้ย้อมผืนดินจนแดงฉาน
ฝูงหมาป่าจำนวนมากนอนจมกองเลือด
เก้าเส็งผู้เป็นจ่าฝูงถูกหมีดำยักษ์ตัวหนึ่งเหยียบศีรษะไว้
เบื้องหลังหมีดำยักษ์ยังมีพรรคพวกในเผ่าตามมาอีกกลุ่มหนึ่ง
และในที่ไกลออกไป ยังมีหมาป่าอีกกว่าสามพันตัวแยกเขี้ยวขู่คำราม
ฝูงหมาป่าของเก้าเส็งเกือบครึ่งหนึ่งต้องสังเวยชีวิตให้แก่เผ่าหมีดำ
หากเก้าเส็งไม่ส่งเสียงคำรามสั่งห้ามเข้าใกล้ หมาป่าที่เหลือคงพุ่งเข้ามาสู้ตายกับเผ่าหมีดำไปแล้ว
หมีดำยักษ์ที่เหยียบหัวเก้าเส็งกล่าวด้วยภาษาอสูรว่า
“ว่าอย่างไรเจ้าลูกสุนัข คราวก่อนปล่อยให้หนีไปได้ ไม่คิดเลยว่าข้าจะตามมาถึงรังของเจ้า มิน่าเล่าพลังของเจ้าถึงได้ก้าวกระโดด ที่แท้ก็ซ่อนสมบัติไว้ในรังนี่เอง!”
เก้าเส็งด่าทอว่า
“เจ้าหมีตาบอด แน่จริงก็ปล่อยข้า ข้าจะฆ่าเจ้าเสีย!”
เก้าเส็งเป็นเพียงสัตว์ประหลาดระดับเลิศล้ำ แต่หมีดำยักษ์ตัวนี้คือสัตว์ประหลาดโบราณขนานแท้ หมีคลั่งปฐพี
แม้อสูรทั้งสองจะอยู่ในระดับอสูรวิญญาณ แต่ในด้านพลังต่อสู้ หมีคลั่งปฐพีเหนือกว่าเก้าเส็งอย่างเห็นได้ชัด
ในป่าไร้กังวล กฎแห่งธรรมชาติคือสิ่งสูงสุด
เผ่าหมีคลั่งปฐพีแม้จะมีจำนวนไม่มาก แต่พลังต่อสู้นั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก ผิวหนาเนื้อแกร่ง พละกำลังมหาศาล เพียงสามสิบกว่าตัวก็สามารถสังหารฝูงหมาป่าเจ็ดพันตัวจนย่อยยับ
หมีคลั่งปฐพีกล่าวว่า
“เจ้ายังกล้ามาปากดีกับข้าอีกหรือ? เผ่าพันธุ์รอบ ๆ นี้ล้วนยอมสยบต่อข้าหมดแล้ว เหลือเพียงเจ้าที่หัวแข็ง ข้าจะให้ทางเลือกเจ้าสองทาง จะยอมสยบต่อข้า หรือจะให้ข้ากินเจ้าเสีย!”
เก้าเส็งดิ้นรนกล่าวว่า
“อย่าหวังเลย! ข้ามีหัวหน้าแล้ว! หากยอมสยบต่อเจ้า ข้าก็กลายเป็นคนไร้สัตย์!”
“ยุคสมัยใดแล้ว เจ้ายังมาพูดเรื่องความภักดีกับข้าอีกหรือ? เจ้าเป็นสุนัขหรืออย่างไร?”
หมีคลั่งปฐพียิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม
“ดี เจ้าจะภักดีใช่ไหม ข้าจะฆ่าลูกสมุนหมาป่าของเจ้าให้หมด เจ้าจะเลือกความภักดีหรือคุณธรรม?”
หมีคลั่งปฐพีเพิ่งจะกล่าวจบ เก้าเส็งก็ส่งเสียงหมาป่าคำราม
ฝูงหมาป่าด้านหลังต่างเงยหน้าขึ้นส่งเสียงร้องอย่างเศร้าสร้อย
ไม่นานนัก ฝูงหมาป่าก็เริ่มหันหลังหนีไป
หมีคลั่งปฐพีหัวเราะร่า กรงเล็บหมีบดขยี้หัวเก้าเส็งไปมา
“มารดามันเถอะ ลูกสมุนของเจ้าทิ้งเจ้าไปหมดแล้ว!”
เก้าเส็งยิ้มเย็น
“เจ้าหมีตาบอด สมองเจ้าช่างทึบนัก ทั้งความภักดีและคุณธรรม ข้าจะเอาทั้งสองอย่าง!”
“เจ้าคนหัวแข็ง จะเอาทั้งภักดีและคุณธรรมหรือ? ดูท่าเจ้าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว!”
หมีคลั่งปฐพีด่าจบก็ยกกรงเล็บขึ้น เตรียมจะตะปบขยี้ลำคอของเก้าเส็ง
“ไปตายซะ!”
มหาสัจพจน์อักษรกุ๋นจากวิชาราชสีห์คำราม คลื่นเสียงดุจวายุคลั่งพัดพาหมีคลั่งปฐพีกลิ้งไปกับพื้นกว่าสิบตลบ!
“หัวหน้า...”
ก่อนหน้านี้เก้าเส็งเห็นตั้งมิกยังรู้สึกแค้นเคือง แต่ตอนนี้มองตั้งมิกด้วยน้ำตาคลอเบ้า
ตั้งมิกเพียงพยักหน้าเบา ๆ แล้วหันไปมองหมีคลั่งปฐพีที่เพิ่งลุกขึ้นด้วยสีหน้าเย็นชา
“เฮ้ เจ้าหมีตาบอด เจ้าช่างกล้าดีนักนะ หมาป่าของข้าเจ้าก็กล้าแตะต้องหรือ?”
(หมายเหตุ: เกี่ยวกับเรื่อง ‘สัตว์’ นั้น แผนการคือ เผ่าแพนด้าคือ ‘สหายสนิท’ เก้าเส็งคือลูกน้อง ส่วนอาเหลียนคือ... เอ้อ... แค่ก ๆ)
[จบตอน]