- หน้าแรก
- ขอโทษด้วย กองยานของฉันรับแต่ทหารหญิง
- บทที่ 1510 การคัดเลือกผู้บัญชาการคนใหม่ (ฟรี)
บทที่ 1510 การคัดเลือกผู้บัญชาการคนใหม่ (ฟรี)
บทที่ 1510 การคัดเลือกผู้บัญชาการคนใหม่ (ฟรี)
จงเสี่ยวเซี่ยอาศัยทุนการศึกษา จนสามารถเรียนจบหลักสูตรหกปีได้
ต่อมา เธอมีโอกาสได้เข้าร่วมภารกิจฝึกฝนของสองสถาบัน และในระหว่างภารกิจนั้นเองที่เธอได้พบกับจ้าวเฉินเป็นครั้งแรก
จากนั้นเธอก็เข้าร่วมกับกองทัพหลงเซี่ยวที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา
เนื่องจากในเวลานั้นกองทัพหลงเซี่ยวขาดแคลนนายทหารระดับสูงในทุกภาคส่วน จงเสี่ยวเซี่ยจึงกลายเป็นบุคลากรสารพัดประโยชน์
พูดง่ายๆ ก็คือตรงไหนขาดคนเธอก็ไปตรงนั้น
เธอเคยดำรงตำแหน่งกัปตันของยานฟริเกตเกราะหนัก T2 แบล็คไรโน่ และเคยนั่งบนเก้าอี้กัปตันยานลาดตระเวนเบาประจัญบานระดับ T3 บลิซซาร์ด
หลังจากนั้น เธอยังได้เป็นกัปตันของยานสอดแนมล่องหนเบาระดับ T3 เออร์มิน ซึ่งเป็นยานสอดแนมล่องหนรุ่นแรกของกองทัพหลงเซี่ยว
ต่อมา เธอยังได้ดำรงตำแหน่งกัปตันของยานรบอีกหลากหลายประเภท
เพราะถึงอย่างไร จงเสี่ยวเซี่ยก็เป็นนักศึกษาระดับหัวกะทิของสถาบันการทหารยานอวกาศดาวเหนือ
หากพูดถึงประสบการณ์รบจริง เธออาจจะสู้พวกที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชนอย่างตาแดงไม่ได้
แต่ถ้าว่ากันด้วยความรู้เชิงทฤษฎี ในฐานะที่จบจากสถาบันสายตรงอย่างจงเสี่ยวเซี่ย อย่างน้อยเธอก็สามารถควบคุมยานอวกาศได้เกือบทุกประเภท
ต่อให้ไม่คุ้นเคย แต่ด้วยพื้นฐานที่แน่นหนาจากสถาบัน เธอก็สามารถเรียนรู้และนำมาใช้งานได้ทันที
ด้วยจิตวิญญาณแห่งความมุ่งมั่นและปณิธานที่พร้อมจะไปทุกที่ที่กองทัพต้องการ จงเสี่ยวเซี่ยฝ่าฟันเส้นทางนี้มาโดยตลอด จนปัจจุบันได้กลายเป็นพลเอกสามดาว และเป็นรองผู้บัญชาการกลุ่มกองทัพหลงเซี่ยวที่สี่ ซึ่งเป็นมือขวาของจอมพลเซว่เสี่ยวเซียว
นี่ถือว่าเธอได้ก้าวขึ้นมาสู่ระดับแนวหน้าของกองทัพหลงเซี่ยวแล้ว และอยู่ห่างจากตำแหน่งจอมพลเพียงก้าวเดียวเท่านั้น
“ประการแรก จงเสี่ยวเซี่ยมีประวัติการทำงานที่ยอดเยี่ยมมาก เธอร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาของกองทัพหลงเซี่ยวมาโดยตลอด ความจงรักภักดีของเธอจึงไม่มีข้อกังขา
ประการที่สอง คือความสามารถของเธอ เธอมีความเข้าใจในยานอวกาศเกือบทุกประเภท
แม้ว่าเธออาจจะไม่เก่งที่สุดในด้านนี้ แต่เธอก็มีความรู้ความเข้าใจในยานอวกาศทุกประเภทเป็นอย่างดี
สิ่งนี้เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการรวบรวมข่าวกรอง ทำให้สามารถทำความเข้าใจข้อมูลข่าวกรองต่างๆ ของยานอวกาศศัตรูได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ทำตัวเหมือนมือใหม่ที่ไร้ความรู้
นอกจากนี้ เธอยังมีประสบการณ์ตรงจากการดำรงตำแหน่งกัปตันของยานสอดแนมล่องหน
ในช่วงที่ทำหน้าที่เป็นรองผู้บัญชาการกลุ่มกองทัพที่สี่ภายใต้การนำของเซว่เสี่ยวเซียว ยานสอดแนมล่องหนทั้งหมดของกลุ่มกองทัพที่สี่ก็ล้วนเป็นเธอที่รับผิดชอบในการวางกำลังและมอบหมายภารกิจ ส่งผลให้งานรวบรวมข่าวกรองในสมรภูมิของกลุ่มกองทัพที่สี่มีประสิทธิภาพดีที่สุดในบรรดากลุ่มกองทัพทั้งหมด”
ในตอนนั้นเอง เซว่เสี่ยวเซียวก็ลุกขึ้นกล่าวสนับสนุนเพื่อนร่วมรบของเธอเช่นกัน “เรื่องนี้ฉันสามารถเอาตำแหน่งเป็นประกันได้เลยค่ะ การมีพี่เสี่ยวเซี่ย... พลเอกจงรับผิดชอบงานด้านข่าวกรอง ฉันที่บัญชาการรบก็เหมือนเสือติดปีก
หากคิดจะจัดตั้งกองทัพชั้นยอดที่เป็นยานสอดแนมล่องหนขึ้นมาจริงๆ ฉันยินดีใช้ตำแหน่งของฉันเป็นประกันว่าพลเอกจงมีความสามารถเพียงพอที่จะรับตำแหน่งนี้ค่ะ!”
เมื่อมองดูท่าทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของเซว่เสี่ยวเซียว ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้แล้วว่าเธอเชื่อมั่นในตัวจงเสี่ยวเซี่ยมากแค่ไหน!
จ้าวเฉินพยักหน้าแล้วหันไปมองชาร์ล็อตต์ “ในเมื่อพวกเธอต่างเห็นตรงกันว่าจงเสี่ยวเซี่ยมีความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ งั้นเรื่องการแต่งตั้งบุคลากรครั้งนี้ก็ให้พวกเธอเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการแล้วกัน”
ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ การจัดตั้งกองทัพชั้นยอดกองใหม่ของจักรวรรดิหลงเซี่ยว พร้อมทั้งแต่งตั้งผู้บัญชาการสูงสุดคนใหม่เสร็จสิ้น
สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานอันรวดเร็วฉับไวของจักรวรรดิหลงเซี่ยวในปัจจุบัน ซึ่งเรื่องราวเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้เฉพาะในระยะเริ่มต้นของจักรวรรดิหลงเซี่ยว และภายใต้การนำของกลุ่มทหารระดับสูงรุ่นแรกของจ้าวเฉินเท่านั้น
“เอาล่ะ ตอนนี้แผนการหลักๆ ก็ถูกกำหนดขึ้นแล้ว และกองทัพชั้นยอดที่เน้นยานสอดแนมล่องหนก็จัดตั้งขึ้นแล้ว
ในเมื่อขั้นตอนต่อๆ ไปของแผนการรบยังต้องปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์จริงอย่างที่พวกเธอว่า งั้นส่วนนี้เราค่อยมาคุยกันทีหลัง
ตอนนี้ลองบอกฉันหน่อยสิว่า พวกเธอเตรียมจะส่งกลุ่มกองทัพเข้าร่วมภารกิจนี้กี่กลุ่ม และกำหนดกรอบเวลาไว้นานแค่ไหน” จ้าวเฉินมองไปทางชาร์ล็อตต์พร้อมเอ่ยถาม
สงครามครั้งนี้มีปัจจัยที่ต้องพิจารณามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสู้รบระหว่างอารยธรรมที่เป็นการรบข้ามจักรวาลเช่นนี้
ชาร์ล็อตต์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังซ่า “สำหรับกลุ่มกองทัพที่จะส่งเข้าร่วม ฉันเห็นว่าในเมื่อนี่เป็นการทำสงครามข้ามจักรวาลครั้งแรกของเรา แถมคู่ต่อสู้ยังเป็นอารยธรรมระดับ T6 ที่เป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรง และยังดำเนินการในรูปแบบของการโจมตีสายฟ้าแลบ
ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือการส่งกำลังรบหลักของเราทั้งหมดไปยังแนวหน้า!”
กำลังรบหลักทั้งหมด…
จ้าวเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย “เธอหมายความว่า ไม่เพียงแต่ต้องการกลุ่มกองทัพทั้งหมดของจักรวรรดิเท่านั้น แต่ยังต้องการกองทัพชั้นยอดทั้งหมดด้วยงั้นเหรอ?”
“ใช่ค่ะ” ชาร์ล็อตต์ตอบรับ
“มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่เราจะสามารถสร้างความเสียหายให้แก่ศัตรูได้มากที่สุดในเวลาที่สั้นที่สุด
ส่วนเรื่องความเป็นไปได้ที่ศัตรูจะเปิดฉากโต้กลับ ฉันคิดว่าสถานการณ์เช่นนั้นจะไม่เกิดขึ้น หรือต่อให้เกิดขึ้นจริงพวกเราก็มีศักยภาพเพียงพอที่จะจัดการได้
การป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการเปิดฉากโจมตี
ตราบใดที่จังหวะเวลาในการโจมตี ตำแหน่งในการโจมตี และระดับความรุนแรงในการโจมตีของเรามีมากพอ อีกฝ่ายย่อมไม่มีโอกาสที่จะไปสนใจเรื่องอื่น
ส่วนเรื่องกรอบเวลานั้น ฉันเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของจักรวรรดิหลงเซี่ยว รวมถึงปริมาณทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ของเราดี
ฉันรับประกันว่า ระยะเวลาทั้งหมดของปฏิบัติการจู่โจมสายฟ้าแลบในครั้งนี้จะไม่เกินหนึ่งเดือน และจะไม่มีทางใช้ทรัพยากรเกิน 80% ของที่เราเตรียมไว้ในปัจจุบันแน่นอน” ชาร์ล็อตต์กล่าวเสริม
ชาร์ล็อตต์ได้อธิบายความหมายของคำว่า ‘การป้องกันที่ดีที่สุดคือการโจมตี’ ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
จ้าวเฉินนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปที่ชาร์ล็อตต์ แล้วกล่าวว่า “ฉันเข้าใจแนวคิดของพวกเธอแล้ว ฉันไม่มีข้อคัดค้านในการส่งกำลังรบหลักทั้งหมดเข้าร่วมศึกครั้งนี้ ส่วนเรื่องระยะเวลาทำสงครามหนึ่งเดือนฉันก็เห็นชอบด้วย
แต่เธอควรรู้นะว่า ก่อนหน้านี้ยานรบบางส่วนของของเราถูกส่งไปยังจักรวาลอื่น และกำลังปฏิบัติภารกิจขยายดินแดนของเราอยู่
หากสงครามทางฝั่งของเธอไปทำให้แผนการทางฝั่งนั้นต้องล่าช้า...”
ยังไม่ทันที่จ้าวเฉินจะกล่าวจบ
ชาร์ล็อตต์ก็เอ่ยแทรกขึ้นทันทีว่า “เรื่องนี้ฝ่าบาทไม่จำเป็นต้องทรงกังวลเลยค่ะ ทางเราได้พิจารณาเรื่องนี้ไว้ทั้งหมดแล้ว
พวกเราได้จัดทำแผนงานและกำหนดการที่เป็นหนึ่งเดียวสำหรับจักรวาลทั้งสามแห่ง ที่มีการวางกำลังของกลุ่มกองทัพไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ
ขั้นแรก ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการ ยานรบในจักรวาลทั้งสามแห่งนั้นไม่จำเป็นต้องเดินทางกลับมายังจักรวรรดิหลงเซี่ยวของเรา และพวกเขาจะได้รับโอกาสในการพักฟื้นรวมถึงเติมทรัพยากรชั่วระยะเวลาหนึ่ง
ในขณะเดียวกัน พวกเราจะหาทางทำให้จักรวาลทั้งสามแห่งนั้นเข้าสู่สภาวะสงบศึกชั่วคราว ซึ่งอย่างน้อยจะสามารถคงสภาพไว้ได้เป็นเวลาหนึ่งเดือน
ฉันสามารถรับประกันได้ว่า ในแผนการจู่โจมสายฟ้าแลบของเรา จะไม่มีทางขัดขวางแผนการขยายดินแดนของจักรวรรดิหลงเซี่ยวเด็ดขาด
เมื่อแผนการจู่โจมสงครามสายฟ้าแลบสิ้นสุดลง ยานรบทั้งสามส่วนนี้จะเดินทางกลับไปยังจักรวาลที่ตัวเองปฏิบัติภารกิจอยู่เดิมทันที”
หลังจากได้ฟังคำรับรองจากชาร์ล็อตต์ จ้าวเฉินก็สัมผัสได้อย่างลึกหยาดเหงื่อแรงกายที่เธอทุ่มเทลงไปในแผนการรบครั้งนี้ รวมถึงความเชื่อมั่นอันแรงกล้าที่เธอมีต่อแผนการรบของตัวเอง
จ้าวเฉินไม่พูดอะไร
เขามองไปยังแบบจำลองสงครามในจักรวาลของอารยธรรมผู้กลืนกิน
เหล่าจอมพลทั้งหมดในที่นั้นต่างพากันจับจ้องมาที่จักรพรรดิหลงเซี่ยว ซึ่งชาร์ล็อตต์เองก็กำลังรอการตัดสินใจขั้นสุดท้ายจากจักรพรรดิหลงเซี่ยวเช่นกัน
บรรยากาศในห้องประชุมคล้ายจะควบแน่นจนหนักอึ้งขึ้นมาในพริบตา
ในที่สุด จ้าวเฉินก็พูดขึ้นว่า “นายทหารระดับสูงทุกคนของกองทัพหลงเซี่ยวฟังคำสั่ง”
ทันทีที่จ้าวเฉินเปล่งเสียงออกมา เหล่าจอมพลทุกคนในที่นั้นต่างลุกขึ้นยืนตรง พร้อมรับคำสั่งต่อไปจากจักรพรรดิหลงเซี่ยว
“ในฐานะจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิหลงเซี่ยว ฉันขออนุมัติแผนการรบที่จอมพลสูงสุดชาร์ล็อตต์ได้เสนอมา
สำหรับการวางกำลังรบที่เป็นรูปธรรม กำหนดเวลาในการรบ และการเคลื่อนกำลังพลของกองทัพทั้งหมด ให้อยู่ภายใต้คำสั่งของจอมพลสูงสุดชาร์ล็อตต์
หาจำเป็นสามารถเคลื่อนกำลังพลของกลุ่มกองทัพใดๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากฉัน
ก่อนหน้านี้ อารยธรรมผู้กลืนกินได้ส่งกองทัพมารุกรานจักรวาลของเราหลายครั้ง นำสนามรบมาไว้ในบ้านเกิดของเรา ส่งผลให้กาแล็กซีหลายแห่งต้องกลายสภาพเป็นพื้นที่พังทลายหลังสงคราม และจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟู
ผู้คนนับไม่ถ้วนถูกบังคับให้ละทิ้งบ้านเกิด และอาจไม่มีโอกาสได้กลับไปยังบ้านเกิดอีกเลยตลอดชีวิต
ฉันจดจำหนี้แค้นก้อนนี้ไว้ในใจมาโดยตลอด
ฉันเป็นคนประเภทที่เก็บความแค้นไว้นาน แต่ฉันไม่อยากให้หนี้ก้อนนี้ต้องค้างคานานเกินไป
ฉันต้องการให้พวกเธอนำทั้งต้นทั้งดอกกลับคืนมาให้ฉัน และทวงคืนกลับมาให้เหล่าราษฎรแห่งจักรวรรดิหลงเซี่ยว ทำกันได้ไหม!”
จ้าวเฉินตวาดลั่นด้วยน้ำเสียงทรงพลัง
“ทำได้ค่ะ!” บรรดาจอมพลต่างขานรับเป็นเสียงเดียวกัน
“ดี เรื่องอื่นๆ ฉันจะไม่เข้าไปก้าวก่าย
แผนการรบในครั้งนี้ ขอประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป โดยใช้ชื่อว่า: แผนการอเวนเจอร์ส”
หลังจากจ้าวเฉินกล่าวจบ เขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปยังประตูห้องประชุมย่อย
ในจังหวะที่กำลังจะก้าวพ้นประตู เขาก็หยุดฝีเท้าลง “ฉันจะรอฟังข่าวดีจากพวกเธอ”
กล่าวจบ จ้าวเฉินก็เดินลับหายไปจากประตู
ลิลิธหันมามองชาร์ล็อตต์และคนอื่นๆ “หากมีสิ่งใดที่ต้องการ สามารถแจ้งกับสำนักเลขาธิการของฉันได้โดยตรง พวกเราจะให้ความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติการหลังจากนี้อย่างเต็มที่”
“ขอบคุณนะ” ชาร์ล็อตต์มองไปทางลิลิธด้วยรอยยิ้ม
ลิลิธพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะรีบเดินตามจักรพรรดิหลงเซี่ยวออกไป
ในเวลานี้ ใบหน้าของชาร์ล็อตต์ก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและจริงจัง
เธอจับจ้องไปรอบๆ ด้วยสายตาอันคมปลาบและดุดัน “ทุกคนคงได้ยินสิ่งที่ฝ่าบาทบอกแล้ว ฝ่าบาทมอบความไว้วางใจและอำนาจขั้นสูงสุดให้กับพวกเรา ทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ต่างก็เป็นนายทหารที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับฝ่าบาทมาโดยตลอด
ฉันเชื่อว่าพวกคุณคือนายทหารหลงเซี่ยวที่ยอดเยี่ยมที่สุด
นี่ถือเป็นการทำสงครามข้ามจักรวาลเต็มรูปแบบครั้งแรกของจักรวรรดิหลงเซี่ยวของเรา ถึงแม้จะเป็นเพียงการจู่โจมสายฟ้าแลบ แต่ก็เกี่ยวพันถึงชะตากรรมของจักรวรรดิหลงเซี่ยวเลยทีเดียว
ศึกครั้งนี้ ฉันหวังว่าจะสามารถปิดฉากได้อย่างงดงาม และทำให้อารยธรรมทั้งหมดรับรู้ถึงการมีอยู่ของจักรวรรดิหลงเซี่ยวของเรา!
เข้าใจตรงกันทุกคนใช่ไหม!”
“เข้าใจแล้ว!” เหล่าจอมพลขานรับพร้อมกัน
แม้ว่าทุกคนในที่นี้ต่างก็มียศเป็นจอมพลเหมือนกัน แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่าสถานะของจอมพลสูงสุดอย่างชาร์ล็อตต์นั้นอยู่เหนือใคร
ท้ายที่สุดแล้ว อำนาจที่ชาร์ล็อตต์ถือครองอยู่นั้น สามารถเป็นตัวแทนของจักรพรรดิหลงเซี่ยวได้อย่างสมบูรณ์
เพียงแค่จุดนี้จุดเดียว ก็เป็นสิ่งที่จอมพลคนอื่นๆ ไม่มีวันก้าวข้ามได้แล้ว
“สำหรับกำหนดเวลาที่แน่ชัดของการปฏิบัติการจะหารือกันในภายหลัง
แต่นับจากนี้เป็นต้นไป กองทัพของพวกคุณจะต้องเตรียมพร้อมเข้าสู่สงครามอย่างเต็มที่
ยกเว้นกองทัพที่ถูกส่งไปยังจักรวาลทั้งสามแห่งแล้ว กองทัพที่เหลือทั้งหมดต้องเตรียมพร้อมให้เสร็จสิ้นภายในสามวัน”