เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 636 อย่าให้ความแตก

ตอนที่ 636 อย่าให้ความแตก

ตอนที่ 636 อย่าให้ความแตก


ทางด้านขุมกำลังราชวงศ์เทียนโจว เมื่อเหล่าขุนนางเก่าแก่เห็นองค์หญิงของตนได้รับบาดเจ็บ พวกเขาก็แทบอยากจะพุ่งเข้าไปสับไป๋อู๋หมิงให้แหลกเป็นชิ้นๆ!

แม้แต่เสิ่นเคอก็ยังอดไม่ได้ที่จะเผยแววตาห่วงใยออกมา

องค์หญิงมีขุมพลังที่แข็งแกร่งมากแท้ๆ เหตุใดจู่ๆ ถึงได้ดูอ่อนแอลงถึงเพียงนี้?

หรือว่าจะมีคนลอบปองร้ายองค์หญิงอยู่เบื้องหลัง?

ขณะนั้น ท่านอาเจิงได้ส่งเสียงผ่านจิตประสาทถึงเสิ่นเคอเพื่อเอ่ยเตือน

"ชิงเอ๋อร์ อย่าให้ความแตกเล่า"

เจิงชิง หรือก็คือหลานสาวของท่านอาเจิงที่บัดนี้ปลอมตัวเป็นองค์หญิงใหญ่เสิ่นเคอ เมื่อได้ยินคำเตือนจากผู้เป็นปู่ นางก็รีบเก็บซ่อนสีหน้าท่าทีทันที

เวลานี้ ท่านอาเจิงก็ได้รับการติดต่อเข้ามาพอดี

เขาส่งสัมผัสวิญญาณเข้าไปตรวจสอบ เสียงจากอีกฝั่งดังขึ้น

"ผู้อาวุโสเจิง หน่วยอักษรโจวที่นำโดยผู้อาวุโสสุยเริ่มลงมือแล้ว ส่วนหน่วยอักษรเทียนที่นำโดยใต้เท้าเสิ่นก็ได้ลอบเร้นเข้าไปในแดนฉางหมิงแล้วขอรับ"

เมื่อท่านอาเจิงได้ยินดังนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง

ณ บริเวณสุดเขตแดนของเกาะเทียนคง ปรากฏร่างผู้คนนับร้อยนับพันกำลังขนย้ายผลึกหินสีม่วงก้อนแล้วก้อนเล่าอย่างพร้อมเพรียงกัน

ทว่าชาวเกาะที่สัญจรผ่านไปมาเมื่อเห็นภาพนี้กลับไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ

ภายในดินแดนลับแห่งการทดสอบ

เสิ่นเยียนเดินกะเผลกหลบหนีมุ่งไปข้างหน้า เมื่อพบว่าต้นขายังคงมีเลือดไหลริน นางจึงรีบฉีกชายเสื้อมาพันแผลห้ามเลือดไว้ลวกๆ อย่างรวดเร็ว

จากนั้นก็เร่งฝีเท้าหนีไปจากที่นี่ด้วยความเร็วสูงสุด

ทว่าร่างกายของนางกลับยิ่งอ่อนแอลงเรื่อยๆ

และโชคร้ายที่นางดันบังเอิญพบเข้ากับศิษย์สายในของสำนักจี๋เต้าสองสามคน

พวกเขากวาดสายตามองสำรวจเสิ่นเยียน นัยน์ตาฉายแววตื่นตะลึง นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขารู้สึกว่ามีสตรีที่งดงามยิ่งกว่าศิษย์พี่หญิงใหญ่ของตนเสียอีก

"นี่คือศิษย์สายตรงของสำนักเฉียนคุนงั้นรึ?"

"นางบาดเจ็บอยู่ ฉวยโอกาสนี้คัดนางออกเสียเถอะ"

"ศิษย์น้องหญิงท่านนี้ ส่งป้ายคำสั่งออกมาเสียดีๆ มิเช่นนั้นก็อย่าหาว่าพวกข้าไม่เกรงใจ"

เสิ่นเยียนจิตใจหนักอึ้ง นางค่อยๆ กระชับกระบี่ยาวในมือแน่น เตรียมพร้อมเสี่ยงชีวิตตีฝ่าวงล้อมออกไป

ทว่าในเสี้ยววินาทีที่นางกำลังจะลงมือ เสียงเย็นชาของไป๋อู๋หมิงก็ดังขึ้นจากเบื้องหลังอีกครั้ง

"นางคือเหยื่อของข้า"

สีหน้าของเสิ่นเยียนตื่นตระหนกเล็กน้อย นางไม่ลังเลที่จะพุ่งตัวหนีไปทางขวาอย่างรวดเร็ว และในชั่วพริบตาที่นางผละจากไปนั้นเอง ลิ่มน้ำแข็งแหลมคมนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะลวงขึ้นมาจากพื้นดิน แทงทะลุขึ้นสู่อากาศด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ พร้อมเกิดเสียงหวีดหวิวแหลมลึกแห่งจิตสังหาร

ส่วนพวกศิษย์สายในของสำนักจี๋เต้า เมื่อเห็นไป๋อู๋หมิง สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

"ขุมพลังของมันแข็งแกร่งมาก หนีเร็ว!"

ศิษย์สายในคนหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างเด็ดขาด

เมื่อได้ยินเช่นนั้น อีกหลายคนที่เหลือก็ไม่กล้าชักช้า ต่างพากันขานรับ

ขณะที่พวกเขากำลังจะวิ่งหนี วินาทีต่อมา เสียงน้ำแข็งเกาะตัวที่ชวนให้ขนลุกซู่ก็ดังขึ้น ราวกับเสียงระฆังมรณะที่กำลังดังต้อนรับ

ปรากฏว่าพื้นที่โดยรอบถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งยะเยือก ก่อตัวเป็นกรงขังที่ไม่อาจทำลายได้ ขังพวกเขาเอาไว้ภายในอย่างแน่นหนา

มุมปากของไป๋อู๋หมิงปรากฏรอยยิ้มพิกล เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

"พวกเจ้าก็คือเหยื่อของข้าเช่นกัน"

กลุ่มศิษย์สายในของสำนักจี๋เต้าสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง พวกเขาระแวดระวังทุกสิ่งรอบตัวราวกับกำลังเผชิญหน้าศัตรูตัวฉกาจ ไอเย็นยะเยือกที่พุ่งเข้าปะทะทำให้พวกเขาเผลอตัวสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม

"สู้ตายกับมัน!"

หนึ่งในนั้นเรียกอาวุธของตนออกมา แล้วพุ่งโจมตีไปทางไป๋อู๋หมิงอย่างรวดเร็ว

เมื่อคนอื่นๆ เห็นดังนั้น ก็ทำได้เพียงเลือกที่จะกลุ้มรุมโจมตีไป๋อู๋หมิง

และในตอนนี้ เสิ่นเยียนไร้ซึ่งพลังวิญญาณคุ้มกาย ไอเย็นรอบข้างพัดโหมกระหน่ำเข้ามาไม่ขาดสาย จนทำให้คิ้วและดวงตาของนางถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดน้ำแข็ง สีหน้าก็ยิ่งซีดเผือดลงทุกที

ไป๋อู๋หมิงดูเหมือนจะรับรู้ถึงสภาพของเสิ่นเยียนในขณะนี้ เขาจึงเลือกที่จะเก็บนางไว้จัดการเป็นคนสุดท้าย

ไป๋อู๋หมิงช้อนตาขึ้น นัยน์ตาทอประกายเย็นเยียบ เขามองดูศิษย์สายในของสำนักจี๋เต้าตรงหน้า มุมปากยกยิ้มหยอกล้อ ก่อนจะค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น แล้วตวัดออกไปเบาๆ

ชั่วพริบตานั้น ศรน้ำแข็งนับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พุ่งเข้าโจมตีใส่ศิษย์สายในกลุ่มนั้นราวกับพายุฝนโหมกระหน่ำ

ศิษย์สายในเหล่านั้นสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง พวกเขารีบกวัดแกว่งอาวุธในมือ หวังจะปัดป้องการจู่โจมของศรน้ำแข็งเหล่านั้น

เช้ง! เช้ง! เช้ง!

เสียงศรน้ำแข็งปะทะกับอาวุธดังสนั่นหวั่นไหวไม่ขาดสาย ประกายไฟแตกกระจายไปทั่ว

ไป๋อู๋หมิงหัวเราะร่วน

เขาวูบไหวร่างกายราวกับภูตผี หายตัวไปจากจุดเดิมในพริบตา วินาทีต่อมาก็ไปปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าศิษย์สายในคนหนึ่ง

"อ๊าก!"

ได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องโหยหวน ร่างกายของศิษย์สายในผู้นั้นแข็งทื่อ แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว

ปรากฏว่ามือของไป๋อู๋หมิงที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งแหลมคม ได้แทงทะลุเข้าไปในช่องท้องของศิษย์สายในผู้นั้นอย่างลึกล้ำ เลือดสีสดสาดกระเซ็นย้อมเสื้อผ้าของเขาจนแดงฉาน

"ศิษย์น้อง!"

ศิษย์สายในคนอื่นๆ เบิกตากว้างพร้อมกับตะโกนร้องออกมาด้วยความตกใจ

พวกเขาไม่ลังเลอีกต่อไป รีบเปิดฉากโจมตีไปทางไป๋อู๋หมิง หมายจะช่วยชีวิตศิษย์น้องของตน

เพียงแต่ความเร็วของไป๋อู๋หมิงนั้นไวกว่ามากนัก!

เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างของศิษย์สายในเหล่านั้นก็ถูกชโลมไปด้วยเลือด บาดแผลของพวกเขาถูกแช่แข็ง เลือดที่ไหลซึมออกมาจับตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง

ในมือของไป๋อู๋หมิงเนรมิตกระบี่หนักอันแหลมคมขึ้นมาเล่มหนึ่ง เขาใช้มือลากกระบี่หนักครูดไปตามพื้นน้ำแข็ง ก่อให้เกิดเสียงเสียดแก้วหูบาดลึก ย่างสามขุมเข้าหาศิษย์สายในสำนักจี๋เต้าทีละก้าว

เขายิ้มอย่างเบิกบานใจ ทว่าแฝงไปด้วยความวิกลจริตเล็กน้อย

ในทางกลับกัน ศิษย์สายในเหล่านั้นกลับมีสีหน้าหวาดผวา พากันถอยกรูดไปด้านหลังไม่หยุด

เขาเอ่ยเสียงเบา

"ไม่ต้องกลัว"

น้ำเสียงของเขาทำเอาพวกมันหนังหัวชาหนึบ ในใจหวาดหวั่นพรั่นพรึงสุดขีด นี่มันคือไอ้คนเสียสติโรคจิตชัดๆ!

เมื่อคิดได้ดังนี้ พวกเขาก็หันมองหน้ากัน ก่อนจะหยิบป้ายคำสั่งออกมาเตรียมจะบีบให้แหลก แต่แล้วเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น...

ป้ายคำสั่งของพวกเขาถูกแช่แข็งเสียแล้ว

ใบหน้าของไป๋อู๋หมิงค่อยๆ ดำทะมึนลง น้ำเสียงเยือกเย็นและเหี้ยมเกรียม

"ข้ายังเล่นไม่สนุกเลย"

"พวกข้ายอมแพ้แล้ว! ปล่อยพวกข้าไปเถอะ!"

ศิษย์สายในเหล่านั้นรีบร้องขอชีวิต

เด็กหนุ่มตรงหน้าผู้นี้น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!

สิ้นเสียง ไป๋อู๋หมิงก็เงื้อกระบี่หนักขึ้นฟันฉับโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย เสียง 'ตูม' ดังสนั่นหวั่นไหว ในพริบตาร่างของศิษย์เหล่านั้นก็ถูกฟันกระเด็นลอยละลิ่ว ร่วงกระแทกพื้นอย่างแรงพร้อมกับกระอักเลือดออกมา

"อ๊าก! อ๊าก! อ๊าก..."

เสียงกรีดร้องโหยหวนของพวกเขาดังระงม

ปรากฏว่าแขนขาของพวกเขาทุกคนล้วนถูกลิ่มน้ำแข็งแหลมคมแทงทะลุอย่างเลือดเย็น เลือดสีแดงสดไหลอาบลงมาตามลิ่มน้ำแข็ง ตัดกับก้อนน้ำแข็งใสกระจ่างอย่างชัดเจน เป็นภาพที่น่าสะเทือนขวัญยิ่งนัก

เมื่อไป๋อู๋หมิงเห็นภาพอันนองเลือดนี้ บนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มบิดเบี้ยววิกลจริต เสียงหัวเราะของเขาชวนให้ขนหัวลุก

เขาค่อยๆ หันหน้ากลับมา สายตาจับจ้องไปยังร่างของเสิ่นเยียนที่อยู่ไม่ไกลนัก มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มตื่นเต้นที่ชวนให้หนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ

"เสิ่นเยียน เจ้าชอบแบบนี้หรือไม่?"

เสิ่นเยียนหยัดกายขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ความหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูกกัดกินร่างกายและจิตวิญญาณของนาง สติสัมปชัญญะเพียงน้อยนิดที่หลงเหลืออยู่เริ่มเลือนลางหายไป ภาพของเด็กหนุ่มผมเงินเบื้องหน้าก็กลายเป็นพร่ามัวราวกับมีหมอกบางๆ กั้นขวาง นางกระชับกระบี่เทพวิหควิญญาณในมือแน่น แล้วส่งเสียงผ่านจิตประสาทถึงจี๋

นางต้องการเบิกพลังวิญญาณในอนาคตมาใช้ล่วงหน้า

เมื่อจี๋ได้ยิน ก็ลังเลไปชั่วขณะ

เขารู้ดีว่าการทำเช่นนี้จะทำให้นางต้องเผชิญกับการสะท้อนกลับที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมในภายภาคหน้า หนำซ้ำอาจถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ หากไม่สามารถฟื้นฟูพลังกลับมาได้ นางก็มิอาจรับมือกับการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง และมีโอกาสสูงมากที่จะต้องจ่ายค่าตอบแทนที่สาหัสกว่านี้

ในจังหวะที่จี๋กำลังจะช่วยเสิ่นเยียนเบิกพลังวิญญาณในอนาคตมาใช้นั้นเอง จู่ๆ กำแพงน้ำแข็งที่ปกคลุมสถานที่แห่งนี้ก็พังทลายลงเสียงดังสนั่น

เงาร่างสีขาวสายหนึ่งพุ่งทะยานเข้าหาไป๋อู๋หมิงอย่างรวดเร็ว

คือจิงจื่อฝู!

ส่วนคนที่รีบรุดมาอยู่ข้างกายเสิ่นเยียนก็คืออวี่ฉางอิง นางยกมือขึ้นประคองร่างของเสิ่นเยียนเอาไว้ สีหน้าตื่นตระหนกและเป็นห่วง ร้องเรียกเสียงหลง

"เยียนเยียน!"

จบบทที่ ตอนที่ 636 อย่าให้ความแตก

คัดลอกลิงก์แล้ว