เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 609 เริ่มต้นการสังหาร

ตอนที่ 609 เริ่มต้นการสังหาร

ตอนที่ 609 เริ่มต้นการสังหาร


เมื่อเห็นว่าเด็กหญิงตัวน้อยกำลังจะถูกค่ายกลบีบรัดจนวิญญาณแตกซ่าน สีหน้าของเด็กสาวก็แปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก ภายในใจร้อนรนดั่งไฟสุม นางรีบอัญเชิญเด็กหญิงตัวน้อยกลับมาทันที ทว่าค่ายกลที่กักขังเด็กหญิงตัวน้อยเอาไว้นั้นแข็งแกร่งเกินไป ทำให้นางดึงตัวกลับมาไม่สำเร็จ!

วินาทีนั้นเด็กสาวตระหนักว่าสถานการณ์วิกฤตหนักแล้ว หากไม่ทำอะไรสักอย่าง เด็กหญิงตัวน้อยต้องวิญญาณแตกซ่านไปจริงๆ แน่

เบื้องลึกในจิตใจของนางราวกับมีเสียงดังก้องขึ้นมา... ต้องช่วยนางเอาไว้ให้ได้! ข้าจะสูญเสียนางไปไม่ได้อีกแล้ว!

แววตาของนางค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยวแน่วแน่

"อูอิ่ง! ไป!"

เด็กสาวแค่นเสียงต่ำ อัญเชิญอูอิ่งออกไปนอกค่ายกลพิทักษ์ตระกูลเพื่อให้มันไปช่วยเด็กหญิงตัวน้อย

เงาดำทะมึนขนาดมหึมาก่อตัวขึ้นกลางอากาศ ยังไม่ทันที่ผู้คนจะตั้งตัว หางของมังกรวารีก็ตวัดฟาดเข้าใส่คนนับสิบที่ตั้งค่ายกลอยู่อย่างรวดเร็ว! เสียงระเบิดดังตู้มสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวซัดกระหน่ำจนพวกเขาแตกพ่ายกระเด็นไปคนละทิศละทางในพริบตา

ส่วนเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น เมื่อหลุดพ้นจากพันธนาการก็ค่อยๆ ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า นางปรายตามองไปทางที่เสิ่นเยียนอยู่ แววตาอันว่างเปล่าเผยให้เห็นความสับสนงุนงงเล็กน้อย

เสิ่นเยียนอัญเชิญเด็กหญิงตัวน้อยกลับมา

ร่างของเด็กหญิงตัวน้อยหายวับไปในพริบตา

เวลานี้ เมื่อทุกคนเห็นมังกรวารีสีดำขนาดมหึมาลอยตระหง่านอยู่กลางเวหา ต่างก็เผยสีหน้าตกตะลึง

เมื่อลู่จิ่งเฉิงมองเห็นอูอิ่งก็เผยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ เพราะเขาจำได้ว่าอูอิ่งคือหนึ่งในสัตว์อสูรบรรพกาลในตำนาน!

"สัตว์อสูรบรรพกาล?! เป็นสัตว์อสูรบรรพกาลจริงๆ ด้วย!"

ลู่จิ่งเฉิงพึมพำกับตัวเอง

"นายท่าน? นายท่าน!"

ผู้อาวุโสรองที่อยู่ด้านข้างร้องเรียกเขาสองสามครั้ง ในที่สุดก็ดึงสติของลู่จิ่งเฉิงกลับมาได้

ผู้อาวุโสรองมีสีหน้าเคร่งเครียด เอ่ยขึ้นว่า

"เมื่อครู่ตอนที่มังกรวารีตัวนี้ปรากฏขึ้น ภายในค่ายกลพิทักษ์ตระกูลดูเหมือนจะมีความผันผวนของพลังอีกสายหนึ่ง นายท่าน ชายชราอย่างข้าคาดเดาว่าคงมีคนฉวยโอกาสช่วงที่ภายนอกกำลังวุ่นวาย ลักลอบเข้ามาในตระกูลลู่ของเราแล้ว!"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้นำตระกูลลู่ก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที

ผู้นำตระกูลลู่หรี่ตาลงอย่างอันตราย สีหน้าเยียบเย็น เอ่ยขึ้นว่า

"ผู้นำตระกูลอย่างข้าจะไปพบผู้บุกรุกคนนี้ด้วยตัวเอง!"

ผู้อาวุโสรองชะงักไปเล็กน้อย

"นายท่าน ท่านรู้หรือขอรับว่ามันอยู่ที่ใด?"

ผู้นำตระกูลลู่เอ่ยตอบ

"เป้าหมายของอีกฝ่ายก็คือเฮ่อเหลียนหวย"

ผู้อาวุโสรองขมวดคิ้ว

ยังไม่ทันที่ผู้อาวุโสรองจะเอ่ยปากพูดอันใด ผู้นำตระกูลลู่ก็หายตัวไปจากจุดเดิมเสียแล้ว

ในขณะเดียวกัน...

บนถนนห่างจากจวนตระกูลลู่ไปทางซ้ายมือสองร้อยเมตร ปรากฏร่างคนสองคนสวมหน้ากากสีเงินครึ่งซีก คนหนึ่งรูปร่างสูงโปร่ง ในมือถือดาบยาวจันทร์เสี้ยว ส่วนอีกคนค่อนข้างบอบบางกะทัดรัด มัดผมแกละสองข้าง ในมือถือตรีศูล

หน้ากากปิดบังใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นเพียงแววตาอันเย็นชา

และในเวลานี้ ผู้อาวุโสทั้งสามของตระกูลลู่ก็รีบรุดมาถึงอย่างรวดเร็ว ตีวงล้อมทั้งสองคนเอาไว้ทันที

ผู้อาวุโสสี่กวาดสายตามองรอบๆ อย่างระแวดระวัง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีบุคคลต้องสงสัยอื่น สายตาของเขาก็ไปหยุดที่เด็กสาวร่างเล็กผู้นั้น นางดูอายุน้อย ทว่าในแววตากลับเผยให้เห็นความเก๋าเกมและเย็นชาเกินวัย

ผู้อาวุโสสี่ขมวดคิ้ว เอ่ยถามขึ้นว่า

"ที่นี่มีแค่พวกเจ้าสองคนงั้นรึ?"

เด็กสาวยกยิ้มมุมปาก ตรีศูลในมือส่องประกายเย็นเยียบ

น้ำเสียงของนางกังวานใสและหนักแน่น

"ไม่ได้มีแค่พวกเราหรอกนะ"

กล่าวจบ สายตาของนางก็มองข้ามผู้อาวุโสทั้งสามไป ทอดมองความมืดมิดเบื้องหลังราวกับกำลังรอคอยการมาเยือนของใครบางคน

เมื่อผู้อาวุโสทั้งสามเห็นดังนั้น ก็รีบหันขวับไปมองด้วยความระแวดระวัง

ทว่าในตอนนั้นเอง ปราณดาบอันดุดันและทรงพลังก็พุ่งโจมตีพวกเขาในชั่วพริบตา!

ตู้ม!

ผู้อาวุโสสามรีบกางม่านพลังป้องกันขึ้นมาต้านทานทันที สายตาของเขาพินิจมองเจียงเสียนเยวี่ยและเซียวเจ๋อชวน รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่อย่างเลือนราง เมื่อประกอบกับฝูงสัตว์กลายพันธุ์และวิญญาณร้ายนับหมื่น ภาพเหตุการณ์บางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัวพริบตา

เขานึกออกแล้ว!

พวกมันคือเด็กหนุ่มและเด็กสาวที่อยู่ข้างกายเสิ่นเยียนนั่นเอง!

"พวกเจ้าคือ..."

ยังไม่ทันที่ผู้อาวุโสสามจะเอ่ยจบประโยค ก็ถูกเจียงเสียนเยวี่ยจู่โจมอย่างหนักหน่วง ร่างของนางพลิ้วไหวประดุจเงา ตรีศูลพุ่งแทงทะลวงเข้าใส่ศีรษะของผู้อาวุโสสามอย่างรุนแรง

ผู้อาวุโสสามยกฝ่ามือขึ้นต้านรับ แค่นเสียงหัวเราะเยาะ จากนั้นบนฝ่ามือก็ระเบิดพลังวิญญาณระดับวิญญาณจักรพรรดิขั้นแปดออกมา กักขังตรีศูลของเจียงเสียนเยวี่ยเอาไว้ ก่อนจะผลักกระแทกออกไปอย่างแรง!

ชั่วพริบตาเดียว ตรีศูลก็หลุดการควบคุม พุ่งแทงเข้าใส่หน้าอกของเจียงเสียนเยวี่ยเสียเอง!

เซียวเจ๋อชวนก้าวเท้าเข้ามา รีบประคองร่างของเจียงเสียนเยวี่ยที่ถูกกระแทกจนถอยร่นเอาไว้ จากนั้นก็พานางเบี่ยงตัวหลบ รอดพ้นจากการโจมตีถึงชีวิตนั้นไปได้หวุดหวิด

จังหวะนั้นเอง ผู้อาวุโสสี่และผู้อาวุโสห้าก็ลงมือจู่โจมเซียวเจ๋อชวนและเจียงเสียนเยวี่ยพร้อมกัน!

ภายใต้แรงกดดันมหาศาลของผู้อาวุโสทั้งสาม เซียวเจ๋อชวนและเจียงเสียนเยวี่ยรู้สึกราวกับก้าวเดินอย่างยากลำบาก ลำคอตีบตันและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด

"มา!"

เจียงเสียนเยวี่ยตวัดมือเรียวสวย แค่นเสียงต่ำ

ตรีศูลพุ่งกลับมาอยู่ในมือของเจียงเสียนเยวี่ยอย่างรวดเร็ว

เจียงเสียนเยวี่ยและเซียวเจ๋อชวนประสานงานกัน ต่อสู้ต้านทานการโจมตีของผู้อาวุโสทั้งสามอย่างสุดกำลัง

"ต่อต้านไปก็ไร้ประโยชน์!"

ผู้อาวุโสสามสีหน้าไม่สบอารมณ์ เขาเอ่ยเสียงเย็น

"หากไม่ใช่เพราะต้องเก็บชีวิตน้อยๆ ของพวกเจ้าเอาไว้ พวกเจ้าคงตายไปเป็นร้อยเป็นพันครั้งแล้ว!"

พูดถึงตรงนี้ ผู้อาวุโสสามก็หันไปเอ่ยกับผู้อาวุโสอีกสองคน

"พวกมันเป็นคนของเสิ่นเยียน!"

"เสิ่นเยียน?"

ผู้อาวุโสสี่และผู้อาวุโสห้าชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่นานก็จำได้ว่าเสิ่นเยียนคือผู้ใด สีหน้าของพวกเขาเย็นชาลงหลายส่วน จ้องมองเซียวเจ๋อชวนและเจียงเสียนเยวี่ยด้วยจิตสังหารที่เพิ่มพูน

ผู้อาวุโสสี่เอ่ยด้วยสีหน้าอำมหิต

"ในเมื่อมาแล้ว ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับไปเลย!"

ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังของพวกเขา

"อย่างนั้นหรือ?"

"ใครกัน?!"

ผู้อาวุโสทั้งสามแทบจะหันขวับไปมองพร้อมกัน ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้พวกเขาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

เห็นเพียงซากศพจำนวนหนาแน่นกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ ซากศพเหล่านี้ล้วนเป็นองครักษ์ องครักษ์เงา และกองกำลังเดนตายของตระกูลลู่ทั้งสิ้น

ทว่าบัดนี้พวกมันกลับกลายมาเป็นศัตรูของพวกเขาไปเสียแล้ว

ส่วนคนที่ควบคุมศพเหล่านี้ก็อยู่บนหลังคาไม่ไกลออกไป เขานั่งตัวตรง นิ้วมือเรียวยาวงดงามกำลังกรีดกรายสายพิณ ใบหน้ายังคงสวมหน้ากากสีเงินครึ่งซีก

สีหน้าของผู้อาวุโสสามเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขานึกออกแล้ว นี่คือกลุ่มคนจากทวีปหวนคืนในนาม...

"กลุ่มอสูร!"

เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเอ่ย ตอนที่เจอหน้ากันครั้งแรกพวกมันยังไม่เป็นสับปะรดแท้ๆ มาบัดนี้กลับกล้าบุกมาถึงตระกูลลู่ของพวกเขาเชียวหรือ!

"กลุ่มอสูร?"

ผู้อาวุโสสี่และผู้อาวุโสห้าเพิ่งเคยได้ยินชื่อนี้เป็นครั้งแรก อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

น้ำเสียงหวานใสของเจียงเสียนเยวี่ยดังขึ้นช้าๆ

"ทั้งสามท่าน การสังหารเริ่มต้นขึ้นแล้วนะ"

เซียวเจ๋อชวนยกมือขึ้นเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก จับดาบยาวในมือแน่น แววตาแน่วแน่และเยือกเย็น เอ่ยออกมาราบเรียบว่า

"ข้าขอพนันว่าอสุราจะเป็นฝ่ายชนะ"

สิ้นคำพูด เจียงเสียนเยวี่ย เซียวเจ๋อชวน และซากศพทั้งหมดก็ขยับตัว พุ่งเข้าโจมตีผู้อาวุโสทั้งสาม

"ตรีศูลแห่ง..."

"ทะลวงปรโลก!"

พายุหมุนลูกหนึ่งก่อตัวขึ้น คมตรีศูลพุ่งทะลวงเข้าใส่ร่างของผู้อาวุโสสาม!

"ค่ายกลทราย ทำงาน!"

เซียวเจ๋อชวนปักดาบยาวลงบนพื้นดิน ค่ายกลนาฬิกาทรายปรากฏขึ้นในชั่วพริบตา พื้นดินพลันอ่อนนุ่มลงทันที

ส่วนผู้อาวุโสทั้งสามของตระกูลลู่รู้สึกราวกับว่าใต้ฝ่าเท้ามีมือนับไม่ถ้วนกำลังฉุดรั้งพวกเขาจมลงไป

ตู้ม!

ผู้อาวุโสห้าซัดฝ่ามือทำลายค่ายกลทรายจนแตกกระจาย จากนั้นพุ่งเข้าประชิดตัวเซียวเจ๋อชวนด้วยความเร็วเหลือเชื่อ เอื้อมมือไปคว้าลำคอของเด็กหนุ่มเอาไว้แน่น ในขณะที่กำลังจะหักคอของเขาอยู่นั้นเอง...

เซียวเจ๋อชวนฝืนทนความเจ็บปวด ยกดาบขึ้นฟันเข้าที่แขนของอีกฝ่าย!

ผู้อาวุโสห้ารีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว เพิ่งจะถอยร่นไปได้เพียงก้าวเดียว ซากศพนับสิบก็กรูเข้ามาล้อมรอบตัว เปิดฉากโจมตีใส่เขาทันที!

จบบทที่ ตอนที่ 609 เริ่มต้นการสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว