เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่1623 ลืมเลือนสถานะของตัวเองไปชั่วขณะ

ตอนที่1623 ลืมเลือนสถานะของตัวเองไปชั่วขณะ

ตอนที่1623 ลืมเลือนสถานะของตัวเองไปชั่วขณะ


เมืองเต่าทมิฬ เมืองชั้นนอก ภายในเมืองรอง 1

ณ อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ติดถนน เจียลี่หลู่เพิ่งจะตื่นนอน

นี่เป็นวันที่หกแล้วตั้งแต่เขาและหลานสาวพากันย้ายเข้ามาในเมืองรอง 1 พวกเขาเช่าห้องพักแบบหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นบนชั้นสอง

ประตูห้องเปิดออก ฉินเฟยเอ๋อร์ขยี้ตาเดินออกมาจากห้อง เธอเองก็เพิ่งตื่นเช่นกัน

เธอบิดขี้เกียจ มองไปทางปู่ที่นอนอยู่ในห้องนั่งเล่น ก่อนจะโบกมือทักทาย

"อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณปู่"

"อรุณสวัสดิ์ เมื่อคืนหลับสบายไหม?"

เจียลี่หลู่ถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

หลานสาวโตเป็นสาวขึ้นทุกวัน สมควรมีพื้นที่ส่วนตัวได้แล้ว ด้วยเหตุนี้เขาจึงยกห้องนอนให้ฉินเฟยเอ๋อร์ ส่วนตัวเองก็ทำได้เพียงนอนที่ห้องนั่งเล่น

"หลับสบายมากเลยค่ะ"

ฉินเฟยเอ๋อร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"รีบไปล้างหน้าแปรงฟันเถอะ เดี๋ยวเราต้องไปรับบัตรประชาชนกัน"

เจียลี่หลู่เอ่ยเร่ง

วันแรกที่พวกเขาเข้าพักในเมืองรอง ภายใต้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ พวกเขาได้เช่าห้องพัก จากนั้นก็นำเงินที่เหลือไปซื้อเตียงนอน

พอถึงวันที่สอง สองปู่หลานก็ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ โดยไปทำบัตรประชาชนที่สำนักงานบริหารเมืองรอง ซึ่งวันนี้ก็ถึงกำหนดรับบัตรพอดี

"ตกลงค่ะ" ฉินเฟยเอ๋อร์เดินตรงไปที่ห้องน้ำ

หลังจากเธอทำธุระส่วนตัวเสร็จ เจียลี่หลู่ถึงค่อยเข้าห้องน้ำ เขาเพียงแค่ล้างหน้าล้างตาแบบลวกๆ ก่อนจะเดินตามหลานสาวออกจากบ้านไป

"คุณปู่ วันนี้มื้อเช้ากินอะไรดีคะ?"

ฉินเฟยเอ๋อร์เอียงคอถาม

เจียลี่หลู่ตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

"ซาลาเปาหรือมันเผา เลือกเอาอย่างนึงสิ"

"กินซาลาเปาเถอะค่ะ สองวันก่อนกินแต่มันเผา หนูตดทุกวันเลย เหม็นจะตายอยู่แล้ว"

ฉินเฟยเอ๋อร์บ่นกระปอดกระแปดเสียงเบา

เจียลี่หลู่ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี=เขายกมือขึ้นลูบหัวหลานสาว .

"เอาล่ะ งั้นก็กินซาลาเปา"

ฉินเฟยเอ๋อร์ยิ้มแย้มแจ่มใส

"อื้มๆ คุณปู่ใจดีที่สุดเลย"

"ยัยหลานโง่"

เจียลี่หลู่ยิ้มๆ ก่อนจะพาหลานสาวเดินไปที่ร้านซาลาเปาซึ่งอยู่ไม่ไกล และซื้อซาลาเปาไส้เนื้อมาสี่ลูก

"ง่ำ"

ฉินเฟยเอ๋อร์พยายามอ้าปากเล็กๆ ของเธอให้กว้างที่สุด งับลงบนซาลาเปาไส้เนื้อสีขาวอวบ แป้งซาลาเปาทั้งหอมและนุ่ม กัดเพียงคำเดียวก็ถึงไส้ใน

เธอหรี่ตากลมโตลงเล็กน้อย กล่าวด้วยความพึงพอใจ

"อร่อยจังเลย"

แววตาของเจียลี่หลู่สั่นไหว เขาตัดสินใจแล้วว่าจะตั้งใจทำงานในเมืองเต่าทมิฬ เพื่อให้หลานสาวได้กินซาลาเปาไส้เนื้อทุกวัน

ในเวลานี้ เขาลืมเลือนสถานะของตัวเอง ตลอดจนจุดประสงค์ที่แท้จริงในการเดินทางมายังเมืองเต่าทมิฬไปชั่วขณะ

ทั้งสองเดินไปกินไป พอกินซาลาเปาหมด ก็เดินมาถึงหน้าประตูสำนักงานบริหารเมืองรองพอดี

บริเวณทางเข้าที่ว่าการ เจ้าหน้าที่เอ่ยถามขึ้นว่า

"ทั้งสองท่านได้นัดหมายไว้หรือเปล่าครับ?"

"นัดไว้ครับ วันนี้มารับบัตรประชาชน"

เจียลี่หลู่รีบตอบ

เจ้าหน้าที่พยักหน้ารับเมื่อได้ยินดังนั้น ก่อนจะหยิบป้ายคิวใบหนึ่งยื่นให้เจียลี่หลู่

"เข้าไปข้างในเลยครับ ไปต่อคิวที่ช่องบริการหมายเลขสามนะ"

"ได้ครับ"

เจียลี่หลู่ก้มมองตัวเลข 12 บนบัตรคิว

เขาพาหลานสาวเดินเข้าไปในสำนักงานบริหารเมืองรอง ก่อนจะพาไปนั่งลงที่พื้นที่พักคอย

เจ้าหน้าที่หลังช่องบริการหมายเลขสามตะโกนเรียก

"หมายเลขเก้า เชิญที่ช่องบริการหมายเลขสามครับ"

โถงชั้นหนึ่งของสำนักงานบริหารมีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา ช่องบริการทั้งหกช่องล้วนมีคนกำลังติดต่อธุระ

ฉินเฟยเอ๋อร์กระซิบถามเสียงเบา

"คุณปู่ คิวของเราเบอร์อะไรคะ?"

"เบอร์สิบสองน่ะ"

เจียลี่หลู่ชูบัตรคิวในมือให้ดู

"ค่ะ"

ฉินเฟยเอ๋อร์พึมพำ

เธอเงยหน้าขึ้นสังเกตผู้คนภายในสำนักงานบริหาร เจ้าหน้าที่ที่อยู่หลังช่องบริการล้วนสวมเครื่องแบบที่เป็นระเบียบเรียบร้อย บริเวณประตูยังมีทหารสวมชุดเกราะยืนเฝ้าอยู่ บรรยากาศดูเคร่งขรึมอยู่บ้าง

ฝ่ามือของฉินเฟยเอ๋อร์มีเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย เธอทำเพียงแค่นั่งรออย่างเงียบๆ

ผ่านไปกว่าสิบนาที เจ้าหน้าที่ประจำช่องบริการหมายเลขสามถึงได้เรียกคิวหมายเลข 12

"มาเถอะ"

เจียลี่หลู่จูงมือหลานสาวเดินตรงไปยังช่องบริการหมายเลขสาม

"สวัสดีครับ มีอะไรให้ช่วยไหมครับ?"

เจ้าหน้าที่ถามด้วยรอยยิ้ม

เจียลี่หลู่นั่งลงแล้วกล่าวว่า

"พวกเรามารับบัตรประชาชนครับ"

"ทำไว้เมื่อไหร่ครับ?"

เจ้าหน้าที่ถาม

"ห้าวันก่อนครับ"

เจียลี่หลู่ตอบด้วยเสียงแหบพร่า

"ห้าวันก่อนเหรอ..."

เจ้าหน้าที่หยิบสมุดลงทะเบียนออกมา พลิกดูสองสามหน้าก่อนจะถาม

"ชื่ออะไรครับ?"

"เจียลี่หลู่กับฉินเฟยเอ๋อร์ครับ"

เจียลี่หลู่ตอบกลับไป

"รอสักครู่นะครับ"

เจ้าหน้าที่พลิกดูสมุดลงทะเบียนต่อไป พลิกไปอีกหลายหน้าถึงได้เจอข้อมูล

เขาลุกขึ้นเดินไปที่ชั้นวางของด้านหลัง ดึงลิ้นชักออกมาและค้นหาอยู่ข้างในนั้นประมาณสองนาที ถึงได้พบบัตรประชาชนของเจียลี่หลู่และฉินเฟยเอ๋อร์

เจ้าหน้าที่กลับมานั่งที่เดิม ชูบัตรประชาชนขึ้นมาเทียบ เขามองหน้าเจียลี่หลู่สลับกับบัตรประชาชน เพื่อยืนยันว่ารูปถ่ายบนบัตรกับตัวจริงเป็นคนคนเดียวกัน

เขายื่นบัตรประชาชนออกไปนอกหน้าต่างช่องบริการ พร้อมกับกำชับว่า

"นี่บัตรประชาชนของพวกคุณ เก็บรักษาไว้ให้ดีล่ะ ถ้าทำหายแล้วมาทำใหม่ ต้องเสียเงินด้วยนะ เข้าใจไหมครับ?"

"เข้าใจครับ"

เจียลี่หลู่พยักหน้าอย่างแรง

เขาพิจารณาบัตรประชาชนที่ทำจากผลึกแก้ว ซึ่งมีรูปถ่ายและข้อมูลพื้นฐานของเขาอยู่บนนั้น

"สวยจังเลย"

ฉินเฟยเอ๋อร์มองบัตรประชาชนของตัวเองอย่างพึงพอใจ

เจ้าหน้าที่เอ่ยถามต่อ

"มีธุระอย่างอื่นอีกไหมครับ?"

"ผมอยากหางานทำน่ะครับ"

เจียลี่หลู่รีบบอก

"หางานทำเหรอ คุณต้องไปที่ช่องบริการหมายเลขหกนะ"

เจ้าหน้าที่ยกมือชี้ไปทางซ้าย

"แล้วเรื่องหลานสาวผมจะเข้าเรียนล่ะครับ?"

เจียลี่หลู่ถามต่อ

เจ้าหน้าที่มองฉินเฟยเอ๋อร์แวบหนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉาน

"เรื่องเข้าเรียน ทำที่ผมได้เลยครับ"

"งั้นจัดการเรื่องเข้าเรียนก่อนเลยครับ"

เจียลี่หลู่ดึงตัวฉินเฟยเอ๋อร์เข้ามาใกล้ๆ

"ขอบัตรประชาชนด้วยครับ"

เจ้าหน้าที่ยื่นมือออกไป

ฉินเฟยเอ๋อร์ยื่นบัตรประชาชนให้อย่างว่าง่าย

เจ้าหน้าที่มองข้อมูลบนบัตรประชาชน ก่อนจะถามว่า

"ก่อนหน้านี้เคยเรียนหนังสือมาบ้างไหม? อ่านออกเขียนได้หรือเปล่า?"

เจียลี่หลู่ตอบว่า

"ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยเรียนหนังสือครับ เขียนได้แค่ชื่อตัวเอง แล้วก็พอจะรู้จักคำศัพท์ที่เห็นบ่อยๆ บ้าง แต่เขียนไม่ได้ครับ"

เจ้าหน้าที่ได้ยินดังนั้นจึงเสนอแนะว่า

"ถ้าเป็นแบบนั้น ผมขอแนะนำให้เริ่มเรียนจากชั้นประถมสามก่อนครับ ต้องเรียนรู้ตัวหนังสือให้ครบก่อน ถึงจะเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นได้"

เจียลี่หลู่ไม่ค่อยเข้าใจระบบนัก จึงทำได้แค่พยักหน้า

"ได้ครับ"

เจ้าหน้าที่พูดด้วยน้ำเสียงฉะฉาน

"พวกคุณยังไม่ใช่พลเมืองของเมืองเต่าทมิฬอย่างเป็นทางการ ดังนั้นการเข้าเรียนจะต้องเสียค่าเทอมด้วยนะครับ ภาคเรียนละหนึ่งร้อยทมิฬ"

เจียลี่หลู่อ้าปากค้าง

"หนึ่งร้อย แต่ตอนนี้ผมยังไม่มี..."

"อย่างนั้นเหรอครับ"

เจ้าหน้าที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย

"ต้องทำยังไงถึงจะได้เป็นพลเมืองอย่างเป็นทางการล่ะครับ?"

เจียลี่หลู่ถาม

เจ้าหน้าที่ตอบกลับ

"ทำงานในเมืองเต่าทมิฬให้ครบสามปี ก็สามารถขึ้นทะเบียนสำมะโนครัวได้แล้วครับ"

เจียลี่หลู่ลอบถอนหายใจ

"ตั้งสามปี..."

เจ้าหน้าที่เสนอทางเลือก

“ค่าเทอมสามารถผ่อนชำระได้นะครับ จ่ายเดือนละยี่สิบ ผ่อนห้าเดือนก็ครบ”

"แบบนี้ได้ครับ"

นัยน์ตาของเจียลี่หลู่เปล่งประกายขึ้นมาอีกครั้ง

"คุณปู่ หนูไม่เรียนก็ได้นะคะ"

ฉินเฟยเอ๋อร์พูดด้วยสีหน้าจริงจัง

เจียลี่หลู่ปั้นหน้าขรึม

"ไม่ได้ ปู่สืบมาแล้ว มีแค่การเรียนหนังสือเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น"

"...ก็ได้ค่ะ"

ฉินเฟยเอ๋อร์เบะปาก

เจ้าหน้าที่หยิบสัญญาฉบับหนึ่งออกมาวางตรงหน้าเจียลี่หลู่ บนนั้นเขียนระบุเงื่อนไขการผ่อนชำระเอาไว้อย่างชัดเจน ตลอดจนบทลงโทษในกรณีที่ค้างชำระ

เจียลี่หลู่อ่านดูรอบหนึ่ง และสอบถามในจุดที่ไม่เข้าใจอยู่สองสามข้อ สุดท้ายจึงยอมเซ็นชื่อและประทับรอยนิ้วมือด้วยความวางใจ

"เรียบร้อยครับ พรุ่งนี้ก็ไปรายงานตัวที่โรงเรียนได้เลย ชั้นประถมสามห้องสี่ โรงเรียนเมืองรอง 1 ครับ"

เจ้าหน้าที่ยิ้ม

"ได้ครับๆ"

เจียลี่หลู่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เรื่องหนักใจในอกถูกคลี่คลายไปได้อีกหนึ่งเปราะ

จบบทที่ ตอนที่1623 ลืมเลือนสถานะของตัวเองไปชั่วขณะ

คัดลอกลิงก์แล้ว